ล่องเรือดูวาฬ ที่นอร์เวย์ ประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากการนั่งชมคลิปวิดีโอ

ล่องเรือดูวาฬ ในดินแดนแห่งแสงเหนือที่ Skjervøy

ประสบการณ์ ล่องเรือดูวาฬ ในสภาพอากาศสุดขั้ว เป็นประสบการณ์ที่เราตราตรึงไม่รู้ลืม

ย้อนไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน น้อยคนนักที่รู้จักหมู่บ้าน Skjervøy (แชร์วอย) หมู่บ้านเล็กๆ ที่ประกอบอุตสาหกรรมประมง ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานใดๆ สำหรับรองรับการท่องเที่ยวเลย แต่ทุกวันนี้ แชร์วอยเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้นในสายตานักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นจุด ล่องเรือดูวาฬ ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในทะเลแถบอาร์กติก

เรื่อง สุวิมล สงวนสัตย์

ภาพ สุวิมล สงวนสัตย์/ ชุตยาเวศ สินธุพันธ์

ทุกปีในช่วงฤดูหนาว Humpback Whale (วาฬหลังค่อม) และ Orca (วาฬเพชฌฆาต) มักเข้ามาหากินในฟยอร์ดของเมือง Tromsø (ทรมเซอ) จึงทำให้เมืองนี้คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่หวังมาชมวาฬและล่าแสงเหนือไปพร้อมกัน แต่เมื่อปลายปี 2017 ที่ผ่านมา พบว่า ไม่มีวาฬเข้ามาที่ทรมเซออีกเลย ทุกคนต่างตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ปกติฝูงวาฬมักล่าเหยื่อในแหล่งที่มีฝูงปลาเฮร์ริ่ง แต่เมื่อเฮร์ริ่งหายไปจากทรมเซอ นักวิจัยต่างก็ตั้งข้อสันนิษฐานไปต่างๆนานาว่า อาจเป็นเพราะอุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น มลภาวะจากฟาร์มแซลมอน หรือหลายๆ ปัจจัยประกอบกัน แม้ยังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด

แต่ในฤดูหนาวของปีเดียวกันนั้นเอง ชาวประมงในแชร์วอยรายงานมาว่า วาฬเข้ามาที่อ่าวและเกาะแก่งแถบนั้นเพื่อมาหากิน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยปรากฏในแชร์วอยมาก่อน

ล่องเรือดูวาฬ
เรือประมงที่เป็นเหมือนบ้านของเรา และเราต้องอาศัยอยู่บนเรือทั้งอาทิตย์ พร้อมทั้งเตรียมตัวเตรียมใจลงน้ำครั้งแรก

ปรากฏการณ์น้ำทะเลอุ่นเป็นวงกว้าง ปริศนาที่อาจเป็นสาเหตุของปริมาณการออกลูกของวาฬหลังค่อมน้อยลง

การเดินทางสู่แชร์วอย

การเดินทางจากออสโลเมืองหลวงของนอร์เวย์ไปแชร์วอย สามารถเดินทางด้วยสายการบินในประเทศ ที่มีวันละหลายเที่ยวบินไปยังทรมเซอ โดยใช้เวลาเพียงชั่วโมงครึ่งเท่านั้น เมื่อถึงทรมเซอ เราเดินทางต่อด้วยรถยนต์ใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมงถึงแชร์วอย แต่เนื่องจากแชร์วอยยังไม่มีโรงแรมและสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก เราจึงต้องอาศัยอยู่บนเรือประมงตลอดทั้งสัปดาห์ที่ปักหลักอยู่ที่นั่น

ระหว่างทางไปทรมเซอ เราเผชิญการผจญภัยเล็กน้อย เนื่องจากสภาพอากาศย่ำแย่ เครื่องบินที่เราโดยสารมาจึงไม่สามารถลงจอดได้ หลังจากกัปตันบินวนอยู่หกรอบจนเราเวียนหัว (และน้ำมันจะหมด) กัปตันจึงตัดสินใจ โดยนำเครื่องไปลงที่สนามบิน Evenes (เอฟเนส) แทน ท่ามกลางความงงของผู้โดยสารว่าแล้วจะไปต่อยังไง แต่ทางสายการบินก็รับผิดชอบด้วยการจัดรถบัสให้ ซึ่งระยะทางที่ต้องไปต่อนั้นเกือบสามร้อยกิโลเมตร พวกเราได้รับเพียงน้ำดื่มคนละขวดกับมัฟฟินแช่แข็งจากทางสายการบินเพื่อประทังชีวิต จากกำหนดการเดิมที่จะถึงทรมเซอเที่ยงก็กลายเป็นหนึ่งทุ่ม พวกเรารู้สึกสะบักสะบอมจากการเดินทาง แต่เมื่อเดินทางถึงท่าเรือ แสงเหนือเริงระบำอยู่บนฟ้าราวกับว่ามารอต้อนรับพวกเรา ทุกคนตะลีตะลานคว้ากล้องจนลืมเหนื่อยไปเลย

แสงเหนือ, ออโรรา
แสงเหนือที่เริงระบำในยามราตรี หลังจากเรารอนแรมเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย

ซ้อมก่อนเจอของจริง

การตัดสินใจมานอร์เวย์ครั้งนี้เรียกได้ว่าต้องทุ่มทุนอย่างมาก เพราะไม่ใช่เพียงการล่องเรือดูวาฬธรรมดา แต่เป็นการลงว่ายน้ำกับวาฬด้วย เราจึงต้องพิถีพิถันกับการเลือกผู้จัดที่มีประสบการณ์และน่าเชื่อถือ โดยเราเลือกมากับ ดาร์เรน ยิว (Darren Jew) ช่างภาพของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ออสเตรเลีย และมีดีกรีเป็น Canon Master ในทีมของเขาประกอบด้วย ผู้ช่วยหนึ่งคน และไกด์ที่มีประสบการณ์โชกโชนกับการดูวาฬอีกสองคน แน่นอนว่าเรื่องราคาคงไม่ธรรมดา แต่หลังจากเราชมตัวอย่างในวิดีโอคลิปซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราก็บอกตัวเองว่า มันต้องเป็นประสบการณ์ที่แสนคุ้มค่าแน่นอน

เรือประมง, วาฬเพชฌฆาต, ล่องเรือดูวาฬ
ทั้งนกทั้งวาฬกินบุฟเฟต์กันเต็มที่

เมื่อเราอยู่ในประเทศแถบร้อนชื้น เราจึงไม่มีประสบการณ์กับการใส่ dry suit ลงน้ำ ทางผู้นำทัวร์ตระเตรียมอุปกรณ์ให้เราอย่างครบครัน ทั้ง dry suit ที่ต้องมีการวัดตัวและแจ้งขนาดล่วงหน้า ตีนกบ ถุงมือหนา 5 มิลลิเมตร ที่คาดศีรษะสีสะท้อนแสง (เพื่อให้เรือที่สัญจรไปมาเห็นเราที่ผิวน้ำ) และอื่นๆ สิ่งที่เราต้องเตรียมมาเองคือ หน้ากากดำน้ำ สนอร์เกิล และเสื้อฮู้ดหนาที่สุดที่จะหนาได้ (5-7 มิลลิเมตร) วันแรกจึงเป็นการซ้อมใหญ่ของทุกคนในการใส่อุปกรณ์ การลองว่ายน้ำในชุด dry suit และการขึ้นลงจากเรือยางไม่ใช่เรื่อง่าย สร้างความปวดร้าวไปทุกอณูของร่างกาย ยังไม่นับเรื่องอุณหภูมิน้ำ 6 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิบนบก 1-3 องศาเซลเซียส ที่ส่งความเย็นถึงกระดูก การเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้วเช่นนี้ การเตรียมร่างกายก่อนเดินทางมาจึงเป็นเรื่องจำเป็น

การเผชิญหน้ากับวาฬที่แสนอ่อนโยน

เรามักได้รับคำถามว่า “กิจกรรมนี้ปลอดภัยแค่ไหน” จึงขออธิบายเล็กน้อยว่า วาฬเพชฌฆาตไม่นิยมโจมตีมนุษย์ ชื่อนี้ได้มาจากการเป็นผู้ล่าที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร (apex predator) และความจริงวาฬเพชฌฆาตเลือกเหยื่อมาก และไม่ล่าเหยื่อสะเปะสะปะเลย วาฬเพชฌฆาตอยู่กันเป็นฝูง มีหลายชั่วรุ่นอายุในฝูง บางฝูงมีตั้งแต่รุ่นยายถึงรุ่นหลาน และมีความผูกพันกันมาก เขาเป็นสัตว์สังคมที่ต้องอยู่กันเป็นครอบครัวเสมอ การจับตัวใดตัวหนึ่งไปเพื่อสร้างความบันเทิงให้แก่มนุษย์ตามสวนน้ำจึงเป็นการทำให้เขาเกิดสภาวะเครียด กดดัน พิการ (จากการไม่ได้ว่ายน้ำ/ดำน้ำลึก) ขาดอาหาร และอื่นๆ ข่าววาฬเพชฌฆาตทำร้ายคนนั้นจึงมักเกิดในบริบทเหล่านี้

เหตุผลที่วาฬออร์กาไม่เหมาะกับการเลี้ยงในสถานที่ปิด

ต่อจากนี้ขอเรียกวาฬเพชฌฆาตว่า ออร์กา เพราะไม่อยากให้มีนัยยะว่าพวกเขาดุร้าย อาหารหลักของออร์กาคือปลาเฮร์ริง เขาจึงไม่สนใจอะไรอย่างอื่นเลยเมื่อหากินอยู่แถบนี้ ออร์กาเป็นสัตว์ที่ฉลาดมาก บางทีก็ใช้วิธีขโมยปลาจากอวนของชาวประมง การตามหาออร์กาในหลายครั้งเราจะต้องดูว่าเรือประมงอยู่ที่ไหน มีนกบินวนในอากาศเป็นฝูงเพื่อโฉบกินปลาหรือไม่ และเริ่มต้นจากตรงนั้น ซึ่งกลุ่มของเราโชคดีมาก ในวันแรก เราออกจากท่าเรือแชร์วอยมาไม่ถึงสิบนาที เราก็เจอกับฝูงออร์กากำลังว่ายโต้คลื่นอย่างสนุกสนาน แล้วเมื่อเราตามฝูงนี้ไป ก็ไปเจอกับอีกหลายฝูงที่กำลังมะรุมมะตุ้มกับเรือประมงประหนึ่งมีบุฟเฟต์เฮร์ริงเลยทีเดียว โบนัสก็คือ มีวาฬหลังค่อมหลายตัวมาร่วมวงด้วย แต่เนื่องจากการจราจรทางน้ำหนาแน่น เราจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ลงน้ำ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

วาฬ, วาฬออร์กา
ระหว่างการเดินทางเราพบกับทีมถ่ายทำสารคดี และฉากหลังที่ไกลออกไปคือหมู่บ้านชาวประมง

อ่านต่อหน้า 2

เรื่องแนะนำ

โรงแรมน้ำแข็ง 9 แห่งสุดหรูสไตล์กระท่อมอิกลู

โรงแรมน้ำแข็ง เหล่านี้คือสถานที่พักผ่อนสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสความหนาวเย็นแบบถึงใจ กว่า 5,000 ปีที่ชาวเอสกิโม ต้องอาศัยอยู่ในสภาพอากาศอันหนาวเหน็บของแถบขั้วโลกเหนือ อีกทั้งหิมะยังปกคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดอีกด้วย ซึ่งนั้นก็แปลว่าทัศนียภาพพื้นที่สีเขียวของพวกเขาก็แทบจะเป็นศูนย์เลย แต่อากาศหนาวก็ไม่เป็นอุปสรรค พวกเขาได้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อที่จะรับมือกับสภาพอากาศอันเลวร้าย โดยมีชื่อเรียกว่า “อิกลู”เป็นที่รู้จักกันว่า บ้านเอสกิโม ประกอบไปด้วยน้ำแข็ง โดยจุดเด่นของมันคือ ด้วยความที่คุณสมบัติของมันเป็นน้ำแข็ง ทำให้บ้านเอสกิโมนั้นสามารถเก็บกักความร้อนได้ดีเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้ทำให้บริเวณภายในของบ้านนั้น มีอุณหภูมิที่อุ่นกว่าภายนอกมากถึง 4-15 องศาเซลเซียสกันเลยทีเดียว และด้วยอานิสงค์จากการสร้างอิกลูของชาวเอสกิโม โรงแรมทั่วโลกต่างได้นำแนวคิดนั้นเองมาปรับใช้ พร้อมกับทำให้การอาศัยอยู่กับน้ำแข็งนั้น เป็นเรื่องที่สุดแสนสบายสำหรับคนปกติทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาการบนจานน้ำแข็ง การนอนแผ่ราบไปกับเตียงน้ำแข็งที่ตกแต่งไปด้วยขนสัตว์ ที่ทำให้รู้สึกราวกับอยู่ในพระราชวัง พร้อมกับดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดหรู่ หรือแม้กระทั่งชื่นชมการละลายของแผ่นน้ำแข็ง และแสงอโรร่าสุดสวยงาม สำหรับใครที่อยากดื่มด่ำกับบรรยากาศหน้าหนาวของแท้ วันนี้ทางเนชั่ลแนล จีโอกราฟฟิก ได้รวบรวม โรงแรมน้ำแข็ง สไตล์อิกลู 9 แห่งมาไว้ในบทความนี้แล้ว Borealis Basecamp, Alaska ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของอลาสกานั้น จะมาเที่ยวกันในช่วงของฤดูร้อนกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยความที่ทางโรงแรม Borealis Basecamp ตั้งอยู่บน 25 ไมล์ในทางเหนือของ Fairbanks และบริเวณรอบยังมีต้นสปรูซและต้นเบิร์ชปกคลุมไว้ ทำให้มีความเหมาะกับการไปพักผ่อน สัมผัสอากาศหนาวเป็นอย่างยิ่ง ด้วยโดมขนาดความยาว […]

5 สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

ในวันที่อากาศดี และรู้สึกว่าร่างกายต้องการความสดชื่นจากไอทะเล อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร อีกหนึ่งสถานที่น่าสนใจและกิจกรรมให้เลือกสรร หากอยากพักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติ หนีความวุ่นวายจากเมืองกรุง ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มีสถานที่ท่องเที่ยวมาแนะนำ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร  แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่โดดเด่นมากอีกแห่งหนึ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหากิจกรรมน่าสนใจในหลายๆ รูปแบบ โดยคุณสามารถเลือกทำได้ตามใจ โดยใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 6 – 7 ชั่วโมง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ในปี พ.ศ.2542 มีพื้นที่ครอบคลุม 5 อำเภอ ที่นี่ไม่เพียงแต่เหมาะแก่การดำน้ำตื้นชมปะการังเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยคุณสามารถเลือกทำกิจกรรมได้หลากหลาย ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับท่องเที่ยวคือ ช่วงต้นปีและสิ้นปี อุทยานฯ หมู่เกาะชุมพรจะได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ แต่ช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม-กลางเดือนตุลาคม ทำให้มีฝนตกหนักและคลื่นพายุรุนแรง จึงไม่ควรมาในช่วงนี้ กิจกรรมที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ดำน้ำชมปะการัง สำหรับคนรักการดำน้ำ คงต้องหาโอกาสมาอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรสักครั้ง เพราะมีเกาะแก่งมากถึง 40 เกาะ ซึ่งมีทั้งแหล่งดำน้ำตื้นและน้ำลึก ปลาหลากหลายชนิดแหวกว่ายตามแนวปะการัง นอกจากนี้ยังพบหอยเบี้ยเสือดาว โลมา ฉลามวาฬ กระเบนราหู อาจพูดได้ว่าถ้าอยากดูฉลามวาฬต้องมาดำน้ำที่ชุมพร สำหรับนักดำน้ำที่ชอบความท้าทาย เกาะง่ามน้อย เกาะง่ามใหญ่ มีโพรงถ้ำใต้ทะเล ความยาวมากกว่า […]