แคมปิ้งชุมชน ทางเลือกใหม่สำหรับผู้รักกิจกรรมกลางแจ้ง

แคมปิ้งวิถีใหม่ กับการ แคมปิ้งในชุมชน

สัมผัสวิถีชีวิต และการท่องเที่ยวชุมชน ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่กำลังได้รับความนิยมอย่าง การกางเต็นท์ บนพื้นที่ของชุมชน ที่พัฒนามาเพื่อรองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ ที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยด้านสุขภาพมากขึ้น

สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก การเดินทางของนักท่องเที่ยวหยุดชะงักงันโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ

รวมถึงการท่องเที่ยวภายในประเทศชะลอตัว และที่สำคัญ ส่งผลให้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต้องปรับตามสถานการณ์ คือนิยมการท่องเที่ยวด้วยตนเอง ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเป็นอันดับแรก การท่องเที่ยวในสถานที่ทางธรรมชาติ ไม่นิยมพักรวมกับผู้อื่น และมีค่าใช้จ่ายไม่สูง
แคมปิ้งชุมชน

แคมปิ้งชุมชน

ทิศทางการท่องเที่ยวจึงหันเหไปสู่การทำกิจกรรมกลางแจ้ง และการท่องเที่ยวในรูปแบบกางเต็นท์ค้างคืน แคมปิ้ง ก็กลับมาได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยอีกครั้ง

ชุมชนท่องเที่ยว โฮมสเตย์ จึงมีความตื่นตัวและต้องการปรับตัวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวแคมปิ้ง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างกรมการท่องเที่ยว เป็นหน่วยงานหลักเรื่องการพัฒนาสินค้าและบริการ รวมถึงกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการกลุ่มชุมชนท่องเที่ยว โฮมสเตย์ ให้มีมาตรฐานพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่สนใจกิจกรรมแคมปิ้ง โดยการนำเสนอหลักเกณฑ์ 4 ด้าน ได้แก่

1. ด้านลักษณะพื้นที่ให้เหมาะสมกับการตั้งค่ายพักแรม
2. ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว
3. ด้านการบริหารจัดการเพื่อความปลอดภัย สุขอนามัย สิ่งแวดล้อม
4. ด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน

เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวว่าชุมชนท่องเที่ยวมีความสามารถในการรองรับชาวแคมปิ้งได้อย่างเหมาะสมและน่าประทับใจ
แคมปิ้งชุมชน

ในส่วนของการตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวในเรื่องการจัดกิจกรรมแคมปิ้ง กรมการท่องเที่ยวจึงสร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยขึ้นมา และจัดอบรมเกณฑ์คุณภาพให้แก่ชุมชนท่องเที่ยว โฮมสเตย์ ที่สนใจพัฒนาพื้นที่ในชุมชนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการกางเต็นท์

โดยมีชุมชนที่สนใจตอบรับเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก และกรมการท่องเที่ยว ได้ร่วมกันคัดเลือกชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย กับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านแคมปิ้ง และโลเคิล อไลค์ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านชุมชน เพื่อสร้างกิจกรรมแคมปิ้งในชุมชน เพื่อเป็นแนวทางให้กับชุมชนอื่นๆ ได้ศึกษาเรียนรู้

แคมปิ้งชุมชน

เสน่ห์อย่างหนึ่งของกิจกรรมแคมปิ้งในชุมชน นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับบรรยากาศการแคมปิ้งแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้สัมผัมกับการท่องเที่ยวชุมชน และกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงได้สัมผัสวิถีชีวิตที่เป็นความโดดเด่นของชุมชนนั้นๆ

ในกระบวนการปรับปรุงพื้นที่สำหรับกิจกรรมแคมปิ้ง ทางชุมชนได้ปรับตัวให้เหมาะสมกับความต้องการของนักท่องเที่ยว และได้ประยุกต์ใช้วัตุดิบในท้องถิ่นอย่างเหมาะสม ทั้งเรื่องภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และวัฒนธรรมของตน
แคมปิ้งชุมชน

ในช่วงที่ผ่านมา กรมการท่องเที่ยว ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมชมและให้คำแนะนำเรื่องการจัดการท่องเที่ยวแคมปิ้งแก่ชุมชนต้นแบบ 6 ชุมชน ได้แก่

1. กลุ่มการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านปง-ห้วยลาน จังหวัดเชียงใหม่
2. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนไตลื้อเมืองลวงเหนือ จังหวัดเชียงใหม่
3. วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว จังหวัดตราด
4. บ้านสวนหยาดฟ้าโฮมสเตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
5. ท่องเที่ยวชุมชนบ้านเดื่อ จังหวัดหนองคาย
6. บ้านถ้ำเสือโฮมสเตย์ จังหวัดเพชรบุรี

ตลอดการดำเนินการกรมการท่องเที่ยวได้ลงพื้นที่พร้อมกับคุณจตุพรชัย ฟังปัญญาโรจน์ หรือ “ลุงแฉ” กูรูด้านแคมปิ้งที่มีประสบการณ์แบกเป้กางเต้นท์พักแรมทั่วประเทศมากกว่า 20 ปี ร่วมเดินไปยัง 6 ชุมชนต้นแบบเพื่อให้คำแนะนำแก่ชุมชนท่องเที่ยวเชิงลึก เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว ว่ากิจกรรมแคมปิ้งในชุมชนท่องเที่ยวสามารถตอบโจทย์ความต้องการของชาวแคมป์ได้อย่างแน่นอน
แคมปิ้งชุมชน

แคมปิ้งชุมชน

โดยตลอดการเดินทางให้คำแนะนำชุมชนนั้น พบว่า ชุมชนมีเสน่ห์มากมายที่แตกต่างกันไปให้ชาวแคมป์เข้าไปค้นหา ทั้งการกางเต็นท์ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำชมฉากพระอาทิตย์ขึ้นและตกพร้อมทั้งเรียนรู้วิถีชีวิตและอาหารล้านนาแท้ๆ ที่บ้านปงห้วยลาน

ในเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวสามารถเลือกไปกางเต็นท์ในบรรยากาศบ้านทุ่งพร้อมสัมผัสวิถีชีวิตและอาหารไตลื้อแสนอร่อยที่บ้านลวงเหนือ จังหวัดเชียงใหม่

แคมปิ้งชุมชน

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่กางเต็นท์ ที่นักท่องเที่ยวจะได้ชิมผลไม้ตามฤดูกาลและสัมผัสวิถีชีวิต ๓ วัฒนธรรมที่บ้านน้ำเชี่ยว จังหวัดตราด

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำ ที่บ้านเดื่อ จังหวัดหนองคาย ได้จัดลานกางเต็นท์ริมแม่น้ำโขง พร้อมกิจกรรม SUP Board บนแม่น้ำโขง ที่จะสร้างความสนุกสนานได้อย่างแน่นอน

แคมปิ้งชุมชน

สำหรับ นักท่องเที่ยวชาวกรุงที่ไม่อยากเดินทางไกล ลานกางเต็นท์ ที่บ้านถ้ำเสือโฮมสเตย์ จังหวัดเพชรบุรี ก็พร้อมรองรับนักท่องเที่ยว ที่อยากสัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำเพชรบุรี และเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมที่ทางชุมชนจัดเตรียมไว้ให้

ในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง บรรยากาศในปีนี้คงต้องเปลี่ยนไปในแบบวิถีใหม่ และการท่องเที่ยวก็คงเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดเทศกาล
แคมปิ้งชุมชน

การแคมปิ้งที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็เป็นแนวโน้มของรูปแบบการท่องเที่ยวที่อาจเกิดขึ้น ลองเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการแคมปิ้งในชุมชน แล้วเราจะพบความแตกต่างจากการแคมปิ้งที่ผ่านๆ มา

ขอขอบคุณ กรมการท่องเที่ยว ที่สนับสนุนการเดินทางในครั้งนี้

เรื่องและภาพ โลเคิล อไลค์


อ่านเพิ่มเติม บ้านคลองตาอิน : เมื่อคนและช้างอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล

เรื่องแนะนำ

การท่องเที่ยวช่วยให้เราเข้าใจวัฒนธรรมและผู้อื่นได้มากขึ้นจริงหรือ

ในขณะที่นักวิจัยกล่าวว่าการท่องเที่ยวส่งผลต่อวิถีประสาท (neural pathways) ของสมอง แต่การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างแท้จริง (จากการท่องเที่ยว) ยังคงเป็นสิ่งที่ยากจะอธิบาย ความเห็นอกเห็นใจ (empathy) โดยปกติมักถูกนิยามว่าเป็น “การเอาใจเขามาใส่ใจเรา” หรือ “การรู้สึกถึงสภาวะอารมณ์ของผู้อื่น” มันเป็นเครื่องมือทางสังคมที่สำคัญที่สามรถสร้างสะพานทางสังคมโดยการส่งเสริมการแบ่งปันประสบการณ์จนก่อให้เกิดพฤติกรรมความเห็นอกเห็นใจได้ในที่สุด ทว่า คนเราสามารถเรียนรู้ความเห็นอกเห็นใจได้หรือไม่ และการท่องเที่ยวสามารถมีส่วนช่วยการเรียนรู้นี้ได้หรือไม่ คำตอบนั้นซับซ้อน “การวิจัยแสดงให้เห็นว่าความเห็นอกเห็นใจไม่ได้มีมาตั้งแต่กำเนิด แต่สามารถสอนกันได้” นักจิตบำบัด F. Diane Barth ได้เขียนไว้ในวารสาร Psychology Today หลายงานวิจัยในอดีตบ่งชี้ว่าความเห็นอกเห็นใจเป็นคุณลักษณะที่ไม่สามารถสอนกันได้ แต่งานวิจัยเมื่อปี 2017 ได้แนะว่า “ความสามารถทางประสาทวิทยา” ที่เกี่ยวกับความเห็นอกเห็นใจนั้นเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่สามารถสอนกันได้ภายใต้สถานการณ์อันเหมาะสม ไม่ว่าการได้เห็นโลกจะสามารถเปิดใจนักท่องเที่ยว จนทำให้นักท่องเที่ยวมีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้นได้จริงหรือไม่ สิ่งนี้ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ในปี 2018 Harris Poll ได้ทำการสำรวจนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (business travelers) ราว 1,300 คน ร้อยละ 87 กล่าวว่า การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจช่วยให้พวกเขามีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่นมากขึ้น และในการศึกษาเมื่อปี 2010 Adam Galinsky […]

เที่ยวสกลนคร ดินแดนแห่งธรรมมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม

พาเที่ยวจังหวัดสกลนคร เมืองรองแห่งภาคอีสานที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่น่าสนใจไม่แพ้จังหวัดใหญ่ ในบรรดา 20 จังหวัดของภาคอีสาน มีเพียงไม่กี่จังหวัดเท่านั้นที่มีชื่อเสียงในฐานะปลายทางของนักเที่ยว มีหลายจังหวัดที่ถูกจัดลำดับความสำคัญว่าเป็น เมืองรอง คือจังหวัดที่เป็นเพียงแค่ทางผ่านไปสู่จังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากกว่า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเมืองรองเหล่านี้ไม่มีเรื่องราวหรือกิจกรรมให้เราได้เปิดประสบการณ์ด้วยตัวเอง สกลนครเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในแถบภาคอีสานตอนบน ถูกขนาบข้างด้วยจังหวัดที่เป็นเมืองหลัก ไม่ว่าจะเป็นอุดรธานี หนองคาย นครพนม ซึ่งดูมีจำนวนผู้ไปเยือนมากกว่า หรือแค่มาเยี่ยมชมความตื่นตาตื่นใจของหนองหาร ทะเลสาบน้ำจืด อันเป็นพื้นที่มีชื่อเสียง แล้วก็จากไป ถึงแม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่ความจริงแล้ว สกลนครมีสิ่งที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวผู้ที่กำลังมองหาการเดินทางที่ให้ประสบการณ์ใหม่ ซึ่งผมได้รับคำเชิญจากสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนคร ให้ออกไปสัมผัสเสน่ห์ของสกลนครด้วยตัวเอง ดินแดนแห่งธรรมมะ “สกลนครเป็นเมือง 3 ธรรม คือธรรมมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม” คุณชนม์บันลือ วรรธนพันธุ์ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนคร กล่าวประโยคนี้กับผมและคณะสื่อมวลชนที่ได้รับเชิญมาให้ถ่ายทอดเรื่องราวของสกลนครที่ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อันเป็นสถานที่แห่งแรกซึ่งผมได้มาเยือน วัดแห่งนี้ได้ประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสน วัดคู่บ้านคู่เมืองประจำจังหวัดสกลนคร ที่ผู้มาเยือนต้องแวะมาสักการะเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเดินทางไปยังที่ต่างๆ บรรยากาศโดยรอบมีคนพื้นถิ่นที่แวะเวียนเข้ามาทำบุญ พึ่งพาความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อฯ เพื่อเสริมดวงให้ชีวิตราบรื่น เส้นทางสายธรรมมะแห่งต่อไปของสกลนครคือ วัดป่าสุธาวาส แม้จะชื่อว่าเป็นวัดป่าแต่ก็ตั้งอยู่ในเมือง จึงเดินทางมาได้อย่างสะดวก วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงขึ้นมาจากการเป็นที่ละสังขารของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระเกจิอาจารย์ระดับตำนานของเมืองไทย […]

เกาะบอร์เนียว : ท่องแดน ถ้ำหลวง อลังการ

เกาะบอร์เนียว : ท่องแดน ถ้ำหลวง อลังการ ในช่วงสายอันร้อนอบอ้าววันหนึ่งของเดือนเมษายน แฟรงก์และคุกกี สองนักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษร่างผอมบาง หย่อนตัวลงไปในปล่องชื้นๆ ลื่นๆ ที่อยู่ลึกลงไปใต้ป่าดิบชื้นบน เกาะบอร์เนียว ระหว่างไต่ผ่านกองมูลนกเก่าแก่ และดันตัวผ่านหมู่เสาหินสีครีมนวลตาคล้ายกระดูกเก่าๆ นักสำรวจถ้ำทั้งสองหวังจะเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ พวกเขาเคยคืบคลานเข้าไปในถ้ำเคฟออฟเดอะวินด์ส (Cave of the Winds) ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในระบบถ้ำเคลียร์วอเตอร์ (Clearwater) อันเป็นจุดที่พวกเขาจะค้นหาเส้นทางเดินไปยังถ้ำเรเซอร์ (Racer Cave) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบถ้ำเรเซอร์-อีสเตอร์ ถ้าหาเส้นทางเชื่อมระหว่างสองถ้ำนั้นพบ ทั้งคู่จะสร้างสิ่งที่เรียกว่า “ซูเปอร์ซิสเต็ม” หรืออภิระบบของเขาวงกตใต้ดินที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ขณะทั้งสองลอดผ่านทางแคบๆ เจาะและยิงหมุดเข้าไปในหินลื่นๆเพื่อขึงเชือกปีนเขา โอกาสในการประสบความสำเร็จของพวกเขาเรียกได้ว่าดูดีทีเดียว พวกเขารู้อยู่แล้วว่า ระบบถ้ำเคลียร์วอเตอร์มีความยาว 226 กิโลเมตร และถ้ำหลวงบางแห่งมีแม่น้ำเชี่ยวกรากอยู่ข้างใน ขณะที่ระบบถ้ำเรเซอร์-อีสเตอร์มีคูหาถ้ำขนาดใหญ่หลายแห่งชนิดที่ว่า ถ้านำเครื่องบินโดยสารไอพ่นเข้าไปจอดแล้วยังมีพื้นที่เหลืออีกมาก พูดอีกนัยหนึ่งคือชั้นหินปูนที่ทอดตัวอยู่ใต้ภูมิภาคแถบนี้ ลึกลงไปใต้อุทยานแห่งชาติกุหนุงมูลูบนเกาะบอร์เนียวของมาเลเซีย คือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหลุมใหญ่ที่สุด อุโมงค์กว้างที่สุด และถ้ำหลวงขนาดมหึมาตระการตาที่สุดของโลกนั่นเอง ณ อีกจุดหนึ่งในโลกใต้พิภพ ลึกลงไปภายในถ้ำเรเซอร์ ทีมนักสำรวจอีกทีมกำลังคืบคลานอยู่ข้างในพร้อมค้อนและสว่านไฟฟ้า ไม่นานทั้งสองทีมจะเริ่มทุบและเจาะผนังถ้ำ คอยฟังเสียงจากอีกทีม และหวังว่าเสียงนั้นจะนำพาพวกเขา ไปพบจุดเชื่อมต่อ และสร้างสถิติโลกใหม่ขึ้นมาได้ ถัดขึ้นมาไม่ไกลจากพวกเขานัก […]

ท่าช้าง … กับเรื่องราวความสำคัญในอดีต

เหตุเกิดที่… ท่าช้าง พระราชศรัทธาหน้าพระลาน อาคารศิลปะนีโอคลาสสิก หลังคาทรงปั้นหยา งามสง่า ณ ท่าน้ำริมฝั่งเจ้าพระยา ไม่ไกลจากพระบรมมหาราชวัง ที่ชาวบ้านเรียกขานว่า “ท่าช้าง – วังหลวง” ด้วยเคยเป็นท่าที่บรรดาคชบาล หรือคนเลี้ยงช้างทรงในวังหลวง นำช้างมาอาบน้ำ ทว่า ท่าช้างยังเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์สำคัญที่กล่าวได้ว่าเกิดขึ้นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ใน พ.ศ. 2351 หรือเมื่อ 131 ปีล่วงมาแล้ว คือพระราชพิธีอัญเชิญ “พระศรีศากยมุนี” พระพุทธรูปจากสุโขทัยล่องแพมาขึ้นฝั่งที่ท่าช้าง แล้วจัดขบวนอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดสุทัศนเทพวราราม โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ล้นเกล้ารัชกาลที่ 1 แห่งบรมราชจักรีวงศ์ ทรงพระดำเนินตามขบวนแห่โดยไม่ทรงฉลองพระบาท แม้ในเวลานั้นจะทรงมีพระชนมายุ 72 ชันษาแล้วก็ตาม พระศรีศากยมุนี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย หล่อด้วยโลหะลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง 3 วา 1 คืบ สูง 4 วา ถือเป็นพระพุทธรูปใหญ่กว่าพระพุทธรูปหล่อองค์ใด ๆ ในสยามประเทศ เดิมเป็นพระประธานอยู่ในพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัย สันนิฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวกับที่ปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ […]