พลังงานของประชาชน - National Geographic Thailand

พลังงานของประชาชน

เรื่อง ไมเคิล เอดิสัน เฮย์เดน
ภาพถ่าย รูเบน ซัลกาโด เอสกูเดโร

ประศานต์ มัณฑ์ล กดปุ่มเปิดโคมไฟแอลอีดีขนาดเท่าห่อขนมในกระท่อมที่เขาอยู่กับภรรยาและลูกสี่คน ทันใดนั้นแสงเรื่อเรืองสีเหลืองสดและสีฟ้าน้ำทะเลที่สะท้อนออกมาจากแผ่นผ้าใบมุงหลังคาและฝาผนังของครอบครัวก็อาบพื้นที่แคบๆที่พวกเขาใช้ซุกหัวนอน  มัณฑ์ลวัย 42 ปีชี้นิ้วไปตามสมบัติซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นภายในบ้าน  เขาปิดชุดผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ให้แสงสว่าง  ถอดปลั๊กออกทีละชิ้น  และหอบไปยังเต็นท์ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 18 เมตร ที่นั่นเขาเป็นคนขายชา หรือไจวัลลาห์ ให้คนที่เดินผ่านไปมาบนถนนอันเงียบเหงาของเมืองมโธตันทะ  เมืองที่แวดล้อมไปด้วย ผืนป่าใกล้พรมแดนด้านเหนือของอินเดีย

“ชีวิตผมมันเศร้าครับ แต่ผมตั้งใจจะอยู่รอดให้ได้” มัณฑ์ลบอก “และแสงจากพลังงานแสงอาทิตย์นี่แหละที่ช่วยให้ผมเปิดร้านตอนกลางคืนได้”

ที่เตาเผาอิฐแห่งหนึ่งในรัฐอุตตรประเทศ รัฐชนบทของอินเดีย คนงานใช้โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ให้แสงสว่างตามทางเดิน ประเทศกำลังพัฒนาพยายามอย่างยิ่งในการทำให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ ปัจจุบันมีผู้คนราว 1,100 ล้านคนทั่วโลกที่ไม่มีไฟฟ้าใช้

มัณฑ์ลผู้สร้างบ้านอย่างผิดกฎหมายบนที่ดินสาธารณะ เป็นเพียงฟันเฟืองตัวเล็กๆของเครื่องจักรทางเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว  เป็นเครื่องจักรที่มีหลายร้อยบริษัททำงานเชิงรุกเต็มที่ในการขายเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็กให้ลูกค้าที่อยู่นอกโครงข่ายไฟฟ้าในประเทศกำลังพัฒนา ประมาณการว่ามีผู้คนราว 1,100 ล้านคนในโลกที่อยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้ และเกือบหนึ่งในสี่อยู่ในประเทศอินเดียที่ซึ่งคนอย่างมัณฑ์ลถูกบีบให้ต้องพึ่งพาน้ำมันก๊าดและแบตเตอรี่ลูกใหญ่เทอะทะที่มีน้ำกรดรั่วซึมออกมา

ชุดผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของมัณฑ์ลที่ให้พลังงานแก่โคมไฟแอลอีดีสองดวงและพัดลมหนึ่งเครื่องนี้ได้พลังงานจากแผงเซลล์สุริยะขนาด 40 วัตต์  การทำงานเริ่มจากดวงอาทิตย์สาดแสงลงมายังแผง และชาร์จพลังงานเข้าเครื่องชาร์จประจุขนาดเล็กสีส้มครั้งละราวสิบชั่วโมง  มัณฑ์ลเช่าชุดผลิตไฟฟ้านี้จากซิมปาเน็ตเวิร์กส์ (Simpa Networks) ซึ่งเสนอขายแผนสมาชิกที่ออกแบบให้เหมาะกับงบของลูกค้าผู้มีรายได้น้อย ถึงกระนั้น เงินราวๆ 35 เซ็นต์ต่อวันก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตสำหรับมัณฑ์ลผู้หาเลี้ยงครอบครัวด้วยเงินไม่ถึงสองดอลลาร์สหรัฐต่อวัน

อิบรอฮิม คาลุงจี กับกอดฟรีย์ อึมเทซา วัย 20 ปี ทำงานกลางคืนในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ที่เมืองอึนเบดา ประเทศยูกันดา ช่างเครื่องทั้งสองคนยกเครดิตให้โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ที่ช่วยให้พวกเขาทำงานได้นานขึ้นและหาเงินได้มากขึ้น

แต่ถึงอย่างนั้น มัณฑ์ลกลับบอกว่า การจ่ายเงินร้อยละ 20 ของรายได้เพื่อแลกกับบริการของซิมปาก็ยังดีกว่าการใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ท่ามกลางความมืด  เขาบอกว่า “ผมใช้เงินมากขนาดนี้ในการชาร์จไฟแบตเตอรี่มาก่อนหน้านี้แล้วครับ และต้องเดินไปกลับราวหนึ่งกิโลเมตรเพื่อไปชาร์จไฟ บางทีน้ำกรดในแบตเตอรี่ก็กระเซ็นมาโดนผิวจนไหม้ ครั้งหนึ่งถึงกับกัดทะลุเนื้อผ้ากางเกงของผมลงไป ทั้งหมดนี้ก็เพื่อไฟฟ้าละครับ”

การดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งไฟฟ้าของมัณฑ์ลเป็นเรื่องราวที่พบเห็นได้ตามหมู่บ้านต่างๆในประเทศอย่างอินเดีย เมียนมาร์ (พม่า) และในทวีปแอฟริกาที่ซึ่งบริษัทเอกชนขายชุดผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และแผงเซลล์สุริยะ ตลอดจนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หรือหรือโซลาร์ฟาร์ม (solar farm) องค์การพลังงานระหว่างประเทศหรือไออีเอ (International Energy Agency: IEA) ประมาณการว่า  ผู้คนราว 621 ล้านคนในภูมิภาคซับสะฮาราของแอฟริกาไม่มีไฟฟ้าใช้  ขณะที่ในอินเดีย  ข้อมูลสำมะโนประชากรเมื่อปี 2011 ระบุว่า  การมีสายส่งไม่เพียงพอทำให้ประชากรเพียงร้อยละ 37  จากจำนวนเกือบ 200 ล้านคนในรัฐอุตตรประเทศซึ่งเป็นบ้านเกิดของมัณฑ์ล มีไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานหลักในการให้แสงสว่าง บริษัทซิมปาคาดการณ์ว่า ราว 20 ล้านครัวเรือนที่นั่นต้องอาศัยน้ำมันก๊าดเป็นส่วนใหญ่โดยรัฐบาลให้เงินอุดหนุน ตามเมืองกสิกรรมขนาดเล็กต่างๆ ชาวบ้านชาร์จโทรศัพท์มือถือจากแบตเตอรี่รถแทรกเตอร์ ฤดูร้อนแต่ละคราวซึ่งอุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 46 องศาเซลเซียส จะมีคนหลายร้อยคนคนเสียชีวิตจากโรคลมแดด (heatstroke) ขณะที่เขม่าดำจากการเผาน้ำมันก๊าดก็กัดกินทำลายปอด

โสนี สุเรศ วัย 20 และสุเรศ กัศยัป วัย 22 ปี ถือโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ในงานฉลองมงคลสมรสที่รัฐอุตตรประเทศ ที่ซึ่งผู้คน 20 ล้านครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้

ในตลาดตามชนบทของอินเดีย  พ่อค้าทำเงินจากแสงอาทิตย์กันมานานหลายปีแล้ว ก่อนหน้าที่บริษัทอย่างซิมปาจะเริ่มเสนอให้บริการลูกค้าอย่างมัณฑ์ล บรรดาพ่อค้าโฆษณาชุดผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ราคาถูกด้วยการนั่ง เปิดพัดลมเย็นสบายอยู่ที่แผงขนาดพอๆกับตู้เสื้อผ้า ชุดอุปกรณ์เหล่านี้มีราคาสามถึงสี่ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพียงเศษเสี้ยว ของราคาที่มัณฑ์ลจ่ายให้ซิมปาทุกเดือน

จูเลียน มาร์แชล  อาจารย์ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า อุตสาหกรรมบริการด้านพลังงานแสงอาทิตย์มีศักยภาพในการเติบโตสูงมาก และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศกำลังพัฒนา มาร์แชลเฝ้าติดตามมลภาวะทางอากาศในบ้านของลูกค้าทั้งที่อยู่ภายในโครงข่ายและนอกโครงข่ายไฟฟ้า เขายังทำวิจัยเกี่ยวกับอันตรายที่เกิดจากน้ำมันก๊าดและแหล่งพลังงานสกปรกอื่นๆ มาร์แชลชื่นชมบริษัทพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีอยู่ราวหกบริษัทรวมทั้งซิมปาที่นำนวัตกรรมทางการค้ามาใช้ในชนบทของอินเดีย เขาบอกว่า “เหตุผลหลักที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อบริการด้านพลังงานแสงอาทิตย์มาจากเรื่องการเงินส่วนบุคคลก็จริง แต่สิ่งที่ได้มาด้วยคือประโยชน์ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมสำหรับชุมชนครับ”

ไฟฟ้าเป็นความหรูหราที่หาได้ยากในยูกันดา เมื่อสองปีที่แล้ว เดนิส โอกิรอร์ วัย 30 ปี เริ่มใช้แสงสว่างจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ร้านตัดผมของเขาในเมืองคายุงกา เขาบอกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบมากันตอนเย็นมากกว่า

กลับมาที่มโธตันทะ  ภายในเต็นท์ขายชา มัณฑ์ลประกอบชุดผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ของเขา และนำโคมไฟมาแขวนไว้ บริเวณนั้นว่างเปล่าท่ามกลางความร้อนระอุยามบ่าย ขณะที่เขาคนชาในหม้อโลหะบนเตาฟืน เมื่อพระอาทิตย์ตกดินและอากาศเย็นลงก็น่าจะมีลูกค้าผ่านมาบ้าง

มัณฑ์ลหวังว่า เขาจะเช่าชุดผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เครื่องที่สองได้ เพื่อที่ลูกๆจะได้มีที่ที่เงียบกว่านี้สำหรับนั่งทำการบ้าน แต่ขณะนี้สิ่งสำคัญลำดับแรกสุดคือ ทำให้ธุรกิจของเขาเติบโตซึ่งเป็นเป้าหมายที่มัณฑ์ลเชื่อว่าพลังงานแสงอาทิตย์จะทำให้เป็นจริงได้

“พอลูกค้าเห็นแสงไฟก็จะมาที่ร้านกันครับ” เขาบอก

เรื่องแนะนำ

โลกหลงใหลของนักสะสม

เรื่อง ยศธร ไตรยศ ภาพถ่ายชลิต สภาภักดิ์ หลงใหลความสุข         ผมและเพื่อนช่างภาพมีนัดกันที่คาเฟ่เล็กๆ แห่งหนึ่งย่านเกษตร-วังหิน ครั้งแรกที่เดินเข้าไปในร้านผมบอกกับเพื่อนช่างภาพว่า “ที่นี่น่าถ่ายรูปจริงๆ” เพราะมีตุ๊กตาหมีมากมายจัดวางตกแต่งอย่างลงตัวจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้สิ่งแปลกปลอมอย่างอื่นแทรกเข้าไป แทบจะเรียกได้ว่าที่นี่คืออาณาจักรตุ๊กตาหมี ธนาภรณ์ ประดับพลอย เจ้าของร้าน Retro Bear Cafe เล่าให้เราฟังถึงที่มาของร้านว่า “เริ่มจากการเป็นคนที่ชอบตุ๊กตาหมีมาก ก็เลยเก็บสะสมมาเรื่อยๆ จนรู้ตัวอีกทีบ้านก็กลายเป็นที่อยู่ของหมีไปแล้ว”  แววตาของเธอฉายแววความรัก “จนถึงจุดหนึ่งเราคิดว่าน่าจะลองเอามาทำอะไรสักอย่างดู เพราะตอนที่อยู่ที่บ้าน เพื่อนๆ ญาติๆ ที่มาเห็นก็จะพูดเหมือนๆ กันว่า‘เยอะจนออกทีวีได้เลยนะ’ แล้วเราเองก็สนใจอยากมีร้านเล็กๆ ของตัวเองอยู่แล้ว เลยตัดสินใจเอาตุ๊กตาที่เก็บมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ มาเป็นของตกแต่ง” กระนั้นความสุขอีกอย่างหนึ่งซึ่งเธอคาดไม่ถึง คือที่นี่ค่อยๆกลายเป็นแหล่งรวมของคนที่มีใจรักตุ๊กตาหมีเช่นเดียวกับเธอ “เป็นความสุขอย่างหนึ่ง เมื่อที่นี่เป็นเหมือนสถานที่สำหรับพบปะพูดคุยของคนคอเดียวกัน คือคนรักตุ๊กตาหมี”   หลงใหลธรรมชาติ สมชาย ปาทาน เป็นนักสะสมหัวกะโหลกและเขาควาย เขาเติบโตมาในครอบครัวมุสลิมที่ทำโรงฆ่าสัตว์ ตั้งแต่เด็กจนโตสมชายเห็นหัววัวและควายมานับแสนหัว เพราะต้องไปตลาดค้าวัวควายกับพ่อ เมื่ออายุมากขึ้นก็เริ่มเก็บสะสมหัววัวและควายที่พ่อมอบให้ จนทุกวันนี้หัวกระโหลกวัวและควายกว่า 800 หัวตั้งเรียงรายในโกดังจนเต็ม“อยู่กับมันมาตลอด จนกลายเป็นความชอบ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตครับ”เขาบอกนอกจากสะสมแล้ว สมชายยังจำหน่ายหัวกระโหลกเหล่านี้สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปประดับบ้านอีกด้วย แนวคิดในการสะสมของสมชายเน้นที่ลักษณะเขาที่ต้องแปลก เช่นความยาวหรือความคด […]

กรีซ เทพเจ้า และดินแดนปรโลก

เรื่อง แคโรไลน์ อเล็กซานเดอร์ ภาพถ่าย วินเซนต์ เจ. มูซี และเดวิด โคเวนทรี โลกของชาวกรีกโบราณเต็มไปด้วยทวยเทพ  นำโดยเทพองค์สำคัญๆแห่งเขาโอลิมปัส ได้แก่ ซูส เฮรา อพอลโล โพไซดอน อธีนา และเทพผู้ยิ่งใหญ่อื่นๆ ในเทพปกรณัมกรีก นอกจากการบูชาปวงเทพแห่งเขาโอลิมปัสแล้ว ยังมีอีกหลายร้อยลัทธิที่บูชาเทพเจ้าและวีรบุรุษในท้องถิ่น ผู้คนอ้อนวอนทวยเทพเหล่านี้ด้วยเหตุผลเดียวกับที่เราอธิษฐานในปัจจุบัน เช่น เรื่องสุขภาพและความปลอดภัย ความเจริญรุ่งเรือง พืชผลอันอุดมสมบูรณ์ และสวัสดิภาพในการเดินเรือ การสวดอ้อนวอนมักกระทำร่วมกันเป็นกลุ่ม มีการถวายเครื่องสักการะและของสังเวยเพื่อให้เป็นที่พอพระทัยของทวยเทพผู้อยู่เหนือการหยั่งรู้ของมนุษย์และเชื่อกันว่ากุมชะตาชีวิตของพวกเขาไว้ แต่ชีวิตหลังความตายเป็นเช่นไรเล่า ชาวกรีกโบราณเชื่อในเทพเฮดีส เจ้าแห่งปรโลก ผู้เป็นพระเชษฐาของซูสและโพไซดอน แต่การมีอยู่ของเทพเฮดีสไม่ชวนให้อุ่นใจแม้แต่น้อย อาณาจักรของเทพเฮดีส (หรือ “โลกที่มองไม่เห็น”) ซึ่งตกอยู่ในความมืดมนอนธการและมีแม่น้ำสติกซ์อันน่าพรั่นพรึงตัดขาดจากโลกมนุษย์นั้น เป็นดั่งที่กวีโฮเมอร์พรรณนาไว้ว่า เป็นดินแดน “น่าสะพรึงกลัวที่ผุพัง” อันเป็นจุดหมายปลายทางทั้งของคนธรรมดาและแม้กระทั่งวีรบุรุษผู้กล้าหลังความตายมาเยือน ในที่สุด ความเห็นอกเห็นใจในสภาวะของมนุษย์ทำให้ชาวกรีกรับเอาศาสนารูปแบบใหม่และลัทธิความเชื่อใหม่ๆเข้ามา ชีวิตหลังความตายไม่ได้ถูกมองว่าเป็นชะตากรรมอันทุกข์ระทมอีกต่อไป แต่เป็นการเสาะแสวงหาส่วนบุคคลมากกว่า ลัทธิลี้ลับที่ปกปิดไม่ให้คนภายนอกรู้เหล่านี้ให้สัญญาว่าจะนำทางสู่ชีวิตหลังความตาย พิธีกรรมอันเร้นลับนั้นแสนเร้าใจและจัดขึ้นราวฉากละครอันอลังการ พิธีบูชาเทพองค์สำคัญบนเกาะซาโมเทรซของกรีซจัดขึ้นในเวลากลางคืน โดยใช้แสงวับวามของคบเพลิงส่องทางให้สมาชิกใหม่ แต่เนื่องจากมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดขนาดมีโทษถึงตาย จึงทำให้พิธีกรรมเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนาลึกลับเรื่อยมา พอถึงศตวรรษที่สี่ก่อนคริสต์ศักราช เกิดลัทธิที่อ้างว่าทำให้คนบริสุทธิ์ได้ด้วยการชำระล้างมลทินของความเป็นมนุษย์ รากฐานของศาสนาใหม่เหล่านี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน […]

มนุษย์ปริศนาหน้าใหม่ (First Human)

เรื่อง  เจมี ชรีฟ ภาพถ่าย โรเบิร์ต คลาร์ก ขุมทรัพย์ฟอสซิลที่พบลึกเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่งของแอฟริกาใต้ ก่อให้เกิดคำถามที่ว่า สิ่งใดกันแน่ที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ ตอนนั้นเป็นวันที่ 13 กันยายน ปี 2013 สตีฟ ทักเกอร์ และริก ฮันเตอร์ นักสำรวจถ้ำสมัครเล่นสองคนเดินเข้าสู่ถ้ำหินโดโลไมต์ชื่อ  “ไรซิงสตาร์” (Rising Star)  ตั้งอยู่ห่างจากเมืองโจฮันเนสเบิร์กไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 50 กิโลเมตร   ถ้ำแห่งนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักสำรวจถ้ำมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เครือข่ายทางเดินและคูหาน้อยใหญ่อันซับซ้อนของมันล้วนได้รับการสำรวจและทำแผนที่ไว้อย่างดี  ทักเกอร์และฮันเตอร์หวังจะพบเส้นทางที่ยังไม่ค่อยมีใครใช้กันนัก แต่พวกเขามีภารกิจอื่นในใจ  ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ยี่สิบ  มีการค้นพบฟอสซิลบรรพบุรุษมนุษย์  ยุคแรกๆในภูมิภาคแถบนี้มากเสียจนได้รับการขนานนามว่า  “ต้นกำเนิดแห่งมนุษยชาติ”  แม้ยุคทองแห่งการล่าฟอสซิลของที่นี่จะผ่านมานานแล้ว  แต่นักสำรวจถ้ำทั้งสองต่างรู้ดีว่า  นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่มหาวิทยาลัยวิตวอเตอส์แรนด์ในโจฮันเนสเบิร์กกำลังมองหากระดูกอยู่ ลึกเข้าไปในถ้ำ  ทักเกอร์และฮันเตอร์ใช้เส้นทางแคบๆชื่อ “ซูเปอร์แมนส์ครอว์ล” ที่ได้ชื่อนี้เพราะคนส่วนใหญ่จะผ่านไปได้ก็ต่อเมื่อแนบแขนข้างหนึ่งไว้กับลำตัวและชูแขนอีกข้างขึ้นเหนือศีรษะเหมือนท่าบินของซูเปอร์แมน  พวกเขาผ่านคูหาใหญ่แห่งหนึ่ง  แล้วปีนผนังหินขรุขระขึ้นไปจนสุด  ด้านบนเป็นโพรงเล็กๆสวยงามมีหินย้อยประดับ ทักเกอร์ค่อยๆลดตัวลงในรอยแยกที่พื้นถ้ำ  เท้าของเขาสัมผัสแง่งหินเล็กๆแง่งหนึ่ง  ก่อนจะเจออีกแง่งใต้แง่งนั้น และจากนั้นก็พบแต่ความว่างเปล่า เขาหย่อนตัวลงไปและพบว่าตัวเองอยู่ในปล่องถ้ำแคบๆแนวดิ่งที่บางช่วงกว้างเพียง 20 เซนติเมตร  เขาตะโกนเรียกฮันเตอร์ให้ตามลงมา  ทั้งคู่จัดว่ามีรูปร่างผอมบางเป็นพิเศษ  พูดง่ายๆคือมีแต่กล้ามเนื้อกับกระดูก  ถ้าตัวใหญ่กว่านี้อีกหน่อย […]

ภาพนี้ต้องขยาย : สูงใหญ่มีชัยไปกว่าครึ่ง

ภาพโดย U.S. FOREST SERVICE/NATIONAL GEOGRAPHIC CREATIVE ในภาพถ่ายเมื่อปี 1924 ภาพนี้   นั่งร้านบนยอดไม้ทำให้คนเฝ้าระวังไฟป่าที่ถือธงอยู่มองเห็นภาพมุมกว้างในป่าสงวนแห่งชาติเมานต์แชสตา รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาปีนขึ้นไปสูงขนาดนั้นได้อย่างไร แชริล โอ๊กส์ จากสมาคมประวัติศาสตร์ป่าไม้ ตั้งข้อสังเกต “ต้นไม้ต้นนี้อยู่ใกล้กับสถานีเพาะชำต้นไม้ และอาจมีโลหะให้ใช้ทำบันไดได้” การตรวจพบไฟป่าแต่เนิ่นๆ มากกว่าการดับไฟ กลายเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ  สำหรับกรมป่าไม้สหรัฐฯ หลังจากเพลิงเผาผลาญพื้นที่ราว 10,000 ตารางกิโลเมตรในรัฐไอดาโฮ  มอนแทนา และวอชิงตัน เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1910 ภัยพิบัติครั้งนั้นยังคงเป็นไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ — มาร์กาเร็ต จี. แซ็กโควิตซ์