พลังงานของประชาชน - National Geographic Thailand

พลังงานของประชาชน

เรื่อง ไมเคิล เอดิสัน เฮย์เดน
ภาพถ่าย รูเบน ซัลกาโด เอสกูเดโร

ประศานต์ มัณฑ์ล กดปุ่มเปิดโคมไฟแอลอีดีขนาดเท่าห่อขนมในกระท่อมที่เขาอยู่กับภรรยาและลูกสี่คน ทันใดนั้นแสงเรื่อเรืองสีเหลืองสดและสีฟ้าน้ำทะเลที่สะท้อนออกมาจากแผ่นผ้าใบมุงหลังคาและฝาผนังของครอบครัวก็อาบพื้นที่แคบๆที่พวกเขาใช้ซุกหัวนอน  มัณฑ์ลวัย 42 ปีชี้นิ้วไปตามสมบัติซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นภายในบ้าน  เขาปิดชุดผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ให้แสงสว่าง  ถอดปลั๊กออกทีละชิ้น  และหอบไปยังเต็นท์ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 18 เมตร ที่นั่นเขาเป็นคนขายชา หรือไจวัลลาห์ ให้คนที่เดินผ่านไปมาบนถนนอันเงียบเหงาของเมืองมโธตันทะ  เมืองที่แวดล้อมไปด้วย ผืนป่าใกล้พรมแดนด้านเหนือของอินเดีย

“ชีวิตผมมันเศร้าครับ แต่ผมตั้งใจจะอยู่รอดให้ได้” มัณฑ์ลบอก “และแสงจากพลังงานแสงอาทิตย์นี่แหละที่ช่วยให้ผมเปิดร้านตอนกลางคืนได้”

ที่เตาเผาอิฐแห่งหนึ่งในรัฐอุตตรประเทศ รัฐชนบทของอินเดีย คนงานใช้โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ให้แสงสว่างตามทางเดิน ประเทศกำลังพัฒนาพยายามอย่างยิ่งในการทำให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ ปัจจุบันมีผู้คนราว 1,100 ล้านคนทั่วโลกที่ไม่มีไฟฟ้าใช้

มัณฑ์ลผู้สร้างบ้านอย่างผิดกฎหมายบนที่ดินสาธารณะ เป็นเพียงฟันเฟืองตัวเล็กๆของเครื่องจักรทางเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว  เป็นเครื่องจักรที่มีหลายร้อยบริษัททำงานเชิงรุกเต็มที่ในการขายเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็กให้ลูกค้าที่อยู่นอกโครงข่ายไฟฟ้าในประเทศกำลังพัฒนา ประมาณการว่ามีผู้คนราว 1,100 ล้านคนในโลกที่อยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้ และเกือบหนึ่งในสี่อยู่ในประเทศอินเดียที่ซึ่งคนอย่างมัณฑ์ลถูกบีบให้ต้องพึ่งพาน้ำมันก๊าดและแบตเตอรี่ลูกใหญ่เทอะทะที่มีน้ำกรดรั่วซึมออกมา

ชุดผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของมัณฑ์ลที่ให้พลังงานแก่โคมไฟแอลอีดีสองดวงและพัดลมหนึ่งเครื่องนี้ได้พลังงานจากแผงเซลล์สุริยะขนาด 40 วัตต์  การทำงานเริ่มจากดวงอาทิตย์สาดแสงลงมายังแผง และชาร์จพลังงานเข้าเครื่องชาร์จประจุขนาดเล็กสีส้มครั้งละราวสิบชั่วโมง  มัณฑ์ลเช่าชุดผลิตไฟฟ้านี้จากซิมปาเน็ตเวิร์กส์ (Simpa Networks) ซึ่งเสนอขายแผนสมาชิกที่ออกแบบให้เหมาะกับงบของลูกค้าผู้มีรายได้น้อย ถึงกระนั้น เงินราวๆ 35 เซ็นต์ต่อวันก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตสำหรับมัณฑ์ลผู้หาเลี้ยงครอบครัวด้วยเงินไม่ถึงสองดอลลาร์สหรัฐต่อวัน

อิบรอฮิม คาลุงจี กับกอดฟรีย์ อึมเทซา วัย 20 ปี ทำงานกลางคืนในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ที่เมืองอึนเบดา ประเทศยูกันดา ช่างเครื่องทั้งสองคนยกเครดิตให้โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ที่ช่วยให้พวกเขาทำงานได้นานขึ้นและหาเงินได้มากขึ้น

แต่ถึงอย่างนั้น มัณฑ์ลกลับบอกว่า การจ่ายเงินร้อยละ 20 ของรายได้เพื่อแลกกับบริการของซิมปาก็ยังดีกว่าการใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ท่ามกลางความมืด  เขาบอกว่า “ผมใช้เงินมากขนาดนี้ในการชาร์จไฟแบตเตอรี่มาก่อนหน้านี้แล้วครับ และต้องเดินไปกลับราวหนึ่งกิโลเมตรเพื่อไปชาร์จไฟ บางทีน้ำกรดในแบตเตอรี่ก็กระเซ็นมาโดนผิวจนไหม้ ครั้งหนึ่งถึงกับกัดทะลุเนื้อผ้ากางเกงของผมลงไป ทั้งหมดนี้ก็เพื่อไฟฟ้าละครับ”

การดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งไฟฟ้าของมัณฑ์ลเป็นเรื่องราวที่พบเห็นได้ตามหมู่บ้านต่างๆในประเทศอย่างอินเดีย เมียนมาร์ (พม่า) และในทวีปแอฟริกาที่ซึ่งบริษัทเอกชนขายชุดผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และแผงเซลล์สุริยะ ตลอดจนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หรือหรือโซลาร์ฟาร์ม (solar farm) องค์การพลังงานระหว่างประเทศหรือไออีเอ (International Energy Agency: IEA) ประมาณการว่า  ผู้คนราว 621 ล้านคนในภูมิภาคซับสะฮาราของแอฟริกาไม่มีไฟฟ้าใช้  ขณะที่ในอินเดีย  ข้อมูลสำมะโนประชากรเมื่อปี 2011 ระบุว่า  การมีสายส่งไม่เพียงพอทำให้ประชากรเพียงร้อยละ 37  จากจำนวนเกือบ 200 ล้านคนในรัฐอุตตรประเทศซึ่งเป็นบ้านเกิดของมัณฑ์ล มีไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานหลักในการให้แสงสว่าง บริษัทซิมปาคาดการณ์ว่า ราว 20 ล้านครัวเรือนที่นั่นต้องอาศัยน้ำมันก๊าดเป็นส่วนใหญ่โดยรัฐบาลให้เงินอุดหนุน ตามเมืองกสิกรรมขนาดเล็กต่างๆ ชาวบ้านชาร์จโทรศัพท์มือถือจากแบตเตอรี่รถแทรกเตอร์ ฤดูร้อนแต่ละคราวซึ่งอุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 46 องศาเซลเซียส จะมีคนหลายร้อยคนคนเสียชีวิตจากโรคลมแดด (heatstroke) ขณะที่เขม่าดำจากการเผาน้ำมันก๊าดก็กัดกินทำลายปอด

โสนี สุเรศ วัย 20 และสุเรศ กัศยัป วัย 22 ปี ถือโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ในงานฉลองมงคลสมรสที่รัฐอุตตรประเทศ ที่ซึ่งผู้คน 20 ล้านครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้

ในตลาดตามชนบทของอินเดีย  พ่อค้าทำเงินจากแสงอาทิตย์กันมานานหลายปีแล้ว ก่อนหน้าที่บริษัทอย่างซิมปาจะเริ่มเสนอให้บริการลูกค้าอย่างมัณฑ์ล บรรดาพ่อค้าโฆษณาชุดผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ราคาถูกด้วยการนั่ง เปิดพัดลมเย็นสบายอยู่ที่แผงขนาดพอๆกับตู้เสื้อผ้า ชุดอุปกรณ์เหล่านี้มีราคาสามถึงสี่ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพียงเศษเสี้ยว ของราคาที่มัณฑ์ลจ่ายให้ซิมปาทุกเดือน

จูเลียน มาร์แชล  อาจารย์ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า อุตสาหกรรมบริการด้านพลังงานแสงอาทิตย์มีศักยภาพในการเติบโตสูงมาก และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศกำลังพัฒนา มาร์แชลเฝ้าติดตามมลภาวะทางอากาศในบ้านของลูกค้าทั้งที่อยู่ภายในโครงข่ายและนอกโครงข่ายไฟฟ้า เขายังทำวิจัยเกี่ยวกับอันตรายที่เกิดจากน้ำมันก๊าดและแหล่งพลังงานสกปรกอื่นๆ มาร์แชลชื่นชมบริษัทพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีอยู่ราวหกบริษัทรวมทั้งซิมปาที่นำนวัตกรรมทางการค้ามาใช้ในชนบทของอินเดีย เขาบอกว่า “เหตุผลหลักที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อบริการด้านพลังงานแสงอาทิตย์มาจากเรื่องการเงินส่วนบุคคลก็จริง แต่สิ่งที่ได้มาด้วยคือประโยชน์ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมสำหรับชุมชนครับ”

ไฟฟ้าเป็นความหรูหราที่หาได้ยากในยูกันดา เมื่อสองปีที่แล้ว เดนิส โอกิรอร์ วัย 30 ปี เริ่มใช้แสงสว่างจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ร้านตัดผมของเขาในเมืองคายุงกา เขาบอกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบมากันตอนเย็นมากกว่า

กลับมาที่มโธตันทะ  ภายในเต็นท์ขายชา มัณฑ์ลประกอบชุดผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ของเขา และนำโคมไฟมาแขวนไว้ บริเวณนั้นว่างเปล่าท่ามกลางความร้อนระอุยามบ่าย ขณะที่เขาคนชาในหม้อโลหะบนเตาฟืน เมื่อพระอาทิตย์ตกดินและอากาศเย็นลงก็น่าจะมีลูกค้าผ่านมาบ้าง

มัณฑ์ลหวังว่า เขาจะเช่าชุดผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เครื่องที่สองได้ เพื่อที่ลูกๆจะได้มีที่ที่เงียบกว่านี้สำหรับนั่งทำการบ้าน แต่ขณะนี้สิ่งสำคัญลำดับแรกสุดคือ ทำให้ธุรกิจของเขาเติบโตซึ่งเป็นเป้าหมายที่มัณฑ์ลเชื่อว่าพลังงานแสงอาทิตย์จะทำให้เป็นจริงได้

“พอลูกค้าเห็นแสงไฟก็จะมาที่ร้านกันครับ” เขาบอก

เรื่องแนะนำ

โลกหลงใหลของนักสะสม

เรื่อง ยศธร ไตรยศ ภาพถ่ายชลิต สภาภักดิ์ หลงใหลความสุข         ผมและเพื่อนช่างภาพมีนัดกันที่คาเฟ่เล็กๆ แห่งหนึ่งย่านเกษตร-วังหิน ครั้งแรกที่เดินเข้าไปในร้านผมบอกกับเพื่อนช่างภาพว่า “ที่นี่น่าถ่ายรูปจริงๆ” เพราะมีตุ๊กตาหมีมากมายจัดวางตกแต่งอย่างลงตัวจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้สิ่งแปลกปลอมอย่างอื่นแทรกเข้าไป แทบจะเรียกได้ว่าที่นี่คืออาณาจักรตุ๊กตาหมี ธนาภรณ์ ประดับพลอย เจ้าของร้าน Retro Bear Cafe เล่าให้เราฟังถึงที่มาของร้านว่า “เริ่มจากการเป็นคนที่ชอบตุ๊กตาหมีมาก ก็เลยเก็บสะสมมาเรื่อยๆ จนรู้ตัวอีกทีบ้านก็กลายเป็นที่อยู่ของหมีไปแล้ว”  แววตาของเธอฉายแววความรัก “จนถึงจุดหนึ่งเราคิดว่าน่าจะลองเอามาทำอะไรสักอย่างดู เพราะตอนที่อยู่ที่บ้าน เพื่อนๆ ญาติๆ ที่มาเห็นก็จะพูดเหมือนๆ กันว่า‘เยอะจนออกทีวีได้เลยนะ’ แล้วเราเองก็สนใจอยากมีร้านเล็กๆ ของตัวเองอยู่แล้ว เลยตัดสินใจเอาตุ๊กตาที่เก็บมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ มาเป็นของตกแต่ง” กระนั้นความสุขอีกอย่างหนึ่งซึ่งเธอคาดไม่ถึง คือที่นี่ค่อยๆกลายเป็นแหล่งรวมของคนที่มีใจรักตุ๊กตาหมีเช่นเดียวกับเธอ “เป็นความสุขอย่างหนึ่ง เมื่อที่นี่เป็นเหมือนสถานที่สำหรับพบปะพูดคุยของคนคอเดียวกัน คือคนรักตุ๊กตาหมี”   หลงใหลธรรมชาติ สมชาย ปาทาน เป็นนักสะสมหัวกะโหลกและเขาควาย เขาเติบโตมาในครอบครัวมุสลิมที่ทำโรงฆ่าสัตว์ ตั้งแต่เด็กจนโตสมชายเห็นหัววัวและควายมานับแสนหัว เพราะต้องไปตลาดค้าวัวควายกับพ่อ เมื่ออายุมากขึ้นก็เริ่มเก็บสะสมหัววัวและควายที่พ่อมอบให้ จนทุกวันนี้หัวกระโหลกวัวและควายกว่า 800 หัวตั้งเรียงรายในโกดังจนเต็ม“อยู่กับมันมาตลอด จนกลายเป็นความชอบ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตครับ”เขาบอกนอกจากสะสมแล้ว สมชายยังจำหน่ายหัวกระโหลกเหล่านี้สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปประดับบ้านอีกด้วย แนวคิดในการสะสมของสมชายเน้นที่ลักษณะเขาที่ต้องแปลก เช่นความยาวหรือความคด […]

ยอดมนุษย์ เหนือมนุษย์

เรื่อง ดี. ที. แมกซ์ ภาพประกอบ โอเวน ฟรีแมน ตอนที่ผมพบกับไซบอร์ก นีล ฮาร์บิสสัน ที่บาร์เซโลนา เขาดูไม่ต่างจากฮิปสเตอร์ทั่วไปในเมืองนั้น เพียงแต่เขามีเสาอากาศสีดำที่โค้งงอออกมาจากด้านหลังของกะโหลกศีรษะเหนือผมทรงกะลาครอบสีทอง ฮาร์บิสสันวัย 34 ปี เกิดที่เมืองเบลฟัสต์ ไอร์แลนด์เหนือ และเติบโตขึ้นในสเปน เขามีความผิดปกติที่พบได้น้อยมากเรียกว่า ภาวะตาบอดสีทุกสี หรือภาวะสูญเสียการระลึกรู้สี (acromatopsia)  ซึ่งแปลว่า  เขาไม่สามารถรับรู้สีได้ แต่เสาอากาศ ซึ่งมีส่วนปลายเป็นตัวรับของเส้นใยนำแสง (เซนเซอร์ไฟเบอร์ออปติก) อยู่เหนือดวงตาของเขาพอดี ช่วยให้ฮาร์บิสสันรับรู้สีได้ ฮาร์บิสสันไม่เคยรู้สึกว่า การอยู่ในโลกที่มีแต่สีขาวและดำถือเป็นความพิการแต่อย่างใด “ผมมองเห็นได้ไกลขึ้น  ผมยังจดจำรูปทรงต่างๆได้ง่ายขึ้นเพราะไม่มีสีสันมาทำให้สับสน” เขาบอกผมด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่เขาอยากรู้อยากเห็นมากว่าสิ่งต่างๆจะเป็นอย่างไรถ้ามีสี  ด้วยความที่เรียนด้านดนตรีมา ในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย    เขาจึงคิดว่าเสียงอาจทำให้เขาค้นพบสีได้  ช่วงอายุ 20 ต้นๆ เขาไปหาศัลยแพทย์ (ผู้ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อ) ที่ยินยอมปลูกฝังอุปกรณ์ไซเบอร์เนติกส์ (cybernatics: ศาสตร์ที่ว่าด้วยการสื่อสารและควบคุมภายในสัตว์และในเครื่องจักร) ให้ ตัวรับของเส้นใยนำแสงจะรับสีต่างๆที่อยู่ตรงหน้าเขา  และไมโครชิปที่ฝังอยู่ในกะโหลกจะเปลี่ยนคลื่นความถี่ของสีต่างๆไปเป็นการสั่นสะเทือนตรงบริเวณด้านหลังศีรษะ ซึ่งจะกลายเป็นความถี่เสียงและเปลี่ยนกะโหลกให้เป็นเหมือนหูที่สาม เขาระบุได้อย่างถูกต้องว่า เสื้อคลุมของผมเป็นสีน้ำเงิน เมื่อหันเสาอากาศไปทางมูน รีบัส […]

ทะเลจีนใต้ น่านน้ำแห่งข้อพิพาท

ทะเลจีนใต้ น่านน้ำแห่งข้อพิพาท คริสโตเฟอร์ ทูโบ เคยจับปลากระโทงหนัก 300 กิโลกรัมได้ใน ทะเลจีนใต้ เขาบอกว่า นั่นคือเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ปลาในน่านน้ำนั้นยังอุดมสมบูรณ์ “ที่นี่ไม่เป็นอย่างนั้นเลยครับ” เขาพูดพลางมองไปยังทะเลซูลูที่เขาอาศัยจับปลาตลอดสี่ปีที่ผ่านมา เรือสองลำของเขาซึ่งเป็นเรือพื้นเมืองของชาวฟิลิปปินส์เรียกว่า บันกา (banca) ลอยลำอยู่ในน้ำตื้นแถวๆนั้น ทูโบอาศัยอยู่ในเมืองปวยร์โตปรินเซซา ซึ่งมีประชากรราว 255,000 คนบนเกาะปาลาวัน เกาะนี้หันออกสู่ทะเลซูลู มีหมู่เกาะฟิลิปปินอยู่ทางทิศตะวันออก และทะเลจีนใต้ที่กำลังเป็นข้อพิพาทของหลายชาติในเอเชียอยู่ทางทิศตะวันตก เขาเป็นหนึ่งในชาวประมงกว่า 320,000 คนในฟิลิปปินส์ที่ใช้วิธีดั้งเดิมหาเลี้ยงชีพอยู่ในทะเลจีนใต้ และเป็นหนึ่งในผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆซึ่งต้องไปจับปลาในน่านน้ำอื่นที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางนิเวศวิทยาน้อยกว่า นั่นเป็นเพราะเมื่อประมาณแปดปีก่อน จีนแสดงท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นในภูมิภาคแถบนี้ โดยสำแดงแสนยานุภาพข่มขู่ชาวประมงชาติอื่น และในที่สุดก็สร้างฐานทัพบนเกาะหลายแห่งที่ยังเป็นข้อพิพาทกันอยู่ ทูโบเลิกจับปลาในทะเลจีนใต้ หลังจากเรือป้องกันชายฝั่งของจีนใช้หัวฉีดน้ำแรงดันสูงโจมตีเรือของเพื่อนเขา การตัดสินใจของทูโบสะท้อนให้เห็นความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค ทะเลจีนใต้ซึ่งครอบคลุมเนื้อที่ 3.6 ล้านตารางกิโลเมตร มีความสำคัญอย่างยิ่งทางด้านเศรษฐกิจ การทหาร และสิ่งแวดล้อม ในแต่ละปี การค้าระหว่างประเทศในน่านน้ำแห่งนี้มีเงินสะพัดราว 5.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ระบบนิเวศที่นี่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากกว่าระบบนิเวศทางทะเลอื่นๆ     แทบทุกแห่งในโลก และปลาในน่านน้ำแห่งนี้ก็เป็นแหล่งอาหารสำคัญและสร้างงานให้ผู้คนนับล้านใน 10 ประเทศและดินแดนโดยรอบ ในบรรดาประเทศเหล่านั้น เจ็ดประเทศ ได้แก่ บรูไน จีน […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.