รวมสุดยอดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งเมียนมา - National Geographic Thailand

รวมสุดยอดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งเมียนมา

สถูปสีทอง วัดขั้นบันได และอารามสถานที่สุกสว่างไปด้วยแสงไฟได้แต่งแต้มทิวทัศน์ของ เมียนมา ให้สวยงาม

ประเทศที่ปกคลุมไปด้วยความลึกลับอย่างเมียนมาเพิ่งออกจากทศวรรษแห่งความโดดเดี่ยวภายใต้การปกครองของกองทัพ และเริ่มเปิดพรหมแดนเพื่อการท่องเที่ยวอีกครั้ง (ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความโดดเดี่ยวอีกครั้งจากการยึดอำนาจของทหารในขณะนี้)

สถูปสีทอง วัดขั้นบันได และอารามสถานสุกสว่างไปด้วยแสงไฟได้แต่งแต้มทิวทัศน์ให้สวยงาม และเผยให้เห็นถึงวัฒนธรรมทางจิตวิญญาณที่ย้อนกลับไปได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นคริสต์ศักราช แม้ว่าเมียนมาจะไม่ได้กำหนดศาสนาประจำชาติอย่างเป็นทางการ แต่ร้อยละ 90 ของประชากรทั้งประเทศนั้นนับถือพุทธศาสนานิกายเถรวาท ซึ่งอยู่ร่วมกว่ากลุ่มชาติกว่า 100 กลุ่มที่นับถือศาสนาอื่นๆ เช่นคริสต์ศานาหรืออิสลาม

นี่คือเรื่องราวของสถานที่ศักดิ์ในหลายภูมิภาคของเมียนมา ที่จะเผยให้เห็นถึงความอลังการและศรัทธาในศาสนาของพวกเขา

เรื่อง GULNAZ KHAN

วัดอ่องสัจจะ

เจดีย์วัดอองสัจจะ (AUNG SAKKYA PAGODA)
โดดเด่นเป็นสง่าบนท้องฟ้าเมืองโมนยวา เจดีย์ที่มีความสูงกว่า 122 เมตรถูกล้อมรอบด้วยเจดีย์ที่เล็กกว่าซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ภายใน ภาพถ่ายโดย LEMAIRE STEPHANE/HEMIS.FR, GETTY IMAGES

พระธาตุอินแขวน

พระธาตุอินทร์แขวน (Kyaikhtiyo Pagoda)
ตั้งอยู่อย่างโอนเอนอยู่ริมหน้าผา พระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งรู้จักอีกชื่อหนึ่งว่าศิลาทองคำ ถือเป็นพื้นที่แสวงบุญสำคัญในรัฐมอญ ตามตำนานกล่าวว่านี่เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระเกศา (ผม) ของพระพุทธเจ้า ภาพถ่ายโดย FEBRUARY, GETTY IMAGES

แห่พระบัวเข็ม

ประเพณีแห่พระบัวเข็มแห่ผ่องดออู ที่อินเล (Phaung Daw Oo Pagoda Festival)
นี่คือประเพณีทางเรือที่จัดขึ้นในทะเลสาบอินเล ซึ่งเป็นสถานที่ที่เจดีย์ผ่องดออูประดิษฐานอยู่ชายฝั่ง เรือแห่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำอยู่ภายใน และล่องข้ามทะเลสาบแห่งนี้ ในประเพณีจะมีเรือนับร้อยลำเข้าร่วมและฝูงชนที่เข้าพิธีบนฝั่ง ภาพถ่ายโดย CHRISTIAN KOBER, ALAMY STOCK PHOTO

พุกาม

พุกาม
ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำอิรวดี วัดนับร้อยแห่งตั้งกระจายอยู่ในภูมิทัศน์แห่งนี้ อาณาจักรพุกามเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของเมียนมา สถูปที่เรียงรายอยู่โดยรอบถือเป็นสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาอันเป็นลักษณะสำคัญในภูมิภาคนี้ ภาพถ่ายโดย NATAPONG SUPALERTSOPHON, GETTY IMAGES

วัด Shwe Yaunghwe Kyaung

วัด Shwe Yaunghwe Kyaung

วัด Shwe Yaunghwe Kyaung แห่งนี้โดดเด่นในเรื่องไม้สัก หน้าต่างรูปไข่ที่ลักษณะพิเศษ และวัดเล็กๆ ที่มีพระพุทธรูปซึ่งกะสลักได้อย่างปราณีตซ่อนอยู่ในกำแพง ภาพถ่ายโดย JEREMY HORNER, LIGHTROCKET VIA GETTY IMAGES

เจดีย์ชเวดาดอง

เจดีย์ชเวดากอง
แผ่นทองหลายตัน เพชรนับพันเม็ด และหินอันล้ำค่าได้ห่อหุ้มเจดีย์ชเวดากอง หนึ่งในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของเมียนมา เจดีย์ทองยักษ์แห่งนี้เชื่อว่ามีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยูภายใน เชื่อว่าสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 6 ถึง 10 และคาดว่ามีการบูรณะหลายครั้งเนื่องจากแผ่นดินไหวในภูมิภาค ภาพถ่ายโดย BETTINA FLITNER/LAIF, REDUX

ออกพรรษา

เทศกาลจุดเทียนวันออกพรรษา THADINGYUT FESTIVAL
เทศกาล The Thadingyut หรือเทศกาลจุดเทียนจัดขึ้นในเดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติของเมียนมา ช่วงคืนพระจันทร์เต็มดวง ตรงกับช่วงวันออกพรรษา ในพื้นที่ทั่วประเทศ จะมีการจุดไฟนับหมื่นดวงตามเจดีย์หรือวัดต่างๆ พร้อมงานเฉลิมฉลองที่ประกอบไปด้วยการแสดง ดนตรี และอาหาร ภาพถ่ายโดย TIM GERARD BARKER, GETTY IMAGES

KYAUK KALAP

เจดีย์ KYAUK KALAP
ท่ามกลางสวนน้ำเล็กๆ ถูกที่ล้อมรอบโดยภูเขา เจดีย์ KYAUK KALAP ยื่นออกไปบนหน้าผาที่สูงชัน สะท้อนกับแอ่งน้ำที่อยู่โดยรอบจนเกิดเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ ภาพถ่ายโดย IMAGEBROKER/ALAMY STOCK PHOTO

วัดเขาถ้ำช้างเผือก

วัดเขาถ้ำช้างเผือก (Sadan​ cave)
ท่ามกลางหุบเขาในเมืองพะอาน มีถ้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่แกะสลักเข้าไปในภูมิทัศน์ ภายในถ้ำอันมืดมิดแห่งนี้มีพระพุทธรูปหลายองค์ เจดีย์ และงานแกะสลักผนงถ้ำอยู่ภายใน ภาพถ่ายโดย JEAN-PHILIPPE TOURNUT, GETTY IMAGES

Tazaungdaing

เทศกาล Tazaungdaing หรือเทศกาลโคมลอย
เทศกาลแห่งแสงไฟในเมียนมาจัดขึ้นในคืนพระจันทร์เต็มดวงระหว่างช่วง Tazaungmon หรือเดือนแปดตามปฏิทินพม่า เพื่อเฉลิมฉลองการสิ้นสุดของฤดูฝน ทั้งโคมลอย เทียน โคมไฟ จะลอยเต็มท้องฟ้าตามความเชื่อว่าเป็นการขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไป ภาพถ่ายโดย YE AUNG THU/AFP, GETTY IMAGES

เจดีย์ชินพิวเม (HSINBYUME PAGODA)
กล่าวกันว่าเจดีย์ชินพิวเมสีงาช้างที่ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองมิงกุนออกแบบตามเขาพระสุเมรุ ซึ่งตามตำนานเชื่อว่าเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาล ภาพถ่ายโดย KEREN SU, GETTY IMAGES

พะโค (Bago)
เมืองท่าทางตอนใต้ในเมียนมาแห่งนี้เคยเป็นเมืองหลวงในอาณาจักรมอญ เมืองนี้โด่งดังในเรื่องพระพุทธไสยาสน์ชเวตาลยอง ที่มีความยาวกว่า 55 เมตร ตามข้อมูลที่มีการกล่าวอ้างไว้ พระพุทธรูปถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 994 ก่อนที่จะสูญหายไปใน 1757 หนึ่งศตวรรษให้หลัง มีการค้นพบพระพุทธรูปองค์ในป่าด้วยความยาวที่เพิ่มขึ้นใน ค.ศ. 1881 ภาพถ่ายโดย ARTHERNG, GETTY IMAGES

วัดโกตองพญา (Kothaung Paya)
ในพื้นที่โบราณสถานแห่งเมืองมเยาะอู้ วัดหินขนาดใหญ่แห่งนี้มีพระพุทธรูปกว่า 90,000 องค์และสถูปกว่า 100 องค์ ทางเดินหินวงกตที่มีการแกะสลักอย่าปราณีตยังงมีสภาพสมบูรณ์ ในขณะที่ส่วนของวัดพังทลายไปเนื่องจากแผ่นดินไหว ภาพถ่ายโดย ERIC LAFFORGUE/ART IN ALL OF US, GETTY IMAGES


อ่านเพิ่มเติม ชมภาพบรรดาวัดที่มีความสวยงามจากทั่วโลก

วัดสวย photography

เรื่องแนะนำ

ลับแล … ปิดตำนานเมืองเร้นลับ

ลับแล … ปิดตำนานเมืองเร้นลับ เปิดประตูเมืองท่องเที่ยวเลิศล้ำ สายหมอกบางเบา…ขาวขุ่น ค่อยๆโปรยตัวเองลงจากแผ่นนภา คลี่ห่มคลุมครอบไปทั่วทั้งหุบเขาตั้งแต่เมื่อดื่นดึก…เมืองทั้งเมือง อยู่ในความสลัวลาง แลเหน็บหนาว ราวกับภาพวาดอันวิจิตรจากปลายพู่กันของจิตรกร มากฝีมือ ถึงเวลาตีนฟ้าเปิด ดวงตะวันสาดแสงทอง สายหมอกก็ยังมิเจือจาง  เสมือนอยากจะโอบกอดเมืองนี้ไว้อย่างทะนุถนอม ด้วยความรักอันเลอค่าดุจนิรันดร์ สายหมอกยัง โลมไล้อยู่บนยอดรวงข้าวสีทองอย่างอ้อยอิ่ง ชีวิตเรียบง่ายในอ้อมกอดของหุบเขาอันพิสุทธิ์ เริ่มต้นวันใหม่ ตามครรลองของสารบาญแห่งชีวิตและจิตวิญญาณ จนละอองหมอกค่อยๆ เลือนสลาย เมื่อสายแดดใสสกาว ซุ้มประตูเมืองค่อยๆปรากฏ ตัวอักษรเริ่มกระจ่างชัด ในสายตา ทำให้ทุกคนได้รู้ว่าที่นี่คือ  “เมืองลับแล” ……………………. ดินแดนแห่งนี้คือแผ่นดินอันสงบเงียบ ที่ถูกโอบกอดด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์ หมดจดงดงาม วิถีชีวิตชาวบ้านเรียบง่าย  ชุมชนที่มีประเพณี วัฒนธรรมมั่นคงยืนยงยาวนาน วัดวาอารามเก่ากาลตระการตามากมี พรั่งพร้อมด้วยตำรับอาหารโอชารส ผลหมากรากไม้อุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี  ผู้เฒ่าผู้แก่ใจอารี ยิ้มแย้มแจ่มใส ลูกหลานรักถิ่นฐานบ้านเกิด ในหัวใจเปี่ยมล้นพุทธศรัทธา ตระหนักในคุณค่าแห่งภูมิปัญญาที่บรรพชนถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ลับแล เป็นที่รู้จักมาเนิ่นนานหลายร้อยปี แต่น้อยคน จะได้มาสัมผัสถึงแก่นแท้แห่งจิตวิญญาณของแผ่นดิน ตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเมืองลับแล ปรากฏมากมายหลากหลายเรื่องราว…ทั้งลี้ลับ ลึกเร้น อัศจรรย์ ถ่ายทอดกันมาแบบปากต่อปาก  แต่วันนี้ “ลับแล”หาเป็นเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว […]

เหลียวมองเกาหลีเหนือ

ใครที่ได้ไปเยือนเกาหลีเหนือล้วนแต่ประหลาดใจ และกล่าวว่าประเทศนี้ช่างต่างจากที่คิดไว้ในตอนแรก ขอเชิญคุณผู้อ่านร่วมเดินทางไปยังดินแดนลี้ลับนี้ด้วยกัน

ชีวิตการผจญภัยที่อยู่บนเส้นเชือก

Outdoors DNA กลุ่มคนที่รักการปีนเขาอยู่ในดีเอ็นเอ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวแอ็กชันผจญภัย สิ่งหนึ่งที่มักเห็นในฉากภาพยนตร์เสมอคือการผจญภัยแบบสุดขั้ว ทั้งการปีนเขาแบบใช้เชือกโรยตัว การกางเต็นท์นอนในแดนหิมะ เดินลุยในป่ารกชัฎ นอนเต็นท์แคร่ริมผา (Portal-edge) ซึ่งหลายคนอาจนึกว่า กิจกรรมสุดโหดแบบนั้นคงมีแค่ชาวต่างชาติที่สามารถเข้าถึงได้ แต่สำหรับประเทศไทย เราพบว่ามีกลุ่มคนที่หลงใหลการเล่นเชือกผูกเงื่อน ปีนเขา โรยตัว นอนริมหน้าผาสูง และลุยหิมะบ้างในกรณีที่ผจญภัยในต่างประเทศ พวกเขาเรียกตัวเองว่า “ Outdoors DNA ” ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่น่าจับตาที่สุดในตอนนี้ กองบรรณาธิการออนไลน์ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย มีโอกาสพูดคุยกับ คุณวิน – นวิน ฟูทวีมั่งทรัพย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มOutdoors DNA พวกเขามีแนวคิดเรื่องการท่องเที่ยวแบบผจญภัยที่สร้างประโยชน์ให้แก่สังคมส่วนรวมได้อย่างน่าสนใจทีเดียว “จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งกลุ่มท่องเที่ยวขึ้นเพราะ ผมและพี่ดี้ – ศรีพงษ์   พรรณ์แผ้ว เป็นผู้รักการผจญภัย เขากับพี่หนุ่ม – ทิพากร วิชชุรังษี เคยคุยกันว่าอยากทำเฟซบุ๊กแฟนเพจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแบบผจญภัย เพราะนอกเหนือจากเดินป่าแล้ว ยังมีเรื่องของการปีนเขา (Mountaineering) ที่น่าสนใจ ซึ่งในตอนนั้นก็วางแผนจะไปเที่ยวอินเดียด้วยกัน” คุณวินเล่าถึงจุดเริ่มต้นให้เราฟัง เมื่อมีโอกาสคุยกันก็พบว่า พวกเรามีแนวทางในการท่องเที่ยวคล้าย ๆ […]