นักบินหญิง เหล่านี้ทลายกำแพงของวงการการบิน - National Geographic

นักบินหญิงเหล่านี้ทลายกำแพงของวงการการบิน

นักบินหญิง เหล่านี้ทลายกำแพงของวงการการบิน

Babs Ambrose ผู้ซึ่งเป็นแม่ของลูก 5 คน และเป็นคุณยายของหลานอีก 8 คน เธอเป็นเจ้าของ Stono Farm Market and Tomato Shed Café ฟาร์มผักออร์แกนิค บนเกาะจอห์น ในรัฐเซาท์แคโรไลนา ทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่มุ่งสอนการตลาดให้แก่บรรดาผู้ประกอบการหญิงในรัสเซีย เธอเคยเป็นนายกเทศมนตรีด้วย แต่ความรับผิดชอบสูงสุดในชีวิตคือการที่เธอเป็นนักบิน ซึ่งมีใบอนุญาตการบินที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ที่ฟาร์มของเธอมีถนนลูกรังกว้างๆ ซึ่งตั้งอยู่กลางฟาร์ม มันถูกเรียกว่า “รันเวย์” เพราะว่ามันคือรันเวย์จริงๆ ซึ่ง Babs บอกว่าการได้ขึ้นบินทำให้เธอรู้สึกมีชีวิตชีวา เป็นอิสระ และรู้สึกว่าเป็นความประสบความสำเร็จในฐานะลูกผู้หญิง

ในขณะเดียวกัน Babs ก็ไม่ได้เป็นคนเดียวที่ได้สัมผัสความรู้สึกเช่นนั้น เพราะในวงการนักบินทุกวันนี้มีนักบินเฉลี่ยประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นผู้หญิง ตั้งแต่ Valentina Tereshkova, Bessie Coleman ไปจนถึง Amelia Earhart ดูเหมือนว่านักบินหญิงเหล่านี้สามารถทลายกำแพงของภาพจำเดิมๆ ที่คนส่วนมากมักจำกัดความสามารถของผู้หญิงในหลายๆ เรื่องลงได้

นักบินหญิง
Bessica Raiche กับเครื่องบินของเธอ

นักบินหญิง Bessica Raiche เป็นนักภาษาศาสตร์, ศิลปิน, ทันตแพทย์ และเป็นผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา นอกจากนั้นในปี 1910 เธอยังกลายมาเป็นผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่สามารถบินเดี่ยว ด้วยเครื่องบินประดิษฐ์เองในห้องนั่งเล่นที่เธอทำจากผ้าแพร ไม้ไผ่ และลวด

สมญานาม “Speed Queen” หรือ Jacqueline Cochran เธอเกิดเมื่อปี 1906 และเป็นนักบินหญิงคนแรกที่แก้ปัญหาเสียงของอากาศยานได้ ทั้งยังบินได้สูงกว่า 20,000 ฟุต โดยไม่ใช้หน้ากากออกซิเจน และในปี 1980 เธอก็กลายมาเป็นนักบินที่มีสถิติความเร็ว, ระยะทาง และความสูงมากที่สุดเมื่อเทียบกับนักบินคนอื่นๆ ไม่ว่าชายหรือหญิง

Willa Brown เป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ได้เป็นนักบินสหรัฐฯ ทั้งยังเป็นเจ้าหน้าที่อเมริกันเชื้อสายแอฟริกันคนแรกในองค์กร Civil Air Patrol ของสหรัฐฯ และที่มากกว่านั้นก็คือ เธอเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ได้นั่งในสภาคองเกรส

ณ สนามบิน Will Rogers World ในโอคลาโฮมาซิตี พิพิธภัณฑ์ 99s Museum of Women Pilots จัดแสดงความเคารพ และรำลึกถึงประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จของนักบินหญิงผู้กล้าหาญ ด้วยเนื้อที่ของสถานที่จัดงานขนาดมากกว่า 5,000 ตารางฟุต  พิพิธภัณฑ์ยังจัดให้มีกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิด การจำลองการบิน และบันทึกเหตุการณ์ที่น่าจดจำของ เอมีเลีย เอียร์ฮาร์ต นักบินหญิงคนแรกที่บินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งรวมถึงแว่นที่เธอใส่ขณะบิน และใบอนุญาตการบินของเธอก็ถูกนำมาจัดแสดงด้วย

นักบินหญิง
เอมีเลีย เอียร์ฮาร์ตหายสาบสูญไปอย่างลึกลับเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ปี 1937 เหนือน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิก ในระหว่างทำการบินรอบโลก

เอียฮาร์ตคือประธานคนแรก และผู้ก่อตั้งสมาคม Ninety-Nines องค์กรนักบินหญิงระหว่างประเทศ ที่เริ่มต้นในปี 1929 ภายใน Curtiss Airport hangar สนามบินเล็กๆ ของหมู่บ้าน Valley Stream นครนิวยอร์ก (ในเวลานั้นชุดน้ำชาต้อนรับสมาชิกของพวกเขาถูกเสิร์ฟจากกล่องใส่อุปกรณ์) ปัจจุบันสมาคม Ninety-Nines ยังคงดำเนินงานอยู่ ซึ่งนับเป็นเวลาเกือบ 90 ปี แล้วตั้งแต่ก่อตั้ง นอกเหนือจากพิพิธภัณฑ์ ภายในมีกิจกรรมสำหรับผู้หญิงที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการบินได้ทดลองบินเป็นครั้งแรก เพื่อเสริมทักษะการสร้าง มีเกมการแข่งขัน ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ลองขึ้นบินจริงกับ “49 ½’s” (สมาชิกของสมาคม Ninety-Nines)

ในทศวรรษที่ 1970 สมาคมย้ายจากนิวยอร์ก ไปยังโอคลาโฮมา สถานที่ที่เป็นจุดศูนย์กลางของสมาชิกนักบินจาก 50 รัฐ และจากประเทศอื่นมากกว่า 30 ประเทศ โอคลาโฮมาซิตีอยู่ไม่ไกลจากเมืองอัทชิสัน ในรัฐแคนซัส สถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เอมีเลีย เอียร์ฮาร์ต ในบ้านเกิดเธอ และยังมีเทศกาลเอมีเลีย เอียร์ฮาร์ตที่ถูกจัดทุกฤดูร้อน ช่วงสัปดาห์ที่สามของเดือนกรกฎาคม ในขณะที่กิจกรรม 99’s First Fundraising Hangar Dance จะถูกจัดในวันที่ 29 กันยายน 2018 ที่ Sundance Airpark ในเมืองยูคอน รัฐโอคลาโฮมา ภายในงานประกอบไปด้วยการแสดงดนตรีสดสไตล์แจ๊ส การแสดงเต้น และการประกวดแต่งตัวสไตล์ แฟชั่นยุค 40 โดยรายได้จะถูกนำไปปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ ซ่อมบำรุงนิทรรศการ ตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆ นอกจากนั้น Ninety-Nines ยังย้ำเตือนผู้หญิงทั่วโลกที่ถูกกีดกันจากอาชีพการบิน ให้ระลึกไว้เสมอว่าท้องฟ้ามันกว้างใหญ่ และยังมีพื้นที่เหลือสำหรับพวกเธออยู่เสมอ

เรื่อง Caitlin Etherton

 

อ่านเพิ่มเติม

ใครคือผู้หญิงที่มีอำนาจมากที่สุดในประวัติศาสตร์

 

เรื่องแนะนำ

คนรุ่นใหม่ไฮเทคแห่งแอฟริกา

คนรุ่นใหม่ไฮเทคแห่งแอฟริกา วันหนึ่งเมื่อปี 2004 ที่หมู่บ้านเกษตรกรรมเอ็นจิเนียร์ในเคนยา ซึ่งได้ชื่อนี้มาเพราะเคยมีคนอังกฤษเปิดร้านซ่อมเครื่องยนต์กลไกที่นั่น เด็กชายร่างผอมบางผู้มีสายตาสั้นเดินผ่านร้านรับพิมพ์งานแห่งเดียวในหมู่บ้านและเห็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นคือคอมพิวเตอร์ เด็กชายยืนข้างเครื่องที่ส่งเสียงหึ่งๆ สายตาจับจ้องไปที่คำและตัวเลขบนกระดาษที่ส่งผ่านจากคอมพิวเตอร์ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ปีเตอร์ คารีอูคี เด็กชายซึ่งเพิ่งย่างเข้าวัยรุ่นได้ค้นพบอนาคตของตนเอง พ่อแม่ของปีเตอร์ซึ่งปลูกกะหล่ำและมันฝรั่งพอยังชีพ  เริ่มกังวลว่าลูกของตนไปขลุกอยู่ที่ร้านพิมพ์งานนานเกินไปไม่มีชาวบ้านเอ็นจิเนียร์คนใดเข้าถึงอินเทอร์เน็ต แม้แต่บ้านที่มีไฟฟ้าใช้ก็มีอยู่ไม่กี่หลัง การเฟื่องฟูของธุรกิจเทคโนโลยีคือแนวคิดอันไกลห่าง  กระนั้น ปีเตอร์ก็ติดใจเสียแล้ว  เมื่อคะแนนสูงลิ่วในระดับประถมศึกษาส่งให้เขาเข้าโรงเรียนมาเซโนอันทรงเกียรติ (ซึ่งมีศิษย์เก่าอย่างบิดาของบารัก โอบามา) ครูให้เขาถือกุญแจห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ซึ่งปีเตอร์จะเข้าไปนั่งเขียนโปรแกรมทั้งคืน พอถึงปี 2010 พ่อมดคอมพิวเตอร์วัย 18 ปีก็เดินทางไปกรุงคิกาลี เมืองหลวงของรวันดา  เขาได้งานออกแบบระบบออกตั๋วอัตโนมัติให้ระบบรถโดยสารประจำทางของที่นั่น  ถึงแม้คิกาลีจะเป็นหนึ่งในเมืองที่สะอาดและปลอดอาชญากรรมที่สุดในแอฟริกา ทว่าระบบขนส่งมวลชนกลับไม่หนีประเทศอื่นๆ  รถประจำทาง (ที่จริงเป็นเพียงรถตู้) ไม่ตรงเวลา  แน่นเป็นปลากระป๋องและช้ายังกับเต่าคลาน  คนเดินทางส่วนใหญ่พึ่งจักรยานยนต์รับจ้างซึ่งขึ้นชื่อเรื่องขับขี่หวาดเสียว อันที่จริงในภูมิภาคซับสะฮาราของแอฟริกา อุบัติเหตุบนท้องถนนคือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ไล่ตามเอดส์และมาลาเรียมาติดๆ และสถิติของตำรวจที่คาริอูคีเห็นก็บ่งชี้ว่า  อุบัติเหตุบนท้องถนนราวร้อยละ 80 ในคิกาลีเกี่ยวข้องกับจักรยานยนต์ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ทำให้  คาริอูคีกับรูมเมตชื่อ บาร์เร็ตต์ แนช เพื่อนร่วมอุดมการณ์สตาร์ท-อัปจากแคนาดา  จับมือกัน หลังปิดคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปในตอนเย็น คาริอูคีกับแนชจะเดินผ่านย่านเริงรมย์ของคิกาลีไปยังบาร์กลางแจ้งเพื่อนั่งดื่มเบียร์  พลางครุ่นคิดหาคำตอบของคำถามพื้นฐานว่า พวกเขาจะจัดหาบริการจักรยานยนต์รับจ้างที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ […]

เรื่อง(ไม่)ลับในวง หวย

ใกล้วัน หวย ออก ป้าอ้วน ศิวณัฐ รัชตดำรงรัตน์ ต้องคอยบอกให้คนที่อยากได้เลขเด็ดจากเธอ ไปบนบาน “พระเจ้าทันใจ” ด้วยธูปสามดอก แล้วเขย่ากระบอกเสี่ยงเซียมซีหาเลขเอาเอง “เบื่อค่ะ มีแต่คนมาขอ หวย ฉันไม่ได้ใบ้หวยนะคะ” เธอบอกด้วยนํ้าเสียงหงุดหงิด นับจากวันที่เราพูดคุยกัน เธอถูก หวย ติดกัน 29 งวดจนกลายเป็นข่าวดัง ป้าอ้วนตกเป็นเป้าของขบวนนักแสวงโชคที่แห่มาเยือนวัดพระธาตุดอยคำ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ราวสิบกิโลเมตร เธอเป็นคณะกรรมการวัดและช่วยทางวัดจำหน่ายวัตถุมงคลในซุ้มใกล้ ๆ กับศาลาประดิษฐานพระเจ้าทันใจ พระพุทธรูปเก่าแก่อายุ กว่า 500 ปี ป้าอ้วนเชื่อว่า “โชคลาภ” ที่เธอได้รับมาจากอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าทันใจและ “เสบียงบุญ” ที่ สะสมมาหากคืนไหนฝัน วันรุ่งขึ้นเธอจะตีความเรื่องราวในฝันออกมาเป็นตัวเลข โดยอาศัยตำราทำนายที่อ่านเป็นประจำเห็นคนตายก็เป็นศูนย์ ดอกบัวนี่เป็นเก้าอยู่แล้ว ที่รู้เพราะชอบอ่านค่ะ ของพวกนี้ต้องศึกษา” ป้าอ้วนว่า ที่ผ่านมา เธอเคยให้เลขเด็ดกับคนที่แวะเวียนมาเยือนแต่ระยะหลังต้องปฏิเสธ พอกันที “เค้าบ่นว่าซื้อเลขป้าอ้วนไม่เคยถูกเลย ทำ ไมป้าอ้วนถูกเอา ๆ หาว่าป้าอ้วนหลอกลวง ไปซื้อเลขมาโปรโมตวัด ฉันจะทำอย่างนั้นทำไม เค้าไม่เห็นนี่ว่าฉันเล่นยังไง” เธอบ่น […]

ชมนวัตกรรมอุโมงค์ส่งน้ำโบราณในอิหร่าน ที่ยังคงถูกใช้งานในปัจจุบัน

เรื่อง เรเชล บราวน์ มองจากด้านบนพื้นผิวทะเลทรายอันแห้งแล้งล้วนไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่หารู้ไม่ว่าลึกลงไปใต้ผืนดินอีก 100 ฟุต มี อุโมงค์ส่งน้ำโบราณ ที่นำพาความชุ่มชื้น และหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวบ้านในอิหร่านไว้ ระบบชลประทานใต้ดินนี้มีชื่อเรียกว่า “คานัต” (Qanats) นับเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่น่าอัศจรรย์ในยุคโบราณ ซึ่งถึงจะมีอายุเก่าแก่กว่า 3,000 ปี แต่คานัตยังคงถูกใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน อุโมงค์น้ำเหล่านี้จะทอดยาวจากแหล่งต้นน้ำในหุบเขา หรือแม้แต่ทะเลสาบในถ้ำลึก ด้วยพื้นผิวที่ลาดเอียงในองศาที่พอเหมาะ เพื่อให้น้ำสามารถไหลลงไปยังสถานที่ที่ต้องการในปลายอุโมงค์ได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังไม่ให้องศาของความลาดเอียงนั้นมากเกินไป มิฉะนั้นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงอาจไหลบ่าแรงเกินไปจนทำลายอุโมงค์ได้ ตลอดเส้นทางของอุโมงค์ บนพื้นดินจะมีหลุมตั้งอยู่เป็นระยะๆ หลุมเหล่านี้ช่วยให้อากาศภายในถ่ายเทแก่บรรดาคนงานที่ทำหน้าที่ขุดอุโมงค์ด้วยมือในอดีต นอกจากนั้นในตอนที่อุโมงค์ถูกขุดเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลุมเหล่านี้ยังทำหน้าที่เป็นบ่อน้ำให้แก่ชาวบ้านอีกด้วย กระบวนการสร้างอุโมงค์คานัตนี้เป็นงานที่หนักหนาเอาการ อย่างไรก็ตามผลตอบแทนที่ได้รับนั้นคุ้มค่า เทคโนโลยีโบราณนี้ช่วยหล่อเลี้ยงต้นไม้ในทะเลทรายที่แห้งผากให้เบ่งบานมาแล้ว รวมทั้งยังเป็นที่นิยมอย่างมากในภูมิภาคตั้งแต่เส้นทางสายไหม ยาวไปจนถึงหลายประเทศในตะวันออกกลาง หรือแม้กระทั่งในสเปน และโมร็อกโกก็มีการค้นพบคานัตเช่นเดียวกัน Gholamreza Nabipour ชายชาวอิหร่านวัย 102 ปี เป็นหนึ่งในคนขุดอุโมงค์ไม่กี่คนที่ยังคงมีชีวิตอยู่ หรือที่เรียกกันว่า “มิรับ” (Mirab) ตัวเขาพยายามถ่ายทอดภูมิปัญญานี้ไปยังชาวอิหร่านรุ่นใหม่ ซึ่งในจำนวนนั้นก็รวมถึงลูกชายของเขาเองด้วย ผู้ใช้คานัตในการลำเลียงน้ำมายังฟาร์มถั่วพิสตาชิโอของเขา ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกสมัยใหม่ ในช่วงค.ศ. 1960 – 1970 การจัดสรรปันส่วนที่ดินส่งผลให้คานัตหลายแห่งถูกทิ้งร้าง […]

ทำความรู้จักกับพยาบาลหุ่นยนต์แห่งรพ.มงกุฎวัฒนะ

ทำความรู้จักกับ พยาบาลหุ่นยนต์ แห่งรพ.มงกุฎวัฒนะ R1, R2 และ R3 คือชื่อของพยาบาลสามสาวที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งและเป็นที่สนใจแก่บรรดาผู้มาใช้บริการยังโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะในช่วงเดือนที่ผ่านมา พวกเธอทำงานวันละ 12 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด เธอทำได้อย่างไร? เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังหาใช่เงินเดือนสูงหรือความมุ่งมั่นเกินร้อยในอาชีพ แต่เพราะว่าพวกเธอเป็นหุ่นยนต์ เรียกได้ว่าโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะเป็นโรงพยาบาลแรกที่มีพยาบาลเป็นหุ่นยนต์ พวกเธอเป็นหุ่นยนต์นำร่องในโครงการใหญ่ของโรงพยาบาลที่ต้องการนำเอาระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของบุคลากรตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่จะไม่ต้องเสียเวลางานไปกับงานที่ไม่ได้ใช้ความคิดมากนักอีกต่อไป ตัวอย่างเช่น งานล้างหรือฆ่าเชื้ออุปกรณ์ผ่าตัด หรืองานขนส่งข้าวของต่างๆ ในอนาคตทางโรงพยาบาลมีแผนที่จะใช้หุ่นยนต์เข้ามาทำงานในส่วนต่างๆ มากยิ่งขึ้น หากคุณผู้อ่านท่านใดมีโอกาสแวะเวียนไปใช้บริการก็อย่าลืมเข้าไปทักทายและฟังเสียงหวานๆ จากพวกเธอกัน   อ่านเพิ่มเติม โลกอนาคต : หรือนี่คือโฉมหน้าของเมืองในอีกร้อยปีข้างหน้า