ชาวคองโกแปลงขยะให้เป็นงานศิลปะแห่งการต่อต้าน สะท้อนปัญหารุมเร้าประเทศ

ชาวคองโกแปลงขยะให้เป็นงานศิลปะแห่งการต่อต้าน สะท้อนปัญหารุมเร้าประเทศ

ศิลปินสร้างสรรค์แฟชั่นจากขยะเพื่อตอกย้ำชะตากรรมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  นั่นคือชาติอันรุ่มรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติ  แต่ถูกรุมเร้าจากความยากจน และเป็นแหล่งรองรับขยะจากทั่วโลก

หลังจากใช้เวลาหลายปีเล่าเรียนที่สถาบันวิจิตรศิลป์ในกรุงกินชาซา  และฟังคำแนะนำจากบรรดาอาจารย์ให้สร้างสรรค์ผลงานจากวัสดุที่ “เหมาะสม” เช่น  เรซินและปูนปลาสเตอร์  นักศึกษาบางคนตัดสินใจทำในสิ่งที่แตกต่าง พวกเขาสร้างงานศิลปะจากสิ่งที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัว  ซึ่งรวมถึงยางรถยนต์  ท่อไอเสีย  โฟม  ขวดพลาสติก  เสาอากาศ  กระป๋องนมหรือสี ขนนก  แผ่นซีดี  รองเท้าแตะ  และสิ่งของทิ้งขว้างอื่น ๆ

ศิลปินเหล่านี้เชื่อว่า ผลงานของพวกเขาน่าจะกระทบใจผู้พบเห็น  และสะท้อนแง่มุมอันน่าหดหู่ในชีวิตของชาวคองโก  นั่นคือขยะ

ขยะซึ่งมีทั้งที่คนในท้องถิ่นสร้างขึ้น  และที่ชาติบริโภคนิยมสุดขั้วส่งมาโถมทับ  ขยะที่เกิดจากการสูบทรัพยากรจากผืนดินของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกอย่างไม่มีวันสิ้นสุด  และฝากรอยแผลไว้บนผืนดิน

ในกรุงกินชาซา  ลำรางสาธารณะมีขวดพลาสติกลอยเกลื่อนกลาด  ตลาด ร้านค้าท่วมท้นไปด้วยสินค้ามือสองมือสามที่ชาติรํ่ารวยทิ้งขว้าง  และที่หลั่งไหลเข้ามาเร็วขึ้นเรื่อยๆ  คือจากจีน  ในพื้นที่ที่บรรดาบริษัทข้ามชาติทำเหมืองแร่โคบอลต์  ซึ่งเป็นส่วนประกอบลํ้าค่าในแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ  ของเสียที่ถูกปล่อยออกมามักปนเปื้อนระบบแม่นํ้าและสรรพชีวิตที่ต้องพึ่งพา

ด้วยการนำขยะมารังสรรค์ประติมากรรมและศิลปะการแสดง  ศิลปินเหล่านี้หวังจะกระตุกให้สาธารณชนมองเห็นปัญหาเร่งด่วนที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่  เมื่อปี 2015  เอ็ดดี  เอเกเต  ศิลปินผู้เกิดในกินชาซาและนักกิจกรรมเพื่อสังคม  มีบทบาทสำคัญในการทำให้ศิลปะแนวใหม่นี้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างผ่านภาพยนตร์ระดับชาติ  เอเกเตยังเป็นผู้ก่อตั้งเทศกาล คินแอกต์ (KinAct Festival)  ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะที่กระตุกต่อมคิดของผู้คนในสังคม

ประติมากรรมสวมใส่ได้ชื่อ “โรโบอันนองซ์” (Robot Annonce)  ผลงานของศิลปิน  ฌาแรด  กาลองกา  ทำจากชิ้นส่วนที่ใช้งานไม่ได้ของวิทยุ และมุ่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของข่าวสารบิดเบือน ขณะที่ผลงานชื่อ “ฟามเอเล็กตริก” (Femme Èlectrique) ของศิลปิน ฟาลอน  มัมบู  สร้างจากสายไฟและมุ่งสื่อความหมายสองนัย  ทั้งปัญหาไฟฟ้าดับในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  และสิ่งที่ดำเนินอยู่ในมุมมืดอย่าง ปัญหาการคุกคามทางเพศและการลักพาตัว

เหล่าศิลปินเพื่อสังคมผู้เปลี่ยนวัสดุที่ถูกทิ้งขว้างให้กลายเป็นงานศิลป์เชิงต่อต้าน “ออกมายืนแถวหน้า เพื่อทลายข้อจำกัดต่างๆ”  อีวอน  เอดูมู  ผู้ก่อตั้งหอศิลป์มาลาโบในกรุงกินชาซา  บอก

เรื่องภาพถ่าย สเตฟาน กลาดีเยอ

ผลงานชื่อ “ไทร์แมน” (ซ้าย) ของศิลปิน ซาวอง นัวร์ และ “ฟลิป-ฟลอปแมน” ของ ปาตริก กีเตเต มุ่งตีแผ่การ สูบทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ อย่างหนักตลอดหลายร้อยปี ของสาธารณรัฐประชาธิปไตย คองโก รวมถึงยางธรรมชาติ ที่ใช้ผลิตยางรถยนต์และ รองเท้าแตะราคาถูก (ภาพล่าง)

 

ศิลปินหยิบยื่นความหมายให้วัสดุที่พวกเขาเลือกใช้ มนุษย์หุ่นยนต์ของฌาแรด กาลองกา สื่อถึงข่าวสารที่บิดเบือนในปัจจุบัน
กลาดีเยอใช้เวลาหลายปี ถ่ายภาพศิลปินในกินชาซาสวมใส่งานศิลปะที่พวกเขาสร้างสรรค์ขึ้นจากขยะ ในภาพนี้คือ ชากา ฟูมู คาบากา แต่งเป็น “เรเซอร์แมน” กลาดีเยอบอกว่า เขาไม่สามารถ “ปฏิเสธความจริง” ที่สะท้อนผ่านสื่อกลางที่ศิลปินเลือกใช้ นั่นคือใบมีดโกนที่แก๊งเยาวชนใช้กรีดร่างสมาชิกใหม่ในพิธีรับเข้ากลุ่ม
ศิลปิน มุนซี มูเตบา จูเนียร์ บอกว่า เขาสร้างตัวละครชื่อ “ทินแคน” (Tin Can) ขึ้นเพื่อสื่อว่า การหลั่งไหลเข้ามาของต่างชาติส่งผลกระทบอย่างไรต่อแอฟริกา แม้ทวีปนี้จะได้ชื่อว่ารุ่มรวยทรัพยากร แต่เขาบอกว่า “ชาวแอฟริกันยังคงยากจน และคาดหวังความช่วยเหลือจากต่างชาติ”
การสร้างตัวละครจากอะไหล่รถยนต์ของศิลปิน เพรซี นุมบี ต้องการป่าวร้องถึง “รถขยะ” หลายล้านคันที่นำเข้าแอฟริกา ในแต่ละปีรถยนต์มือสองเหล่านี้รังแต่จะเป็นอุปสรรคขัดขวางการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ในทวีปนี้
กีลอมโบชี ปัป นัวร์เปลี่ยนขยะจากบุหรี่เป็นผลงาน “มนุษย์ก้นบุหรี่” กลาดีเยอบอกว่า นี่เป็นสิ่งเตือนใจว่า “แม้จะมีขนาดเล็กจิ๋ว แต่ก้นบุหรี่กลับเต็มไปด้วยสารก่อพิษ เช่น ตะกั่ว ฟอร์มัลดีไฮน์ และสารหนู ทั้งยังย่อยสลายได้ยาก

ติดตามสารคดี แปลงโฉมขยะเป็นศิลปะแห่งการต่อต้าน ฉบับสมบูรณ์ ได้ที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมิถุนายน 2565

สั่งซื้อนิตยสารได้ที่ https://www.naiin.com/product/detail/547936


อ่านเพิ่มเติม ดร.เป้า Green Road ทางไปต่อของพลาสติก ที่จะไม่จบลงด้วยการเป็นขยะอีกต่อไป

เรื่องแนะนำ

เพราะโรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วยโควิด-19 เธอจึงตัดสินใจ คลอดลูกที่บ้าน

ภาพอันใกล้ชิดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงคุณแม่ชาวนิวยอร์กคนหนึ่งที่ให้ คลอดลูกที่บ้าน ท่ามกลางภาวะโรคระบาด เมื่อคิมเบอร์ลี บอนสิยอร์ คุณแม่วัย 33 ปีทราบเมื่อตอนปลายเดือนมีนาคมว่าสมาชิกครอบครัวของเธอไม่สามารถเข้าร่วมให้กำลังใจในตอนที่เธอคลอดลูกที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYU Hospital) ได้ เธอจึงเริ่มวางแผนการ คลอดลูกที่บ้าน การให้กำเนิดลูกคนที่สอง เธอไม่อยากอยู่ห่างจากอัล ผู้เป็นสามี, และซาติวา ลูกสาววัยสองขวบ หลังจากเครือข่ายของโรงพยาบาลนิวยอร์ก – เพรสไบทีเรียนและโรงพยาบาลเมาต์ซีนาย ห้ามไม่ให้มีผู้เข้าเยี่ยมเพราะต้องการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 พยาบาลผดุงครรภ์ทั่วเมืองต่างได้รับโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเหล่าคุณแม่ไม่ต้องการคลอดลูกเพียงลำพัง ผู้หญิงหลายคนจึงต้องหาทางเลือก แม้ผู้ว่าการนครนิวยอร์ก แอนดรูว์ คัวโม จะออกคำสั่งอนุญาตให้มีผู้ติดตามหนึ่งคนในห้องคลอดอยู่ในห้องได้หากคนผู้นั้นได้ผ่านตรวจหาไวรัสโควิด-19 แล้ว อย่างไรก็ตาม การทำคลอดในโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ก็ทำให้มีความต้องการคลอดลูกที่บ้านเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างพิเศษในสหรัฐอเมริกา แต่ก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา ในสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์ คิมเบอร์ลีเริ่มติดต่อแอนเจลิก คลาร์ก ผู้ช่วยทำคลอดลูกคนแรกของเธอ และคารา มูห์ลาห์น พยาบาลผดุงครรภ์ที่ได้รับใบอนุญาต (Certified Nurse Midwife -CNM) โดยทั้งมูห์ลาห์นและคิมเบอร์ลีต้องพบกันอย่างน้อยนับสิบครั้งเพื่อปรึกษากันถึงเรื่องนี้ หลังจากมีการปรึกษากันทางออนไลน์และการไปเยี่ยมบ้าน พวกเขาเริ่มเตรียมการในสิ่งที่จำเป็นสำหรับการคลอดลูกที่บ้าน กรอกแบบฟอร์มทางการแพทย์และจัดหาอุปกรณ์ทำคลอด […]

แผนที่ช่วยปกป้องดินแดนของชนพื้นเมืองได้อย่างไร?

ด้วยความช่วยเหลือจากนักทำแผนที่ เส้นสายเรียบง่ายกำหนดดินแดนของชนพื้นเมืองเหล่านี้กำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นแผนที่สมัยใหม่ เพื่อใช้ต่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มุ่งหวังใช้ทรัพยากรบนพื้นที่ของพวกเขา

บันทึกช่างภาพ : ดรุณีผู้เป็นสัญลักษณ์ของ ฤดูใบไม้ผลิ

"ดรุณีผู้เป็นดังสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิ" เมื่อถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี เมืองเล็กๆ ในสเปนต้อนรับ ฤดูใบไม้ผลิ ด้วยธรรมเนียมเก่าแก่ นั่นคือการให้เด็กหญิงนั่งบนแท่นบูชาที่ตกแต่งอย่างงามวิจิตร