เวอร์มอนต์ อาณาจักรที่ไม่ธรรมดา - National Geographic Thailand

เวอร์มอนต์ อาณาจักรที่ไม่ธรรมดา

ระหว่างตระเวนถ่ายภาพในพื้นที่ที่ชาวเวอร์มอนต์เรียกว่า “อาณาจักรตะวันออกเฉียงเหนือ” สเตฟาน ลาวูเอ มักขับรถไปตามถนนสายนี้ที่เขาบอกว่า เห็น “กวางมากกว่ามนุษย์”

เวอร์มอนต์ อาณาจักรที่ไม่ธรรมดา

ธรรมเนียมปฏิบัติอย่างหนึ่งในพื้นที่ห่างไกลบางแห่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐเวอร์มอนต์มีอยู่ว่า เมื่อคุณขับรถไปถึงบ้านที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว บีบแตร และรออยู่ในรถ เพื่อให้พวกหมาออกมาประเมินเจตนาของคุณก่อน นี่เป็นมารยาทอย่างหนึ่ง และยังเป็นความคิดที่เข้าท่าอีกด้วย

ชาวบ้านเรียกที่นี่ว่า “อาณาจักร” เฉยๆ  ส่วนชื่อเต็มนั้นได้มาจากนักการเมืองคนหนึ่งในทศวรรษ 1940  แต่ไม่ว่าจะมีที่มาอย่างไร สถานที่แห่งนี้ก็เหมาะกับการจัดให้อยู่ในหมวดหมู่พิเศษอยู่ดี  ต่อให้อยู่ในรัฐที่ไม่เหมือนใคร ขี้ฉุนเฉียวเป็นบางครา และนอกรีตอย่างเวอร์มอนต์ก็เถอะ “อาณาจักร” ก็ยังโดดเด่นอยู่นั่นเอง

ณ มุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเวอร์มอนต์ “อาณาจักร” มีพื้นที่ราว 5,180 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยสามเคาน์ตี มีประชากรน้อยกว่า 64,000 คน  พื้นที่ราวร้อยละ 80 เป็นป่า  ที่นี่ต่างจากพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของเวอร์มอนต์หลายประการ  ในทางธรณีวิทยาที่นี่ดูละม้ายกับแคนาดามากกว่า  ด้วยธรณีสัณฐานที่ปะติดปะต่อเข้าด้วยกันและถูกกัดเซาะด้วยแผ่นน้ำแข็ง เป็นพื้นที่รูปลิ่มใต้ผืนฟ้ามืดหม่นและเย็นเยียบ

ว่ากันว่าในดินแดนหนาวเหน็บแห่งนี้ กฎหมายไม่ได้เป็นกฎเกณฑ์มากเท่ากับศักดิ์ศรีส่วนตัว ซึ่งบางครั้งเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ก็ไม่เสมอไป  ทั้งผืนดินและสภาพอากาศล้วนโหดร้าย ผู้คนค่อนข้างตรงไปตรงมา พวกเขาอยู่ใน “อาณาจักร” เพราะเหมาะกันดี

สเตฟาน ลาวูเอ เป็นคนฝรั่งเศสที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในบริตตานี เดินทางมายัง “อาณาจักร” ระหว่างมาเยี่ยมเพื่อนๆ และทำงานของตัวเองไปด้วย  ผมรู้จักคนที่เขาถ่ายรูป แต่ไม่ใช่ในฐานะบุคคลหรือรู้จักชื่อ แต่เป็นคนแบบ “อาณาจักร” ที่มีลักษณะอันลึกลับของความเป็นอื่น

คนเหล่านี้เป็นนักปฏิบัติ  สิ่งใดที่ไม่มีปัญญาซื้อหา พวกเขาจะหาวิธีแก้ขัดและประดิษฐ์ขึ้นเอง  ที่สำคัญที่สุดก็คือพวกเขาหาได้ถูกกดขี่หรือดิ้นรนต่อสู้จากสภาพแวดล้อมอันโหดร้าย  “อาณาจักร” แห่งนี้เป็นทางเลือก เป็นที่พำนักของคนประหลาด และเป็นบ้านของเสรีชน

เมื่อบรรณาธิการของผมถามว่า รู้ไหมว่าในพิพิธภัณฑ์ชีวิตประจำวันมีของอะไรบ้าง  ผมบอกขำๆ ว่าผมไม่รู้ แต่คงไม่แปลกใจถ้ามันไม่มีอะไรเลย  ผมรู้อยู่แล้วว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมของตามชื่อของมัน ซึ่งจัดแสดงทุกอย่างตั้งแต่เข็มกลัดถึงไม้ขีดไฟ

ถึงอย่างนั้น  มันก็อาจว่างเปล่าสมกับความขี้โอ่พิลึกพิลั่นของ “อาณาจักร” คนที่นี่อาจไม่มีเงินมากนัก แต่พวกเขาร่ำรวยคำถากถาง

เรื่อง อาร์เชอร์ แมร์

ภาพถ่าย สเตฟาน ลาวูเอ

เวอร์มอนต์
อาร์เชอร์ แมร์ นักเขียนชาวเวอร์มอนต์เรียกอาณาจักรตะวันออกเฉียงเหนือว่าเป็น “ที่พำนักของคนประหลาด” พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งจัดแสดงวัตถุในชีวิตประจำวันเป็นการเฉพาะ ส่วนอีกแห่งมีสัตว์ป่าสตัฟฟ์จัดแสดงร่วมกับของอื่นๆ
เวอร์มอนต์
อัลปากาถูกต้อนเข้าคอกหลังได้รับการตัดขนที่ฟาร์มล็อกเคบินในเมืองอิรัสเบิร์ก
เวอร์มอนต์
วอลต์ ดริสคอลล์ นักสตัฟฟ์สัตว์ โชว์สัตว์ที่เขาสตัฟฟ์ไว้บางส่วนที่บ้าน ซึ่งรวมถึงปลาตัวนี้ด้วย
เวอร์มอนต์
คนงานหนุ่มเตรียมพร้อมเข้ากะงานที่โรงงานผลิตน้ำเชื่อมเมเปิ้ล
เวอร์มอนต์
ลาวูเอบอกว่า “ในอาณาจักรที่ผมนึกภาพไว้” เขาตั้งชื่อแปลกๆ ให้คนท้องถิ่นบางคน โจซี แอน มอนโร พรานที่ใช้ธนูกับลูกศรผู้ศึกษาการชำแหละแบบดั้งเดิม และทำงานเป็นคนชำแหละเนื้อ เป็น “เจ้าหญิงของผม”
เวอร์มอนต์
วิลเลียม เอ็ดดี เป็นนักสิ่งแวดล้อม คนทำหนัง นักเขียน และครูที่ “เชื่อมโยงระหว่างความฝันเฟื่องของผมกับความเป็นจริงของอาณาจักร” ลาวูเอกล่าว เอ็ดดีเสียชีวิตที่บ้านของเขาที่นั่นในปี 2016 ขณะอายุ 88 ปี
เวอร์มอนต์
เอมิเลีย ลารามี หญิงหม้ายวัยเกษียณบอกกับลาวูเอว่า เธอ “อาศัยอยู่ในอาณาจักรตะวันออกเฉียงเหนือตลอดมา” เธอผ่าไม้ที่ใช้ทำความร้อนให้บ้านและทำอาหาร เขาจึงตั้งชื่อเล่นให้เธอว่า “ท่านหญิงท่อนฟืน”
เวอร์มอนต์
นักสตัฟฟ์สัตว์ วอลต์ ดริสคอลล์ ทำงานกับเอลค์ ปลา ไก่งวง และสัตว์ที่ล่าเกมกีฬาอื่นๆ ที่มีผู้นำมาว่าจ้างเขา

 

อ่านเพิ่มเติม

ผู้คนเหล่านี้ยังคงใช้ ชีวิตในถ้ำ ของสเปน

 

เรื่องแนะนำ

อร่อยเหาะยกล้อ

เรื่อง  เดวิด บรินด์ลีย์ ภาพถ่าย เกิร์ด ลุดวิก เวลาสี่ทุ่มของคืนวันเสาร์อันหนาวเย็นในลอสแอนเจลิส ผู้คนกว่า 30 ชีวิตสวมหมวกและผ้าพันคอฝ่าอุณหภูมิเก้าองศาเซลเซียสซึ่งนับว่าหนาวมากสำหรับนครแห่งนี้ มาเข้าแถวอยู่ริมทางเท้าหน้ารถสเตปแวน (step van)  ที่ดัดแปลงเป็นรถขายอาหารเคลื่อนที่หรือฟู้ดทรัก (food truck) เมื่อหน้าต่างด้านข้างรถเลื่อนเปิดออก ปรากฏการณ์อาหารฮอตฮิตในนาม “โคกิ บาร์บีคิว” (Kogi BBQ) ก็เข้าเกียร์พร้อมเสิร์ฟแล้ว โคกิบาร์บีคิวโกยทั้งเงินทั้งกล่องตั้งแต่แจ้งเกิดเมื่อปี 2008 หลังสองเกลอหุ้นส่วนฟูมฟักไอเดียบรรเจิดในการรวมรสชาติของเนื้อย่างเกาหลีเข้ากับทาโกหรือแป้งห่อสไตล์เม็กซิกัน และขนขึ้นรถบรรทุกเล็กเร่ขายตามข้างถนนในลอสแอนเจลิส จะว่าไปแล้วรถขายอาหารไม่ใช่ของใหม่สำหรับเมืองนี้  แต่เป็นแหล่งขายอาหารราคาถูกที่หาซื้อได้ตามข้างถนนหรือไม่ก็ไซต์งานก่อสร้าง และผู้คนมักมองแบบเหยียดๆว่าเป็น “แผงแมงสาบ” ดังนั้นความคิดที่จะขายทาโกแนวเกาหลีในฟู้ดทรักจึงฟังดูเป็น “ไอเดียเพี้ยนๆ” ตามที่รอย ชอย ผู้ก่อตั้งโคกิบาร์บีคิว กล่าวไว้ในหนังสือบันทึกความทรงจำของเขาที่ชื่อ L.A. Son หรือ “ลูกชายของแอล.เอ” สิ่งที่ทำให้โคกิบาร์บีคิวโด่งดังขึ้นมา คือการเป็นเจ้าแรกๆที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้าถึงลูกค้า ในตอนแรกทีมงานเล็กๆของโคกิขายอาหารให้บรรดานักเที่ยวกลางคืนที่มึนเมานอกไนต์คลับในย่านซันเซตบูเลอวาร์ด  แต่ไปได้ไม่ดีนัก จนกระทั่งทีมงานลองหันมาใช้สื่อสังคมออนไลน์ซึ่งเพิ่งเริ่มฮิตในช่วงนั้นโดยใช้ทวิตเตอร์  โคกิจะคอยส่งข่าวอัปเดตสถานที่ขายซึ่งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ กลุ่มลูกค้าคนเมืองวัยหนุ่มสาวติดโซเชียลมีเดียเริ่มติดตามรถโคกิ ภายในเวลาไม่กี่เดือน โคกิก็มีลูกค้าเพิ่มเป็นหลายร้อยคน นิตยสาร นิวส์วีก เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ร้านอาหารไวรัลร้านแรกของอเมริกา” [viral – ปรากฏการณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ที่บางเรื่องเป็นที่รู้จักหรือพูดถึงอย่างรวดเร็ว] ปัจจุบันโคกิบาร์บีคิวมียอดผู้ติดตาม 132,000 […]

โยคะ : ค้นพบความสงบในโลกอันวุ่นวาย

ในอินเดียอันเป็นต้นธาร โยคะเป็นทั้งการฝึกเพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกาย และการเดินทางสู่ภายในเพื่อรู้จักตนเองและเจริญงอกงามทางจิตวิญญาณ แต่เมื่อศาสตร์ของโยคะเผยแพร่สู่โลกตะวันตก ความหมายทางจิตวิญญาณของโยคะกลับจางหาย บ่อยครั้งที่โยคะถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องของการออกกำลังกาย และการฝึกท่วงท่าต่างๆ ที่เรียกว่า อาสนะ ทั้งที่จริงแล้ว โยคะมีความหมายลึกซึ้งและครอบคลุมกว่านั้นมาก

ประวัติศาสตร์ไทยก่อนสุโขทัย ที่ไม่มีในแบบเรียน

ขอเชิญชวนคุณผู้อ่านออกเดินทางไปทำความรู้จักกับ “ชาวจ้วง” เครือญาติชนชาติไทที่เก่าแก่ที่สุด ผู้มีวัฒนธรรมสืบเนื่องมาตั้งแต่ 3,000 ปีก่อน

กำเนิดผีน้อยไทยในเกาหลีใต้

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนไทยจำนวนหนึ่งยอมเป็น ผีน้อย หรือแรงงานผิดกฎหมายเพื่อไปขายแรงงานแบบหลบๆ ซ่อนๆ แม้จะมีเสียงตำหนิก่นด่าจากเพื่อนร่วมชาติไว้เบื้องหลัง สำหรับในประเทศไทย ค่านิยมการออกไปค้าแรงงานในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งออกแรงงานไปต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบตะวันออกกลาง หลังจากนั้น ค่านิยมการไปขายแรงงานในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นตะวันออกกลาง เอเชีย แม้กระทั่งยุโรปหรืออเมริกา ก็เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยที่ต้องการค่าตอบแทนที่มากกว่าการทำงานในประเทศของตัวเองเรื่อยมา แม้จะต้องแลกกับชีวิตที่ต้องห่างไกลบ้านและต้องปรับตัววิถีชีวิตที่แตกต่างกับบ้านเกิดอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังเริ่มปรากฏปัญหาของแรงงานไทยที่ผิดกฎหมายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศเกาหลีใต้ที่กระทรวงยุติธรรมของเกาหลีใต้ออกมาให้ข้อมูลในปี 2018 ว่ามีคนไทยอาศัยอยู่ 188,206 คน และกว่าร้อยละ 65 หรือประมาณ 120,000 เป็นแรงงานที่ไม่มีเอกสารการทำงานและอาศัยอยู่ในเกาหลีใต้เกินอายุวีซ่า นอกจากการได้ค่าตอบแทนที่สูงแล้ว ปัจจัยใดที่ทำให้คนไทยนับแสนต้องยอมเสี่ยงละเมิดกฎหมาย การไปทำงานแบบถูกกฎหมายที่ยังมีอุปสรรคสำคัญ เป็นที่ทราบกันดีว่า ค่าตอบแทนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการค้าแรงงานในประเทศ คือแรงจูงใจหลักที่ทำให้คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานภาคเกษตรกรรมที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ซึ่งต้องพบเจอปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และปัญหารายได้ในการทำเกษตรกรรมที่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย สนใจเข้ามาค้าแรงงานในเกาหลีใต้ และยังมีแรงงานในหัวเมืองใหญ่ที่พบว่าค่าตอบแทนที่ได้รับไม่เพียงพอในการตั้งตัวและมีชีวิตที่ดีกว่าได้ จึงเริ่มต้นกระบวนการหางานในต่างประเทศ โดยเกาหลีใต้คือหนึ่งในนั้น โดยงานที่คนไทยนิยมมักเป็นงานภาคการผลิตที่อยู่ในโรงงาน งานก่อสร้าง แรงงานภาคเกษตร งานนวดแผนไทย เป็นต้น ซึ่งจะมีการส่งแรงงานถูกกฎหมายจากประเทศไทยไปทำงานอยู่เป็นระยะๆ กระบวนการจัดส่งแรงงานไปประเทศเกาหลีใต้อย่างถูกกฎหมายโดยคร่าวๆ ต้องเริ่มจากการเข้าระบบ EPS ที่ย่อมาจาก […]