ประวัติศาสตร์ไทยก่อนสุโขทัย ที่ไม่มีในแบบเรียน - National Geographic Thailand

ประวัติศาสตร์ไทยก่อนสุโขทัย ที่ไม่มีในแบบเรียน

ชาวจ้วงขณะกำลังทำการละเล่นในพิธีบูชาฝังกบศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อของชาวจ้วงกบคือตัวแทนแห่งความอุดมสมบูรณ์ และเป็นผู้คุ้มครองหมู่บ้าน
ภาพถ่ายโดย https://www.asiaculturaltravel.co.uk/zhuang-festivals/

 

ประวัติศาสตร์ไทย ก่อนสุโขทัย ที่ไม่มีในแบบเรียน

ในอาณาบริเวณที่ตั้งของประเทศไทยปัจจุบัน นักโบราณคดีขุดพบเครื่องมือหินกะเทาะ หลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์โบราณที่ย้อนอายุได้ไกลถึง 5 แสนปี และในเวลาต่อมาเมื่อผู้คนโบราณเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการหาของป่าล่าสัตว์มาเป็นการทำเกษตรกรรม ชุมชนที่มีก็ขยายตัวใหญ่ขึ้นเป็นเมือง เป็นอาณาจักรตามมา จากบันทึกทางราชการของจีน และบันทึกของพระภิกษุจีน ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 12 บ่งชี้ว่าในขณะนั้นมีอาณาจักรก่อตั้งขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็น อาณาจักรทวารวดี, เจนละ, ละโว้, ฟูนัน, ขอม หรือแม้แต่ทางตอนใต้ก็มีอาณาจักรลังกาสุ ทว่าในสำนึกของใครหลายคนมักเข้าใจว่าประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชนชาติไทยเรามีจุดเริ่มต้นที่การก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งสถาปนาขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ 18 หลังการล่มสลายของอาณาจักรขอม

ต่อจากนั้นอาณาจักรสุโขทัยก็เลื่อมอำนาจลง และถูกผนวกรวมเข้ากับอาณาจักรอยุธยา หลังกรุงศรีอยุธยาพ่ายแพ้แก่ทัพพม่า ผู้คนก็ได้อพยพมาตั้งเมืองหลวงใหม่ยังกรุงธนบุรี และย้ายมายังกรุงรัตนโกสินทร์สืบมาจนปัจจุบัน นี่คือบทคัดย่อของประวัติศาสตร์ชาติไทยที่แทบทุกคนจดจำได้ ว่าแต่ผู้คนที่ก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัยพวกเขาเป็นใครกัน? ในการจะตอบคำถามนี้จำต้องเข้าใจว่าในความเป็นจริงนั้น เรื่องราวของคนไทยไม่ได้มีขอบเขตครอบคลุมแค่พื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเท่านั้น เครือญาติผู้มีบรรพบุรุษร่วมกับเรากระจายถิ่นฐานอยู่อาศัยกันมากมากทั้งในและนอกอาณาเขตประเทศไทย การศึกษาเรื่องราวความเป็นมาของคนไทยนอกบ้านนอกจากจะเป็นการเปิดเผยเรื่องราวของพวกเขาแล้ว ยังช่วยฉายภาพองค์ความรู้ที่มีให้เห็นเด่นชัดขึ้นถึงที่มาของตัวเราเอง

ประวัติศาสตร์ไทย
แผนที่แสดงถิ่นฐานชนเผ่าไทหรือไต ภาพจากหนังสือ “กว่าจะรู้ค่า…คนไทในอุษาคเนย์” โดย ธีรภาพ โลหิตกุล

 

คนไทยมาจากไหน?

“ถ้าคนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต อพยพกันลงมา 6 แสนคน คงเหลือรอดแค่ 6 คน” คำกล่าวจากนักวิชาการท่านหนึ่ง ที่ต้องการจะบอกว่าทฤษฎีคนไทยมาจากอัลไตนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากต้องเดินทางข้ามพื้นที่ทุรกันดารมากมาย อีกทั้งยังขาดหลักฐานทางประวัติศาสตร์มาสนับสนุน ปัจจุบันมีทฤษฎีสำคัญอยู่ 3 ทฤษฎีที่ใช้อธิบายที่มาของคนไทยในแง่มุมต่างๆ

1 คนไทยอพยพมาจากพื้นที่ทางตอนใต้ของจีน – เชื่อว่าถิ่นกำเนิดของคนไทยกระจัดกระจายกันอยู่ทั่วไปในบริเวณตอนใต้ของจีน และทางตอนเหนือของภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงรัฐอัสสัมในอินเดีย หลักฐานจากชนเผ่ามากมายที่ตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ดังกล่าว พวกเขาพูดภาษาตระกูลไท-กะได และมีวัฒนธรรม ความเชื่อ ประเพณีบางอย่างที่บ่งชี้ว่าเคยมีอารยธรรมร่วมกันมาก่อน (นักวิชาการผู้สนับสนุนแนวคิดนี้: วูลแฟรม อีเบอร์ฮาร์ด, เฟรเดริก โมต, วิลเลียม เจ. เก๊ดนีย์)

2 คนไทยอยู่ที่นี่ ผสมปนเปกันในดินแดน – เชื่อว่าถิ่นเดิมของคนไทยอยู่บริเวณพื้นที่ประเทศไทยในปัจจุบัน ในดินแดนแถบนี้ประกอบด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน มลายู มอญ เขมร อีกทั้งในอดีตยังเป็นเมืองท่าค้าขายสำคัญที่ต้องแลกเปลี่ยนสินค้าจากชาวต่างชาติ ดังนั้นคนไทยจึงถือกำเนิดขึ้นที่นี่อยู่แล้ว และรับเอาวัฒนธรรมมากมายมาดัดแปลงจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของตน (นักวิชาการผู้สนับสนุนแนวคิดนี้: นพ.สุด แสงวิเชียร, ศาสตราจารย์ชิน อยู่ดี)

3 คนไทยมาจากคาบสมุทรมลายู – เชื่อว่าถิ่นกำเนิดของคนไทยมาจากทางตอนใต้ สมมุติฐานนี้ต่อยอดจากงานวิจัยเปรียบเทียบหมู่เลือดของชาวไทยและชาวอินโดนีเซีย พบว่ามีความคล้ายคลึงกัน อีกทั้งรูปลักษณ์หน้าตาของคนไทยก็คล้ายกับคนฟิลิปปินส์มาก จึงเชื่อกันว่าคนไทยมาจากมลายูก่อนที่จะแพร่กระจายตั้งถิ่นฐานไปทั่วภูมิภาค (นักวิชาการผู้สนับสนุนแนวคิดนี้: นพ.สมศักดิ์ พันธุ์สมบูรณ์, ศ. นพ.ประเวศ วะสี)

ประวัติศาสตร์ไทย
บริเวณจุดสีแดงคือเทือกเขาอัลไตในมองโกเลีย จะเห็นว่าห่างไกลจากภูมิภาคอุษาคเนย์หลายพันกิโลเมตร ทั้งยังแวดล้อมไปด้วยสภาพแวดล้อมทุรกันดารยากต่อการเดินทาง
ภาพถ่ายโดย https://www.traveltomtom.net/destinations/europe/russia/visit-altai-region-siberia

ปัจจุบันด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และความคล้ายคลึงกันของภาษาตระกูลไท-กะได บรรดานักวิชาการยกให้ทฤษฎีคนไทยมีถิ่นกำเนิดบริเวณพื้นที่ทางตอนใต้ของจีนเป็นทฤษฎีหลัก สอดคล้องกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในจดหมายเหตุเก่าของจีนที่บันทึกถึงอาณาจักร “เซียน” และอาณาจักร “ฉาน” ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีน สองคำนี้มีความคล้ายคลึงกับคำว่า สยาม ซึ่งเป็นชื่อที่ชาวต่างชาติใช้เรียกดินแดนแถบนี้อันประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ บทความนี้จะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับ “ชาวจ้วง” เครือญาติชาวไทยที่มีความเก่าแก่ที่สุด การคงอยู่ซึ่งตัวตนของพวกเขาเป็นข้อพิสูจน์ว่าอารยธรรมชาวไทยของเรานั้นไม่ได้มีจุดเริ่มต้นแค่ในสมัยสุโขทัย แต่แท้จริงแล้วย้อนหลังไปได้ไกลหลายพันปี ไม่น้อยไปกว่าอารยธรรมกรีก, โรมัน หรือแม้แต่จีน

อ่านเพิ่มเติมบรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ

เรื่องแนะนำ

“สตรี เพศสถานะและเพศวิถีศึกษา” หลักสูตรเรียนที่เปิดโลกความเสมอภาคทางเพศ

ปริญญาโท “สตรี เพศสถานะ และเพศวิถีศึกษา” มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวในอาเซียน เรียนเพื่อสร้างความเป็นมนุษย์และสร้างสะพานไปสู่สังคมในอุดมคติ ตลอดทั้งเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เราได้เห็นบรรยากาศของ Pride Month ที่อบอวลไปทั่วทั้งอินเตอร์เน็ต สื่อหลัก สื่อรอง และบุคคลทรงอิทธิพลทั่วโลกพร้อมใจกันสื่อสารว่า สิทธิในการแสดงออกของบุคคลเพศหลากหลายมีความหมายเดียวกับสิทธิมนุษยชน แต่ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ในวันที่ความเข้าใจเรื่องความเท่าเทียมไม่ได้แพร่หลายเท่าวันนี้ มีความพยายามของนักวิชาการและอาจารย์กลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ต้องการผลักดันความรู้ความเข้าใจเรื่องดังกล่าว ก่อให้เกิดเป็นหลักสูตรสตรีศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ก่อนมีการปรับหลักสูตรเมื่อปี พ.ศ. 2556 จนกลายเป็น “หลักสูตรปริญญาโทสตรี เพศสถานะ และเพศวิถีศึกษา” ที่ครอบคลุมประเด็นมากขึ้น เพื่อส่งท้ายเดือน Pride Month เราขอพาทุกคนย้อนกลับไปดูเรื่องราวพัฒนาการของทั้งหลักสูตรนี้ และบรรยากาศที่ห้อมล้อมประเด็นความเท่าเทียมทางเพศในประเทศไทย ผ่านบทสัมภาษณ์กับ อาจารย์ ดร. โกสุม โอมพรนุวัฒน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโครงการศึกษาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสตรีศึกษา ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ และตัวแทนผู้เรียน 3 ท่านจากทางหลักสูตร ท่ามกลางสังคมที่ยังไม่เข้าใจประเด็นความลื่นไหลทางเพศ อ.โกสุม เล่าว่า ย้อนกลับไปเมื่อวันที่หลักสูตรเพิ่งเริ่มก่อตั้งภายใต้ชื่อ “สตรีศึกษา” เรื่องสิทธิสตรีเป็นเรื่องที่ใหม่มากในสังคมไทย และได้รับความสนใจจากผู้เรียนทั้งในและนอกคณะ จนถึงขั้นมีผู้เรียนมาขอ Sit-in […]

บุหรี่มือสามมีจริงและอันตรายกว่าที่คิด

บุหรี่มือสาม คือร่องรอยที่ตกค้างจากผู้สูบบุหรี่ภายในตัวอาคารหรือบ้านเรือน สารพิษที่ตกค้างเหล่านี้จะยังคงอยู่ไปอีกหลายปี และทำลายสุขภาพแม้คุณจะไม่ได้สูบบุหรี่ก็ตาม

เกิดเป็น (เด็ก) หญิง แท้จริง แสนลำบาก

เรื่อง อเล็กซิส โอเคโอโว ภาพถ่าย สเตฟานี ซินแคลร์ เซียร์ราลีโอนคือหนึ่งในสถานที่เลวร้ายที่สุดในโลก ถ้าเกิดเป็นเด็กผู้หญิง ในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกที่มีประชากรราวหกล้านคน  ถูกแบ่งแยกจากสงครามกลางเมืองเลวร้ายที่กิน    เวลายาวนานกว่าสิบปี  และเมื่อไม่นานมานี้ยังย่อยยับด้วยโรคอีโบลา  ลำพังการเกิดเป็นเด็กหญิงก็หมายถึงชั่วชีวิตที่เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามและประเพณีที่มักให้คุณค่าแก่เรือนร่างมากกว่าความรู้สึกนึกคิด  องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟระบุว่า  ประชากรหญิงส่วนใหญ่ของเซียร์ราลีโอนหรือราวร้อยละ 90 ผ่านพิธีกรรมการขริบอวัยวะเพศหญิง (Female Genital Mutilation: FGM)  เพื่อประกาศความเป็นสาว  และเชื่อว่าเป็นการเพิ่มโอกาสของการแต่งงานออกเรือน   ทว่านี่ยังเป็นวิถีทางวัฒนธรรมอันหยั่งรากลึกเพื่อกดหรือควบคุมความต้องการทางเพศด้วยในประเทศนี้เด็กสาวเกือบครึ่งหนึ่งแต่งงานก่อนอายุ 18 ปี  และอีกไม่น้อยที่ตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุน้อยกว่านั้น ส่วนมากเพียงไม่กี่เดือนหลังจากมีประจำเดือนครั้งแรก  หลายคนตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศ  การข่มขืนมักเกิดขึ้นโดยไร้การลงโทษ  ในปี 2013  กว่าหนึ่งในสี่ของเด็กสาวอายุ 15 ถึง 19 ปีในเซียร์ราลีโอนตั้งครรภ์หรือมีลูกแล้ว ซึ่งถือเป็นอัตราการตั้งครรภ์สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลกของเด็กในช่วงอายุดังกล่าว “ถ้าไปตามต่างจังหวัด คุณจะเห็นเด็กอายุ 13 บ้าง 15 บ้าง แต่งงานหรืออุ้มลูกกันแล้ว” แอนนี มาฟินดา พยาบาลบำรุงครรภ์ที่ศูนย์เรนโบ (Rainbo Center) ซึ่งให้การช่วยเหลือแก่เหยื่อความรุนแรงทางเพศในกรุงฟรีทาวน์ เล่าและเสริมว่า คนไข้ของศูนย์แห่งนี้ส่วนมากมีอายุเพียง 12-15 […]