ความลับเบื้องหลังความงาม ทำไมใครๆ ก็ชอบคนสวย? - National Geographic Thailand

ความลับเบื้องหลังความงาม ทำไมใครๆ ก็ชอบคนสวย?

บิ๊นท์ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ ผู้ได้รับตำแหน่งนางสาวไทย 2562 ตัวแทนประเทศไทย (ขวาสุด) คว้ารางวัลอันดับหนึ่ง มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019 มาครอง
ขอบคุณภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=Fe3efakTrtQ


ความลับเบื้องหลังความงาม ทำไมใครๆ ก็ชอบ คนสวย ?

นิยาม “ความสวย” ลื่นไหลไปตามวัฒนธรรม ทั้งยังไม่หยุดนิ่งผันแปรด้วยกาลเวลา ความสวยจากยุคสมัยหนึ่งจึงกลายเป็นของแปลกในอีกยุคสมัย เช่นเดียวกับ คนสวย ในค่านิยมของสังคมหนึ่ง ที่อาจกลายเป็นเพียงคนหน้าตาธรรมดาในอีกสังคม

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาความสวยของชาวอียิปต์โบราณคือการที่หญิงสาวมีรูปร่างผอมบาง สะโพกเล็ก ผมดำขลับ แต่สำหรับชาวกรีกโบราณ ผู้หญิงที่มีหัวคิ้วแทบจะชนกันคือความงามที่น่าอิจฉา คุณลักษณะบางประการของใบหน้าที่ถูกนิยามว่าเป็นความสวยนี้ปรากฏในชาวอิตาลียุคเรเนสซองส์ ผู้หญิงที่มีหน้าผากกว้างคือคนสวย ในศตวรรษที่ 18 ชาวฝรั่งเศสมองว่าสาวเจ้าเนื้อที่มีคางสองชั้นต่างหากคือความงาม แต่ถ้าข้ามเวลามายังทศวรรษ 1990 พวกเธอคงอยากผอมเพรียว เมื่อใครๆ ก็ชื่นชมคนผอม ส่วนในปัจจุบัน ความสวยมาคู่กับการมีสุขภาพดี กล้ามเนื้อที่แข็งแรง ไปจนถึงทัศนคติที่ดีต่อตนเองและผู้คนรอบตัว

แต่ไม่ว่านิยามความสวยจะเปลี่ยนไปในรูปแบบใด คนสวยก็ยังคงถูกชื่นชม และใครๆ ต่างก็อยากเป็นคนสวย แน่นอนคุณอาจให้เหตุผลว่าการมองอะไรที่มันสวยๆ งามๆ ย่อมสบายใจกว่า ทว่ามีเหตุผลอื่นซ่อนอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมนี้หรือไม่?

(ความสวยในอดีตเป็นอย่างไร? BuzzFeedVideo รวบรวมมาให้ชมกันผ่านวิดีโอนี้)

 

คนสวยใครก็อยากมอง

Olga Chelnokova คือนักวิจัยปริญญาเอกสาขาจิตวิทยาหน้าตาสะสวย จากมหาวิทยาลัยออสโล ประเทศนอร์เวย์ เธอต้องการทราบคำตอบว่าเหตุใดใครๆ ก็พากันชอบมองคนสวย คำว่าสวยในที่นี้ Olga ครอบคุลมถึงความงามทั้งหมดของรูปร่างหน้าตาในหญิงและชาย ผลการวิจัยของเธอชี้ว่า เมื่อเรามองใบหน้าของใครสักคน เราไม่ใช่แค่มองเฉยๆ แต่กำลังพยายามศึกษาเรื่องราวของพวกเขา และพยายามประเมินคุณค่าด้วยเช่นกัน

Olga ร่วมงานกับทีมวิจัยจาก Hedonic Pharmacology lab ที่มุ่งไขความลับในสมอง พวกเขาทดลองฉีดมอร์ฟีนปริมาณน้อยให้แก่ผู้เข้าร่วมทดลอง และให้พวกเขานั่งดูภาพถ่ายของคนสวยหล่อ, คนหน้าตาธรรมดา และคนที่ไม่ได้มีหน้าตาดึงดูดใจ ผลการทดสอบผู้เข้าร่วมการทดลองจัดอันดับความสวยหล่อเป็นไปตามที่นักวิจัยคาด นอกจากนั้นพวกเขายังใช้เวลาในการกดดูภาพของคนสวยหล่อนานที่สุดอีกด้วย เมื่อเทียบกับภาพของอีกสองกลุ่ม โดยจุดที่ผู้เข้าร่วมใช้เวลาในการจ้องมองมากที่สุดก็คือดวงตา Olga เชื่อว่าการจ้องมองคนสวยเกี่ยวข้องกับระบบการให้รางวัลในสมอง ไม่ต่างจากเวลาที่เราได้กินขนมอร่อยๆ หรือถูกรางวัลลอตเตอรี่ และจากการสแกนสมองของผู้เข้าร่วมขณะชมภาพของคนสวยหล่อพบว่าเป็นเช่นนั้นจริง

ระบบการให้รางวัลเป็นส่วนที่มีมาแต่ดึกดำบรรพ์ของสมองเรา สิ่งนี้มีอยู่เพื่อรับประกันว่า เราจะเสาะหาสิ่งที่เราต้องการ และทำให้เราตื่นตัวกับภาพ เสียง และกลิ่นที่พาเราไปสู่สิ่งนั้น ระบบนี้ทำงานร่วมกับสัญชาตญาณและกิริยาสนองฉับพลัน (reflex) ซึ่งสร้างขึ้นสำหรับช่วงเวลาที่การอยู่รอดพึ่งพาความสามารถในการหาอาหารและการสืบพันธุ์ให้ได้ก่อนคู่แข่ง ว่าแต่ทำไมสมองของเราถึงรู้สึกพึงพอใจเมื่อได้มองคนหน้าตาดี? ในเมื่อการพบเจอคนหน้าตาดีไม่ได้ช่วยให้ท้องอิ่มอย่างการทานอาหารอร่อย หรือมีความสุขจากสารเอ็นโดรฟินที่หลั่งออกมาหลังมีเพศสัมพันธ์

คนสวย
ผู้คนพูดถึงแต่ใบหน้าที่สวยงาม แล้วใบหน้ากลางๆ ที่เป็นค่าเฉลี่ยนั้นเป็นอย่างไร? ชุดภาพถ่ายเหล่านี้สร้างขึ้นจากการทับซ้อนของใบหน้าผู้คนมากมายในหลายประเทศ โดย Collin Spears ขอบคุณภาพจาก https://leadingpersonality.wordpress.com/2013/09/30/average-faces-of-men-and-women-around-the-world/

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ก่อนหน้าเชื่อมโยงความหน้าตาดีเข้ากับทฤษฎีวิวัฒนาการที่คัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่เรา คุณลักษณะสำคัญที่คนหน้าตาดีต้องมีคือ “ความสมมาตรของใบหน้า” และอวัยวะที่อยู่ในขนาดของค่าเฉลี่ย เช่น จมูกที่ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป ดวงตาที่อยู่ในระยะพอดีไม่ห่างไป เป็นต้น นอกจากนั้นความสวยความหล่อยังหมายถึงการมีสุขภาพดี และภาวะการเจริญพันธุ์ที่ดี

ดอกเตอร์ Jack da Silva ผู้เชี่ยวชาญด้านวิวัฒนาการ จากมหาวิทยาลัยแอดิเลด ในออสเตรเลียชี้ว่า สมองของเราเชื่อมโยงรูปลักษณ์หน้าตาที่ดีเข้ากับลักษณะทางพันธุกรรมที่ดีของพวกเขาเหล่านั้น วิวัฒนาการที่ผ่านมาผลักดันให้มนุษย์แสวงหาคู่ที่มีคุณลักษณะของพันธุกรรมที่ดีที่สุด เพื่อลูกที่จะเกิดมาจะได้รับสิ่งดีๆ สอดคล้องกับแนวคิดของ Richard Dawkins นักชีววิทยาวิวัฒนาการ ผู้เขียนหนังสือ “ยีนเห็นแก่ตัว” (The Selfish Gene) ที่ระบุว่าพฤติกรรมหลายอย่างของมนุษย์เรานั้นมาจากความต้องการของยีนในร่างกาย ที่ต้องการเก็บยีนที่ดีที่สุดไว้เพื่อถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่น และในอนาคตมีแนวโน้มว่าผู้หญิงจะยิ่งสวยมากขึ้น ดึงดูดใจผู้ชายกันมากกว่าเดิม เพราะมีการคัดเลือกตามธรรมชาติเป็นแรงผลักดัน เมื่อผู้หญิงสวยมีโอกาสแต่งงาน และมีลูกได้มากกว่าผู้หญิงที่หน้าตาธรรมดา

อย่าไรก็ดี Olga เสริมว่า การมองคนสวยคนหล่อให้ความพึงพอใจแก่เราเพียงชั่วครู่เท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อพฤติกรรมของเราในระยะยาวเช่นการให้รางวัลตนเองในแบบอื่นอย่างการติดขนมหวาน หรือยาเสพติด เป็นต้น และใบหน้าที่งดงามเป็นเพียงหนึ่งปัจจัยเท่านั้น ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยให้ความสัมพันธ์สามารถเริ่มต้นขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาที่ดีเสมอไป

คนสวย
ผู้คนพูดถึงแต่ใบหน้าที่สวยงาม แล้วใบหน้ากลางๆ ที่เป็นค่าเฉลี่ยนั้นเป็นอย่างไร? ชุดภาพถ่ายเหล่านี้สร้างขึ้นจากการทับซ้อนของใบหน้าผู้คนมากมายในหลายประเทศ โดย Collin Spears ขอบคุณภาพจาก https://leadingpersonality.wordpress.com/2013/09/30/average-faces-of-men-and-women-around-the-world/

สุขทุกข์ของคนสวย

เมื่อคนสวยเป็นที่ชื่นชมและชื่นชอบของใครๆ เช่นนี้ ชีวิตของพวกเธอจึงประสบความสำเร็จง่ายกว่าคนทั่วไปด้วยใช่ไหม? Daniel Hamermesh ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทกซัส ออสติน ผู้เขียนหนังสือ “Beauty Pays: Why Attractive People Are More Successful.” พบว่า ความดึงดูดใจทางกายภาพมีผลต่อเงินเดือนจริง เพราะคนที่มีหน้าตาดีมีแนวโน้มที่จะมีรายได้มากกว่าคนทั่วไปราว 3 – 4% นอกจากนั้นยังพบว่าผู้หญิงสวยมีแนวโน้มที่จะถูกจ้างงานได้ง่ายกว่า ได้รับการสนับสนุนจากเจ้านายได้เร็วกว่า รวมไปถึงยังได้รับการปฏิบัติจากผู้คนรอบตัวดีกว่าผู้หญิงที่หน้าตาธรรมดาอีกด้วย ดูเหมือนว่าการเกิดมาเป็นคนสวยช่างโชคดีเสียจริง และไม่น่าแปลกใจที่ใครๆ ก็อยากเป็นคนสวย ทว่าเบื้องหลังความงามมีด้านมืดที่ใครอาจไม่เคยทราบ…

ความสวยมาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบ และหากเจ้าของความงามพบว่ามีร่องรอยบั่นทอนความสวยปรากฏขึ้นไม่ว่าจะเป็น สิว หรือรอยเหี่ยวย่น พวกเธอมีแนวโน้มที่จะวิตกกังวลมากกว่าคนทั่วไป และน่าทึ่งที่ผู้หญิงสวยมักเห็นคุณค่าในตนเองต่ำกว่าที่เราคิด (Low self esteem) ทั้งยังไม่คิดว่าตนมีเสน่ห์มากมายดังที่ใครหลายคนรอบตัวพร่ำบอก และหากประสบความสำเร็จในด้านในด้านหนึ่งของชีวิตขึ้นมา ผู้คนมักให้เครดิตกับความสวยของเธอมากกว่าความสามารถ ซึ่งพอนานวันเข้าสุดท้ายแล้วสาวสวยคนนั้นจะพาลคิดไปจริงๆ ว่า เธอไม่มีความสามารถหรือความรู้อะไร นอกเสียจากรูปร่างหน้าตาที่ดี หรือในทางกลับกันรูปร่างหน้าตาที่ดีกลับเป็นอุปสรรค เมื่อระหว่างการสัมภาษณ์งานพวกเธอถูกตัดสินจากภายนอกไปแล้วว่าคงไม่เหมาะกับตำแหน่งงานนั้นๆ แน่นอนปัญหานี้ลุกลามไปถึงการถูกเลือกปฏิบัติ หรือถูกกลั่นแกล้งโดยเพื่อนร่วมงานเช่นกัน

คนสวย
ผู้เข้ารอบ 3 คนสุดท้าย ในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 จากซ้ายไปขวา Sthefany Gutierrez สาวงามจากประเทศเวเนซุเอลา, Tamaryn Green จากแอฟริกาใต้ และ Catriona Gray จากฟิลิปปินส์ ขอบคุณภาพจาก https://www.thenational.ae/lifestyle/miss-philippines-catriona-gray-named-miss-universe-1.803523#3

ดูเหมือนว่าความสวยจะเป็นดังพรและคำสาปที่บรรดาคนงามต้องรับมือ แล้วคนธรรมดาอย่างเราๆ ที่ไม่ได้มีหน้าตาดึงดูดใจพอจะทำอะไรได้บ้าง? คำตอบคืออย่าด่วนตัดสินผู้อื่นเพียงเพราะรูปลักษณ์ของพวกเขา นี่คือสิ่งที่ไม่ใช่แค่คนสวยไม่อยากเจอ แต่ในคนหน้าตาธรรมดาก็ด้วย มากไปกว่านั้นคุณก็ไม่ควรสนับสนุนใครเพียงเพราะว่าเขาคนนั้นหน้าตาดี หากประเด็นนั้นๆ ต้องใช้ปัจจัยอื่นมากกว่าความสวยหล่อ เพื่อเป็นการให้โอกาสผู้อื่นที่พยายามมาไม่น้อยกว่ากัน และอย่าลืมว่าความสวยไม่ใช่สิ่งที่จีรังยั่งยืน คุณค่าของคนๆ หนึ่งไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์เสมอไป ข้อนี้เราทุกคนรู้เมื่อส่องกระจก เพราะภาพสะท้อนตัวเราในนั้นมีดีมากกว่าแค่หน้าตา


อ่านเพิ่มเติม

 

ใบหน้าใหม่ สำคัญแค่ไหนต่อชีวิต

  

แหล่งข้อมูล

Why we look at pretty faces

The truth about why beautiful people are more successful

The Psychology of Beauty

Learn How Our Standards Of Beauty Have Changed Throughout History

‘Don’t Hate Me Because I’m Beautiful’ – When Beauty Is Bad

 

เรื่องแนะนำ

ผู้คนเหล่านี้ยังคงใช้ชีวิตในถ้ำของสเปน

ถ้ำ Sacromonte และ Guadix ในเมืองกรานาดา ของสเปน เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนมานานกว่าหลายศตวรรษจนปัจจุบัน มาดูกันว่าชีวิตในถ้ำของพวกเขาเป็นอย่างไร

ในอาคารสงเคราะห์เหล่านี้ ทุกพื้นที่คือเวทีสร้างสรรค์

เรื่อง เจเรมี เบอร์ลิน ภาพถ่าย มาริอุช ยานิสเซฟสกี สีที่ผนังหลุดลอก พื้นเต็มไปด้วยคราบสกปรก ตาข่ายห่วงบาสเกตบอลขาดรุ่ย และดูเหมือนว่าไม่มีใครสนใจ เด็กๆ ยังคงหัวเราะสนุกสนานระหว่างเล่นเกม พวกผู้ชายงีบกลางวัน ส่วนบางคนส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ที่ห้องโถง ในเมืองที่มีขึ้นชื่อว่ามีประชากรหนาแน่นที่สุดเมืองหนึ่ง ทุกชั้นของอาคารสงเคราะห์แห่งนี้เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา นี่คือสิ่งที่ มาริอุช ยานิสเซฟสกี ช่างภาพชาวโปแลนด์ค้นพบเมื่อเขาเดินทางมาเยี่ยมชมโครงการอาคารสงเคราะห์ของรัฐบาล ใน Barangay 128 ของเขตทอนโด ในกรุงมะนิลา เมื่อปีที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวก่อสร้างขึ้นในปี ช่วงทศวรรษ 1990 ใกล้กับภูเขาสโมกกี้ ที่ซึ่งครั้งหนึ่งสถานที่แห่งนี้เคยเป็นแหล่งทิ้งขยะปริมาณมากกว่า 2 ล้านตัน ปัจจุบันอาคารสงเคราะห์เหล่านี้ยังคงเป็นบ้านของบรรดาอดีตคนงาน ยานิสเซฟสกีเคยถ่ายสารคดีทั่วๆ ไป ในฟิลิปปินส์มาก่อน แต่คราวนี้เขามีเรื่องบางอย่างที่ค้างอยู่ในใจ “ผมอยากจะแสดงให้เห็นว่าชีวิตประจำวันในเมืองที่มีประชากรมหาศาลอย่างกรุงมะนิลา มันเป็นอย่างไร” เขากล่าว “และพวกเขาอยู่อาศัยกันอย่างไรในพื้นที่เปิดและตามบันได” ดังนั้นช่างภาพจึงไม่เลือกที่จะถ่ายภาพในหลากหลายมุม แต่เขากลับใช้วิธีการเฝ้ารออยู่ในมุมเดียวแทน เพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นเบื้องหน้า แต่ละชั้นเหมือน “เวทีที่ถูกออกแบบมาเหมือนกัน” เขากล่าว แต่เพียงไม่นานแต่ละเวทีก็เปิดเผยเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป : ผู้หญิงลุกขึ้นมาทำอาหาร, ผู้ชายเล่นพนัน, เด็กๆ เล่นการ์ดเกม ยานิสเซฟสกีเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้ในแต่ละสัปดาห์เพื่อบันทึกฉากของครอบครัว, เพื่อนฝูง […]

สองพี่น้องชาวอินเดีย ผ่าตัดตา สำเร็จ

สองพี่น้องชาวอินเดีย ผ่าตัดตา สำเร็จ โซเนียและอนิตา เด็กหญิงสองพี่น้องพิการทางการมองเห็นแต่กำเนิด และกำลังรอเข้ารับการ ผ่าตัดตา ที่จะช่วยให้ทั้งคู่สามารถมองเห็นเป็นครั้งแรก ความช่วยเหลือนี้ต้องของคุณองค์กร 20 / 20 / 20 ที่ดำเนินการผ่าตัดให้พวกเธอฟรี เช่นเดียวกันกับที่พวกเขาช่วยเหลือผู้คนในประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกให้มองเห็นได้เช่นคนปกติ ชมภาพยนตร์สารคดีสั้นที่จัดทำขึ้นโดย Blue Chalk Media ปฏิกิริยาที่สองพี่น้องคู่นี้มองเห็นโลกเป็นครั้งแรก จะทำให้คุณตระหนักถึงคุณค่าของการมองเห็น สิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่ในบางคนพวกเขากลับไม่ได้สิทธินี้ ทั้งนี้เด็กๆ และผู้ใหญ่จำนวนกว่า 20 ล้านคนที่มีปัญหาทางการมองเห็นควรสามารถเข้าถึงการผ่าตัด ที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 300 ดอลล่าร์สหรัฐ แต่ส่วนมากพวกเขายากจนและไม่มีเงินเก็บเพียงพอที่จะรักษาดวงตาของตนเอง   อ่านเพิ่มเติม : โรคซึมเศร้า คุณหายได้ : ลุกขึ้นมาเปลี่ยน, โรคซึมเศร้า คุณหายได้ : ดนตรีคือพลัง

นาฏยโนรา จิตวิญญาณแห่งแดนใต้

เรื่องและภาพ ชาญพิชิต พงศ์ทองสำราญ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) “ให้รักษาไว้ อย่าให้สูญหาย” เป็นพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ตรัสกับนายเฉลิม แก้วพิมพ์ หนึ่งในโนราสามคนที่มีโอกาสรำถวายหน้าพระพักตร์เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว  เป็นสิ่งยืนยันว่าโนราไม่ใช่เป็นเพียงการร่ายรำ หากเป็น “ราก-วิถี-จิตวิญญาณ” ของนาฏยศาสตร์และศิลปะโบราณแห่งแผ่นดินขวานทอง เชื่อว่าโนราเกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 1820 ตรงกับสมัยสุโขทัยตอนต้น แพร่ขยายจากหัวเมืองพัทลุงสู่เมืองอื่นๆ จนกลายเป็นละครชาตรี  ในอดีตคนนิยมรำโนรากันมาก ลูกหลานจึงเรียกบรรพบุรุษที่นับถือว่า “ครูหมอโนรา” หรือ “ครูหมอตายาย” เมื่อทำดีจะได้รับการปกป้อง หากทำสิ่งไม่ควรจะถูกลงโทษ  ความเชื่อดังกล่าวหยั่งลึกดังเห็นจากพิธีกรรม “โนราโรงครู” อันเชื่อมโยงความสมัครสมานสามัคคี การนับถือครูบาอาจารย์ บรรพบุรุษ และการทำความดีไว้ด้วยกัน  แม้ปัจจุบันทุกฝ่ายจะให้ความสำคัญกับศิลปะแขนงนี้จนเกิดคณะโนราเยาวชนมากมาย แต่คุณค่าแบบเดิมของโนรากำลังเปลี่ยนไป เมื่อเด็กรุ่นใหม่ที่ร่ายรำได้งดงามกลับขับกลอนโนราสุดไม่เป็น การแสดงถูกตัดทอนให้สั้นลงเพื่อเน้นความสนุกสนาน ตลอดจนการปรับรูปทรงและสีสันของชุดโนราให้เปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้เกิดคำถามปลายเปิดต่อการอนุรักษ์และการพัฒนานาฏยศาสตร์โนราในอนาคตข้างหน้า