ความลับเบื้องหลังความงาม ทำไมใครๆ ก็ชอบคนสวย? - National Geographic Thailand

ความลับเบื้องหลังความงาม ทำไมใครๆ ก็ชอบคนสวย?

บิ๊นท์ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ ผู้ได้รับตำแหน่งนางสาวไทย 2562 ตัวแทนประเทศไทย (ขวาสุด) คว้ารางวัลอันดับหนึ่ง มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019 มาครอง
ขอบคุณภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=Fe3efakTrtQ


ความลับเบื้องหลังความงาม ทำไมใครๆ ก็ชอบ คนสวย ?

นิยาม “ความสวย” ลื่นไหลไปตามวัฒนธรรม ทั้งยังไม่หยุดนิ่งผันแปรด้วยกาลเวลา ความสวยจากยุคสมัยหนึ่งจึงกลายเป็นของแปลกในอีกยุคสมัย เช่นเดียวกับ คนสวย ในค่านิยมของสังคมหนึ่ง ที่อาจกลายเป็นเพียงคนหน้าตาธรรมดาในอีกสังคม

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาความสวยของชาวอียิปต์โบราณคือการที่หญิงสาวมีรูปร่างผอมบาง สะโพกเล็ก ผมดำขลับ แต่สำหรับชาวกรีกโบราณ ผู้หญิงที่มีหัวคิ้วแทบจะชนกันคือความงามที่น่าอิจฉา คุณลักษณะบางประการของใบหน้าที่ถูกนิยามว่าเป็นความสวยนี้ปรากฏในชาวอิตาลียุคเรเนสซองส์ ผู้หญิงที่มีหน้าผากกว้างคือคนสวย ในศตวรรษที่ 18 ชาวฝรั่งเศสมองว่าสาวเจ้าเนื้อที่มีคางสองชั้นต่างหากคือความงาม แต่ถ้าข้ามเวลามายังทศวรรษ 1990 พวกเธอคงอยากผอมเพรียว เมื่อใครๆ ก็ชื่นชมคนผอม ส่วนในปัจจุบัน ความสวยมาคู่กับการมีสุขภาพดี กล้ามเนื้อที่แข็งแรง ไปจนถึงทัศนคติที่ดีต่อตนเองและผู้คนรอบตัว

แต่ไม่ว่านิยามความสวยจะเปลี่ยนไปในรูปแบบใด คนสวยก็ยังคงถูกชื่นชม และใครๆ ต่างก็อยากเป็นคนสวย แน่นอนคุณอาจให้เหตุผลว่าการมองอะไรที่มันสวยๆ งามๆ ย่อมสบายใจกว่า ทว่ามีเหตุผลอื่นซ่อนอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมนี้หรือไม่?

(ความสวยในอดีตเป็นอย่างไร? BuzzFeedVideo รวบรวมมาให้ชมกันผ่านวิดีโอนี้)

 

คนสวยใครก็อยากมอง

Olga Chelnokova คือนักวิจัยปริญญาเอกสาขาจิตวิทยาหน้าตาสะสวย จากมหาวิทยาลัยออสโล ประเทศนอร์เวย์ เธอต้องการทราบคำตอบว่าเหตุใดใครๆ ก็พากันชอบมองคนสวย คำว่าสวยในที่นี้ Olga ครอบคุลมถึงความงามทั้งหมดของรูปร่างหน้าตาในหญิงและชาย ผลการวิจัยของเธอชี้ว่า เมื่อเรามองใบหน้าของใครสักคน เราไม่ใช่แค่มองเฉยๆ แต่กำลังพยายามศึกษาเรื่องราวของพวกเขา และพยายามประเมินคุณค่าด้วยเช่นกัน

Olga ร่วมงานกับทีมวิจัยจาก Hedonic Pharmacology lab ที่มุ่งไขความลับในสมอง พวกเขาทดลองฉีดมอร์ฟีนปริมาณน้อยให้แก่ผู้เข้าร่วมทดลอง และให้พวกเขานั่งดูภาพถ่ายของคนสวยหล่อ, คนหน้าตาธรรมดา และคนที่ไม่ได้มีหน้าตาดึงดูดใจ ผลการทดสอบผู้เข้าร่วมการทดลองจัดอันดับความสวยหล่อเป็นไปตามที่นักวิจัยคาด นอกจากนั้นพวกเขายังใช้เวลาในการกดดูภาพของคนสวยหล่อนานที่สุดอีกด้วย เมื่อเทียบกับภาพของอีกสองกลุ่ม โดยจุดที่ผู้เข้าร่วมใช้เวลาในการจ้องมองมากที่สุดก็คือดวงตา Olga เชื่อว่าการจ้องมองคนสวยเกี่ยวข้องกับระบบการให้รางวัลในสมอง ไม่ต่างจากเวลาที่เราได้กินขนมอร่อยๆ หรือถูกรางวัลลอตเตอรี่ และจากการสแกนสมองของผู้เข้าร่วมขณะชมภาพของคนสวยหล่อพบว่าเป็นเช่นนั้นจริง

ระบบการให้รางวัลเป็นส่วนที่มีมาแต่ดึกดำบรรพ์ของสมองเรา สิ่งนี้มีอยู่เพื่อรับประกันว่า เราจะเสาะหาสิ่งที่เราต้องการ และทำให้เราตื่นตัวกับภาพ เสียง และกลิ่นที่พาเราไปสู่สิ่งนั้น ระบบนี้ทำงานร่วมกับสัญชาตญาณและกิริยาสนองฉับพลัน (reflex) ซึ่งสร้างขึ้นสำหรับช่วงเวลาที่การอยู่รอดพึ่งพาความสามารถในการหาอาหารและการสืบพันธุ์ให้ได้ก่อนคู่แข่ง ว่าแต่ทำไมสมองของเราถึงรู้สึกพึงพอใจเมื่อได้มองคนหน้าตาดี? ในเมื่อการพบเจอคนหน้าตาดีไม่ได้ช่วยให้ท้องอิ่มอย่างการทานอาหารอร่อย หรือมีความสุขจากสารเอ็นโดรฟินที่หลั่งออกมาหลังมีเพศสัมพันธ์

คนสวย
ผู้คนพูดถึงแต่ใบหน้าที่สวยงาม แล้วใบหน้ากลางๆ ที่เป็นค่าเฉลี่ยนั้นเป็นอย่างไร? ชุดภาพถ่ายเหล่านี้สร้างขึ้นจากการทับซ้อนของใบหน้าผู้คนมากมายในหลายประเทศ โดย Collin Spears ขอบคุณภาพจาก https://leadingpersonality.wordpress.com/2013/09/30/average-faces-of-men-and-women-around-the-world/

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ก่อนหน้าเชื่อมโยงความหน้าตาดีเข้ากับทฤษฎีวิวัฒนาการที่คัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่เรา คุณลักษณะสำคัญที่คนหน้าตาดีต้องมีคือ “ความสมมาตรของใบหน้า” และอวัยวะที่อยู่ในขนาดของค่าเฉลี่ย เช่น จมูกที่ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป ดวงตาที่อยู่ในระยะพอดีไม่ห่างไป เป็นต้น นอกจากนั้นความสวยความหล่อยังหมายถึงการมีสุขภาพดี และภาวะการเจริญพันธุ์ที่ดี

ดอกเตอร์ Jack da Silva ผู้เชี่ยวชาญด้านวิวัฒนาการ จากมหาวิทยาลัยแอดิเลด ในออสเตรเลียชี้ว่า สมองของเราเชื่อมโยงรูปลักษณ์หน้าตาที่ดีเข้ากับลักษณะทางพันธุกรรมที่ดีของพวกเขาเหล่านั้น วิวัฒนาการที่ผ่านมาผลักดันให้มนุษย์แสวงหาคู่ที่มีคุณลักษณะของพันธุกรรมที่ดีที่สุด เพื่อลูกที่จะเกิดมาจะได้รับสิ่งดีๆ สอดคล้องกับแนวคิดของ Richard Dawkins นักชีววิทยาวิวัฒนาการ ผู้เขียนหนังสือ “ยีนเห็นแก่ตัว” (The Selfish Gene) ที่ระบุว่าพฤติกรรมหลายอย่างของมนุษย์เรานั้นมาจากความต้องการของยีนในร่างกาย ที่ต้องการเก็บยีนที่ดีที่สุดไว้เพื่อถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่น และในอนาคตมีแนวโน้มว่าผู้หญิงจะยิ่งสวยมากขึ้น ดึงดูดใจผู้ชายกันมากกว่าเดิม เพราะมีการคัดเลือกตามธรรมชาติเป็นแรงผลักดัน เมื่อผู้หญิงสวยมีโอกาสแต่งงาน และมีลูกได้มากกว่าผู้หญิงที่หน้าตาธรรมดา

อย่าไรก็ดี Olga เสริมว่า การมองคนสวยคนหล่อให้ความพึงพอใจแก่เราเพียงชั่วครู่เท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อพฤติกรรมของเราในระยะยาวเช่นการให้รางวัลตนเองในแบบอื่นอย่างการติดขนมหวาน หรือยาเสพติด เป็นต้น และใบหน้าที่งดงามเป็นเพียงหนึ่งปัจจัยเท่านั้น ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยให้ความสัมพันธ์สามารถเริ่มต้นขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาที่ดีเสมอไป

คนสวย
ผู้คนพูดถึงแต่ใบหน้าที่สวยงาม แล้วใบหน้ากลางๆ ที่เป็นค่าเฉลี่ยนั้นเป็นอย่างไร? ชุดภาพถ่ายเหล่านี้สร้างขึ้นจากการทับซ้อนของใบหน้าผู้คนมากมายในหลายประเทศ โดย Collin Spears ขอบคุณภาพจาก https://leadingpersonality.wordpress.com/2013/09/30/average-faces-of-men-and-women-around-the-world/

สุขทุกข์ของคนสวย

เมื่อคนสวยเป็นที่ชื่นชมและชื่นชอบของใครๆ เช่นนี้ ชีวิตของพวกเธอจึงประสบความสำเร็จง่ายกว่าคนทั่วไปด้วยใช่ไหม? Daniel Hamermesh ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทกซัส ออสติน ผู้เขียนหนังสือ “Beauty Pays: Why Attractive People Are More Successful.” พบว่า ความดึงดูดใจทางกายภาพมีผลต่อเงินเดือนจริง เพราะคนที่มีหน้าตาดีมีแนวโน้มที่จะมีรายได้มากกว่าคนทั่วไปราว 3 – 4% นอกจากนั้นยังพบว่าผู้หญิงสวยมีแนวโน้มที่จะถูกจ้างงานได้ง่ายกว่า ได้รับการสนับสนุนจากเจ้านายได้เร็วกว่า รวมไปถึงยังได้รับการปฏิบัติจากผู้คนรอบตัวดีกว่าผู้หญิงที่หน้าตาธรรมดาอีกด้วย ดูเหมือนว่าการเกิดมาเป็นคนสวยช่างโชคดีเสียจริง และไม่น่าแปลกใจที่ใครๆ ก็อยากเป็นคนสวย ทว่าเบื้องหลังความงามมีด้านมืดที่ใครอาจไม่เคยทราบ…

ความสวยมาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบ และหากเจ้าของความงามพบว่ามีร่องรอยบั่นทอนความสวยปรากฏขึ้นไม่ว่าจะเป็น สิว หรือรอยเหี่ยวย่น พวกเธอมีแนวโน้มที่จะวิตกกังวลมากกว่าคนทั่วไป และน่าทึ่งที่ผู้หญิงสวยมักเห็นคุณค่าในตนเองต่ำกว่าที่เราคิด (Low self esteem) ทั้งยังไม่คิดว่าตนมีเสน่ห์มากมายดังที่ใครหลายคนรอบตัวพร่ำบอก และหากประสบความสำเร็จในด้านในด้านหนึ่งของชีวิตขึ้นมา ผู้คนมักให้เครดิตกับความสวยของเธอมากกว่าความสามารถ ซึ่งพอนานวันเข้าสุดท้ายแล้วสาวสวยคนนั้นจะพาลคิดไปจริงๆ ว่า เธอไม่มีความสามารถหรือความรู้อะไร นอกเสียจากรูปร่างหน้าตาที่ดี หรือในทางกลับกันรูปร่างหน้าตาที่ดีกลับเป็นอุปสรรค เมื่อระหว่างการสัมภาษณ์งานพวกเธอถูกตัดสินจากภายนอกไปแล้วว่าคงไม่เหมาะกับตำแหน่งงานนั้นๆ แน่นอนปัญหานี้ลุกลามไปถึงการถูกเลือกปฏิบัติ หรือถูกกลั่นแกล้งโดยเพื่อนร่วมงานเช่นกัน

คนสวย
ผู้เข้ารอบ 3 คนสุดท้าย ในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 จากซ้ายไปขวา Sthefany Gutierrez สาวงามจากประเทศเวเนซุเอลา, Tamaryn Green จากแอฟริกาใต้ และ Catriona Gray จากฟิลิปปินส์ ขอบคุณภาพจาก https://www.thenational.ae/lifestyle/miss-philippines-catriona-gray-named-miss-universe-1.803523#3

ดูเหมือนว่าความสวยจะเป็นดังพรและคำสาปที่บรรดาคนงามต้องรับมือ แล้วคนธรรมดาอย่างเราๆ ที่ไม่ได้มีหน้าตาดึงดูดใจพอจะทำอะไรได้บ้าง? คำตอบคืออย่าด่วนตัดสินผู้อื่นเพียงเพราะรูปลักษณ์ของพวกเขา นี่คือสิ่งที่ไม่ใช่แค่คนสวยไม่อยากเจอ แต่ในคนหน้าตาธรรมดาก็ด้วย มากไปกว่านั้นคุณก็ไม่ควรสนับสนุนใครเพียงเพราะว่าเขาคนนั้นหน้าตาดี หากประเด็นนั้นๆ ต้องใช้ปัจจัยอื่นมากกว่าความสวยหล่อ เพื่อเป็นการให้โอกาสผู้อื่นที่พยายามมาไม่น้อยกว่ากัน และอย่าลืมว่าความสวยไม่ใช่สิ่งที่จีรังยั่งยืน คุณค่าของคนๆ หนึ่งไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์เสมอไป ข้อนี้เราทุกคนรู้เมื่อส่องกระจก เพราะภาพสะท้อนตัวเราในนั้นมีดีมากกว่าแค่หน้าตา


อ่านเพิ่มเติม

 

ใบหน้าใหม่ สำคัญแค่ไหนต่อชีวิต

  

แหล่งข้อมูล

Why we look at pretty faces

The truth about why beautiful people are more successful

The Psychology of Beauty

Learn How Our Standards Of Beauty Have Changed Throughout History

‘Don’t Hate Me Because I’m Beautiful’ – When Beauty Is Bad

 

เรื่องแนะนำ

ชมภาพมวยปล้ำโบราณของปากีสถาน

แม้ปัจจุบันกีฬาประจำชาตินี้จะได้รับความนิยมลดลงอย่างมาก แต่ยังมีชาวอินเดียและปากีสถานบางส่วนยึดถือมวยปล้ำลักษณะนี้เป็นวิถีชีวิตลูกผู้ชาย

อร่อยเหาะยกล้อ

เรื่อง  เดวิด บรินด์ลีย์ ภาพถ่าย เกิร์ด ลุดวิก เวลาสี่ทุ่มของคืนวันเสาร์อันหนาวเย็นในลอสแอนเจลิส ผู้คนกว่า 30 ชีวิตสวมหมวกและผ้าพันคอฝ่าอุณหภูมิเก้าองศาเซลเซียสซึ่งนับว่าหนาวมากสำหรับนครแห่งนี้ มาเข้าแถวอยู่ริมทางเท้าหน้ารถสเตปแวน (step van)  ที่ดัดแปลงเป็นรถขายอาหารเคลื่อนที่หรือฟู้ดทรัก (food truck) เมื่อหน้าต่างด้านข้างรถเลื่อนเปิดออก ปรากฏการณ์อาหารฮอตฮิตในนาม “โคกิ บาร์บีคิว” (Kogi BBQ) ก็เข้าเกียร์พร้อมเสิร์ฟแล้ว โคกิบาร์บีคิวโกยทั้งเงินทั้งกล่องตั้งแต่แจ้งเกิดเมื่อปี 2008 หลังสองเกลอหุ้นส่วนฟูมฟักไอเดียบรรเจิดในการรวมรสชาติของเนื้อย่างเกาหลีเข้ากับทาโกหรือแป้งห่อสไตล์เม็กซิกัน และขนขึ้นรถบรรทุกเล็กเร่ขายตามข้างถนนในลอสแอนเจลิส จะว่าไปแล้วรถขายอาหารไม่ใช่ของใหม่สำหรับเมืองนี้  แต่เป็นแหล่งขายอาหารราคาถูกที่หาซื้อได้ตามข้างถนนหรือไม่ก็ไซต์งานก่อสร้าง และผู้คนมักมองแบบเหยียดๆว่าเป็น “แผงแมงสาบ” ดังนั้นความคิดที่จะขายทาโกแนวเกาหลีในฟู้ดทรักจึงฟังดูเป็น “ไอเดียเพี้ยนๆ” ตามที่รอย ชอย ผู้ก่อตั้งโคกิบาร์บีคิว กล่าวไว้ในหนังสือบันทึกความทรงจำของเขาที่ชื่อ L.A. Son หรือ “ลูกชายของแอล.เอ” สิ่งที่ทำให้โคกิบาร์บีคิวโด่งดังขึ้นมา คือการเป็นเจ้าแรกๆที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้าถึงลูกค้า ในตอนแรกทีมงานเล็กๆของโคกิขายอาหารให้บรรดานักเที่ยวกลางคืนที่มึนเมานอกไนต์คลับในย่านซันเซตบูเลอวาร์ด  แต่ไปได้ไม่ดีนัก จนกระทั่งทีมงานลองหันมาใช้สื่อสังคมออนไลน์ซึ่งเพิ่งเริ่มฮิตในช่วงนั้นโดยใช้ทวิตเตอร์  โคกิจะคอยส่งข่าวอัปเดตสถานที่ขายซึ่งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ กลุ่มลูกค้าคนเมืองวัยหนุ่มสาวติดโซเชียลมีเดียเริ่มติดตามรถโคกิ ภายในเวลาไม่กี่เดือน โคกิก็มีลูกค้าเพิ่มเป็นหลายร้อยคน นิตยสาร นิวส์วีก เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ร้านอาหารไวรัลร้านแรกของอเมริกา” [viral – ปรากฏการณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ที่บางเรื่องเป็นที่รู้จักหรือพูดถึงอย่างรวดเร็ว] ปัจจุบันโคกิบาร์บีคิวมียอดผู้ติดตาม 132,000 […]

เมื่อโลกติดไวรัสโควิด-19: รายงานจาก อินโดนีเซีย

การระบาดใหญ่ทั่วโลกที่ทำให้สุสานแน่นขนัดขึ้น ส่งผลให้ท้องถนนร้างผู้คนไปด้วย แต่ก็ในระดับหนึ่งเท่านั้น ใน อินโดนีเซีย ผู้คนยังออกมาทำกิจกรรมสำคัญกันอยู่ เช่น ฉลองเทศกาลทางศาสนาและรับการแจกจ่ายอาหาร การระบาดใหญ่ทั่วโลกของ โควิด-19 ทำให้ประเพณี มูดิค (mudik) ในประเทศ อินโดนีเซีย หรือการที่ชาวเมืองแห่เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดในหมู่บ้านและชนบทถึงกับชะงักงัน อินโดนีเซียมีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก และการเคลื่อนย้ายผู้คนในช่วงมูดิคหลังสิ้นสุดการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนก็ถือเป็นมหกรรมระดับชาติ ถ้าเป็นปีก่อนๆ ช่างภาพ มุฮัมมัด ฟัดลี จะพาภรรยากับลูกสาวขึ้นรถตู้นิสสันของครอบครัว แล้วขับฝ่าการจราจรติดขัดออกจากเมืองหลวงจาการ์ตา การเดินทางกลับบ้านเกิดของฟัดลีใช้เวลา 36 ชั่วโมงไปตามถนนคดเคี้ยวและโดยสารเรือข้ามฟาก แต่พ่อแม่ของเขารออยู่ และฟัดลีก็เป็นลูกคนเดียว ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น และเทศกาลรอมฎอนกำลังเริ่มขึ้น รัฐบาลอินโดนีเซียสั่งจำกัดการเดินทางระหว่างภูมิภาคเป็นเวลาหกเดือน ซึ่งเท่ากับเป็น “การสั่งระงับประเพณีมูดิค” ตามที่หนังสือพิมพ์ จาการ์ตาโพสต์ เรียก เมื่อต้องติดอยู่ในเมือง ฟัดลีจึงเดินหน้าทำงานต่อ ผู้ช่วยช่างภาพคนหนึ่ง ขับรถพาเขาไปตามท้องถนนว่างเปล่าไร้ความเคลื่อนไหว กระทั่งเช้าวันที่พวกเขาเลี้ยวตรงหัวมุมถนนสายหนึ่งและ เห็นฝูงชนมารวมตัวกันเนืองแน่น พวกเขาเดินเบียดเสียดกันอย่างเร่งรีบเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกัน “จอดตรงนี้ก่อนครับ” ฟัดลีบอก เขาดึงหน้ากากอานามัยขึ้นมาปิดปากปิดจมูก แล้วรีบลงจากรถ เกิดอะไรขึ้นครับ เขาถาม และโดยไม่ได้ชำเลืองมามองเขา ผู้คนตอบว่า “บันตวนโซซีอัล” หรือการแจกของยังชีพสารพัดโดยกลุ่มชายในชุดเครื่องแบบทางอีกฟากของประตูรั้วที่ปิดอยู่ […]

ตัวตนชีวิตของ เบียร์ สิงห์น้อย ช่างภาพผู้สร้างปรากฏการณ์ให้อาคารยุคโมเดิร์นของไทย

ชายผู้บันทึกประวัติศาสตร์และเรื่องราวของสังคมในแต่ละยุคสมัย ผ่านการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม วันนี้เรานัด เบียร์-วีระพล สิงห์น้อย หรือ Beersingnoi ช่างภาพสถาปัตย์ คุยเรื่องการทำงานถ่ายภาพและชีวิตของเขา เบียร์คือเจ้าของไอจีและเฟซบุ๊คเพจ Foto_momo รวมภาพถ่ายตึกและอาคารเก่ายุคโมเดิร์นที่เขาตั้งใจตระเวนถ่ายทั่วไทย นอกจากความหลงใหลในการถ่ายภาพอาคารยุคโมเดิร์น เราค้นพบว่าเบียร์ก็ชอบเรื่องประวัติศาสตร์ไม่แพ้กัน เขาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เยอะมาก และรักในประวัติศาสตร์ไทยมาตั้งแต่สมัยเรียนด้วย ทุกภาพถ่ายของเขาจึงมีเรื่องราวและเรื่องเล่าเบื้องหลัง เขาเคยบอกว่าตึกและอาคารคือหลักฐานของการเปลี่ยนผ่านยุคสมัย แสดงถึงค่านิยมทางสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยีการก่อสร้างในยุคนั้น ๆ ด้วย และนี่คือบทสนทนากับ เบียร์ สิงห์น้อย ถึงตัวตนชีวิต ในฐานะช่างภาพสถาปัตยกรรมผู้สร้างปรากฏการณ์ให้อาคารยุคโมเดิร์นของเมืองไทย คุณชอบถ่ายตึกยุคโมเดิร์นหรอ ปัจจุบันก็เรียกว่าหลงใหลดีกว่า เมื่อก่อนก็ไม่ได้ชอบ ก็มองผ่านตลอด ไม่ได้มองตึกยุคนี้มาก แต่ว่าพอยิ่งหลงกับมันยิ่งมองไปทางไหนมันก็ยิ่งเจอ ตึกที่ชอบที่สุดที่เคยไปเจอมาคือตึกไหน ตึกฟักทอง เพราะว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นจริง ๆ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราสนใจงานประเภทนี้ ตอนนั้นมันรู้สึกว่า เฮ้ย ทำไมตึกมันเท่ขนาดนี้ ตึกมันเท่แต่ทำไมไม่มีใครพูดถึง ซึ่งพบคำตอบว่า เพราะคนส่วนมากยังไม่ได้สนใจ จริง ๆ วันนั้นที่เราไปถ่ายตึกฟักทอง ก็คือการไปทำงานนั่นแหละ ไปถ่ายรูปให้สมาคมสถาปนิกสยามซึ่งเค้าจะมอบรางวัลอาคารอนุรักษ์ ให้ทุกปี เราเองก็มีโอกาสได้ไปถ่ายตึกนี้ ตอนถ่ายตึกฟักทองก็รู้สึกว่าเราเรียนสถาปัตย์มาตั้งสี่ห้าปีทำไมไม่รู้จักตึกนี้เลย (หัวเราะ) เราประทับใจตึกนี้มากก็เลยไปหาว่าคนออกแบบตึกนี้คือใคร แล้วเค้าทำงานที่ไหนสร้างตึกที่ไหนอีกบ้าง ก็เริ่มตะเวนถ่ายผลงานของคุณอมร […]