ความลับเบื้องหลังความงาม ทำไมใครๆ ก็ชอบคนสวย? - National Geographic Thailand

ความลับเบื้องหลังความงาม ทำไมใครๆ ก็ชอบคนสวย?

Catriona Gray สาวงามวัย 24 ปีจากฟิลิปปินส์ ผู้คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์ส 2018 มาครอง
ขอบคุณภาพจาก https://www.thenational.ae/lifestyle/miss-philippines-catriona-gray-named-miss-universe-1.803523

ความลับเบื้องหลังความงาม ทำไมใครๆ ก็ชอบ คนสวย ?

นิยาม “ความสวย” ลื่นไหลไปตามวัฒนธรรม ทั้งยังไม่หยุดนิ่งผันแปรด้วยกาลเวลา ความสวยจากยุคสมัยหนึ่งจึงกลายเป็นของแปลกในอีกยุคสมัย เช่นเดียวกับ คนสวย ในค่านิยมของสังคมหนึ่ง ที่อาจกลายเป็นเพียงคนหน้าตาธรรมดาในอีกสังคม

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาความสวยของชาวอียิปต์โบราณคือการที่หญิงสาวมีรูปร่างผอมบาง สะโพกเล็ก ผมดำขลับ แต่สำหรับชาวกรีกโบราณ ผู้หญิงที่มีหัวคิ้วแทบจะชนกันคือความงามที่น่าอิจฉา คุณลักษณะบางประการของใบหน้าที่ถูกนิยามว่าเป็นความสวยนี้ปรากฏในชาวอิตาลียุคเรเนสซองส์ ผู้หญิงที่มีหน้าผากกว้างคือคนสวย ในศตวรรษที่ 18 ชาวฝรั่งเศสมองว่าสาวเจ้าเนื้อที่มีคางสองชั้นต่างหากคือความงาม แต่ถ้าข้ามเวลามายังทศวรรษ 1990 พวกเธอคงอยากผอมเพรียว เมื่อใครๆ ก็ชื่นชมคนผอม ส่วนในปัจจุบัน ความสวยมาคู่กับการมีสุขภาพดี กล้ามเนื้อที่แข็งแรง ไปจนถึงทัศนคติที่ดีต่อตนเองและผู้คนรอบตัว

แต่ไม่ว่านิยามความสวยจะเปลี่ยนไปในรูปแบบใด คนสวยก็ยังคงถูกชื่นชม และใครๆ ต่างก็อยากเป็นคนสวย แน่นอนคุณอาจให้เหตุผลว่าการมองอะไรที่มันสวยๆ งามๆ ย่อมสบายใจกว่า ทว่ามีเหตุผลอื่นซ่อนอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมนี้หรือไม่?

(ความสวยในอดีตเป็นอย่างไร? BuzzFeedVideo รวบรวมมาให้ชมกันผ่านวิดีโอนี้)

 

คนสวยใครก็อยากมอง

Olga Chelnokova คือนักวิจัยปริญญาเอกสาขาจิตวิทยาหน้าตาสะสวย จากมหาวิทยาลัยออสโล ประเทศนอร์เวย์ เธอต้องการทราบคำตอบว่าเหตุใดใครๆ ก็พากันชอบมองคนสวย คำว่าสวยในที่นี้ Olga ครอบคุลมถึงความงามทั้งหมดของรูปร่างหน้าตาในหญิงและชาย ผลการวิจัยของเธอชี้ว่า เมื่อเรามองใบหน้าของใครสักคน เราไม่ใช่แค่มองเฉยๆ แต่กำลังพยายามศึกษาเรื่องราวของพวกเขา และพยายามประเมินคุณค่าด้วยเช่นกัน

Olga ร่วมงานกับทีมวิจัยจาก Hedonic Pharmacology lab ที่มุ่งไขความลับในสมอง พวกเขาทดลองฉีดมอร์ฟีนปริมาณน้อยให้แก่ผู้เข้าร่วมทดลอง และให้พวกเขานั่งดูภาพถ่ายของคนสวยหล่อ, คนหน้าตาธรรมดา และคนที่ไม่ได้มีหน้าตาดึงดูดใจ ผลการทดสอบผู้เข้าร่วมการทดลองจัดอันดับความสวยหล่อเป็นไปตามที่นักวิจัยคาด นอกจากนั้นพวกเขายังใช้เวลาในการกดดูภาพของคนสวยหล่อนานที่สุดอีกด้วย เมื่อเทียบกับภาพของอีกสองกลุ่ม โดยจุดที่ผู้เข้าร่วมใช้เวลาในการจ้องมองมากที่สุดก็คือดวงตา Olga เชื่อว่าการจ้องมองคนสวยเกี่ยวข้องกับระบบการให้รางวัลในสมอง ไม่ต่างจากเวลาที่เราได้กินขนมอร่อยๆ หรือถูกรางวัลลอตเตอรี่ และจากการสแกนสมองของผู้เข้าร่วมขณะชมภาพของคนสวยหล่อพบว่าเป็นเช่นนั้นจริง

ระบบการให้รางวัลเป็นส่วนที่มีมาแต่ดึกดำบรรพ์ของสมองเรา สิ่งนี้มีอยู่เพื่อรับประกันว่า เราจะเสาะหาสิ่งที่เราต้องการ และทำให้เราตื่นตัวกับภาพ เสียง และกลิ่นที่พาเราไปสู่สิ่งนั้น ระบบนี้ทำงานร่วมกับสัญชาตญาณและกิริยาสนองฉับพลัน (reflex) ซึ่งสร้างขึ้นสำหรับช่วงเวลาที่การอยู่รอดพึ่งพาความสามารถในการหาอาหารและการสืบพันธุ์ให้ได้ก่อนคู่แข่ง ว่าแต่ทำไมสมองของเราถึงรู้สึกพึงพอใจเมื่อได้มองคนหน้าตาดี? ในเมื่อการพบเจอคนหน้าตาดีไม่ได้ช่วยให้ท้องอิ่มอย่างการทานอาหารอร่อย หรือมีความสุขจากสารเอ็นโดรฟินที่หลั่งออกมาหลังมีเพศสัมพันธ์

คนสวย
ผู้คนพูดถึงแต่ใบหน้าที่สวยงาม แล้วใบหน้ากลางๆ ที่เป็นค่าเฉลี่ยนั้นเป็นอย่างไร? ชุดภาพถ่ายเหล่านี้สร้างขึ้นจากการทับซ้อนของใบหน้าผู้คนมากมายในหลายประเทศ โดย Collin Spears
ขอบคุณภาพจาก https://leadingpersonality.wordpress.com/2013/09/30/average-faces-of-men-and-women-around-the-world/

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ก่อนหน้าเชื่อมโยงความหน้าตาดีเข้ากับทฤษฎีวิวัฒนาการที่คัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่เรา คุณลักษณะสำคัญที่คนหน้าตาดีต้องมีคือ “ความสมมาตรของใบหน้า” และอวัยวะที่อยู่ในขนาดของค่าเฉลี่ย เช่น จมูกที่ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป ดวงตาที่อยู่ในระยะพอดีไม่ห่างไป เป็นต้น นอกจากนั้นความสวยความหล่อยังหมายถึงการมีสุขภาพดี และภาวะการเจริญพันธุ์ที่ดี

ดอกเตอร์ Jack da Silva ผู้เชี่ยวชาญด้านวิวัฒนาการ จากมหาวิทยาลัยแอดิเลด ในออสเตรเลียชี้ว่า สมองของเราเชื่อมโยงรูปลักษณ์หน้าตาที่ดีเข้ากับลักษณะทางพันธุกรรมที่ดีของพวกเขาเหล่านั้น วิวัฒนาการที่ผ่านมาผลักดันให้มนุษย์แสวงหาคู่ที่มีคุณลักษณะของพันธุกรรมที่ดีที่สุด เพื่อลูกที่จะเกิดมาจะได้รับสิ่งดีๆ สอดคล้องกับแนวคิดของ Richard Dawkins นักชีววิทยาวิวัฒนาการ ผู้เขียนหนังสือ “ยีนเห็นแก่ตัว” (The Selfish Gene) ที่ระบุว่าพฤติกรรมหลายอย่างของมนุษย์เรานั้นมาจากความต้องการของยีนในร่างกาย ที่ต้องการเก็บยีนที่ดีที่สุดไว้เพื่อถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่น และในอนาคตมีแนวโน้มว่าผู้หญิงจะยิ่งสวยมากขึ้น ดึงดูดใจผู้ชายกันมากกว่าเดิม เพราะมีการคัดเลือกตามธรรมชาติเป็นแรงผลักดัน เมื่อผู้หญิงสวยมีโอกาสแต่งงาน และมีลูกได้มากกว่าผู้หญิงที่หน้าตาธรรมดา

อย่าไรก็ดี Olga เสริมว่า การมองคนสวยคนหล่อให้ความพึงพอใจแก่เราเพียงชั่วครู่เท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อพฤติกรรมของเราในระยะยาวเช่นการให้รางวัลตนเองในแบบอื่นอย่างการติดขนมหวาน หรือยาเสพติด เป็นต้น และใบหน้าที่งดงามเป็นเพียงหนึ่งปัจจัยเท่านั้น ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยให้ความสัมพันธ์สามารถเริ่มต้นขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาที่ดีเสมอไป

คนสวย
ผู้คนพูดถึงแต่ใบหน้าที่สวยงาม แล้วใบหน้ากลางๆ ที่เป็นค่าเฉลี่ยนั้นเป็นอย่างไร? ชุดภาพถ่ายเหล่านี้สร้างขึ้นจากการทับซ้อนของใบหน้าผู้คนมากมายในหลายประเทศ โดย Collin Spears
ขอบคุณภาพจาก https://leadingpersonality.wordpress.com/2013/09/30/average-faces-of-men-and-women-around-the-world/

 

สุขทุกข์ของคนสวย

เมื่อคนสวยเป็นที่ชื่นชมและชื่นชอบของใครๆ เช่นนี้ ชีวิตของพวกเธอจึงประสบความสำเร็จง่ายกว่าคนทั่วไปด้วยใช่ไหม? Daniel Hamermesh ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทกซัส ออสติน ผู้เขียนหนังสือ “Beauty Pays: Why Attractive People Are More Successful.” พบว่า ความดึงดูดใจทางกายภาพมีผลต่อเงินเดือนจริง เพราะคนที่มีหน้าตาดีมีแนวโน้มที่จะมีรายได้มากกว่าคนทั่วไปราว 3 – 4% นอกจากนั้นยังพบว่าผู้หญิงสวยมีแนวโน้มที่จะถูกจ้างงานได้ง่ายกว่า ได้รับการสนับสนุนจากเจ้านายได้เร็วกว่า รวมไปถึงยังได้รับการปฏิบัติจากผู้คนรอบตัวดีกว่าผู้หญิงที่หน้าตาธรรมดาอีกด้วย ดูเหมือนว่าการเกิดมาเป็นคนสวยช่างโชคดีเสียจริง และไม่น่าแปลกใจที่ใครๆ ก็อยากเป็นคนสวย ทว่าเบื้องหลังความงามมีด้านมืดที่ใครอาจไม่เคยทราบ…

ความสวยมาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบ และหากเจ้าของความงามพบว่ามีร่องรอยบั่นทอนความสวยปรากฏขึ้นไม่ว่าจะเป็น สิว หรือรอยเหี่ยวย่น พวกเธอมีแนวโน้มที่จะวิตกกังวลมากกว่าคนทั่วไป และน่าทึ่งที่ผู้หญิงสวยมักเห็นคุณค่าในตนเองต่ำกว่าที่เราคิด (Low self esteem) ทั้งยังไม่คิดว่าตนมีเสน่ห์มากมายดังที่ใครหลายคนรอบตัวพร่ำบอก และหากประสบความสำเร็จในด้านในด้านหนึ่งของชีวิตขึ้นมา ผู้คนมักให้เครดิตกับความสวยของเธอมากกว่าความสามารถ ซึ่งพอนานวันเข้าสุดท้ายแล้วสาวสวยคนนั้นจะพาลคิดไปจริงๆ ว่า เธอไม่มีความสามารถหรือความรู้อะไร นอกเสียจากรูปร่างหน้าตาที่ดี หรือในทางกลับกันรูปร่างหน้าตาที่ดีกลับเป็นอุปสรรค เมื่อระหว่างการสัมภาษณ์งานพวกเธอถูกตัดสินจากภายนอกไปแล้วว่าคงไม่เหมาะกับตำแหน่งงานนั้นๆ แน่นอนปัญหานี้ลุกลามไปถึงการถูกเลือกปฏิบัติ หรือถูกกลั่นแกล้งโดยเพื่อนร่วมงานเช่นกัน

คนสวย
ผู้เข้ารอบ 3 คนสุดท้าย ในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 จากซ้ายไปขวา Sthefany Gutierrez สาวงามจากประเทศเวเนซุเอลา, Tamaryn Green จากแอฟริกาใต้ และ Catriona Gray จากฟิลิปปินส์
ขอบคุณภาพจาก https://www.thenational.ae/lifestyle/miss-philippines-catriona-gray-named-miss-universe-1.803523#3

ดูเหมือนว่าความสวยจะเป็นดังพรและคำสาปที่บรรดาคนงามต้องรับมือ แล้วคนธรรมดาอย่างเราๆ ที่ไม่ได้มีหน้าตาดึงดูดใจพอจะทำอะไรได้บ้าง? คำตอบคืออย่าด่วนตัดสินผู้อื่นเพียงเพราะรูปลักษณ์ของพวกเขา นี่คือสิ่งที่ไม่ใช่แค่คนสวยไม่อยากเจอ แต่ในคนหน้าตาธรรมดาก็ด้วย มากไปกว่านั้นคุณก็ไม่ควรสนับสนุนใครเพียงเพราะว่าเขาคนนั้นหน้าตาดี หากประเด็นนั้นๆ ต้องใช้ปัจจัยอื่นมากกว่าความสวยหล่อ เพื่อเป็นการให้โอกาสผู้อื่นที่พยายามมาไม่น้อยกว่ากัน และอย่าลืมว่าความสวยไม่ใช่สิ่งที่จีรังยั่งยืน คุณค่าของคนๆ หนึ่งไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์เสมอไป ข้อนี้เราทุกคนรู้เมื่อส่องกระจก เพราะภาพสะท้อนตัวเราในนั้นมีดีมากกว่าแค่หน้าตา

 

อ่านเพิ่มเติม

 

ใบหน้าใหม่ สำคัญแค่ไหนต่อชีวิต

  

แหล่งข้อมูล

Why we look at pretty faces

The truth about why beautiful people are more successful

The Psychology of Beauty

Learn How Our Standards Of Beauty Have Changed Throughout History

‘Don’t Hate Me Because I’m Beautiful’ – When Beauty Is Bad

 

เรื่องแนะนำ

รู้จักกับรางวัลโนเบล

รู้จักกับรางวัลโนเบล รางวัลโนเบล (Nobel Prize) เป็นรางวัลประจำปีที่ยกย่องเชิดชูความสำเร็จทางสติปัญญาอันโดดเด่นของมนุษยชาติ รางวัลที่ได้รับยกย่องว่าทรงเกียรติสูงสุดนี้จะมอบให้แก่ผู้สร้างผลงานเป็นที่ยกย่องใน 6 สาขา ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี วรรณกรรม สรีรวิทยาหรือการแพทย์ การส่งเสริมสันติภาพ และเศรษฐศาสตร์ รางวัลนี้ก่อตั้งขึ้นโดยอัลเฟรด โนเบล นักวิทยาศาสตร์และผู้ใจบุญชาวสวีเดน หลังถึงแก่กรรมเมื่อปี 1896 เขายกสมบัติส่วนใหญ่ให้เพื่อการนี้ การมอบรางวัลโนเบลครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 1901 และจากนั้นมาก็มอบให้แก่บุคคลและองค์กรรวมแล้วกว่า 900 รางวัล ผู้ได้รับรางวัลมักเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคล (สองหรือสามคน) และจะได้รับการเรียกขานว่า “ผู้ได้รับรางวัลโนเบล” หรือ Nobel Laureate ผู้ได้รับรางวัลมักได้รับการเสนอชื่อจากเพื่อนร่วมวงการ ก่อนจะผ่านกระบวนการคัดเลือกที่เป็นความลับของคณะกรรมการรางวัลโนเบลในฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี ผู้ได้รับการคัดเลือกจะเข้ารับรางวัลในพิธีซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 10 ธันวาคม อันเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของอัลเฟรด โนเบล การมอบรางวัลโนเบลทุกสาขา ยกเว้นสาขาสันติภาพ จะจัดขึ้นที่กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดน โดยสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งสวีเดนทรงเป็นผู้พระราชทานรางวัล ส่วนรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจะมีพิธีมอบในกรุงออสโล โดยคณะกรรมการรางวัลโนเบลของนอร์เวย์ และสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งนอร์เวย์ทรงเป็นผู้พระราชทานรางวัล รางวัลโนเบลประกอบด้วยเงินรางวัลจำนวนหนึ่ง ใบประกาศเกียรติคุณ และเหรียญทองคำ 18 กะรัตรูปใบหน้าของผู้ก่อตั้งรางวัล นั่นคือ อัลเฟรด […]

ชีวิตจะเปลี่ยนไหม หากได้ลองอด

เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในวันแรกของเดือนรอมฎอน เดือนที่ชาวมุสลิมจะพร้อมใจกันถือศีลอดประจำปี ตามปฏิทินของศาสนาอิสลาม เป็นวันเดียวกันกับที่ผมเพิ่งเดินทางถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ผมมาเยือนประเทศนี้ในรอบปีนี้ และมาเลเซียยังคงมีอะไรใหม่ๆ ให้นักเดินทางอย่างผมประทับใจอยู่เสมอ ในช่วงเย็นผมกับเพื่อนออกไปเดินตลาดนัด ลัดเลาะไปตามถนนคนเดินเรื่อยๆ จนมาถึงย่านที่มีร้านอาหารคับคั่ง ภาพของชาวมาเลเซียนั่งรอรับประทานอาหารอยู่ที่โต๊ะเป็นความแปลกใหม่ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ทุกร้านอาหารมีผู้คนแน่นขนัด ทุกคนมีอาหารอยู่ตรงหน้า แต่ยังไม่มีใครเริ่มต้นลงมือกิน พวกเขากำลังรอฟังเสียงประกาศที่จะบอกถึงเวลาละศีลอดจากมัสยิด ถ้าเป็นคุณเองจะคิดอะไรอยู่ในขณะนั้น เมื่อคุณทนหิวมาทั้งวัน อาหารตั้งอยู่ตรงหน้าแค่เอื้อม แต่ไม่สามารถรับประทานได้? เราเลือกศูนย์อาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งเป็นที่ฝากท้องในมื้อเย็นวันนั้น อาหารที่เราสั่งมาพร้อมกับเสียงประกาศจากมัสยิดพอดี แล้วเสียงพูดคุยจอแจก็เบาลง เมื่อทุกคนเริ่มตักอาหารเข้าปาก “ก็ไม่มีใครกินมูมมามนะ” ผมบอกกับเพื่อนคนไทยชาวมุสลิมที่ไปทำงานที่นั่น เขาหัวเราะ ใช่ผมคิดเช่นนั้นจริงๆ กว่า 14 ชั่วโมงที่ไม่มีอาหาร และน้ำตกถึงท้องเลย ภาพจินตนาการของผมพวกเขาควรจะหิวกระหายกว่านี้ เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตีสี่กว่าๆ และไม่ใช่แค่ครั้งเดียว กว่าเพื่อนของผมจะขุดตัวเองขึ้นจากเตียงให้ลุกไปทำอาหารเช้าได้ ไข่คนปลากระป๋องกับข้าวสวยที่หุงจากไมโครเวฟ เมนูง่ายดายที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามประสาชีวิตคนเมือง เพื่อนชวนให้มากินข้าวด้วยกัน แต่ผมปฏิเสธ เพราะไม่ใช่เวลาที่จะมีอาหารตกถึงท้อง ผมนั่งดูเพื่อนกินข้าวไป เล่นโทรศัพท์ไป นับจากนี้ไปอีก 1 เดือน วงจรชีวิตของมันจะกลายเป็นแบบนี้ ตื่นกินข้าวกินน้ำก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและกินดื่มได้อีกทีหลังพระอาทิตย์ตก หลังจบทริปท่องเที่ยวในมาเลเซีย ผมกลับมาเป็นมนุษย์ออฟฟิศเช่นเดิม แต่ความสงสัยในกระบวนการถือศีลอดยังคงติดค้างอยู่ในใจ ร่างกายมนุษย์ได้รับประโยชน์จากการอดอาหารและน้ำเป็นเวลานานติดต่อกันร่วมเดือนได้จริงหรือ? ผมค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ต […]

ย้อนรอยกำเนิดคำสาป มัมมี่

ภาพยนตร์เกี่ยวกับมัมมี่สามารถนำกลับมาเล่าใหม่ได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตราบใดที่ตำนานว่าด้วยมนตร์ขลังแห่งคำสาปของมัมมี่ยังไม่มีวันจางคลาย

ประวัติศาสตร์น่าทึ่งว่าด้วยการปิดสมัยประชุมรัฐสภาอังกฤษโดยกษัตริย์

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร อ่านสุนทรพจน์ในการประชุมสภาขุนนาง หรือสภาสูงแห่ง รัฐสภาอังกฤษ เพื่อเริ่มต้นการประชุมสภา ที่โดยปกติจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงฤดูในไม้ผลิ และมีสมัยประชุมเป็นระยะเวลา 1 ปี ภาพถ่ายโดย ALASTAIR GRANT, WPA POOL/GETTY จากเบร็กซิตสู่การระบาดของไข้รากสาดใหญ่ มีการใช้เครื่องมือที่เป็นกลการเมืองนี้เป็นเวลานับร้อยปีเพื่อปิดสมัยประชุมสภานิติบัญญัติของอังกฤษ ใน รัฐสภาอังกฤษ สมัยการประชุมจะยุติลงเมื่อปีของการประชุมสภานิติบัญญัติ หรือที่เรียกว่าสมัยการประชุมสิ้นสุดลง จากนั้นสมัยการประชุมครั้งใหญ่จะเริ่มต้น อาจฟังดูเป็นเรื่องง่าย แต่ไม่เป็นอย่างนั้นเสียทีเดียว การปิดสมัยการประชุมของอังกฤษเต็มไปด้วยเรื่องของวัฒนธรรมและโอกาสทางการเมือง ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานมานับศตวรรษ และบางครั้งมีการใช้เป็นกลเม็ดเล่ห์เหลี่ยมของรัฐบาล โดยวิธีการปิดสมัยประชุมเป็นเครื่องมืออันเย้ายวนของนักการเมืองอังกฤษที่ต้องการแขวนการออกกฎหมายที่พวกเขาไม่พึงประสงค์ การปิดสภา (บางสำนักข่าวใช้คำว่า ระงับการประชุมสภา) เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองครั้งล่าสุดเกิดจากนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีจากพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งวางแผนที่จะปิดสมัยประชุมที่ยาวนานที่สุดในรอบ 400 ปี โดยประกาศขยายเวลาการพักการประชุมสภาออกไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม ก่อนถึงกำหนดวันที่อังกฤษต้องถอนตัวออกจากสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) แบบไร้ข้อตกลงได้ตามกำหนด ก็คือ ในวันที่ 31 ตุลาคม นี้ ถ้าบอริสสามารถดำเนินการตามแผนนี้ได้สำเร็จ จะเป็นเหตุให้สมาชิกสภานิติบัญญัติหยุดปฏิบัติหน้าที่ในสภาเป็นเวลา 5 สัปดาห์ และทำให้การอภิปรายเรื่องการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรสั้นลงไปอย่างมาก กล่าวคือ […]