แรงงานเก็บใบ ชาอินเดีย เหล่านี้กำลังเผชิญความยากจนและอันตรายจากสัตว์ป่า

แรงงานเก็บใบชาอินเดียเหล่านี้กำลังเผชิญความยากจนและอันตรายจากสัตว์ป่า

แรงงานหญิงในไร่ใบ ชาอินเดีย ที่ทำงานตรากตรำในรัฐเบงกอลเบงกอลตะวันตก ต้องตื่นตัวกับภยันตรายอันหลากหลายจากสัตว์ป่า ทั้งเสือดาว ช้าง และงูเห่า

เราเดินไปยังไร่ชาลุกซัน รัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย ราวกับเดินเข้าไปในสวนกวาง

พุ่มใบชาแผ่กิ่งก้านราวกับได้รับการตัดแต่งเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร พืชซึ่งมีความทนทานนี้ถูกปลูกขึ้นตามแนวดูเป็นระเบียบเรียบร้อย เรียกว่า เมลัส (Melas) คือการปลูกต้นไม้ ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่กระจายตัว

อินเดียคือผู้ผลิตชารายใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากจีน โดยมีชาขึ้นชื่อคือชาอัสสัม (Assam Tea) และชาดาร์จีลิ่ง (Darjeeling Tea)

แรงงานเก็บใบชานับพันคนทำงานตรากตรำในพื้นที่ปลูกชาอันห่างไกล หลายคนเป็นหญิงชาวอทิวาสี (Adivasi) ชนพื้นเมืองซึ่งเป็นลูกหลานของแรงงานที่ย้ายเข้ามาที่ภูมิภาคนี้จากภูมิภาคอื่นๆ ในอินเดียมากกว่าร้อยปีที่แล้ว โดยชาวอาณานิคมอังกฤษ เจ้าของไร่ชามัก เลือกจ้างผู้หญิงเพราะความน่าเชื่อถือ และสามารถใช้ “ความรู้สึก” ในการเก็บใบชาได้ดี

ชาอินเดีย
ลิลา ออรากอน อายุ 40 ปี ทำงานเก็บใบชามานานกว่า 25 ปี

ผู้หญิงเหล่านี้เดินลุยพุ่มใบชาที่มีความสูงเท่าเอว สวมผ้าคาดและถุงมือเพื่อป้องกันกิ่งก้านแข็งอันแหลมคม พวกเขาอยู่อาศัยเป็นครอบครัวในกระท่อมที่ไม่มีน้ำประปา โรงพยาบาลคุณภาพปานกลางที่ใกล้ที่สุด อยู่ห่างออกไปราว 4 ชั่วโมง โดยการโดยสารรถประจำทาง พวกเธอได้รับค่าจ้างในอัตราค่าแรงขั้นต่ำ (ราว 2.44 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 75 บาท) ต่อวัน

“เราได้ค่าจ้างที่ต่ำ แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ” ลลิตา แรงงานหญิงเก็บใบชาที่ไร่ชาลุกซัน อายุราว 40 ปี กล่าวและเสริมว่า “เราต้องมีชีวิตรอดให้ได้”

ชาอินเดีย
ใบชาที่กำลังรอชั่งน้ำหนักและคัดเกรดในไร่ชาลุกซัน รัฐเบงกอลตะวันตก

เธอเล่าว่า มีเสือดาวเข้ามาด้อมๆ มองๆ ที่ไร่ชา ซึ่งต้องไล่ไปโดยการใช้ประทัด และจะมีช้างป่าเข้ามาให้แตกตื่นในช่วงเดือนมิถุนายนจึงกรกฎาคม และมีงูเห่าโผล่มาจากหลุมบนพื้นดิน ในช่วงหน้ามรสุม “พวกมันไม่ได้ทำอะไรเรา เราก็ไม่ทำอะไรกับพวกมัน” จากนั้นเธอเสริมว่า “แล้วพวกมันก็กลับรังไป”

พรรคคอมมิวนิสต์อินเดียปักธงรูปค้อนเคียวที่ทางเข้าไร่ชา ผู้คนของพรรคกระวนกระวายกับการขอเพิ่มค่าแรงรายวันอีก 50 รูปี (ราว 21 บาท) หัวหน้าไร่ชา ชายท่าทางอมทุกข์ที่นั่งอยู่ในโรงงานใบชากล่าวว่า คงไม่เกิดขึ้น

ชาอินเดีย
อภิณา นาอิก และลูกสาว อันตรี เป็นแรงงานเก็บใบชาในมุจไนฮัตโกลา รัฐเบงกอลตะวันตก
ชาอินเดีย
พูนัม ปราดฮัน หัวหน้าไร่ชาลุกซัน อยู่ในธุรกิจชามาตั้งแต่อายุ 19 ปี

เรื่องและภาพ PAUL SALOPEK


อ่านเพิ่มเติม การยอมรับตัวตนนักพรตข้ามเพศในเทศกาลกุมภเมลาอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู

เรื่องแนะนำ

ชาวบาจาววิวัฒน์ร่างกายให้มีม้ามใหญ่ ช่วยดำน้ำนานขึ้น

เป็นเวลาหลายร้อยปีแล้วที่การคัดเลือกทางธรรมชาติช่วยให้ชาวบาจาวซึ่งอาศัยอยู่ในทะเลมีพันธุกรรมที่แข็งแรง และปรับตัวเข้ากับการดำน้ำ

ความตายอันร้อนระอุเมื่อเด็กถูกทิ้งไว้ในรถ

ความชะล่าใจหรือความประมาทเลินเล่อของผู้ปกครองอาจทำให้บุตรหลานตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตได้ หาก ลืมเด็กในรถ ในปัจจุบันนี้ ทั่วทุกแห่งในโลกต่างก็ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวนอันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นทุก ๆ ปี และเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมาอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติจากคลื่นความร้อนรุนแรงในสหรัฐอเมริกาก็ได้คร่าชีวิตเด็กชายอายุเพียง 5 ขวบในรัฐเท็กซัสขณะถูกผู้ปกครองลืมไว้ในรถ โดยสำนักข่าว CNN ได้รายงานว่าเด็กชายถูกทิ้งไว้บนรถหลายชั่วโมงในอากาศกว่า 38 องศา ซึ่งถือว่าเป็นอุณหภูมิที่สูงเป็นประวัติการณ์ในรัฐดังกล่าว ทว่ากว่าผู้ปกครองจะนึกได้ว่าตนลืมลูกชายไว้บนรถก็สายไปเสียแล้ว แม้มารดาของเด็กยืนยันว่าลูกของเธอรู้วิธีปลดเข็มขัดคาร์ซีทและประตูของรถที่เธอเช่ามาไม่มีปุ่มล็อคป้องกันเด็ก แต่เด็กชายกลับนั่งรอผู้ปกครองจนไม่สามารถทนต่อความร้อนที่ระอุภายในรถได้และเสียชีวิตลงจากอาการฮีทสโตรก โดยทีมสอบสวนสันนิษฐานว่าที่เด็กชายไม่กล้าปลดเข็มขัดและลงจากรถนั้นอาจเกิดจากความไม่คุ้นชินเนื่องจากไม่ใช่รถที่ครอบครัวใช้เป็นปกติ สำหรับสาเหตุของการเสียชีวิตจากการถูกลืมไว้บนรถนั้นไม่ได้เกิดจากการขาดอากาศหายใจจากประตูและหน้าต่างที่ปิดสนิท แต่เกิดจากความร้อนสะสมภายในตัวรถ ซึ่งนายแพทย์ฉัตรชัย อิ่มอารมย์ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อธิบายผ่านรายการคมชัดลึกในวันที่ 12 พฤษภาคม ปี 2559 ไว้ว่า “กรณีเด็กเสียชีวิตในรถที่จอดอยู่กลางแดดนั้น สาเหตุมาจากภาวะร่างกายเป็นโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก คือร่างกายถูกเผากลางแดด เปรียบเทียบเหมือนรถยนต์ที่อยู่ในสภาวะโอเวอร์ฮีท ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถทนกับอุณหภูมิที่สูงขนาดนั้นได้” นอกจากนี้นายแพทย์ฉัตรชัยยังได้ให้คำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้โดยสามารถสรุปได้ว่า การจอดรถไว้กลางแดดส่งผลให้อุณหภูมิภายในรถเพิ่มขึ้นจนสูงกว่าอุณหภูมิภายนอก และยิ่งเวลาผ่านไปภายในตัวรถจะยิ่งมีคุณสมบัติคล้ายกับเตาอบเนื่องจากไม่มีช่องทางใดที่จะสามารถระบายความร้อนออกได้ หากมีเด็กถูกลืมอยู่ในรถ อุณหภูมิของร่างกายเด็กจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามอุณหภูมิภายในรถ ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้กลไกของร่างกายมนุษย์จะพยายามลดอุณหภูมิลงให้ได้มากที่สุดผ่านการขับเหงื่อออกทางรูขุมขน แต่ในขณะเดียวกันอุณหภูมิที่สูงขึ้นก็จะทำให้เส้นเลือดขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ และแตกในที่สุด เมื่อถึงขีดจำกัดของร่างกายแล้ว เด็กจะมีอยู่ในภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงเนื่องจากเสียเหงื่อเป็นจำนวนมาก สิ่งต่อมาที่จะเกิดคืออวัยวะต่าง ๆ […]

ผู้หญิง : ศตวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง – บทบรรณาธิการ

ผู้หญิง : ศตวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง – บทบรรณาธิการ ฉากแรกในประวัติศาสตร์ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ไม่มี ผู้หญิง อยู่เลยสักคน เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม ค.ศ. 1888 เมื่อสุภาพบุรุษ 33 คนซึ่งมีทั้งนักวิทยาศาสตร์ นักภูมิศาสตร์ ตลอดจนผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญสาขาอื่นๆ มารวมตัวกันที่คอสมอสคลับในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และเห็นพ้องต้องกันในการก่อตั้งสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก คลังภาพของเราไม่มีภาพถ่ายเหตุการณ์นั้น เพราะไม่มีการบันทึกภาพไว้ ซึ่งดูจะเป็นเรื่องย้อนแย้งสักหน่อย เพราะหากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จะเป็นที่รู้จักจากอะไรสักอย่าง ก็คงไม่พ้นการสร้างและเก็บรักษาบันทึกที่มองเห็นได้ของชีวิตบนโลก เมื่อเวลาผ่านไป คลังภาพของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ก็เติบโตขึ้น จนปัจจุบันมีภาพถ่ายทั้งที่จับต้องได้และอยู่ในรูปดิจิทัลมากกว่า 64 ล้านภาพ ขณะเดียวกัน บันทึกอีกอย่างก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้น นั่นคือ เรื่องราวของ ผู้หญิง จากทั่วทุกมุมโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภาพถ่ายเหล่านี้ซึ่งส่วนใหญ่บันทึกไว้ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ไม่เพียงสะท้อนภาพแห่งยุคสมัย แต่ยังเผยให้เห็นว่า ผู้หญิง ถูกมองและได้รับการปฏิบัติอย่างไร พวกเธอมีอำนาจมากน้อยแค่ไหน หรือไม่มีเลย คุณจะได้ชมภาพบางส่วนเหล่านั้นจากคลังภาพของเราในฉบับพิเศษว่าด้วยผู้หญิง นับเป็นฉบับแรกที่นักเขียน ช่างภาพ และศิลปินที่เกี่ยวข้องทั้งหมดล้วนเป็นผู้หญิง […]

World Update: นายกฯ ศรีลังกาประกาศ “เศรษฐกิจของเราล่มสลายลงแล้ว”

นายกฯ ศรีลังกาประกาศ ‘เศรษฐกิจของเราล่มสลายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว’ หลังเจอวิกฤตเศรษฐกิจมายาวนาน รานิล วิกรมสิงเห (Ranil Wickremesinghe) นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของศรีลังกาที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้วได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าระบบเศรษฐกิจของประเทศได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว หลังจากประสบวิกฤตการขาดแคลนอาหาร เชื้อเพลิง พลังงาน และไฟฟ้าเป็นเวลาหลายเดือน รวมทั้งไม่สามารถชำระหนี้ใดๆ ได้ต่อเจ้าหนี้ “เรากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ร้ายแรงทั้งการขาดแคลนอาหาร เชื้อเพลิง ก๊าซ รวมทั้งไฟฟ้า นั่นคือเศรษฐกิจของเราล่มสลายลงโดยสมบูรณ์” นายกรัฐมนตรีรานิลกล่าวกับรัฐสภา เขาระบุว่าศรีลังกาไม่สามารถจ่ายเงินซื้อเชื้อเพลิงเพื่อนำเข้าได้ แม้แต่กับเงินสด เนื่องจากมีหนี้สินจำนวนมากกับบริษัทปิโตเลียม “ปัจจุบันเรามีหนี้กับบริษัท Cyelon Petroleum Corporation 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณสองหมื่นสี่พันกว่าล้านบาท) ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีประเทศหรือองค์กรใดๆ ในโลกที่ยินดีจะจัดหาเชื้อเพลิงให้กับเรา แม้แต่กับเงินสด” เขากล่าวเสริม “ตอนนี้เราเห็นสัญญาณของการตกลงเหว”  ศรีลังกาประสบปัญหาภาระหนี้สินประกอบกับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ยิ่งสูญเสียรายได้ที่จะเข้าสู่ประเทศเพื่อซื้อสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ที่มีราคาสูงขึ้นไปอีก ทำให้ประเทศเข้าสู่ภาวะล้มละลาย ประชาชนราว 22 ล้านคนไม่อาจหาอาหารได้ครบสามมื้อต่อวัน แม้แต่กับคนชนชั้นกลางของศรีลังกาที่ส่วนใหญ่มักค่อนข้างมีความมั่นคงทางการเงิน “ถ้าคนชนชั้นกลางกำลังดิ้นรนแบบนี้ ลองนึกดูว่าคนที่อ่อนแอกว่าจะโดนโจมตีหนักแค่ไหน” บาวานี่ ฟอนเซกา (Bhavani Fonseka) นักวิจัยอาวุโสในโคลัมโบ เมืองหลวงของศรีลังกากล่าว ความมั่นคงของพวกเขา “สั่นสะเทือนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในช่วง […]