หลากหลายโฉมหน้าของ เพศสภาพ ในปัจจุบัน - National Geographic Thailand

หลากหลายโฉมหน้าของเพศสภาพในปัจจุบัน

หลากหลายโฉมหน้าของ เพศสภาพ ในปัจจุบัน

หลังจากที่สภาของไต้หวันได้ประกาศให้การแต่งงานระหว่างคู่รักเพศเดียวกันเป็นเรื่องถูกกฎหมาย เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก็ได้นำความยินดีมาให้กับกลุ่มคนที่ได้เรียกร้องสิทธินี้มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่รักเพศเดียวกันในไต้หวัน ที่จะได้สิทธิในการแต่งงานและจดทะเบียนสมรสได้ถูกต้องตามกฎหมายเป็นชาติแรกในเอเชีย

ที่ผ่านมา คนทั่วไปอาจคิดว่า “การแต่งงาน” และความรัก เป็นเรื่องของ “เพศชาย” และ “เพศหญิง” เพียงอย่างเดียวมาโดยตลอด แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแนวคิดเรื่องการรักเพศเดียวกันก็อยู่ในประวัติศาสตร์เรื่อยมา และไม่อาจเปิดเผยได้อย่างชัดเจนมากนัก เนื่องจากค่านิยมของสังคมในอดีต มักมองว่าความรักประเภทนี้เป็นเรื่องผิดปกติ แต่ว่าในปัจจุบันนี้ ความรักเพศเดียวกันเริ่มสามารถเปิดเผยได้ และถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ นำมาซึ่งรูปแบบ หรือลักษณะค่านิยมทางเพศของปัจเจกบุคคลที่มีความหลากหลายมากขึ้น

อาจกล่าวได้ว่า เราอยู่ในยุคสมัยของการ “ปฏิวัติด้านเพศสภาพ” โดยแท้จริง

ภาพหมู่ภาพนี้จะทำให้เราเข้าใจคำว่า “การปฏิวัติเพศสภาพ” เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ติดต่อกับกลุ่มนักเคลื่อนไหวหลายกลุ่มเพื่อนำบุคคล 15 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของอัตลักษณ์ทางเพศและ การแสดงออกทางเพศอันหลากหลายมารวมกันไว้ในที่เดียวกัน และคำเรียก เพศสภาพ ของพวกเขาก็มาจากคำพูดของแต่ละคนเอง

แถวบน (ยืน) จากซ้ายไปขวา 1. แฮร์รี ชาลส์เวิร์ท, 20 ปี, เควียร์ (queer — ไม่ปิดกั้นทางเพศ) 2. เอเชียนนา สกอตต์, 20 ปี, นางหรือนายแบบทั้งสองเพศรวมกัน 3. แองเจลิกา ฮิกส์, 23 ปี หญิงตรงเพศ 4. มอร์แกน เบอร์โร ฟรานซิส, 30 ปี, เลือกเป็นได้ทั้งสองเพศ 5. เอลี, 12 ปี, ชายข้ามเพศ 6. แอเรียล นิโคลสัน เมอร์ทาก, 15 ปี, หญิงข้ามเพศ 7. พิดเจียน พาโกนิส, 30 ปี, ไม่แบ่งเป็นสองเพศ 8. เชพเพิร์ด เอ็ม. เวอร์บัส, 24 ปี, ไม่ปิดกั้น ทางเพศที่ไม่แบ่งเป็นสองเพศ 9. เชอร์โน บีโก, 25 ปี, นักเคลื่อนไหวผิวสี/ชาว ข้ามเพศ 10. อล็อก เวด-มีนอน, 25 ปี, ไม่แบ่งเป็นสองเพศ

แถวล่าง (นั่ง) จากซ้ายไปขวา 1.เมมฟิส เมอร์ฟี, 16 ปี, หญิงข้ามเพศ 2.อเล็กซ์ ไบรสัน, 11 ปี, ชายข้ามเพศ 3.เดนเซล ฮัตชินสัน, 19 ปี, ชายที่ชอบเพศตรงข้าม 4.ลี, 16 ปี, เด็กชายข้ามเพศ 5.จูลส์, 16 ปี, เด็กชายข้ามเพศ

คำจำกัดความใหม่ของเพศสภาพ

อภิธานศัพท์นี้เรียบเรียงโดยได้รับคำแนะนำจากเอลี อาร์. กรีน เจ้าหน้าที่ ศูนย์ศึกษาทางเพศที่มหาวิทยาลัยไวเดนเนอร์ในเพนซิลเวเนีย และลูคา เมาเรอร์ จากศูนย์เพื่อการศึกษา การเข้าถึง และการให้การบริการเกี่ยวกับ เลสเบียน เกย์ ไบเซ็กชวล และคนข้ามเพศ ที่วิทยาลัยอิททาคาในนิวยอร์ก ทั้งสองเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Teaching Transgender Toolkit

ไม่มีเพศ (agender): บุคคลที่ไม่ ระบุว่ามีอัตลักษณ์ทางเพศซึ่งจำแนกเป็นชายหรือหญิง หรือบุคคลที่ระบุตัวเองว่าเป็นคนไม่มีอัตลักษณ์ทางเพศ

ทั้งสองเพศรวมกัน (androgynous): มีลักษณะความเป็นเพศชายและเพศหญิงรวมกัน หรือไม่แสดงออกทางเพศตามแบบแผน

คนตรงเพศ (cisgender): คำเรียกบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศตรงกับ เพศทางชีววิทยาเมื่อแรกเกิด (บางครั้งใช้คำย่อว่า ซิส “cis”)

แบ่งเป็นสองเพศ (gender binary): คือแนวคิดที่ว่า เพศสภาพ ต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง (ชาย/หญิง) โดยอิงกับเพศกำเนิด แทนที่จะอิงกับอัต-ลักษณ์ทางเพศและการแสดงออกทางเพศอันหลากหลาย คำจำกัดความนี้ถือเป็นข้อจำกัดหรือเป็นปัญหาสำหรับผู้ที่ไม่ตรง (หรือไม่ประสงค์) จะถูกจำแนกเป็นเพศใดเพศหนึ่ง

แสดงออกทางเพศตรงกับบรรทัดฐานของสังคม (gender conforming): คนที่แสดงออกทางเพศตรงบรรทัด- ฐานของสังคม กล่าวคือ เด็กชาย หรือผู้ชายต้องหรือควรมีความเป็นชาย และเด็กหญิงหรือผู้หญิงต้องหรือควรมีความเป็นหญิง คนตรงเพศ (cis) ทุกคนอาจไม่แสดงออกตรง ตามบรรทัดฐานของสังคม และคนข้ามเพศก็ไม่จำเป็นต้องแสดงออกค้านกับบรรทัดฐานของสังคมเสมอไป

ภาวะความไม่พอใจในเพศตัวเอง หรือจีดี (gender dysphoria: GD): คู่มือวินิจฉัยและสถิติสำหรับความ ผิดปกติทางจิตฉบับที่ห้า (DSM-5) ของสมาคมสุขภาพจิตอเมริกา (American Psychiatric Associa- tion) ให้คำจำกัดความว่าเป็นการ ข้ามเพศโดยได้รับการวินิจฉัยทางแพทย์ การรวมภาวะจีดีว่าเป็นความผิดปกติทางจิตอยู่ในคู่มือ ดังกล่าวเป็นเรื่องที่อื้อฉาวในชุมชนคนข้ามเพศต่าง ๆ เพราะบ่งบอกว่าคนข้ามเพศคือผู้ป่วยทางจิต แทนที่จะเป็นอัตลักษณ์ทางเพศซึ่ง เป็นที่ยอมรับ ทว่าผู้ที่ต้องการรักษา ภาวะนี้ต้องได้รับคำวินิจฉัยอย่างเป็น ทางการเสียก่อน

การแสดงออกทางเพศ (gender expression): คือการแสดงออกภาย นอกของบุคคลที่สะท้อนเพศสภาพ โดยมักรวมสไตล์ส่วนตัว การแต่งกาย ทรงผม เครื่องสำอาง เครื่องประดับ นํ้าเสียงสูงตํ่า และภาษากาย การแสดงออกทางเพศมักจัดประเภทเป็น แบบผู้ชาย แบบผู้หญิง หรือทั้งสองเพศรวมกัน การแสดงออกทางเพศยังอาจสอดคล้องกับอัตลักษณ์ ทางเพศ หรือไม่สอดคล้องก็ได้

เพศที่เลื่อนไหลไปมา (gender- fluid): คนที่มีอัตลักษณ์ทางเพศ หรือการแสดงออกทางเพศเปลี่ยนแปลงไปมาระหว่างผู้ชาย/ความเป็นชาย และผู้หญิง/ความเป็นหญิง

อัตลักษณ์ทางเพศ (gender iden- tity): ความรู้สึกจากส่วนลึกของ คนคนหนึ่งว่าตนมีเพศสภาพอย่างไร โดยอิงกับคำจำกัดความของตัวเอง

เครื่องหมายทางเพศ (gender marker): การกำหนดค่า (เพศชาย, เพศหญิง, หรืออย่างอื่น) ที่ระบุในบันทึกของทางการ เช่น สูติบัตร หรือใบขับขี่ เครื่องหมายทางเพศใน เอกสารของคนข้ามเพศคือเพศที่ ติดตัวมาแต่กำเนิด เว้นเสียแต่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย

แสดงออกทางเพศที่ไม่ตรงกับบรรทัดฐานของสังคม (gender nonconforming): คนที่แสดงออก ทางเพศไม่ตรงตามบรรทัดฐานของสังคม เช่น เด็กชายหรือผู้ชายที่ “ไม่แมนพอ” หรือดูเหมือนผู้หญิง ขณะที่เด็กหญิงหรือผู้หญิงก็ “ไม่หญิง พอ” หรือดูเหมือนผู้ชาย ชาวข้ามเพศ อาจไม่เป็นเช่นนี้ทุกคน และคนที่แสดงออกทางเพศไม่ตรงกับ บรรทัดฐานของสังคมก็อาจไม่ได้เป็นคนข้ามเพศทุกคน คนตรงเพศอาจแสดงออกไม่ตรงกับบรรทัดฐานของสังคม คนทั่วไปมักสับสนว่า การแสดงออกเช่นนี้ต้องพ้องกับรสนิยมทางเพศ (sexual orientation)

ไม่ปิดกั้นทางเพศ (genderqueer): คนที่มีอัตลักษณ์ทางเพศไม่ใช่ทั้งหญิงและชาย อาจอยู่กึ่งกลาง หรือหลุดพ้นกรอบทางเพศ หรืออาจเป็นการผสมผสานของเพศทั้งหมด

เพศกำกวม (intersex): คนที่มี ความผิดปกติด้านพัฒนาการของระบบอวัยวะเพศ หรือดีเอสดี โดยมีโครงสร้างของระบบสืบพันธ์ พันธุ- กรรม โครงสร้างของอวัยเพศ หรือ ฮอร์โมน ที่ทำให้มีร่างกายซึ่งไม่ สามารถแบ่งเป็นหญิงหรือชายได้ คน มักสับสนคนที่มีเพศกำกวมกับคน ข้ามเพศ แต่ทั้งสองประเภทแตกต่าง กันสิ้นเชิง คำว่า กะเทย (herma- phrodite) ซึ่งหมายถึงคนที่มีอวัยวะ ทั้งเพศชายและเพศหญิงในคน คนเดียวกัน ถือว่าตกยุคและเป็น การดูหมิ่น

แอลจีบีทีคิว (LGBTQ): ตัวย่อ ที่หมายถึงเลสเบียน เกย์ ไบเซ็ก- ชวล ทรานส์เจนเดอร์ (ข้ามเพศ) และเควียร์ (ไม่ปิดกั้นทางเพศ) และ/หรือปัจเจกบุคคลและชุมชนที่มีลักษณะดังกล่าว บางครั้งใช้ แตกต่างออกไปว่า แอลจีบีที (LGBT) และแอลจีบีคิว (LGBQ)

ไม่แบ่งเป็นสองเพศ (nonbinary): สเปกตรัมของอัตลักษณ์และการแสดงออกทางเพศแบบหนึ่ง โดยไม่สรุปว่าเพศต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง (ชาย/หญิง) เท่านั้น หรือไม่เป็นอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น โดยอิงกับเพศกำเนิด กลุ่มนี้ยังรวมถึงคำว่า ไม่มีเพศ (agender) เลือกเป็นได้ทั้ง สองเพศ (bigender) เพศที่เลื่อน ไหลไปมา (genderfluid) และเป็น ได้ทุกเพศ (pangender)

สรรพนาม: สรรพนามระบุเพศที่ ให้เกียรติและตรงกับบุคคล ซึ่งบุคคลนั้นเลือกใช้ด้วยตัวเอง ควรถามบุคคลนั้น ๆ ก่อนว่าใช้สรรพนามอะไรนอกจากคำว่า “เขา” “เธอ” และ “พวกเขา” แล้ว ยังมีสรรพนามใหม่ที่ไม่มีเพศ ซึ่งได้แก่ “ซี” (zie) และ “เพอร์” (per)

การระงับวัยเริ่มเจริญพันธุ์: กระบวนการทางแพทย์ที่ยับยั้งการ เปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนซึ่งทำให้เกิด การเจริญพันธุ์ในวัยรุ่น ผลที่ได้คือ การชะลอพัฒนาการของลักษณะทางเพศระยะทุติยภูมิ (เช่น การเติบโต ของเต้านม การขยายของอัณฑะ การกระจายไขมันในร่างกาย การเปลี่ยนแปลงของเสียง เป็นต้น) การกดภาวะดังกล่าวทำให้วัยรุ่น มีเวลาตัดสินใจว่าจะรับฮอร์โมน ของเพศที่ต้องการเป็นหรือไม่ และ ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะความไม่พอใจในเพศตัวเองที่วัยรุ่นข้ามเพศมัก ประสบในระยะเจริญพันธุ์

ไม่ปิดกั้นทางเพศ (queer): คำ กว้าง ๆ สำหรับคนที่ไม่ได้รักคนต่างเพศ และ/หรือคนตรงเพศ คำคำนี้ในอดีตเคยใช้เป็นคำหยามหมิ่น แต่ปัจจุบันบางคนบอกว่าเป็นการยืนยันตัวตน ในขณะที่บางคนบอกว่าเป็นคำที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย

วิถีทางเพศหรือรสนิยมทางเพศ (sexual orientation): เป็นความ รู้สึกพึงใจที่บุคคลหนึ่ง ๆ มีต่อคนอื่น คนคนหนึ่งอาจถูกใจคนเพศเดียวกันหรือเพศตรงข้าม หรือทั้งสองเพศ หรือไม่มีความชอบในเพศหรือเพศสภาพใดเป็นพิเศษ บางคนอาจไม่มีความรู้สึกดึงดูดทางเพศเลยและอาจเรียกตัวเองว่า ไม่ฝักใฝ่ใจทางเพศ (asexual) วิถีทางเพศเป็นเรื่องของ ความพึงใจในคนอื่น ๆ (เป็นเรื่องภายนอก) ขณะที่อัตลักษณ์ทางเพศเป็นความรู้สึกจากส่วนลึกว่า ตัวตนของเราเป็นอย่างไร (เป็นเรื่องภายใน)

ข้ามเพศ (transgender): บางครั้ง เรียกย่อ ๆ ว่า “ทรานส์” (trans) อันเป็นคำคุณศัพท์เรียกคนซึ่งอัตลักษณ์ ทางเพศไม่ตรงกับเพศกำเนิด คำคำนี้ ยังอาจหมายถึงอัตลักษณ์กลุ่มหนึ่งซึ่งรวมถึงเด็กชายหรือผู้ชายข้ามเพศ คนที่เป็นเพศหญิงแต่กำเนิด แต่คิดว่าตนเป็นเด็กชายหรือผู้ชาย และคนที่เป็นชายแต่กำเนิด แต่คิดว่าตนเป็นเด็กหญิงหรือผู้หญิง

แปลงเพศ (transsexual): เป็น คำเก่าที่ใช้เรียกคนข้ามเพศ ซึ่งอาจได้รับฮอร์โมนหรือการผ่าตัดแปลงเพศให้เข้ากับอัตลักษณ์ทางเพศของตน แทนที่จะอยู่ในเพศเดิมแต่กำเนิด คำคำนี้ยังมีการใช้กันอยู่ แต่คำว่า “ข้ามเพศ” เป็นที่นิยมมากกว่า

ที่มา: THE TEACHING TRANSGENDER TOOLKIT, โดยเอลี อาร์. กรีน และลูคา เมาเรอร์


อ่านเพิ่มเติม มองใหม่เรื่องเพศสภาพ

เรื่องแนะนำ

วิถีหลอมรวมเชื้อชาติ ศาสนา และพหุวัฒนธรรมอันน่าอัศจรรย์ในสิงคโปร์

จากความหลากหลายของชุมชนและการหลอมหลวม พหุวัฒนธรรม เราจะสามารถอธิบายมรดกทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นของชนชาติสิงคโปร์ได้อย่างไร หากเดินเตร็ดแตร่ไปยังถนน Telok Ayer ผ่านย่านร้านกาแฟอันคึกคัก แผงขายอาหาร และภัตตาคาร ก็จะพบกับอากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นกรุ่นของกาแฟและเครื่องเทศ ทันใดนั้น ก็จะได้พบกับกลุ่มควันธูปที่ฟุ้งออกมาจากวัดที่แทรกตัวอยู่ในสัญลักษณ์ความเป็นเมืองใหญ่และความเป็น พหุวัฒนธรรม แบบร่วมสมัย วัด Thian Hock Keng และวัด Yueh Hai Ching ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเล สร้างขึ้นเพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชุมชนชาวจีนฮกเกี้ยนและแต้จิ๋วตามลำดับ และใกล้ๆ กัน มีมัสยิด Al-Abrar และโบสถ์เมโธดิสท์จีน เป็นประจักษ์พยานของการเติบโตทั้งทางกายภาพ จิตวิญญาณ และวัฒนธรรมของสิงคโปร์ นับตั้งแต่การก่อตั้งในฐานะท่าเรือเพื่อการค้าขายในปี 1819 บรรดาผู้อพยพต่างหลั่งไหลเข้ามายังเกาะแห่งนี้พร้อมความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีกว่า พวกเขาเริ่มก่อตั้งธุรกิจเพื่อการค้าขาย สร้างรากฐาน วางกรอบสำหรับชุมชนใหม่ เพื่อปักหลักและเริ่มการก่อกำเนิดสังคมพหุวัฒนธรรมของสิงคโปร์ เนื่องจากความหลากหลายทางศาสนาที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายเทศกาลเฉลิมฉลองกลายมาเป็นการเฉลิมฉลองร่วมกันในชุมชม สักสินาห์ ครูสอนฟิตเนสชาวมุสลิมเชื้อสายอินเดียและมาเลย์ได้เข้าร่วมการถือศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอน และเฉลิมฉลองวันฮารีรายอ อีดิลฟิตรี อันเป็นวันที่สิ้นสุดช่วงเวลาการถือศีลอดของชาวมุสลิมในสิงคโปร์ “ในช่วงวันฮารีรายอ ทั้งครอบครัวและญาติๆ ของฉันไปรวมตัวกันที่บ้านของญาติ ซึ่งเหมือนเป็นจุดศูนย์กลาง เราไม่ต้องไปที่อื่นเลยค่ะ” เธอกล่าว สักสินาห์ยังคงเฉลิมฉลองวันตรุษจีนกับเพื่อนๆ ชาวจีนที่เติบโตมาด้วยกัน และเคยเล่นไพ่นกกระจอกด้วยกัน […]

ผู้คนเหล่านี้ยังคงใช้ชีวิตในถ้ำของสเปน

ถ้ำ Sacromonte และ Guadix ในเมืองกรานาดา ของสเปน เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนมานานกว่าหลายศตวรรษจนปัจจุบัน มาดูกันว่าชีวิตในถ้ำของพวกเขาเป็นอย่างไร

สีผิวของอิโมจิช่วยส่งเสริมความหลากหลายได้อย่างไร

ในตอนแรกหลายคนเชื่อกันว่าอิโมจิที่มีสีผิวหลากหลายโทนจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการเหยียดในโลกโซเชียล แต่ผลการศึกษาใหม่พบว่าไม่เป็นเช่นนั้น

ไอ้ไข่ ตำนานสิ่งศักดิ์สิทธิ์แดนใต้ กลายเป็นปรากฏการณ์การท่องเที่ยวได้อย่างไร

ผู้มาเยี่ยมชมวัดเจดีย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ทางภาคใต้ของประเทศไทย บริจาครูปปั้นไก่จำนวนนับไม่ถ้วน เพื่อเป็นเกียรติแก่ “ไอ้ไข่” ตำนานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอลวิญญาณของเด็กชาย ที่เชื่อกันว่าจะนำพาความโชคดีมาให้ ภาพถ่ายโดย AMANDA MUSTARD, NATIONAL GEOGRAPHIC ผู้คนนับหมื่นแห่เดินทางไปยังวัดเจดีย์ ที่ตั้งรูปปั้น ไอ้ไข่ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อแสวงหาความหวังและโชคลาภในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เมื่อการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสส่งผลให้ต้องปิดพรมแดนระหว่างประเทศ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ของไทยต้องหยุดชะงัก คิดเป็นสัดส่วนมูลค่ามากกว่าร้อยละ 20 ของ GDP ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน คำบอกเล่าแพร่กระจายออกไปว่าวิญญาณของรูปปั้นสมัยศตวรรษที่ 18 ในภาคใต้ของประเทศไทย ที่เรียกว่า “ไอ้ไข่” ได้ให้โชคแก่หญิงคนหนึ่งที่มาสักการะจนเธอถูกรางวัลลอตเตอรี หลังจากนั้นหญิงคนดังกล่าวกลายเป็นที่รู้จัก เธอจึงเปิดเผยถึงความมั่งคั่งและความสำเร็จที่เธอได้รับมาจากการสักการะไอ้ไข่ ในไม่ช้าวัดเจดีย์ ที่มีรูปปั้นไอ้ไข่ ก็กลายเป็นสถานที่ในการแสวงหาสิ่งที่ปรารถนาและโชคลาภของคนไทย สำหรับคนไทยจำนวนไม่น้อย วิญญาณถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและยังถูกมองว่าเป็นประตูสู่ความมั่งคั่งหรือการปกปักรักษาอีกด้วย “ถ้าคุณพิจารณาแนวความคิดทางศาสนาที่เป็นที่นิยมของไทย ความเชื่อเรื่องผีและวิญญาณนั้นมีปฏิสัมพันธ์กับคุณในชีวิตประจำวัน” ดร.ประกีรติ สัตสุต อาจารย์ประจำคณะมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าว “เมื่อคุณไปตลาดคุณจะเห็นศาลเจ้าที่ตั้งไว้ประจำอาณาเขต หรือในร้านค้าที่มีนางกวักไว้นำโชค คุณสามารถใช้วัตถุเหล่านี้เพื่อเก็บเกี่ยวโชคลาภ ความมั่งคั่ง หรือบรรลุเป้าหมายของคุณในโลกนี้ ซึ่งหมายความว่า จะต้องมีการสื่อสารและความสัมพันธ์กันบางอย่าง” เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้เกิดสภาวะกดดันทางสังคมและการเงินอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ความสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณนี้จึงกลายเป็นแหล่งยึดเหนี่ยวสำหรับคนไทยจำนวนมาก จนทำให้ไอ้ไข่ ซึ่งเคยเป็นที่รู้จักแค่กับคนในท้องถิ่น แต่ตอนนี้กลายเป็นสถานที่ซึ่งยินดีต้อนรับผู้เลื่อมใสหลายพันคนต่อวัน […]