เมื่อโลกติดไวรัส: รายงานจากประเทศไทย - National Geographic Thailand

เมื่อโลกติดไวรัสโควิด-19: รายงานจากประเทศไทย

เมื่อลูกชายคนแรกเกิดเดือนเดียวกับที่ โควิด-19 เริ่มระบาดในเมืองอู่ฮั่น คุณพ่อมือใหม่ที่ต้องทำงานในคลินิกของครอบครัว จะเผชิญกับสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงนี้อย่างไร

เดือนธันวาคมปีนี้ ลูกชายคนแรกของผมจะอายุครบหนึ่งขวบพอดี แม้เวลาจะผ่านไปนานร่วมปี แต่วินาทีที่ได้เห็นหนูน้อยร้องไห้จ้าในห้องคลอด วินาทีที่อุ้มเด็กชายในอ้อมกอดพร้อมมือเล็ก ๆ ที่กำนิ้วผมไว้แน่น ยังคงสดใหม่ในความทรงจำราวกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เด็กชายลืมตาดูโลกท่ามกลางข่าวผู้ป่วยปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุในสาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อเราทราบข่าวอย่างเป็นทางการจากองค์การอนามัยโลกว่า มีคนในประเทศจีนติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จำนวน 27 คน โดยทั้งหมดล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับตลาดสดในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจีน

ผมพยายามรับฟังข่าวสารอย่างต่อเนื่องโดยไม่ตื่นตระหนก พร้อมกับหวังว่า เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ก็น่าจะซํ้ารอยโรคระบาดอื่น ๆ ที่รัฐบาลสามารถควบคุมได้โดยมีผู้ติดเชื้ออยู่ในวงจำกัด

โควิด-19, ตาก, พบพระ, ชาวเมียนมา
ตาก พฤษภาคม 2563 เมื่อหมู่บ้านตลอดแนวชายแดนไทย-เมียนมาที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ต้องปิดตามมาตรการล็อกดาวน์ของภาครัฐ เป็นเหตุให้แรงงานเมียนมาไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพนอกบ้านได้ หญิงชาวเมียนมาผู้นี้เป็นหนึ่งในบรรดาแรงงานที่ต้องพึ่งพาของบริจาคจากหน่วยงานให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ เธอปิดประตูหมู่บ้านทันทีหลังจากที่คนในหมู่บ้านได้รับของบริจาคเรียบร้อยแล้ว ภาพถ่าย: จิตรภณ ไข่คำ

ผู้ติดเชื้อรายแรก

เพียงไม่นาน ตัวเลขผู้ติดเชื้อในเมืองอู่ฮั่นก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากหลักสิบสู่หลักหมื่น จนรัฐบาลจีนจำเป็นต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดคือปิดเมืองทั้งเมืองเพื่อยับยั้งการระบาด ท่ามกลางสายตาของทั่วโลกที่จับจ้องด้วยความหวาดวิตก

ผมพยายามปลอบใจตัวเองและคนรอบข้างว่าประเทศไทยยังปลอดภัยอยู่ และรัฐบาลนี้น่าจะประสบความสำเร็จในการจำกัดการระบาด ระยะทางจากอู่ฮั่นถึงกรุงเทพฯ กว่าสองพันกิโลเมตรก็น่าจะเป็นปราการด่านแรกที่ทำให้โอกาสระบาดในไทยคงมีไม่มากนัก

นับตั้งแต่มีประกาศถึงการระบาดอย่างเป็นทางกา รกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เริ่มตั้งจุดเฝ้าระวังคัดกรองนักท่องเที่ยวที่บินตรงจากเมืองอู่ฮั่น สนับสนุนให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ

หลังจากนั้นไม่นาน รัฐบาลไทยก็ได้แถลงเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563 ยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือต่อมาเรียกด้วยชื่อย่อว่า โควิด-19 (COVID-19) รายแรกในประเทศไทยนับเป็นผู้ป่วยนอกประเทศจีนรายแรกของโลก ซึ่งเป็นหญิงชาวจีนอายุ 61 ปี

หลังจากนั้นราวสองสัปดาห์ กระทรวงสาธารณสุขก็ประกาศอย่างเป็นทางการว่า พบชายไทยอาชีพขับแท็กซี่ที่ติดเชื้อโควิด-19 จากผู้โดยสารซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจีนนับเป็นผู้ป่วยคนไทยรายแรกที่ไม่มีประวัติเดินทางไปประเทศจีน นับเป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดภายในประเทศ

โควิด-19, อุณหภูมิร่างกาย, การวัดอุณหภูมิ
การระบาดของโควิด-19 ทำให้สถานที่ต่างๆ ต้องจัดหาอุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิเพื่อคัดกรอง ผู้ผ่านเข้า-ออก ขณะที่ผู้คนพากันกว้านซื้อหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์จนสินค้าขาดตลาดอยู่ช่วงหนึ่ง

รับมือระลอกแรก

โรคระบาดที่เริ่มขยับเข้ามาใกล้ตัว ทำให้คนไทยทุกคนมีโอกาสเป็นกลุ่มเสี่ยง เราต่างตะลีตะลานออกไปหาซื้อหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่ติดต่อผ่านทางเดินหายใจ แล้วยังป้องกันมลภาวะทางอากาศที่เกิดจากฝุ่น PM 2.5 ที่มาพร้อมกับฤดูแล้ง ซึ่งดำเนินอยู่ในขณะนั้น อีกทั้งกรุงเทพฯ กับเชียงใหม่ก็ติดอันดับโลกในเรื่องคุณภาพอากาศที่เข้าขั้นวิกฤติอยู่เนืองๆ

ตั้งแต่แรก ผมไม่เคยคิดว่าการตัดสินใจลาออกจากการเป็นพนักงานของธนาคารเพื่อมาช่วยงานในคลินิกเวชกรรมเฉพาะทางจักษุซึ่งเป็นธุรกิจของบ้านภรรยา จะผลักให้ผมกลายเป็นแนวหน้าที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19

คลินิกของเราดำเนินการตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่มีจุดตรวจวัดอุณหภูมิ ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการให้สวมหน้ากากอนามัย ใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวต่างๆ จนถึงการพยายามลดความแออัดในคลินิก แต่พวกเราก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลัว

โควิด-19, หน่วยบรรเทาสาธารณภัย, ชุมชนคลองเตย
หน่วยบรรเทาสาธารณภัยฐานเจ้าพระยา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิดวงประทีปพ่นยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในชุมชนคลองเตย ซึ่งเป็นพื้นที่แออัดที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ

ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ ของใช้จำเป็นในการป้องกันตัวเองจากการระบาดอย่างหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์เริ่มหาซื้อได้ยากขึ้น แม้แต่ตัวแทนจำหน่ายจากบริษัทเวชภัณฑ์ยังไม่สามารถตอบได้ว่า สินค้าจะมีเมื่อไร แต่คลินิกของเราไม่ใช่คลินิกเดียวที่ต้องเผชิญกับการขาดแคลนดังกล่าว เพราะโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหลายแห่งก็เริ่มส่งเสียงแล้วว่าหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอ บางแห่งถึงกับต้องใช้วัสดุที่หาซื้อจากร้านเครื่องเขียนมาประกอบเป็นชุดป้องกันส่วนบุคคลฉบับทำมือ รวมทั้งตัดเย็บหน้ากากใช้กันเองตามมีตามเกิด

เราต้องเริ่มมาตรการปันส่วนหน้ากากอนามัย เปลี่ยนให้พนักงานใช้หน้ากากผ้าแบบซักได้ โดยสงวนหน้ากากการผ่าตัด (surgical mask) ไว้สำหรับจักษุแพทย์ซึ่งเป็นบุคคลที่เสี่ยงที่สุด เนื่องจากต้องพบปะและตรวจอาการคนไข้อย่างใกล้ชิดชนิดหลีกเลี่ยงไม่ได้

โควิด-19, โรงเรียน, การเว้นระยะห่างทางสังคม
กรุงเทพฯ หลังทางการประกาศปิดโรงเรียนทั่วประเทศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระยะแรก กิจกรรมการเรียนการสอนส่วนใหญ่ต้องทำผ่านระบบออนไลน์ แม้เมื่อมีการผ่อนปรนให้โรงเรียนกลับมาเปิดทำการได้อีกครั้ง แต่ครูและนักเรียนต้องปรับตัวเข้ากับชีวิตวิถีใหม่ เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม และอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ เช่นที่โรงเรียนวัดปริวาศ เขตยานนาวา แห่งนี้

คนไทยสู้ไม่ถอย

เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า และยังไม่เห็นวี่แววว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ความกลัวของผมเปลี่ยนเป็นความโกรธ โกรธที่รัฐบาลยังไม่ยกระดับมาตรการจำกัดการระบาดให้เข้มงวดขึ้น แต่กลับผลักภาระให้บุคลากรทางการแพทย์รับมือกันเอง โกรธที่มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลซึ่งใกล้ชิดกับนักการเมืองสามารถกักตุนหน้ากากจำนวนมหาศาลเพื่อเก็งกำไร ในขณะที่แพทย์พยาบาล
ในโรงพยาบาลต่าง ๆ ต้องนำหน้ากากกลับมาใช้ซํ้า โกรธที่คนบางกลุ่มไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลการเดินทางไปต่างประเทศ จนทำให้มีผู้เสี่ยงติดเชื้อหลายร้อยคนที่ต้องถูกกักตัวสังเกตอาการ 14 วัน

แต่ขณะเดียวกัน ท่ามกลางความกลัวก็ยังมีความหวัง เราได้เห็นฝีมือของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไทยที่รับมือกับการระบาดได้สมกับการเป็นประเทศลำดับที่หก ตามรายงานดัชนีความมั่นคงทางด้านสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน 13 ประเทศที่มีความพร้อมรับมือการระบาดมากที่สุดในโลก แม้ว่าทรัพยากรที่มีอยู่จะค่อนข้างจำกัดก็ตาม

นอกจากทีมแพทย์ไทยที่สู้ไม่ถอยแล้ว เรายังได้เห็นความช่วยเหลือจากประชาชนที่มีให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เงินบริจาคหรือการแสดงออกด้วยการร่วมปรบมือส่งกำลังใจจากที่บ้านตามเวลานัดหมาย หลายคนรวมกลุ่มกันผลิต
หน้ากากผ้าเพื่อแจกจ่ายแก่ผู้ที่ต้องการ หรือกระทั่งจัดหาวัตถุดิบมาผสมเป็นเจลแอลกอฮอล์เพื่อส่งต่อให้กับโรงพยาบาลหรือไว้ใช้กันเอง

โควิด-19, พัทยา, ล็อกดาวน์
ชายหาดพัทยากลายเป็นหาดร้างในช่วงล็อกดาวน์ระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา ภาพถ่าย กฤตนันท์ ตันตราภรณ์

เหล่านักออกแบบและผู้มีทักษะต่าง ๆ เปลี่ยนความกลัวเป็นความรู้ ย่อยชุดข้อมูลยุ่งยากให้เข้าใจง่ายแล้วเผยแพร่ผ่านโลกออนไลน์ ทั้งสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่กำลังดำเนินไป วิธีป้องกันตัวเองเบื้องต้น รวมถึงการอธิบายศัพท์ใหม่ ๆ เช่น การล็อกดาวน์ (lockdown) การกักตัว (quarantine) และการเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) เป็นต้น รวมไปถึงการออกแบบในโลกจริง เช่น สติกเกอร์ระบุจุดที่ควรยืนระหว่างต่อแถว แผงกั้นเคาน์เตอร์ที่ทำจากแผ่นพลาสติกใสกับโครงท่อพีวีซีเพื่อช่วยให้เราปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างได้ง่ายยิ่งขึ้น

ในช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงถึงสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันจากกรณีการแข่งขันมวยที่สนามมวยลุมพินี กรณีการระบาดจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ และกลุ่มผู้กลับจากการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย

ช่วงเวลานั้นเองที่ผมได้รับโทรศัพท์จากพ่อแม่ให้เตรียมซื้อของกักตุนไว้เผื่อรัฐบาลจะใช้มาตรการล็อกดาวน์ เสียงปลายสายค่อนข้างเครียด เพราะคงเป็นห่วงทั้งลูกและหลานชายที่อายุยังไม่ถึงสามเดือน

โควิด-19, พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสวมหน้ากากอนามัยนั่งประจำที่ขณะเครื่องเตรียมลงจอด อุตสาหกรรมการบินได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการห้ามบินและจำกัดการเดินทางที่หลายประเทศบังคับใช้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภาพถ่าย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

กลางเดือนมีนาคม ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มระดับจากหลักสิบไปแตะหลักร้อย ขณะที่รัฐบาลยังไม่มีทีท่าชัดเจนว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและห้าจังหวัดปริมณฑล ประกอบด้วยสมุทรปราการสมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี และปทุมธานี ประกาศล็อกดาวน์แบบสายฟ้าแลบบังคับใช้ในวันที่ 22 มีนาคม เป็นเวลาสามสัปดาห์ ปิดสถานที่เสี่ยงตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าไปจนถึงร้านเสริมสวย โดยอนุญาตให้เปิดเฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายยา ส่วนร้านอาหารก็จำหน่ายให้ซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านเท่านั้น

“อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” คือสโลแกนรับมือการระบาดในไทย ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินและการกำกับดูแลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) ซึ่งกำหนดข้อห้ามปฏิบัติและขอความร่วมมือประชาชนออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น รวมถึงหลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัดและอีกเงื่อนไขสารพัดเพื่อจำกัดการระบาดให้อยู่ในวงจำกัด

วิถีชีวิตเว้นระยะห่าง

ผมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย เพราะแผนของเราที่ว่าจะพาเจ้าตัวเล็กไปเปิดโลกตามสวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า หรือสวนสัตว์ เป็นอันว่าต้องเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด เช่นเดียวกับโรงเรียนสอนว่ายนํ้าสำหรับเด็กเล็กที่ต้องปิดตัวลงตามคำสั่งของรัฐบาล แม้เวลาที่ผ่านไปไม่อาจย้อนกลับคืนมาได้ แต่อย่างน้อยที่สุดเราก็ยังมีกันและกัน

ผมนึกไม่ออกเลยว่าจะทำใจอย่างไรหากต้องเจอสถานการณ์เช่นเดียวกับเพื่อนชาวศรีลังกาที่ภรรยากลับไปคลอดลูกสาวที่บ้านเกิด ส่วนเขายังต้องทำงานในไทยและได้เห็นหน้าลูกคนแรกผ่านทางหน้าจอ

โควิด-19, นักมวย
ที่เวทีมวยราชดำเนิน การปรับตัวไม่เพียงหมายถึงการนำมาตรการป้องกันสารพัดมาใช้แต่ยังรวมถึงการถ่ายทอดสดการชกมวยผ่านระบบออนไลน์ด้วย

ฮีโร่ผู้ปิดทองหลังพระ

การประกาศล็อกดาวน์กลายเป็นดาบสองคมที่ผู้มีอำนาจอาจนึกไม่ถึง เนื่องจากชีพจรเศรษฐกิจเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มหานครแห่งนี้จึงเป็นศูนย์รวมแรงงานจากทั่วทุกภูมิภาคของไทย เมื่อโอกาสหารายได้หายวับไปในชั่วข้ามคืน

ภาพที่ปรากฏในวันถัดมา คือผู้คนที่คลาคลํ่าอยู่ตามท่ารถโดยสาร เพื่อรอเดินทางกลับภูมิลำเนาเพราะเกรงว่ารัฐบาลจะประกาศห้ามเดินทางข้ามจังหวัด คราวนี้เหล่าแรงงานไม่ได้กลับบ้านตัวเปล่า แต่บางคนได้นำพาเชื้อโควิด-19 กลับบ้านเกิดไปด้วย การระบาดที่เคยกระจุกตัวในกรุงเทพฯ จึงกระจายสู่แทบทุกจังหวัดโดยไม่ตั้งใจ

ข่าวหลายสำนักนำเสนอตัวเลขผู้ติดเชื้อแต่ละจังหวัดด้วยแผนที่ประเทศไทย ในแต่ละวัน พื้นที่สีขาวซึ่งบ่งบอกว่าปลอดผู้ติดเชื้อ ค่อย ๆ เปลี่ยนสู่สีแดงอ่อนและแดงเข้มเป็นลำดับ ช่วงเวลานั้นผมทำใจแล้วว่า อีกไม่นานตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มคงจะกระโดดไปถึงหลักพันต่อวัน แต่ตัวเลขดังกล่าวกลับลดลงอย่างต่อเนื่องกระทั่งหลงเหลือเพียงผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมในสถานที่ควบคุมโรคของรัฐ (state quarantine) กล่าวได้ว่าไทยหยุดการติดเชื้อภายในประเทศได้สำเร็จและลดความชันของกราฟผู้ติดเชื้อให้ราบเรียบ (flatten the curve) แบบคาดไม่ถึง

โควิด-19, พนักงานบริการทางเพศ, พัทยา
เจ้าหน้าที่จาก SWING (Service Workers In Group) องค์กรที่ทำงานด้านสิทธิของพนักงานบริการทางเพศลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่พนักงานบริการในย่านสถานเริงรมย์ของเมืองพัทยา ภาพถ่าย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

นอกเหนือจากทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่อุทิศตนเป็นทัพหน้าในการรับมือการระบาดใหญครั้งนี้อย่างเข้มแข็งแล้ว ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการยับยั้งการระบาดระดับท้องถิ่นคืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือ อสม. เครือข่ายจิตอาสาที่ก่อตั้งมากว่าสี่ทศวรรษ ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 1,050,000 คนทั่วประเทศไทย แต่ละคนรับผิดชอบดูแลสิบหลังคาเรือน ทำงานร่วมกับแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โดยได้รับค่าสินนํ้าใจ เดือนละ 1,000 บาทจากกระทรวงสาธารณสุข

ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 อสม. เปรียบเสมือนแขนขาของหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่นอกจากจะช่วยเผยแพร่องค์ความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลรักษาสุขอนามัยเพื่อรับมือกับโรคระบาดแล้ว ยังช่วยสอดส่องคนที่เข้าออกจากชุมชน คัดกรองกลุ่มเสี่ยงเบื้องต้น รวมถึงดูแลกระบวนการกักตัวของกลุ่มที่กลับมาจากพื้นที่เสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ และกระจายยารักษาโรคประจำตัวเพื่อลดความหนาแน่นที่โรงพยาบาลด้วย

ด้วยความที่เป็นคนในชุมชนเดียวกัน ทำให้ อสม. สามารถดูแลแบบเคาะประตูบ้าน ส่งเสริมให้คนในชุมชน เว้นระยะห่าง ล้างมือ และสวมใส่หน้ากากอนามัย ช่วยถมช่องว่างระหว่างโรงพยาบาลกับชุมชน ผ่านการบันทึกติดตามอาการของกลุ่มเสี่ยง ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มีอยู่จำกัดสามารถตรวจหาเชื้อและทำการรักษาได้อย่างทันท่วงทีความสำเร็จของเหล่า อสม. ในการยับยั้งการระบาดทำให้องค์การอนามัยโลกกล่าวชื่นชมว่า บุคคลเหล่านี้คือ “ฮีโร่ผู้ปิดทองหลังพระ”

พิษเศรษฐกิจของโควิด-19

ผลลัพธ์จากการล็อกดาวน์ที่ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อภายในประเทศลดลงเหลือศูนย์ เราคงกล่าวได้อย่างภาคภูมิใจว่าประเทศไทยรับมือการระบาดโควิด-19 ได้อย่างดีเยี่ยม รัฐบาลไทยได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ทั้งหมดตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เหลือเพียงมาตรการป้องกันเช่นเดิม โดยตัวเลขผู้ป่วยใหม่แทบทั้งหมดมีที่มาจากต่างแดนซึ่งยังมีการควบคุมการเข้าออกชายแดนอย่างเข้มงวด

โควิด-19, เศรษฐกิจซบเซา, ภูเก็ต
ภูเก็ต ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซอยบางลาคือถนนสายเศรษฐกิจสำคัญของหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต จากย่านถนนคนเดินที่เคยคลาคลํ่าไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลับกลายเป็นถนนร้างในช่วงล็อกดาวน์ ภูเก็ตเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุดจากโควิด-19 ทั้งในแง่จำนวนผู้ติดเชื้อในระยะแรก และความซบเซาทางเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาเม็ดเงินจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหลัก ภาพถ่าย รวินท์ เจี่ยสกุล

อย่างไรก็ดี ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดของไทยกลับทรุดหนักติดอันดับหนึ่งของภูมิภาค โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีไตรมาสสองติดลบถึงร้อยละ 12.2 สำนักงานเศรษฐกิจการคลังคาดว่า ปีนี้เศรษฐกิจจะหดตัวร้อยละ 8.5 นับว่าหนักหนาสาหัสที่สุดตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อ พ.ศ. 2540

อีกตัวเลขที่น่ากังวลซึ่งมาพร้อมสภาวะเศรษฐกิจยํ่าแย่คืออัตราการฆ่าตัวตายที่เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 22 ใกล้เคียงกับคราววิกฤติต้มยำกุ้ง ในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้ มีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 459 ราย ตัวเลขดังกล่าวนับว่าสูงลิ่วหากเทียบกับจำนวนผู้เสียชีวิต 59 รายจากการติดเชื้อโควิด-19

โลกใบที่ไม่เหมือนเดิม

ผมแทบลืมไปแล้วว่า โลกก่อนการระบาดหน้าตาเป็นอย่างไร เราอาจเคยบ่นรำคาญการใส่หน้ากากอนามัย ตอนนี้กลับขาดไม่ได้ เราเคยอยากทำงานจากที่บ้าน ก็ได้ทำสมใจ แต่ชีวิตวิถีใหม่อาจไม่ดีอย่างที่ฝัน เราเคยมั่นใจว่า ถึงอย่างไร ธุรกิจอาหาร ท่องเที่ยว และบริการก็จะยังเดินหน้าไปต่อได้ แต่กลับต้องหยุดชะงักโดยไม่รู้ว่าจะฟื้นตัวกลับมาเมื่อใด เช่นเดียวกับความมั่นใจที่ว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่จะป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดใหญ่เช่นในอดีต แต่ความเป็นจริงกลับตรงข้าม เพราะประชาคมโลกที่มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นกลับเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้โควิด-19 ระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

ถึงวันนี้ สำหรับผม “ความปกติใหม่” ไม่ใช่แค่การสวมหน้ากากอนามัย หรือการเว้นระยะห่างทางสังคมแต่คือการยอมรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งการให้ความสำคัญกับปัจจุบันและคนที่เรารัก เพราะไม่มีใครตอบได้ว่า โรคอย่างโควิด-19 จะกลับมาระบาดอีกครั้งเมื่อใด แล้วเราจะรับมือการระบาดครั้งใหม่ได้ดีเท่าในอดีตหรือไม่ สิ่งเดียวที่เราทำได้คือ เชื่ออย่างมีความหวังว่า “ทางออก” จะปรากฏขึ้นในไม่ช้า

เรื่อง รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์

ภาพ เอกรัตน์ ปัญญะธารา

สามารถติดตามเรื่องราวฉบับสมบูรณ์ได้ที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนพฤศจิกายน 2563

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/category?magazineHeadCode=NG&product_type_id=2


อ่านเพิ่มเติม เพื่อรับมือ โควิด-19 เราต้องเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์

เรื่องแนะนำ

เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงการเดทแบบชาวเขมร

เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงการเดทแบบชาวเขมร ชาวเกรือง ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองในกัมพูชา มีประเพณีแปลกที่ให้เสรีภาพกับเรื่องเพศแบบสุดๆ เมื่อลูกสาวของพวกเขาโตเป็นสาว พ่อแม่ของเด็กหญิงจะปลูกกระท่อมหลังเล็กๆ ไว้ให้ เพื่อใช้สำหรับเป็นสถานที่ทดลองหลับนอนกับหนุ่มๆ ในหมู่บ้านที่เธอสนใจ โดยไม่มีข้อติเตียนจากสังคมแต่อย่างใด ด้วยวิธีการนี้พวกเขาเชื่อว่าจะช่วยให้ลูกของตนได้พบคนรักที่ถูกใจที่สุด และได้อยู่กินร่วมกันไปเป็นคู่แท้จนแก่เฒ่า ทว่าด้วยเทคโนโลยีอย่างโทรศัพท์มือถือ และโซเชียลมีเดียกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่ไม่ต้องรอให้มีกระท่อมอีกต่อไป พวกเขาติดต่อสื่อสารกับคนที่สนใจได้เลยด้วยอุปกรณ์ตรงหน้า ถ้าเช่นนั้นแล้วกระท่อมรักเหล่านี้จะยังมีความหมายใดอีกหรือไม่? ติดตามเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ผ่านภาพยนตร์สั้นที่จัดทำขึ้นโดย Charlotte Pert   อ่านเพิ่มเติม Gen Love – รักเข้มข้น