เมื่อโลกติดไวรัสโควิด-19 รายงานจากประเทศ อินโดนีเซีย

เมื่อโลกติดไวรัสโควิด-19: รายงานจาก อินโดนีเซีย

การระบาดใหญ่ทั่วโลกที่ทำให้สุสานแน่นขนัดขึ้น ส่งผลให้ท้องถนนร้างผู้คนไปด้วย แต่ก็ในระดับหนึ่งเท่านั้น ใน อินโดนีเซีย ผู้คนยังออกมาทำกิจกรรมสำคัญกันอยู่ เช่น ฉลองเทศกาลทางศาสนาและรับการแจกจ่ายอาหาร

การระบาดใหญ่ทั่วโลกของ โควิด-19 ทำให้ประเพณี มูดิค (mudik) ในประเทศ อินโดนีเซีย หรือการที่ชาวเมืองแห่เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดในหมู่บ้านและชนบทถึงกับชะงักงัน

อินโดนีเซียมีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก และการเคลื่อนย้ายผู้คนในช่วงมูดิคหลังสิ้นสุดการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนก็ถือเป็นมหกรรมระดับชาติ ถ้าเป็นปีก่อนๆ ช่างภาพ มุฮัมมัด ฟัดลี จะพาภรรยากับลูกสาวขึ้นรถตู้นิสสันของครอบครัว แล้วขับฝ่าการจราจรติดขัดออกจากเมืองหลวงจาการ์ตา การเดินทางกลับบ้านเกิดของฟัดลีใช้เวลา 36 ชั่วโมงไปตามถนนคดเคี้ยวและโดยสารเรือข้ามฟาก แต่พ่อแม่ของเขารออยู่ และฟัดลีก็เป็นลูกคนเดียว

ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น และเทศกาลรอมฎอนกำลังเริ่มขึ้น รัฐบาลอินโดนีเซียสั่งจำกัดการเดินทางระหว่างภูมิภาคเป็นเวลาหกเดือน ซึ่งเท่ากับเป็น “การสั่งระงับประเพณีมูดิค” ตามที่หนังสือพิมพ์ จาการ์ตาโพสต์ เรียก เมื่อต้องติดอยู่ในเมือง ฟัดลีจึงเดินหน้าทำงานต่อ

โควิด-19, อินโดนีเซีย, สถานการณ์, การระบาด, โควิด
ในพื้นที่ชนบทที่ขาดการดูแลอย่างทั่วถึงจากรัฐบาลกลาง ชาวบ้านบางส่วนนำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดด้วยการล็อกดาวน์มาใช้ ชาวบ้านรายหนึ่งที่หมู่บ้านเพอร์โวดาดีตัดต้นไผ่มาทำรั้วกั้นดังในภาพ ป้ายหลายภาษาของเขาระบุข้อยกเว้นไว้ว่า อนุญาตให้ชาวไร่ที่จะไปทุ่งนาผ่านได้
โควิด-19, อินโดนีเซีย, สถานการณ์, การระบาด, โควิด
หนึ่งวันหลังการงดให้บริการชั่วคราวของเที่ยวบินพาณิชย์และการเดินทางทางทะเล ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ที่สนามบินนานาชาติยอกยาการ์ตา (จอกจาการ์ตา) ของอินโดนีเซียที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับนักเดินทางได้มากถึง 20 ล้านคนต่อปี รัฐบาลประกาศห้ามการเดินทางในเดือนเมษายน หลังสนามบินในชวากลางแห่งใหม่นี้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไม่ถึงหนึ่งเดือน

ผู้ช่วยช่างภาพคนหนึ่ง ขับรถพาเขาไปตามท้องถนนว่างเปล่าไร้ความเคลื่อนไหว กระทั่งเช้าวันที่พวกเขาเลี้ยวตรงหัวมุมถนนสายหนึ่งและ เห็นฝูงชนมารวมตัวกันเนืองแน่น พวกเขาเดินเบียดเสียดกันอย่างเร่งรีบเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกัน

จอดตรงนี้ก่อนครับ” ฟัดลีบอก เขาดึงหน้ากากอานามัยขึ้นมาปิดปากปิดจมูก แล้วรีบลงจากรถ เกิดอะไรขึ้นครับ เขาถาม และโดยไม่ได้ชำเลืองมามองเขา ผู้คนตอบว่า “บันตวนโซซีอัล” หรือการแจกของยังชีพสารพัดโดยกลุ่มชายในชุดเครื่องแบบทางอีกฟากของประตูรั้วที่ปิดอยู่

เจ้าหน้าที่ทหารตะโกนบอกตลอดเวลาว่า “ตอลอง โซซีอัล ดิสแตนซิงยา” กรุณาเว้นระยะห่างด้วยครับ เราจะไม่แจกอะไรทั้งนั้น จนกว่าพวกคุณจะอยู่ห่างๆ กันครับ แต่ไร้ประโยชน์ ความต้องการและความวิตกคือแรงขับเคลื่อน โดยเฉพาะในฝูงชน เมื่อเจ้าหน้าที่ยอมผ่อนปรนและเปิดประตู

ป้ายบอกทางรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ไปยังจุดให้บริการตรวจเชื้อระบบไดรฟ์ทรูที่จัดตั้งขึ้นชั่วคราว โดยจะมีพยาบาลสองคนรอเจาะเลือดให้ทันที เพื่อตรวจหาสารภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ฟัดลีรู้สึกถึงความโชคดีที่ครอบครัวเขาพออยู่พอกิน สุขสบายตามอัตภาพ เขามีงานทำ ไม่ทันไรชาวอินโดนีเซียก็ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเดินทางกันแล้ว พร้อมกับแพร่เชื้อไวรัสไปทั่วหมู่เกาะอินโดนีเซีย แต่เขารู้ว่าบ้านของพ่อแม่จะร้างไร้ผู้มาเยือน อึมครึม เงียบเชียบ และปลอดภัย

การเยี่ยมเยียนช่วงเทศกาลรอมฏอนของฟัดลีจะเกิดขึ้นทางวิดีโอแชตผ่านมือถือ ซึ่งเขาพอจะนึกภาพออกตั้งแต่ตอนนี้แล้ว ชุดที่สวมใส่ในเทศกาลของแม่จะถูกเก็บไว้ ผมของเธอจะไม่ถูกคลุมเพราะไม่มีความจำเป็นต้องสวมฮิญาบเมื่ออยู่ท่ามกลางคนใกล้ชิดในครอบครัว พ่อจะนั่งอยู่ข้างแม่บนโซฟา พวกเขาจะทักทายกันตามประเพณีรอมฎอนของอินโดนีเซียว่า “ข้าพเจ้าขอร้องอย่างจริงใจ ขอให้ท่านยกโทษให้กับความผิดที่ผ่านมาของข้าพเจ้า” จากนั้นพวกเขาจะเริ่มพูดคุยกันตามปกติ

ภาพถ่าย  มุฮัมมัด ฟัดลี
เรื่อง ซินเทีย กอร์นีย์


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เมื่อโลกติดไวรัสโควิด-19: รายงานจากประเทศไทย


อ่านสารคดีฉบับสมบูรณ์ได้ในฉบับเดือนพฤศจิกายน 2563 โดยสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/product/detail/513981

เรื่องแนะนำ

พบกับบรุษผู้ยังคงอาศัยอยู่ในนครหินโบราณ

ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าชนเผ่าเบดูอินเข้ามาตั้งรกรากยังนครหินเพตราตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ปัจจุบัน Mofleh Bdoul เป็นชาวเบดูอินเพียงคนเดียวที่ยังคงอาศัยอยู่ในแหล่งมรดกโลกนี้

เมื่อโลกติดไวรัสโควิด-19: รายงานจากประเทศไทย

เมื่อลูกชายคนแรกเกิดเดือนเดียวกับที่ โควิด-19 เริ่มระบาดในเมืองอู่ฮั่น คุณพ่อมือใหม่ที่ต้องทำงานในคลินิกของครอบครัว จะเผชิญกับสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงนี้อย่างไร เดือนธันวาคมปีนี้ ลูกชายคนแรกของผมจะอายุครบหนึ่งขวบพอดี แม้เวลาจะผ่านไปนานร่วมปี แต่วินาทีที่ได้เห็นหนูน้อยร้องไห้จ้าในห้องคลอด วินาทีที่อุ้มเด็กชายในอ้อมกอดพร้อมมือเล็ก ๆ ที่กำนิ้วผมไว้แน่น ยังคงสดใหม่ในความทรงจำราวกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เด็กชายลืมตาดูโลกท่ามกลางข่าวผู้ป่วยปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุในสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเราทราบข่าวอย่างเป็นทางการจากองค์การอนามัยโลกว่า มีคนในประเทศจีนติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จำนวน 27 คน โดยทั้งหมดล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับตลาดสดในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจีน ผมพยายามรับฟังข่าวสารอย่างต่อเนื่องโดยไม่ตื่นตระหนก พร้อมกับหวังว่า เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ก็น่าจะซํ้ารอยโรคระบาดอื่น ๆ ที่รัฐบาลสามารถควบคุมได้โดยมีผู้ติดเชื้ออยู่ในวงจำกัด ผู้ติดเชื้อรายแรก เพียงไม่นาน ตัวเลขผู้ติดเชื้อในเมืองอู่ฮั่นก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากหลักสิบสู่หลักหมื่น จนรัฐบาลจีนจำเป็นต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดคือปิดเมืองทั้งเมืองเพื่อยับยั้งการระบาด ท่ามกลางสายตาของทั่วโลกที่จับจ้องด้วยความหวาดวิตก ผมพยายามปลอบใจตัวเองและคนรอบข้างว่าประเทศไทยยังปลอดภัยอยู่ และรัฐบาลนี้น่าจะประสบความสำเร็จในการจำกัดการระบาด ระยะทางจากอู่ฮั่นถึงกรุงเทพฯ กว่าสองพันกิโลเมตรก็น่าจะเป็นปราการด่านแรกที่ทำให้โอกาสระบาดในไทยคงมีไม่มากนัก นับตั้งแต่มีประกาศถึงการระบาดอย่างเป็นทางกา รกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เริ่มตั้งจุดเฝ้าระวังคัดกรองนักท่องเที่ยวที่บินตรงจากเมืองอู่ฮั่น สนับสนุนให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ หลังจากนั้นไม่นาน รัฐบาลไทยก็ได้แถลงเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563 ยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือต่อมาเรียกด้วยชื่อย่อว่า โควิด-19 (COVID-19) รายแรกในประเทศไทยนับเป็นผู้ป่วยนอกประเทศจีนรายแรกของโลก ซึ่งเป็นหญิงชาวจีนอายุ […]

โฮลี: เทศกาลแห่งสีสันแดนภารตะ

ทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมาของเทศกาลในศาสนาฮินดูที่โด่งดังที่สุด และเป็นหมุดหมายของบรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางไปร่วมสาดสีสันใส่กันอย่างสนุกสนาน

Explorer Awards 2018: วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล

"วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล" นักเดินทาง นักทำสารคดี รายการเถื่อน Travel รายการที่พาผู้ชมไปสำรวจด้านมืดของสังคมมนุษย์ผ่านดินแดนอันตรายในหลายประเทศ สถานที่เหล่านี้วรรณสิงห์เล่าว่าเมื่อได้ไปแล้ว "คุณจะไม่มีวันลืม" เพราะการได้ไปสัมผัสพื้นที่สงคราม หรือพื้นที่ที่มีความขัดแย้งจริงๆ นั้น ประสบการณ์ที่ได้รับกลับมามันต่างจากการนั่งอ่านหลายเท่า