งาน สตรีทอาร์ต ที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะ จากทั่วทุกมุมโลก

7 เมืองกับงานสตรีทอาร์ต

7 เมืองกับงานสตรีทอาร์ต

คนยุคก่อนอาจเคยเรียกคนขีดๆ เขียนๆ ภาพในที่สาธารณะว่าคนมือบอน แต่เดี๋ยวนี้ภาพกราฟฟิตี้กลายเป็น “สตรีทอาร์ต” (street art) หรืองานศิลปะบนถนนแล้ว และยังเริ่มถูกยอมรับกันทั่วไปในฐานะงานศิลปะที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ ความที่มันเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของบ้านเมืองนั้นๆ นั่นเอง

สตรีทอาร์ตเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งของเมือง  ไม่เพียงแต่จะดึงดูดสายตาให้มองเท่านั้น หลายครั้งที่สตรีทอาร์ตยังมีหน้าที่เป็นประตูสู่ความห่วงใยสำคัญที่ซ่อนอยู่ในสังคม วัฒนธรรม หรือการเมือง ในสถานที่ที่มันปรากฏอยู่  ในขณะที่มันเป็นเรื่องง่ายที่จะถ่ายรูปงานสวยๆ บนกำแพงเมืองสักแห่ง แล้วอัปโหลดลงอินสตาแกรม งานสตรีทอาร์ตที่สวยที่สุดยังคู่ควรกับการใช้เวลาสักสองสามขณะเพื่อคิดว่ามันพูดถึงสิ่งใด  และต่อไปนี้คือเมืองที่ดีที่สุดในโลกที่จะมองหางานสตรีทอาร์ตที่มีความหมาย  มาดูกันว่ามีกรุงเทพมหานครรวมอยู่ด้วยไหม

โบโกตา, โคลอมเบีย

ประวัติศาสตร์ของโคลอมเบียที่ดังก้องสะท้อนไปมาบอกว่าสตรีทอาร์ตที่มีหัวใจเกี่ยวกับการเมืองและเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมีอิทธิพลอย่างไร  หลังจากการประท้วงตำรวจที่ยิงวัยรุ่นคนหนึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2011 โบโกตานิรโทษกรรมงานสตรีทอาร์ตที่เคยผิดกฎหมายอย่างขนานใหญ่ ทำให้ภาพวาดผนังที่งดงามเกิดขึ้นทั่วเมือง

เริ่มจากภาพของ Guache บนด้านหน้าของสตูดิโอดนตรี Holofónica แล้วสำรวจถนนสายศิลปะ La Candelaria ก่อนจะมุ่งไป El Centro ตรงสี่แยก Carrera 4 ตัดกับ Calle 20  มีภาพหลายภาพที่แสดงเป็นภาพใหญ่ภาพเดียว  งานสเตนซิลของ Toxicómano ที่ทำร่วมกับ  DJ LuLesivo, และ Guache, แสดงใบหน้าของบรรดาคนไร้บ้านที่สื่อถึงเรื่องอื้อฉาวเมื่อทหารล่อลวงพลเมืองที่ยากจนออกไปยังที่ห่างไกลด้วยคำสัญญาว่าจะหางานให้ ก่อนจะลงมือฆาตกรรม แล้วจับพวกเขาแต่งตัวด้วยเครื่องแบบกบฏ และเสนอข่าวว่าพวกเขาเป็นกองโจร  ภาพระเบิดมือที่ทิ้งในชนบทของโคลอมเบีย สื่อถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนานหลายทศวรรษจนทำให้ประเทศแตกเป็นเสี่ยงๆ ก็ปรากฏให้เห็นอยู่ข้างๆ ภาพถุงเงินและหมวกคนทำเหมือง ก็สื่อถึงความโลภของทุนนิยมและการตักตวงทรัพยากรธรรมชาติของโคลอมเบีย

ภาพบนผนังในโบโกตา โคลอมเบีย โดย Toxicómano ที่ทำร่วมกับ DJ Lu, Lesivo, และ Guache. ภาพโดย KAREN GARDINER

วิลเลียมเบิร์ก, นิวยอร์ก

ย่านที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางแห่งความเท่แห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยการให้ใช้ภาพศิลปะบนถนนเป็นฉากหลังสำหรับเซลฟี่  เมื่อมองดูให้ดีจะพบว่า งานศิลปะดังกล่าวแสดงถึงใบหน้าหลากหลายของมนุษยชาติที่ถักทอขึ้นเป็นเมือง

คู่หูผู้ลี้ภัยชาวอิหร่าน ไอซีกับซ็อต แสดงภาพเด็กๆ ยืนอาบสายรุ้งหลากสี ภาพโดย KAREN GARDINER

เริ่มต้นจากถนน North 10th และ Bedford ที่ภาพเด็กชายลูกครึ่งอิตาเลียนจาไมกาชื่อ คามิโล เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “เผ่าพันธุ์มนุษย์” ของ Jorit Agoch  ห่างจากนั้นสามบล็อกทางใต้ เป็นภาพ “วางอาวุธลง” ของ Faith 47 สะท้อนธรรมชาติที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งของมนุษย์ ที่ TPA Brooklyn on Wythe คู่หูชาวอิหร่าน ไอซีกับซ็อต ก็แสดงควาพเด็กๆ ที่เอิบอาบสีรุ้ง ซึ่งแสดงถึงเสรีภาพการสร้างสรรค์ที่พวกเขาพบในบรูกลิน

อิสตันบูล, ตุรกี

“อิสตันบูลแหล่งรวมวัฒนธรรม”  Leo Lunatic ศิลปินท้องถิ่นกล่าว  “พหุวัฒนธรรมและความหลากหลายฝังลึกอยู่ในสังคมอิสตันบูลและสายตาชาวโลก  ไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันของภูมิภาคและความสำคัญทางภูมิศาสตร์การเมืองของเราจะเป็นอย่างไร เราก็ยังเป็นศิลปิน เลือกที่จะปลอดการเมืองเป็นหลัก  ศิลปินส่วนใหญ่สร้างสรรค์บางอย่างเพื่อส่งเสริมสันติภาพ  ประณามสงครามหรือเห็นด้วยกับการเมืองแบบที่ชอบ”

ในทางวัฒนธรรม จากประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ศิลปินสตรีทของอิสตันบูลทำงานหนัก  ศิลปินจำนวนมาก “แสดงการทำลายของกรีกและโรมันในงานศิลปะของเรา สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ของอิสตันบูลและมรดกด้านประติมากรรมที่พบได้ทั่วในตุรกีบุคปัจจุบัน”  ลีโอ มักจะใส่ลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกระเบื้องออตโตมันและรายละเอียดในงานสถาปัตยกรรม ถึงแม้ว่าเอกลักษณ์งานของเขาจะเป็นรูปแพนด้าหลายเวอร์ชั่นที่พบได้ทั่วกำแพงเมืองก็ตาม

ภาพแพนด้าวาดด้วยสเปรีย์ของ Leo Lunatic บนด้านนอกของอพาร์ตเมนต์เก่าแก่ในเขต Galata ของอิสตันบูล ตุรกี ภาพโดย CZGUR, GETTY IMAGES

รูปแพนด้าสูงเท่าตึกสองชั้นที่พ่นด้วยสเปรย์ ใต้หอคอย Galata ในเขต Karaköy  จากตรงนั้นมุ่งไปทางตะวันออกเฉียงใต้ผ่านถนนด้านหลังที่มีคาเฟ่มากมาย ไปทางบอสฟอรัส ก็จะพบกับศิลปะบนผนังและแผงร้านค้า ส่วนใหญ่เป็นฝีมือของ  Mr. Hure, Olihe, และ Luckypunch ซึ่งเพิ่งถูกเล่าไปในสารคดีชื่อ Revolt Against Gray

ไคโร, อียิปต์

การปฏิวัติอียิต์เมื่อปี 2011 จุดประกายระเบิดให้สตรีทอาร์ตที่ได้รับอิทธิพลที่เกี่ยวกับการเมืองชนิดที่ชาวไคโรไม่เคยเห็นมาก่อน  ภาพสเตนซิลรูปการล้มตายของนักกิจกรรมและภาพเขียนลายมือของเผด็จการบนพื้นผิวผนังรอบ Tahrir Square โดยเฉพาะที่ถนน Mohammed Mahmoud ที่กำแพงของมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งไคโรถูกใช้เป็นหนังสือพิมพ์ของนักกิจกรรม

ภาพกราฟฟิตีบนถนน Mohammed Mahmoud ที่เตือนให้รำลึกถึงความรุนแรงในการปฏิวัติปี 2011 ภาพโดย IN PICTURES LTD., CORBIS VIA GETTY IMAGES

การกวาดล้างผู้ประท้วงทำให้งานศิลปะที่ปลุกเร้าที่สุดเงียบเสียงลง  กำแพงมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งโคโรถูกทาสีทับและบางส่วนก็ถูกทำลาย แต่บางภาพเช่นภาพพอร์เทรตของ Ammar Abo Bakr ยังคงอยู่  จากมหาวิทยาลัยดังกล่าวไปทางทิศตะวันออกราว 5 กิโลเมตรจะเป็นย่าน Mansheya Nasir  ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของคนเก็บขยะ  ศิลปิน El Seed สดุดีผู้ใช้แรงงานกลุ่มนี้ด้วยภาพขนาดใหญ่ 50 ตึกเป็นภาพลายมืออักษรอาหรับด้วยคำพูดของนักบวชชาวคอปติกสมัยศตวรรษที่สามว่า “ถ้าใครอยากเห็นแสงตะวัน เขาต้องเช็ดดวงตาของตนเอง”

กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย

กรุงเทพฯ มอบโอกาสในผู้มาเยือนมองภาพสตรีทอาร์ตด้วยมุมมองพิเศษจากแม่น้ำ  ภาพฝาผนังที่สร้างขึ้นปีที่แล้วในเทศกาลศิลปะ “บุกรุก” จะเห็นก็ต่อเมื่อนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาจากท่าเตียนถึงสะพานสาทร

ภาพโดย Roa แสดงช้างสองตัวหกคะเมนตีลังกาบนผนังตึกในกรุงเทพมหานคร ภาพโดย CHANACHAI PANICHPATTANAKIJ, GETTY IMAGE

ภูมิทัศน์ของกรุงเทพฯ และคนกรุงเทพฯ สร้างแรงบันดาลใจทางศิลปะ  ถ้านั่งเรือจากท่าราชวงศ์ จะเห็นภาพกลุ่มจักรยานที่วาดโดย  Aryz  ส่วนภาพช้างสองตัวหกคะเมนฝั่งตรงข้ามก็แสดงถึงสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้ๆ ที่เขาวาด

สตาวังเงร์, นอร์เวย์

ทุกๆ ปี ชาวเมืองจะยอมมอบกำแพงบ้านหรือธุรกิจของตนเข้าร่วมเทศกาลศิลปะ NuArt  ไม่มีใครรู้ว่าศิลปินจะวาดรูปอะไร แต่ทุกคนเห็นพ้องกันว่าจะปล่อยภาพนั้นทิ้งไว้อย่างน้อยหนึ่งปี  หลายครั้งผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นประเด็นในท้องถิ่นที่แสดงในพื้นที่สาธารณะ

Roa วาดภาพวาฬที่ถูกเฉือนร่างจนเลือดและน้ำมันกระจายบนผนังในเมืองสตาวังเงร์ นอร์เวย์ ภาพโดย KAREN GARDINER

เริ่มจากใจกลางเมืองด้านหลังโรงแรม Scandic Stavanger City ภาพขาวดำของ Roa แสดงภาพวาฬที่ถูกเฉือนจนเลือดและน้ำมันกระจาย ซึ่งแสดงแนวคิดเรื่องประเพณีการล่าวาฬและการพึ่งพาน้ำมันของนอร์เวย์ ถัดไปทางตะวันออกถึง Storhaug  ไซโลสูง 36 เมตร สองแห่ง ปรากฏภาพวาด  Fintan MageeMonument to a Disappearing Monument ของ Fintan Magee ที่พูดถึงราคาน้ำมันโลกที่ตกลงและผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเมืองสตาวังเงร์ เมืองหลวงน้ำมันของนอร์เวย์  ภาพดังกล่าวแสดงภาพคนงานน้ำมันบนไซโลแห่งหนึ่งและภาพสะท้อนของเขาซึ่งแตกกระจายและอันตรธานไปบนไซโลอีกแห่งหนึ่ง

ซานฮวน, เปอร์โตรีโก

เทศกาลสตรีทอาร์ต Santurce Es Ley ที่เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2010 จุดประกายให้ย่าน Santurce ที่ถูกปล่อยทิ้งมานานในเมืองซานฮวน แปรเปลี่ยนเป็นจุดหมายปลายทางหลักทางศิลปะ แต่ภาพวาดบนตึกต่างๆ ไม่ได้เป็นแค่วอลล์เปเปอร์เท่านั้น  หลายภาพมีเป้าหมายเพื่อเสนอประเด็นร่วมสมัยและประวัติศาสตร์ของเปอร์โตรีโก

กำแพงแห่งกราฟฟิตี้ในเปอร์โตรีโกแห่งนี้แสดงการมาถึงของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ในทะเลแห่งเลือดและความตาย ภาพโดย CLAUDINE KLODIEN, ALAMY STOCK PHOTO

ที่หัวมุมของ Calles Cerra และ Aurora ภาพวาดบนผนังที่แสดงเรือสามลำของโคลัมบัสเมื่อออกเดินทางในปี 1492   ศพก่ายกองกันและทะเลเปลี่ยนเป็นสีเลือดอยู่ในผลงานของกลุ่ม El Basta มีชื่อว่า “การเดินทางที่เรือแตกมากกว่ากะลาสี” ซึ่งเป็นวลีที่คัดจาก The Open Veins of Latin America ของ  Eduardo Galeano  กลุ่ม El Basta บอกว่า “เหมาะสำหรับการพรรณนาถึงกระบวนการล่าอาณานิคม การตักตวงผลกระโยชน์ และการปล้นที่เกิดขึ้นนับแต่นั้น”

“ในปี 2014 เมื่อเราเริ่มทำภาพบนผนัง ตอนนั้นยังไม่มีสตรีทอาร์ตที่ซ่อนความหมายทางการเมืองมากนัก” กลุ่มศิลปิน El Basta กล่าว “แต่มันเปลี่ยนไปแล้ว”  ถัดไปที่ Cerra ดูภาพ “จงตื่นเถิดชาวเปอร์โตริกัน” โดย Natalia Sanchez ที่เป็นเสียงร้องปลุกให้ตื่นตัวทางเกษตรกรรม  วิกฤติทางเศรษฐกิจของเปอร์โตรีโกทำให้พลเมืองต้องไปหางานทำต่างประเทศ  การกลับสู่อ้อมอกมาตุภูมิที่อุดมสมบูรณ์เป็น “ความหวังเดียวของเราที่จะสร้างประเทศที่พึ่งพาตนเองและมีอธิปไตย”

โดย คาเรน การ์ดิเนอร์


อ่านเพิ่มเติม ยลศิลปะข้ามกาลเวลา จากผนังถ้ำในยุโรป

เรื่องแนะนำ

จากปรัชญาสู่วิถีชีวิต เศรษฐกิจพอเพียง

จากปรัชญาสู่วิถีชีวิต เศรษฐกิจพอเพียง ภาพถ่าย  เริงฤทธิ์ คงเมือง เรื่อง  ศิริพร พรศิริธิเวช บนเนื้อที่ 17 ไร่ภายในสวนสมรม (หรือสมลม — ภาษาถิ่นภาคใต้หมายถึง สวนขนาดเล็กที่ปลูกพืชผลผสมผสาน) ของสมบูรณ์ ศรีสุบัติ หรือลุงนิล ในวันนี้ พลุกพล่านไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศที่แวะเวียนมาทัศนศึกษาและดูงานในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ทุเรียนต้นใหญ่มีเถาพริกไทยเลื้อยขึ้นไปเกาะออกลูกสีเขียวสดเป็นพวง ขณะที่พื้นใต้ร่มทุเรียนเต็มไปด้วยพืชผลนานาชนิด เช่น กล้วย มังคุด และมะนาวขึ้นเบียดเสียดดูราวป่าดิบชื้น แต่กว่าจะมาเป็นสวนที่สร้างรายได้ไม่ขาดมือ และยังเหลือเผื่อจุนเจือผู้คนในวันนี้ เจ้าของสวนร่างสูงโปร่ง ผิวสีเข้ม และน้ำเสียงถิ่นใต้เป็นเอกลักษณ์ต้องผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชน “โธ่…ใครจะไปรู้ ตอนนั้นทุเรียนมันราคาดี” ลุงนิล เท้าความหลัง เมื่อครั้งที่ต้องนั่งกุมขมับกับความล้มเหลวของสวนทุเรียนกว่า 700 ต้นที่เฝ้าทะนุถนอมมาแรมปี แต่จากการขาดความรู้และประสบการณ์ทำให้ประสบกับภาวะขาดทุนจนมีหนี้สินท่วมตัว ด้วยความคิดว่าต้องปลูกทุเรียนอย่างเดียว เพราะทุเรียนราคาดี และเพื่อให้ได้ผลผลิตมากที่สุด ลุงนิลจึงระดมใส่ปุ๋ย อัดฉีดสารเคมีสารพัด ยี่ห้อไหนใครว่าดี ลุงนิลไม่รอช้า หามาประเคนใส่ “ช่วงหลังไม่มีเงินมาลงทุนทำระบบน้ำ ก็เลยตัดสินใจให้นายทุนมาทำสัญญาเหมาสวนทำทุเรียนนอกฤดู ด้วยความหวังว่าอีกไม่นานเกินรอทุเรียนจะให้ผลผลิต เดี๋ยวก็ได้เงินคืน” ลุงนิลเล่า แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นดังหวัง เพราะเมื่อหมดสัญญาราคาขายทุเรียนปีนั้นดิ่งลงเหว ซ้ำร้ายเจ้าทุเรียนพระเอกในท้องเรื่องยังมาชิงตายตอนจบ ด้วยการทยอยยืนต้นตายหลายร้อยต้น เพราะพิษสงของสารเคมีที่ระดมใส่หวังจะให้ได้ผลดี ยิ่งไปกว่านั้น ผืนดินที่เคยอุดมสมบูรณ์และแบ่งบานไปด้วยความฝันของชายวัยกลางคน กลับเปลี่ยนเป็นเนื้อดินแห้งแข็งที่ไม่สามารถปลูกต้นไม้ให้งอกงามดังเดิม ท้ายที่สุด ของแถมจากเหตุการณ์ทั้งมวลนี้ก็คือหนี้สินก้อนโตสองล้านกว่าบาทที่ดูเหมือนจะกองเกลื่อนอยู่ทุกแห่งหนที่ลุงนิลก้าวไป “หมดปัญญา ไม่อยากอยู่แล้ว” เสียงลุงนิลเริ่มสั่นเครือ “ตอนนั้นหยิบปืนขึ้นมาแล้ว แต่ดีที่ลูกชายเดินเข้ามา ก็เลยเก็บปืนไว้ก่อน” ขณะที่ความสิ้นหวังกำลังกัดกินใจดั่งฝูงตั๊กแตนปาทังก้ารุมทึ้งต้นข้าวโพดบนผืนดินแห้งผากอยู่นั้นปาฏิหาริย์ก็บังเกิด กระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ที่กำลังเผยแพร่ผ่านทางโทรทัศน์ขณะนั้นดังเข้าหูชายผู้สิ้นหวัง สมบูรณ์ ศรีสุบัติ เล่าว่า ”เป็นดั่งหยาดน้ำฝนชโลมใจ” ชายผู้เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ท่องพระราชดำรัสนั้นได้อย่างขึ้นใจว่า …การจะเป็นเสือนั้น ไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้นหมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง…  …ถ้าสามารถที่จะเปลี่ยนไป ทำให้กลับเป็นเศรษฐกิจแบบพอเพียง ไม่ต้องทั้งหมด แม้แค่ครึ่งก็ไม่ต้อง อาจจะสักเศษหนึ่งส่วนสี่ ก็จะสามารถอยู่ได้ การแก้ไขอาจจะต้องใช้เวลา ไม่ใช่ง่ายๆ โดยมากคนก็ใจร้อน เพราะเดือดร้อน แต่ว่าถ้าทำตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ก็สามารถที่จะแก้ไขได้… ไม่น่าเชื่อว่าพระราชดำรัสไม่กี่ประโยคนั้นจะสามารถหยุดความคิดอันโง่เขลา และกระทั่งให้ชีวิตใหม่แก่สมบูรณ์ ศรีสุบัติ ในห้วงเวลาอันเลวร้ายที่สุดของชีวิต… ย้อนหลังกลับไป 36 ปี หรือเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2517 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ความตอนหนึ่งว่า …การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป… นั่นอาจถือเป็นการพระราชทานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นครั้งแรก ก่อนที่ปรัชญาดังกล่าวจะมีการนำมาพูดถึงอย่างกว้างขวางในอีกกว่า 20 ปีต่อมา ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ ”ต้มยำกุ้ง” อันหนักหนาสาหัส รัฐบาลในขณะนั้นต้องการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพ เพื่อยืนหยัดพึ่งพาตนเองพร้อมไปกับการดำเนินนโยบายสำคัญๆในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาแข็งแกร่งดังเดิมได้อีกครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าแนวคิดที่พระองค์ทรงวางไว้เมื่อหลายสิบปีนั้น จะยังคงใช้ได้ดีและนำสมัยอยู่เสมอ ครั้งหนึ่งฉันมีโอกาสได้พูดคุยกับ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร อดีตผู้อำนวยการกองประเมินผลและข้อมูล สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ซึ่งปัจจุบันลาออกมาเป็นชาวนาและเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และยังดำรงตำแหน่งประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียงอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย ดร.วิวัฒน์ให้ทรรศนะว่า ”พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงวางแผนคราวละไม่ต่ำกว่า 50 ปีเสมอ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันยาวไกล ภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจ ”ต้มยำกุ้ง” เมื่อสิบกว่าปีก่อน (และตอกย้ำอีกครั้งด้วยวิกฤติเศรษฐกิจ ”แฮมเบอร์เกอร์” ในปัจจุบัน) ได้เกิดปรากฏการณ์ที่คนไทยและหลายประเทศทั่วโลกหันมาสนใจ และนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้อย่างแพร่หลายทั้งในการดำเนินชีวิตและการทำธุรกิจ ในส่วนของประเทศไทย ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้รับการบรรจุในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ในส่วนที่ 3 แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 78 (1) ความว่า ”บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน โดยต้องส่งเสริมการดำเนินการตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติในภาพรวมเป็นสำคัญ” ขณะที่องค์การสหประชาชาติยกย่องว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นมีคุณูปการทั้งต่อประเทศไทยและนานาประเทศโดยนายโคฟี อันนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติในขณะนั้น ได้ทูลเกล้าฯถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ในเช้าที่อากาศร้อนอบอ้าวของเดือนมีนาคมที่ผ่านมาราว 500 กิโลเมตรจากอำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร อันเป็นที่ตั้งของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนและสวนสมรมของลุงนิล ฉันเข้ามายืนเก้ๆ กังๆ พร้อมกับเหงื่อเม็ดเป้งที่ผุดขึ้นตามใบหน้าเมื่อแรกก้าวลงจากรถแท็กซี่และค่อยๆหายไปพร้อมสายลมเย็นที่พัดโชยอยู่ตรงหน้าป้อมกองวัง ประตูพระยมอยู่คุ้น ทางเข้าเขตพระราชฐานที่จะเข้าสู่โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา หากจะว่าไปแล้ว สถานที่แห่งนี้คือประจักษ์พยานที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่สุดแห่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทรงใช้ทดลองและบ่มเพาะแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงใจกลางกรุงเทพมหานคร คุณศศิภา ตันสิทธิ หญิงสาวตาคม พูดจาฉะฉานเป็นเจ้าหน้าที่งานประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ทำหน้าที่นำฉันเยี่ยมชมส่วนต่างๆ ของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เธอพาฉันผ่านไปตามถนนลาดยางสายเล็กที่ร่มรื่นด้วยแมกไม้ นกหลายชนิดแข่งขันกันส่งเสียงร้อง ขณะที่กระรอกตัวอ้วนพีสองตัววิ่งไล่กันไปตามกิ่งไม้ โดยไม่สนใจผู้คน ห่างออกไปตรงพื้นที่โล่งมีเจ้าหน้าที่ของกรมการข้าวราวสิบคนในชุดเสื้อสีน้ำเงินกำลังสาละวนกับการถอนหญ้าและคัดน้ำเข้าแปลงนาข้าวทดลองที่กำลังปลูกต้นถั่วซึ่งชูยอดเขียวขจี คุณศศิภาเล่าว่า แปลงนาผืนเล็กนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทดลองขับ ”ควายเหล็ก” หรือรถไถแบบสี่ล้อคันแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2504 ด้วยพระองค์เอง เพื่อเตรียมแปลงปลูกข้าว โดยข้าวพันธุ์แรกที่ปลูกคือ ข้าวพันธุ์หอมนางนวล ต่อมาในวันที่ 27 ตุลาคม ปีเดียวกัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีทำขวัญข้าวหรือขวัญแม่โพสพขึ้น และเมื่อรวงข้าวสุกได้ที่ก็เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง โดยผลผลิตข้าวที่ได้ทรงให้นำไปเก็บรักษาพันธุ์ไว้ที่กรมการข้าวเพื่อใช้ในการเพาะปลูกในปีถัดไป อีกส่วนหนึ่งนำไปใช้ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ หากมองอย่างผิวเผิน บรรยากาศโดยรอบของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ดูไม่ต่างไปจากแปลงไร่นาของเกษตรกรไทยทั่วไปนัก แต่ในบริเวณอื่นๆ จะเป็นอาคารทดลองและโรงงาน ที่นี่มีกิจกรรมการศึกษาและการทดลองมากกว่า 35 โครงการ โดยแบ่งเป็นโครงการที่ไม่ใช่ธุรกิจ อาทิ โครงการป่าไม้สาธิต และโครงการนาข้าวทดลอง กับโครงการกึ่งธุรกิจ อาทิ โครงการโรงโคนมสวนจิตรลดา และโครงการเกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร  เป็นต้น นอกเหนือจากกิจกรรมทางการเกษตรและการแปรรูปผลผลิตแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงให้ความสำคัญกับการทดลองและการพัฒนาพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และไบโอดีเซล เป็นต้น โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ริเริ่มโครงการพัฒนาพลังงานทดแทนด้วยการศึกษาแนวทางการนำน้ำมันปาล์มมาใช้งานแทนน้ำมันดีเซล นอกจากนั้นยังได้พระราชทานเงินทุนวิจัยเบื้องต้นเพื่อใช้สร้างอาคารและซื้ออุปกรณ์ในการทดลองผลิตเชื้อเพลิงแอลกอฮอล์จากอ้อยที่โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2528 ด้วยทรงเล็งเห็นว่าจะเกิดวิกฤติน้ำมันขึ้นในอนาคต และทรงเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตอ้อยสูง อ้อยส่วนที่เกินจากการผลิตอาหารควรนำมาใช้ประโยชน์ด้านอื่น ซึ่งก็คือผลิตแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ยังสามารถรองรับในกรณีที่อ้อยราคาตกต่ำได้อีกด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เข้าเยี่ยมชมโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา และต้องตื่นเต้นปนฉงนกับเจ้าโคเนื้อสีน้ำตาลแดง และกระบือสีดำตัวย่อมๆที่กำลังยืนเคี้ยวเอื้องทำหน้าตากรุ้มกริ่มอยู่ข้างๆ […]

NGTHAI รีวิวหนัง: The Cave นางนอน บันทึกภารกิจช่วยชีวิตระดับโลกที่เคยเป็นไปไม่ได้

บทรีวิวภาพยนตร์เรื่อง The Cave นางนอน ซึ่งบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์ความร่วมมือในการช่วยชีวิตอันน่าประทับใจจากผู้คนทั่วโลกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ที่ชวนย้อนพิจารณาถึงสังคมไทยที่เป็นอยู่ หลังจากปฏิบัติการช่วยชีวิตทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี 13 คน ที่ประสบภัยติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ. เชียงราย เมื่อเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2561 ซึ่งระดมคนนับหมื่นจากทั่วโลกและเป็นที่จับตามองจากคนทั้งโลกจบไป ก็มีบริษัทภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างชาติมากมายแสดงความสนใจว่าอยากนำเหตุการณ์ช่วยชีวิตที่เปรียบเสมือนการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาตินี้มาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ เวลาผ่านไปราว 1 ปี มีการเริ่มฉายภาพยนตร์ The cave นางนอน โดยผู้กำกับ ทอม วอลเลอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ลูกครึ่งไทย-ไอริช ที่มีผลงานการกำกับภาพยนตร์ไทยเรื่อง ศพไม่เงียบ (Mindfulness and Murder) และ เพชฌฆาต (The Last Executioner) ซึ่งคว้ารางวัลในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติมาหลายรางวัล ได้รับความไว้วางใจให้มากำกับภาพยนตร์ภารกิจช่วยชีวิตซึ่งเป็นที่โจษจันในระดับโลกเรื่องนี้ ภาพยนตร์ The cave นางนอน เริ่มเข้าฉายตามเทศกาลภาพยนตร์ในประเทศต่างๆ ส่วนประเทศไทยก็เริ่มเข้าฉายเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ความที่ภาพยนตร์นำเสนอเรื่องราวจากประเทศไทยที่คนไทย (และคนทั้งโลก) ให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด ดังนั้น หลังภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายจึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง […]

เปิดชีวิตเสี่ยงตายของนักล่าจระเข้

"มันยากที่จะมีสมาธิกับภาพถ่ายตรงหน้า ในขณะที่คุณเองไม่มั่นใจว่าแขนหรือมือจะยังอยู่หรือไม่" คำบอกเล่าจาก เทรเวอร์ ฟรอสต์ ช่างภาพผู้ถ่ายภาพจระเข้แทบทุกชนิดเป็นเวลาสามปีเต็ม

บุหรี่มือสามมีจริงและอันตรายกว่าที่คิด

บุหรี่มือสาม คือร่องรอยที่ตกค้างจากผู้สูบบุหรี่ภายในตัวอาคารหรือบ้านเรือน สารพิษที่ตกค้างเหล่านี้จะยังคงอยู่ไปอีกหลายปี และทำลายสุขภาพแม้คุณจะไม่ได้สูบบุหรี่ก็ตาม