งาน สตรีทอาร์ต ที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะ จากทั่วทุกมุมโลก

7 เมืองกับงานสตรีทอาร์ต

7 เมืองกับงานสตรีทอาร์ต

คนยุคก่อนอาจเคยเรียกคนขีดๆ เขียนๆ ภาพในที่สาธารณะว่าคนมือบอน แต่เดี๋ยวนี้ภาพกราฟฟิตี้กลายเป็น “สตรีทอาร์ต” (street art) หรืองานศิลปะบนถนนแล้ว และยังเริ่มถูกยอมรับกันทั่วไปในฐานะงานศิลปะที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ ความที่มันเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของบ้านเมืองนั้นๆ นั่นเอง

สตรีทอาร์ตเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งของเมือง  ไม่เพียงแต่จะดึงดูดสายตาให้มองเท่านั้น หลายครั้งที่สตรีทอาร์ตยังมีหน้าที่เป็นประตูสู่ความห่วงใยสำคัญที่ซ่อนอยู่ในสังคม วัฒนธรรม หรือการเมือง ในสถานที่ที่มันปรากฏอยู่  ในขณะที่มันเป็นเรื่องง่ายที่จะถ่ายรูปงานสวยๆ บนกำแพงเมืองสักแห่ง แล้วอัปโหลดลงอินสตาแกรม งานสตรีทอาร์ตที่สวยที่สุดยังคู่ควรกับการใช้เวลาสักสองสามขณะเพื่อคิดว่ามันพูดถึงสิ่งใด  และต่อไปนี้คือเมืองที่ดีที่สุดในโลกที่จะมองหางานสตรีทอาร์ตที่มีความหมาย  มาดูกันว่ามีกรุงเทพมหานครรวมอยู่ด้วยไหม

โบโกตา, โคลอมเบีย

ประวัติศาสตร์ของโคลอมเบียที่ดังก้องสะท้อนไปมาบอกว่าสตรีทอาร์ตที่มีหัวใจเกี่ยวกับการเมืองและเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมีอิทธิพลอย่างไร  หลังจากการประท้วงตำรวจที่ยิงวัยรุ่นคนหนึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2011 โบโกตานิรโทษกรรมงานสตรีทอาร์ตที่เคยผิดกฎหมายอย่างขนานใหญ่ ทำให้ภาพวาดผนังที่งดงามเกิดขึ้นทั่วเมือง

เริ่มจากภาพของ Guache บนด้านหน้าของสตูดิโอดนตรี Holofónica แล้วสำรวจถนนสายศิลปะ La Candelaria ก่อนจะมุ่งไป El Centro ตรงสี่แยก Carrera 4 ตัดกับ Calle 20  มีภาพหลายภาพที่แสดงเป็นภาพใหญ่ภาพเดียว  งานสเตนซิลของ Toxicómano ที่ทำร่วมกับ  DJ LuLesivo, และ Guache, แสดงใบหน้าของบรรดาคนไร้บ้านที่สื่อถึงเรื่องอื้อฉาวเมื่อทหารล่อลวงพลเมืองที่ยากจนออกไปยังที่ห่างไกลด้วยคำสัญญาว่าจะหางานให้ ก่อนจะลงมือฆาตกรรม แล้วจับพวกเขาแต่งตัวด้วยเครื่องแบบกบฏ และเสนอข่าวว่าพวกเขาเป็นกองโจร  ภาพระเบิดมือที่ทิ้งในชนบทของโคลอมเบีย สื่อถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนานหลายทศวรรษจนทำให้ประเทศแตกเป็นเสี่ยงๆ ก็ปรากฏให้เห็นอยู่ข้างๆ ภาพถุงเงินและหมวกคนทำเหมือง ก็สื่อถึงความโลภของทุนนิยมและการตักตวงทรัพยากรธรรมชาติของโคลอมเบีย

ภาพบนผนังในโบโกตา โคลอมเบีย โดย Toxicómano ที่ทำร่วมกับ DJ Lu, Lesivo, และ Guache. ภาพโดย KAREN GARDINER

วิลเลียมเบิร์ก, นิวยอร์ก

ย่านที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางแห่งความเท่แห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยการให้ใช้ภาพศิลปะบนถนนเป็นฉากหลังสำหรับเซลฟี่  เมื่อมองดูให้ดีจะพบว่า งานศิลปะดังกล่าวแสดงถึงใบหน้าหลากหลายของมนุษยชาติที่ถักทอขึ้นเป็นเมือง

คู่หูผู้ลี้ภัยชาวอิหร่าน ไอซีกับซ็อต แสดงภาพเด็กๆ ยืนอาบสายรุ้งหลากสี ภาพโดย KAREN GARDINER

เริ่มต้นจากถนน North 10th และ Bedford ที่ภาพเด็กชายลูกครึ่งอิตาเลียนจาไมกาชื่อ คามิโล เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “เผ่าพันธุ์มนุษย์” ของ Jorit Agoch  ห่างจากนั้นสามบล็อกทางใต้ เป็นภาพ “วางอาวุธลง” ของ Faith 47 สะท้อนธรรมชาติที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งของมนุษย์ ที่ TPA Brooklyn on Wythe คู่หูชาวอิหร่าน ไอซีกับซ็อต ก็แสดงควาพเด็กๆ ที่เอิบอาบสีรุ้ง ซึ่งแสดงถึงเสรีภาพการสร้างสรรค์ที่พวกเขาพบในบรูกลิน

อิสตันบูล, ตุรกี

“อิสตันบูลแหล่งรวมวัฒนธรรม”  Leo Lunatic ศิลปินท้องถิ่นกล่าว  “พหุวัฒนธรรมและความหลากหลายฝังลึกอยู่ในสังคมอิสตันบูลและสายตาชาวโลก  ไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันของภูมิภาคและความสำคัญทางภูมิศาสตร์การเมืองของเราจะเป็นอย่างไร เราก็ยังเป็นศิลปิน เลือกที่จะปลอดการเมืองเป็นหลัก  ศิลปินส่วนใหญ่สร้างสรรค์บางอย่างเพื่อส่งเสริมสันติภาพ  ประณามสงครามหรือเห็นด้วยกับการเมืองแบบที่ชอบ”

ในทางวัฒนธรรม จากประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ศิลปินสตรีทของอิสตันบูลทำงานหนัก  ศิลปินจำนวนมาก “แสดงการทำลายของกรีกและโรมันในงานศิลปะของเรา สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ของอิสตันบูลและมรดกด้านประติมากรรมที่พบได้ทั่วในตุรกีบุคปัจจุบัน”  ลีโอ มักจะใส่ลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกระเบื้องออตโตมันและรายละเอียดในงานสถาปัตยกรรม ถึงแม้ว่าเอกลักษณ์งานของเขาจะเป็นรูปแพนด้าหลายเวอร์ชั่นที่พบได้ทั่วกำแพงเมืองก็ตาม

ภาพแพนด้าวาดด้วยสเปรีย์ของ Leo Lunatic บนด้านนอกของอพาร์ตเมนต์เก่าแก่ในเขต Galata ของอิสตันบูล ตุรกี ภาพโดย CZGUR, GETTY IMAGES

รูปแพนด้าสูงเท่าตึกสองชั้นที่พ่นด้วยสเปรย์ ใต้หอคอย Galata ในเขต Karaköy  จากตรงนั้นมุ่งไปทางตะวันออกเฉียงใต้ผ่านถนนด้านหลังที่มีคาเฟ่มากมาย ไปทางบอสฟอรัส ก็จะพบกับศิลปะบนผนังและแผงร้านค้า ส่วนใหญ่เป็นฝีมือของ  Mr. Hure, Olihe, และ Luckypunch ซึ่งเพิ่งถูกเล่าไปในสารคดีชื่อ Revolt Against Gray

ไคโร, อียิปต์

การปฏิวัติอียิต์เมื่อปี 2011 จุดประกายระเบิดให้สตรีทอาร์ตที่ได้รับอิทธิพลที่เกี่ยวกับการเมืองชนิดที่ชาวไคโรไม่เคยเห็นมาก่อน  ภาพสเตนซิลรูปการล้มตายของนักกิจกรรมและภาพเขียนลายมือของเผด็จการบนพื้นผิวผนังรอบ Tahrir Square โดยเฉพาะที่ถนน Mohammed Mahmoud ที่กำแพงของมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งไคโรถูกใช้เป็นหนังสือพิมพ์ของนักกิจกรรม

ภาพกราฟฟิตีบนถนน Mohammed Mahmoud ที่เตือนให้รำลึกถึงความรุนแรงในการปฏิวัติปี 2011 ภาพโดย IN PICTURES LTD., CORBIS VIA GETTY IMAGES

การกวาดล้างผู้ประท้วงทำให้งานศิลปะที่ปลุกเร้าที่สุดเงียบเสียงลง  กำแพงมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งโคโรถูกทาสีทับและบางส่วนก็ถูกทำลาย แต่บางภาพเช่นภาพพอร์เทรตของ Ammar Abo Bakr ยังคงอยู่  จากมหาวิทยาลัยดังกล่าวไปทางทิศตะวันออกราว 5 กิโลเมตรจะเป็นย่าน Mansheya Nasir  ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของคนเก็บขยะ  ศิลปิน El Seed สดุดีผู้ใช้แรงงานกลุ่มนี้ด้วยภาพขนาดใหญ่ 50 ตึกเป็นภาพลายมืออักษรอาหรับด้วยคำพูดของนักบวชชาวคอปติกสมัยศตวรรษที่สามว่า “ถ้าใครอยากเห็นแสงตะวัน เขาต้องเช็ดดวงตาของตนเอง”

กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย

กรุงเทพฯ มอบโอกาสในผู้มาเยือนมองภาพสตรีทอาร์ตด้วยมุมมองพิเศษจากแม่น้ำ  ภาพฝาผนังที่สร้างขึ้นปีที่แล้วในเทศกาลศิลปะ “บุกรุก” จะเห็นก็ต่อเมื่อนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาจากท่าเตียนถึงสะพานสาทร

ภาพโดย Roa แสดงช้างสองตัวหกคะเมนตีลังกาบนผนังตึกในกรุงเทพมหานคร ภาพโดย CHANACHAI PANICHPATTANAKIJ, GETTY IMAGE

ภูมิทัศน์ของกรุงเทพฯ และคนกรุงเทพฯ สร้างแรงบันดาลใจทางศิลปะ  ถ้านั่งเรือจากท่าราชวงศ์ จะเห็นภาพกลุ่มจักรยานที่วาดโดย  Aryz  ส่วนภาพช้างสองตัวหกคะเมนฝั่งตรงข้ามก็แสดงถึงสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้ๆ ที่เขาวาด

สตาวังเงร์, นอร์เวย์

ทุกๆ ปี ชาวเมืองจะยอมมอบกำแพงบ้านหรือธุรกิจของตนเข้าร่วมเทศกาลศิลปะ NuArt  ไม่มีใครรู้ว่าศิลปินจะวาดรูปอะไร แต่ทุกคนเห็นพ้องกันว่าจะปล่อยภาพนั้นทิ้งไว้อย่างน้อยหนึ่งปี  หลายครั้งผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นประเด็นในท้องถิ่นที่แสดงในพื้นที่สาธารณะ

Roa วาดภาพวาฬที่ถูกเฉือนร่างจนเลือดและน้ำมันกระจายบนผนังในเมืองสตาวังเงร์ นอร์เวย์ ภาพโดย KAREN GARDINER

เริ่มจากใจกลางเมืองด้านหลังโรงแรม Scandic Stavanger City ภาพขาวดำของ Roa แสดงภาพวาฬที่ถูกเฉือนจนเลือดและน้ำมันกระจาย ซึ่งแสดงแนวคิดเรื่องประเพณีการล่าวาฬและการพึ่งพาน้ำมันของนอร์เวย์ ถัดไปทางตะวันออกถึง Storhaug  ไซโลสูง 36 เมตร สองแห่ง ปรากฏภาพวาด  Fintan MageeMonument to a Disappearing Monument ของ Fintan Magee ที่พูดถึงราคาน้ำมันโลกที่ตกลงและผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเมืองสตาวังเงร์ เมืองหลวงน้ำมันของนอร์เวย์  ภาพดังกล่าวแสดงภาพคนงานน้ำมันบนไซโลแห่งหนึ่งและภาพสะท้อนของเขาซึ่งแตกกระจายและอันตรธานไปบนไซโลอีกแห่งหนึ่ง

ซานฮวน, เปอร์โตรีโก

เทศกาลสตรีทอาร์ต Santurce Es Ley ที่เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2010 จุดประกายให้ย่าน Santurce ที่ถูกปล่อยทิ้งมานานในเมืองซานฮวน แปรเปลี่ยนเป็นจุดหมายปลายทางหลักทางศิลปะ แต่ภาพวาดบนตึกต่างๆ ไม่ได้เป็นแค่วอลล์เปเปอร์เท่านั้น  หลายภาพมีเป้าหมายเพื่อเสนอประเด็นร่วมสมัยและประวัติศาสตร์ของเปอร์โตรีโก

กำแพงแห่งกราฟฟิตี้ในเปอร์โตรีโกแห่งนี้แสดงการมาถึงของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ในทะเลแห่งเลือดและความตาย ภาพโดย CLAUDINE KLODIEN, ALAMY STOCK PHOTO

ที่หัวมุมของ Calles Cerra และ Aurora ภาพวาดบนผนังที่แสดงเรือสามลำของโคลัมบัสเมื่อออกเดินทางในปี 1492   ศพก่ายกองกันและทะเลเปลี่ยนเป็นสีเลือดอยู่ในผลงานของกลุ่ม El Basta มีชื่อว่า “การเดินทางที่เรือแตกมากกว่ากะลาสี” ซึ่งเป็นวลีที่คัดจาก The Open Veins of Latin America ของ  Eduardo Galeano  กลุ่ม El Basta บอกว่า “เหมาะสำหรับการพรรณนาถึงกระบวนการล่าอาณานิคม การตักตวงผลกระโยชน์ และการปล้นที่เกิดขึ้นนับแต่นั้น”

“ในปี 2014 เมื่อเราเริ่มทำภาพบนผนัง ตอนนั้นยังไม่มีสตรีทอาร์ตที่ซ่อนความหมายทางการเมืองมากนัก” กลุ่มศิลปิน El Basta กล่าว “แต่มันเปลี่ยนไปแล้ว”  ถัดไปที่ Cerra ดูภาพ “จงตื่นเถิดชาวเปอร์โตริกัน” โดย Natalia Sanchez ที่เป็นเสียงร้องปลุกให้ตื่นตัวทางเกษตรกรรม  วิกฤติทางเศรษฐกิจของเปอร์โตรีโกทำให้พลเมืองต้องไปหางานทำต่างประเทศ  การกลับสู่อ้อมอกมาตุภูมิที่อุดมสมบูรณ์เป็น “ความหวังเดียวของเราที่จะสร้างประเทศที่พึ่งพาตนเองและมีอธิปไตย”

โดย คาเรน การ์ดิเนอร์


อ่านเพิ่มเติม ยลศิลปะข้ามกาลเวลา จากผนังถ้ำในยุโรป

เรื่องแนะนำ

ชาวสเปนหลงใหลการเต้นระบำเป็นชีวิตจิตใจ

ระบำฟลาเมงโก จังหวะการเต้นอันพริ้วไหวควบคู่กับดนตรีพื้นเมือง คือเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ ประเทศสเปน หากนึกถึง ประเทศสเปน คุณอาจนึกถึงภาพของวัวกระทิงพันธุ์ดุและมาธาดอร์ถือผ้าสีแดง ประเทศสเปนยังมีสัญลักษณ์อีกมากมายกระจายอยู่ทั่วเมือง หรือคุณอาจนึกถึงหญิงสาวเต้นระบำโชว์ลีลาสะบัดกระโปรงอันพริ้วไหว การก้าวเท้าเข้าจังหวะ และสวมใส่กระโปรงบานสีดำแดงพองเป็นชั้นๆ มีดอกไม้ขนาดใหญ่สีแดงประดับบนศีรษะ สิ่งนี้คือระบำสเปน ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง เพราะชาวสเปนชื่นชอบการเต้นรำเป็นชีวิตจิตใจ ระบำฟลาเมงโก (Flamenco) มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่สิบแปด การเต้นที่แสนโดดเด่นและมีชื่อเสียงของ ประเทศสเปน แต่เดิมได้รับอิทธิพลมาจากชาวยิปซี  นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกด้านวัฒนธรรมอีกด้วย ระบำฟลาเมงโก ไม่ใช่เพียงการเต้นเท่านั้น แต่ยังผสมผสานระหว่างการร้องเพลง การเล่นกีตาร์ เต้นรำ การจับนิ้วมือและการปรบมือไปพร้อมกับจังหวะ ทั้งยังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ ด้วยจังหวะการเต้นที่เร้าใจและสนุกสนาน รวมไปถึงเครื่องแต่งกายสีสันจัดจ้านสวยงามของเหล่านักเต้นทำให้เกิดเป็นเสน่ห์ของระบำฟลาเมงโกที่ชวนหลงใหล ชาวสเปนที่หลงใหลในเสียงเพลงและการเต้นระบำ ประเทศสเปน มีชื่อเสียงเรื่องการเฉลิมฉลอง งานรื่นเริง และความสนุกสนานของผู้คน ชาวสเปนมีอุปนิสัยชื่นชอบการเข้าสังคมและการสังสรรค์เป็นอย่างมาก มักจะรวมตัวกับเพื่อนและครอบครัว โดยการออกไปนั่งในบาร์ที่มีอาหารเช้าอย่าง ‘ทาปาส’ และเพลิดเพลินไปกับการดื่ม ‘กันโญส’ สิ่งที่ทำให้คุณประหลาดใจ คือวัยรุ่นชาวสเปน ที่ต่างชื่นชอบการสังสรรค์เป็นชีวิตจิตใจ แน่นอนว่าพวกเขาสามารถเข้าออกแหล่งท่องราตรีเป็นสิบๆ แห่งภายในคืนเดียว เพราะเหตุนี้จึงส่งผลทำให้ชาวสเปนมีนิสัยชอบพูดจาเสียงดังฟังชัด ชาวสเปนไม่เพียงแค่หลงใหลในการเต้นรำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเล่นดนตรีพื้นเมืองเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไว้ พวกเขาจะรวมตัวกันในช่วงเทศกาลพิเศษต่างๆ และบรรเลงดนตรีพื้นเมือง รวมถึงการเปิดหมวกตามท้องถนน ซึ่งชิ้นงานดนตรีอันโดดเด่นของสเปน มีตั้งแต่ดนตรีคลาสสิกตะวันตกและดนตรีคลาสสิกอันดาลูเซีย […]

ชมกระบวนการทำกระดาษแบบโบราณ

ชมกระบวนการ ทำกระดาษแบบโบราณ Gangolf Ulbricht คือช่างทำกระดาษด้วยมือคนสุดท้ายในยุโรป ที่ยังคงสร้างสรรค์กระดาษด้วยกรรมวิธีแบบโบราณ โดยตัวเขาใช้วัตถุดิบอย่าง เศษผ้าฝ้าย, ผ้าป่าน หรือใยป่านสับปะรด ในการผลิตกระดาษ มาชมกระบวนการผลิตกระดาษในสตูดิโอของเขาที่เบอร์ลิน ผ่านภาพยนตร์สั้นเรื่อง Kings & Kongs กัน ทั้งนี้ประวัติศาสตร์ของกระดาษมีมาอย่างยาวนาน เชื่อกันว่าจุดเริ่มต้นมาจากชาวอียิปต์ และชาวจีน โดยกระดาษของชาวอียิปต์โบราณนั้นถูกผลิตจากหญ้าปาปิรุส โดยสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการจารึกบทสวด และคำสาบานต่างๆ เพื่อเก็บไว้ในพีรามิด ด้านชาวจีนเอง กระดาษในยุคเริ่มต้นของพวกเขานั้นถูกผลิตจากเปลือกไม้นำมาต้มจนได้เยื่อกระดาษ และมาเกลี่ยบนตระแกรง และปล่อยให้แห้ง จากนั้นภูมิปัญญาการประดิษฐ์กระดาษก็แพร่หลายเข้าสู่โลกมุสลิม โดยชาวมุสลิมนำนวัตกรรมดังกล่าวมาปรับใช้ด้วยการนำเศษผ้าลินินมาต้ม และใช้ค้อนตอกให้เป็นเยื่อกระดาษแผ่นๆ ในส่วนของไทยเอง ประวัติศาสตร์ของกระดาษมีหลักฐานผ่าน “สมุดไทย” ซึ่งผลิตจากเยื่อไม้ทุบละเอียด ต้มจนเปื่อย และใส่แป้งเพื่อให้เนื้อเหนียวขึ้น และนำไปกรองไว้จนแห้ง จากนั้นจึงลอกออกมาเป็นแผ่น ใช้ในการบันทึก จดข้อความ หรือเขียนเรื่องไตรภูมิในศาสนาพุทธ   อ่านเพิ่มเติม ภาพวาดอันน่าทึ่งจากศิลปินออทิสติก

ประวัติศาสตร์กล้วยกล้วย

ประวัติศาสตร์กล้วย กล้วยผลไม้บ้านๆ ที่พบเห็นได้ในหลายประเทศทั่วโลก กล้วยผลไม้ราคาแพงที่ต้องนำเข้าสำหรับหลายประเทศอีกเช่นกันที่ไม่สามารถปลูกได้ ไม่ว่าสถานะของกล้วยจะเป็นอย่างไรปฏิเสธไม่ได้ว่ากล้วยคือผลไม้อันดับต้นๆ ที่ผู้คนนิยมทาน แต่กว่าจะมาถึงสถานะผลไม้ยอดนิยมเช่นทุกวันนี้ กล้วยผ่านอะไรมาบ้างเราไปย้อนชมกัน ย้อนกลับไปเมื่อ 5,000 ปีก่อนคริสต์กาล มนุษย์เราเริ่มรู้จักการเพาะปลูกกล้วยบนเกาะปาปัวนิวกินี กล้วยเป็นผลไม้เมืองร้อนที่เพาะปลูกได้ในหลายพื้นที่ ต่อมาชาวยุโรปมีโอกาสได้ลิ้มลองกล้วยเป็นครั้งแรกเมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชนำกล้วยจากอินเดียเข้ามายังอาณาจักรกรีก ในช่วง 327 ปีก่อนคริสต์กาล คริสต์ศักราชที่ 650 ชาวตะวันออกกลางตั้งชื่อให้ผลไม้สีเหลืองเมื่อสุกแล้วนี้ว่า “Banan” ซึ่งแปลว่านิ้วในภาษาอารบิก จากรูปร่างเพรียวยาวอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน จนกระทั่งในปีคริสต์ศักราชที่ 1516 มิชชันนารีชาวสเปนนำกล้วยเดินทางไปเพาะพันธุ์ยังหมู่เกาะในแคริบเบียน ก่อนที่จะพยายามปลูกพวกมันในฟลอริดา ในปี 1600 แต่น่าเสียดายที่ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากฟลอริดามีสภาพอากาศที่หนาวเย็นเกินไปในหน้าหนาว ชาวอเมริกันมีโอกาสได้พบกับกล้วยเป็นครั้งแรก ในงานเวิล์ดแฟร์ที่จัดขึ้นเมื่อปี 1876 ในฟิลาเดเฟีย อีก 9 ปีต่อมาบริษัท Boston Fruit ก็ผงาดขึ้นด้วยการนำเข้ากล้วยเพื่อตอบสนองความต้องการของชาวอเมริกัน จนเกิดมาเป็นเครือข่ายผลไม้ที่บริษัทอเมริกันเข้าครอบครองพื้นที่ทำสวนกล้วยในหลายประเทศของอเมริกากลาง ปี 1951 Jacobo Arbenz ประธานาธิบดีคนใหม่ของกัวเตมาลาชูนโยบายต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยในประเทศ นโยบายของเขาเกิดขึ้นจริงและชนะในเวลาต่อมา ก่อนที่เขาจะถูกขับไล่ออกจากตำแหน่งในอีก 3 ปีต่อมา จากการปฏิวัติโดยมีซีไอเออยู่เบื้องหลัง และในปี 1985 โรคปานามาที่เคยทำลายผลผลิตกล้วยไปมากในอเมริกากลางเมื่อครั้งอดีต ก็เกิดขึ้นกับผลผลิตกล้วยในเอเชีย […]

ตู้เย็นเป็นอย่างไร เจ้าของก็เป็นอย่างนั้น

ตู้เย็นเป็นอย่างไร เจ้าของก็เป็นอย่างนั้น ในโครงการชื่อ “ตู้เย็น” (Refrigerators) ของ มาร์ก เมนฮีวาร์ นักสังคมสงเคราะห์ผู้ผันตัวมาเป็นช่างภาพรายนี้ตระเวนถ่ายภาพตู้เย็นของผู้คน หลากหลายอาชีพโดยไม่มีการจัดฉาก เขาเขียน คำบรรยายภาพอ้อม ๆ เป็นต้นว่า พยาบาลผดุงครรภ์เพิ่งสาบานว่าจะกินแต่ผลผลิตในท้องถิ่น คนถือป้ายโฆษณาตามท้องถนน “เลี้ยงชีพด้วยเงิน 432 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเดือน” บาร์เทนเดอร์ “เข้านอนตอนแปดโมง เช้าและตื่นนอนตอนสี่โมงเย็น” (มีเวลากินอาหารที่ ซื้อมาจากร้านอาหารเพียงเล็กน้อย) เมนฮีวาร์บอกว่า นิทรรศการภาพถ่ายสัญจรขนาดเท่าของจริงนี้ก่อให้เกิดการถกเถียง “ไม่เพียงแค่เรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว ของเรากับอาหาร แต่ยังรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างสังคมกับระบบการผลิตอาหาร”   อ่านเพิ่มเติม วัตถุดิบน่าเกลียดเหล่านี้เป็นอาหารของคน 5,000 คน

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.