World Update: แนะนำ ‘ ที่ทำการไปรษณีย์เพนกวิน ’ แห่งขั้วโลกใต้

World Update: แนะนำ ‘ ที่ทำการไปรษณีย์เพนกวิน ’ แห่งขั้วโลกใต้

แนะนำ ‘ ที่ทำการไปรษณีย์เพนกวิน ’ แห่งขั้วโลกใต้ ที่ห่างไกลที่สุดในโลก ต้องทำงานไปรษณีย์ พร้อมนับเพนเกวินไปด้วย

ในทวีปแอนตาร์กติกาอันห่างไกลนั้นมีที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่งเปิดทำการอยู่ ตั้งอยู่ในอ่าวที่กลายเป็นท่าเรือธรรมชาติพอร์ตล็อครอย (Port Lockroy) ซึ่งเป็นฐานทัพถาวรที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษในมหาสมุทรแอนตาร์กติกา โดยมี UK Antarctic Heritage Trust (UKAHT) เป็นเจ้าของ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1944 ที่ทำการไปรษณีย์แห่งนี้เพิ่งปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่ประจำการจากทั่วทุกมุมโลกไป โดยหนึ่งในข้อคุณสมบัติหลักคือสามารถนับจำนวนเพนกวินได้ จนได้รับการขนานนามว่า ที่ทำการไปรษณีย์เพนกวิน
แม้จะมีชื่อว่า ‘ที่ทำการไปรษณีย์’ แต่ที่แห่งนี้ยังเป็นทั้งองค์กรการกุศลและสถานที่ให้บริการนักท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เจ้าหน้าที่ต้องทำงานหลายอย่าง ไม่ว่าจะดูแลรักษาวัตถุและโบราณสถานหลายแห่งในทวีปแอนตาร์กติกานี้ อีกทั้งยังให้เฝ้าติดตามสัตว์ในธรรมชาติเช่นนับจำนวนเพนกวิน รวมไปถึงรวบรวมข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม
“การใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก” คามิลลา นิโคล หัวหน้าผู้บริหารของ UKAHT กล่าว “คุณอาจต้องทำงานหนักกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน ไม่มีเวลาพักผ่อนหรือผ่อนคลายมากนัก” แม้จะมีปริมาณงานที่กองล้นแต่ ลอร์เรน อีเลียต (Lauren Elliott) หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเมื่อปี 2019 บอกกับ BBC ว่าที่แห่งนี้เป็น “สถานที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลก”
เธอกล่าวว่า “มันน่าตื่นเต้นจริง ๆ ที่เราต้องนับเพนกวินทั้งหมดเมื่อฟักไข่ออกมา” พร้อมเสริมว่า “คุณต้องทำความสะอาดมูลเพนกวินจำนวนมาก ซึ่งเราเรียกว่า ‘guano’ แต่ไม่มีเวลาให้เบื่อเลย มันเป็นสถานที่ที่น่าสนใจจริง ๆ” ที่ทำการไปรษณีย์แห่งนี้เพิ่งปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่ 4 ตำแหน่ง (หัวหน้าฐาน ผู้จัดการร้าน และผู้ช่วยทั่วไปสองคน) ไป ซึ่งในปีก่อน ๆ ที่ผ่านมามีผู้ให้ความสนใจสมัครมากกว่า 2,500 คน
“เรารับคนทุกวัยจากทั่วทุกมุมโลก จากทุกสาขาอาชีพ” นิโคลกล่าว “เรากำลังมองหาคนที่เหมาะสมและยืดหยุ่น พร้อมรักการพบปะผู้คนและผู้มาเยี่ยมชมจริงๆ” ผู้ที่ได้รับเลือกเข้าทำงานจะได้รับสัญญานาน 6 เดือน และต้องเข้ารับการฝึกอบรมในเคมบริดจ์หนึ่งสัปดาห์ก่อนเดินทางไปยังแอนตาร์กติกา
อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครทุกคนจะได้รับคำเตือนถึงการอยู่อาศัยว่า ‘ต้องอยู่โดยไม่มีน้ำประปา อินเตอร์เน็ต หรือสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ทีมงานจะอาศัยอยู่ด้วยกันในกระท่อมเล็ก ๆ นอนบนเตียงสองชั้น แชร์ห้องน้ำ และอาบน้ำได้ก็ต่อเมื่อมีเรือจอดเทียบท่า พร้อมกับระบุว่าให้เตรียมพร้อมกับประสบการณ์ที่ “ท้าทายต่อกายและใจ”
“มีงานหนักมากมาย” ลูซี ดอร์แมน (Lucy Dorman) เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในปี 2019-2020 กล่าวถึงการทำงานในที่ทำการไปรษณีย์ที่ห่างไกลที่สุดในโลก แต่เธอบอกว่าประสบการณ์เหล่านั้นเป็นสิ่งที่ล้ำค่า “การอยู่ร่วมกันแบบนั้นและสิ่งที่คุณได้ทำในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นคุ้มค่ามาก” พร้อมเสริมว่า “เป็นสิ่งที่พิเศษอย่างยิ่งที่ได้ใช้เวลาใกล้ชิดกับสัตว์ตามธรรมชาติ”
เนื่องจากเหตุการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดครั้งใหญ่ทำให้ที่แห่งนี้ถูกปิดนานกว่า 2 ปี นั่นหมายความว่าผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้ทำงานในรอบการสมัครครั้งใหม่นี้จะเป็นคนแรกที่อาศัยอยู่ที่ฐานในรอบ 2 ปีซึ่งอาจมีงานมากมายให้ทำ
สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล
Photograph by Apcbg at en.wikipedia

อ่านเพิ่มเติม ค้นพบนิคมขนาดยักษ์ของเพนกวินในแอนตาร์กติกา

เพนกวิน
เพนกวินอาเดลีเป็นหนึ่งในเพนกวินสองสายพันธุ์ที่มีถิ่นอาศัยในแอนตาร์กติกา วิถีชีวิตของพวกมันกำลังถูกคุคกามจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ
ภาพถ่ายโดย Cristina Mittermeier

เรื่องแนะนำ

ดื่มวอดก้าแบบคนรัสเซีย

ดื่มวอดก้าแบบคนรัสเซีย ที่อเมริกามีคอฟฟี่ช็อป และคาเฟ่ให้ผู้คนได้นั่งดื่มหรือพบปะสังสรรค์ ที่รัสเซียเอง พวกเขาก็ชอบการดื่ม และพูดคุยไม่แพ้กัน เพียงแต่ว่าเครื่องดื่มที่พวกเขาโปรดปรานคือวอดก้า สุราสีใสนี้มีที่มาจากภาษาสลาวิก ซึ่งแปลว่า น้ำ จุดเด่นของมันคือเป็นเหล้าที่ไม่มีรส และกลิ่น ซึ่งนอกจากจะดื่มเพียวๆ แล้ว ยังนิยมใช้ผสมกับค็อกเทลสำหรับเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ อีกมากมาย ทว่าวิธีการดื่มแบบรัสเซียจริงๆ นั้นเขาทำกันอย่างไร Sergey Gordeev นักข่าวจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกจะพาคุณผู้อ่านไปเรียนรู้กัน กฏง่ายๆ และมีเพียงแค่สองข้อเท่านั้นในการดื่มวอดก้าของคนรัสเซีย นั่นคือก่อนดื่มคุณต้องหายใจออก ยกแก้วกระดก จากนั้นค่อยหายใจเข้า แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อย… ข้อมูลเพิ่มเติม ชายชาวรัสเซียกว่า 25% เสียชีวิตก่อนอายุ 55 ปี เหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ฉะนั้นแล้วคุณผู้อ่านดื่มวอดก้าแบบวัฒนธรรมรัสเซียได้ แต่พึงระวังอย่าดื่มมากเช่นคนรัสเซีย เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง   อ่านเพิ่มเติม มัมมี่ช่วยนักฟุตบอลคนหนึ่งให้ไปแข่งฟุตบอลโลกได้อย่างไร?

Explorer Awards 2018: ฑิชากร เปล่งพานิช

ฑิชากร เปล่งพานิช นักเดินทางรุ่นใหม่ที่เริ่มงานเขียนจากการเป็นฟรีแลนซ์คอลัมน์ท่องเที่ยวให้กับนิตยสาร ในขณะเดียวกันก็ทำงานอาสาสมัครและอาศัยความรู้ด้านมัลติมีเดียผลิตสารคดี

โรงเรียนฝึกนางงาม เส้นทางสู่ความฝันของสาวฟิลิปปินส์

ที่ฟิลิปปินส์ การได้เป็นนางงามคือตั๋วใบพิเศษที่จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น ตลอดจนเข้าถึงโอกาสต่างๆ แต่เมื่อผู้ที่จะได้ครองมงกุฎมีแค่คนเดียว พวกเธอจึงต้องพึ่งโรงเรียนฝึกนางงามเหล่านี้ เพื่อทำความฝันให้เป็นจริง

เพื่อจะไปโรงเรียน เด็กๆ ชาวอินเดียเหล่านี้ต้องข้ามแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ การเดินทางไปโรงเรียนของเด็กๆ ในรัฐหิมาจัลประเทศ ของอินเดีย ต้องเผชิญกับอุปสรรคอันยากลำบากนั่นคือกระแสน้ำอันไหลเชี่ยวที่ลงมาจากหุบเขา ผลกระทบจากมรสุม วิดีโอฟุตเทจนี้ถูกบันทึกไว้ใกล้กับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า ชัมบา ได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากพายุมรสมที่เกิดขึ้นกับคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะกับเด็กๆ พวกเขาพร้อมใจกันพับขากางเกงขึ้น ค่อยๆ ก้าวเดินอย่างช้าๆ ลงไปในสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากท่ามกลางโขดหินที่ลื่น ซึ่งบางช่วงของแม่น้ำสายนี้ทีความกว้างถึง 14 เมตรเลยทีเดียว การเดินข้ามแม่น้ำเป็นไปอย่างเชื่องช้า รายงานข่าวระบุว่าเด็กๆ เหล่านี้ใช้เวลาในการข้ามถึง 40 นาทีด้วยกัน ในบางครั้งพวกเขาต้องหยุดพัก หรือทรงตัว เด็กบางคนจีบมือกันเป็นโซ่มนุษย์เพื่อไม่ให้ถูกพัดไป ส่วนเด็กที่โตกว่าแบกเด็กเล็กไว้บนหลัง รายงานจากสำนักข่าว Times of India หมู่บ้านแห่งนี้มีประชากรราว 400 คน และเด็กๆ ต้องเดินทางเป็นระยะทางมากกว่า 1.6 กิโลเมตรเพื่อที่จะไปเรียนหนังสือ ในการให้สัมภาษณ์กับ India TV News เด็กหญิงคนหนึ่งอธิบายว่า เธอพยายามขอร้องให้ผู้ใหญ่ช่วย แต่ในเวลานั้นไม่มีใครอยู่ “เสื้อผ้าของหนูเปียกไปหมด รองเท้าและหนังสือก็ด้วย” เธอกล่าวเป็นภาษาฮินดู ทุกๆ ปี ภูมิภาคนี้ในอินเดียจำต้องเผชิญกับฤดูมรสุม ที่ช่วยให้ชาวบ้านมีน้ำกินมีน้ำใช้ แต่ก็ต้องแลกมากับการใช้ชีวิตที่ยากลำบากขึ้นผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature […]