“หยุดงาน 1 วันแล้วไปเดินป่า” ใบสั่งยาแบบใหม่จากหมอ - National Geographic Thailand

“หยุดงาน 1 วันแล้วไปเดินป่า” ใบสั่งยาแบบใหม่จากหมอ

“หยุดงาน 1 วันแล้วไปเดินป่า” ใบสั่งยาแบบใหม่จากหมอ

“ParkRx” เป็นใบสั่งยาแบบใหม่จากบรรดาหมอในเซาท์ดาโกตาที่เขียนใบสั่งยาทุกอย่างตั้งแต่ยาแก้ปวดถึงยาทา  มาปีนี้หมอที่นั่นมีทางเลือกจ่ายยาใหม่ที่ดีกว่า นั่นคือ “ใบสั่งไปป่า” (park prescriptions) ที่เขียนลงบนใบสั่งยาอย่างเป็นทางการพร้อมสัญลักษณ์ “Rx” บนมุมกระดาษ สั่งให้คนไข้หยุดงานสักวันเพื่อไป “อุทยานหรือสวนสาธารณะใดก็ได้ในเซาท์ดาโกตา”

หลังโครงการนำร่องตั้งแต่ปี 2558 มาปี 2560 กรมสุขภาพของรัฐเซาต์ดาโกตากับกลุ่ม “สวน-ตกปลา-กีฬาแห่งเซาท์ดาโกตา” ชักชวนบรรดาคุณหมอทั้งรัฐให้จ่ายยาตามโครงการใหม่ให้คนไข้ฟื้นฟูสุขภาพกายใจด้วยการเดินเข้าป่าเพื่อสัมผัสธรรมชาติบ้าง

นักสกีครอสคันทรีเดินฝ่าหิมะในอุทยานแคมอลสฮัมป์ อุทยานใหญ่ที่สุดในรัฐเวอร์มองต์ ซึ่งประกอบด้วยป่า 80 ตารางกิโลเมตรและมียอดเขาสูง 1,243 เมตร

โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในบรรดาโครงการอื่นอีกหลายสิบโครงการที่คล้ายคลึงกันทั่วสหรัฐอเมริกา เช่น “แพทย์ในอุทยาน” ของบัลติมอร์ ถึง “ใบสั่งยาเส้นทางธรรมชาติ” ที่อาบูเคอคี  เว็บไซต์ ParkRx.org ดำเนินการโดยเครือข่ายเชื่อมโยง “ใบสั่งไปป่า” ในรัฐต่างๆ ที่กำลังโตวันโตคืนตั้งแต่ พ.ศ. 2552  ฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ทางโครงการฯ ร่วมกับอุทยานแห่งชาติจัดวัน “ใบสั่งไปป่า” ด้วยการเปิดอุทยานแห่งชาติให้ประชาชนเข้าฟรีมากกว่า 60 แห่ง

เดินป่า ในประเทศไทย กับระดับความยากที่ต่างกัน

อุปกรณ์เดินป่า สำหรับผู้เริ่มต้นกิจกรรมเดินป่า

แม้เซาท์ดาโกตาจะมีคุณหมอผู้สนใจเข้าร่วมสั่งยาเป็นการเดินป่าเป็นร้อยๆ ใบ แต่การประเมินผลโครงการยังอาจเร็วเกินไป  สำหรับรัฐเวอร์มองต์ที่โครงการนี้ดำเนินการมา 3 ปีแล้ว จำนวนคุณหมอที่ต้องการให้ “ใบสั่งยา” เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  สภากีฬาและสุขภาพของเวอร์มอนต์ร่วมกับอุทยานต่างๆ ของรัฐจัดโควต้าใบสั่งยาเข้าป่าฟรีให้คุณหมอสั่งได้ 12,000 ใบ  เจเน็ต ฟรานซ์ ประธานสภาดังกล่าวหวังว่าจะแจกใบสั่งยาเหล่านั้นหมดภายใน 2-3 สัปดาห์  สำหรับหมอรักษาเด็กอย่าง ไมเคิล ซีทัน บอกว่ามันเป็นโครงการที่เจ๋งมาก เพราะทำให้เขามีทางเลือกอีกทางหนึ่งในการคุยเรื่องการออกกำลังกายกับคนไข้  ปัจจุบันซีทันออกใบสั่งเข้าป่าให้คนไข้เป็นประจำ  ถึงเข้าจะไม่แน่ใจว่าคนไข้จะเอาไปใช้จริงหรือไม่ แต่คนไข้ก็มักรับไปเสมอ  จากการเก็บข้อมูลของสภากีฬาและสุขภาพของเวอร์มองต์ปีที่แล้ว มีคนไข้เกือบ 700 คนใช้ใบสั่งไปป่าจริง จากจำนวนทั้งสิ้น 12,000 ใบ

เดินป่า
นักท่องเที่ยวสำรวจภูมิประเทศที่ถูกกัดกร่อนกว้างใหญ่ในอุทยานแห่งชาติแบดแลนส์

จุดเริ่มต้นของโครงการมาจากโครงการใหม่อีกโครงการหนึ่งชื่อ “การออกกำลังกายคือยา(EIM-Exercise is Medicine) ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2550 มีเป้าหมายสนับสนุนให้บุคลากรด้านสุขภาพพิจารณารวมการออกกำลงกายเป็นการรักษาด้วย  บ๊อบ แซลลิส แพทย์และหนึ่งในผู้ก่อตั้งกล่าวว่ามันน่าหงุดหงิดที่การรักษาโรคมักมุ่งเน้นไปที่ยาและขั้นตอนอื่นๆ ทั้งๆ ที่การออกกำลังกายช่วยได้  EIM ยังร่วมกับสมาคมกีฬาอื่นๆ ในการเผยแพร่แนวคิดนี้

” ถึงแม้ว่าการเดินป่าไม่ได้เป็นคำตอบทั้งหมดของการรักษาแบบอื่น แต่มันก็ “สนุกกว่า” ฌอน เรนน์ ศัลยแพทย์จากรัฐเวอร์มอนต์กล่าว  ส่วนผู้ก่อตั้งโครงการ ParkRx ก็หวังว่าการเดินป่าจะกลายเป็นกิจกรรมเพื่อสุขภาพตลอดชีพของคนไข้ “

เรื่อง : ทิก รูต

ภาพถ่าย : โครีย์ อาร์โนลด์, เจมส์ พี แบลร์, สตีเฟน เซนต์จอห์น


อ่านเพิ่มเติม

วัฒนธรรมใหม่ของ การเดินป่า ที่ยั่งยืน

รีวิวเต็นท์ ที่มาพร้อมดีไซน์และการใช้งาน

แคนยอนเร้นลึกแห่งออสเตรเลีย

เรื่องแนะนำ

ฝาแฝดคู่นี้บอกว่าการเหยียดผิวเลวร้ายแค่ไหน

ฝาแฝดคู่นี้บอกว่าการเหยียดผิวเลวร้ายแค่ไหน Marcia วัย 11 ขวบ มีผิวขาวและผมสีน้ำตาล ส่วน Millie วัย 11 ขวบมีผิวสีน้ำตาลและผมสีดำ คุณผู้อ่านคงประหลาดใจที่รับรู้ว่าเธอทั้งคู่เป็นฝาแฝดกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเธอต้องพร่ำบอกผู้อื่น ด้วยความที่ทั้งสองมีสีผิวต่างกันโดยสิ้นเชิง ทำให้ใครหลายคนคิดว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนกันมากกว่า “การเหยียดสีผิวเป็นอะไรที่ผู้คนใช้ตัดสินคุณ แทนที่จะตัดสินจากตัวตนที่คุณเป็นจริงๆ” Millie ฝาแฝดผู้มีผิวสีเข้มกล่าว “หนูว่าการแบ่งแยกสีผิวเป็นอะไรที่แย่มาก” Marcia กล่าวเสริม “เพราะมันทำร้ายความรู้สึกของผู้คนค่ะ” นี่คือคำตอบของเด็กน้อยที่มีต่อการแบ่งแยกสีผิวในสังคมปัจจุบัน และเมื่อถามว่าเราควรจะรับมืออย่างไร? ฝาแฝดทั้งสองได้ให้ความเห็นที่มีประโยชน์นั่นคือ ทำเพิกเฉยสิ คิดเสียว่าคุณไม่ได้ยินประโยคเหล่านั้น และสนับสนุนให้ทุกคนเป็นตัวของตนเอง เพราะไม่ว่าคุณจะมีสีผิวอะไรนั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ *ติดตามเรื่องราวของคู่แฝดต่อได้ที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนเมษายน   อ่านเพิ่มเติม บรรพบุรุษชาวอังกฤษมีผิวดำ, ผมหยิก และตาสีฟ้า

การปฏิวัตินีโอลิทิค คืออะไร

ผู้หญิงกำลังใช้เคียวเก็บเกี่ยวธัญพืชใน Tras os Monte ในโปรตุเกส ภาพถ่ายโดย VOLKMAR K. WENTZEL, NAT GEO IMAGE COLLECTION การปฏิวัตินีโอลิทิคซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า การปฏิวัติเกษตรกรรม คือการเปลี่ยนจากการล่าสัตว์และหาของป่าไปสู่การทำเกษตรกรรม ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงมนุษยชาติไปตลอดกาล เชื่อกันว่า การปฏิวัตินีโอลิทิค (Neolithic) หรือ การปฏิวัติเกษตรกรรม เกิดขึ้นเมื่อราว 12,000 ปีก่อน มันเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างการสิ้นสุดของยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายกับการเริ่มต้นของสมัย (Epoch) ทางธรณีวิทยาที่ในยุคปัจจุบันคือโฮโลซีน (Holocene) การปฏิวัติในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงการกินอยู่ และการมีปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ไปตลอดกาล และได้เบิกทางสู่อารยธรรมมนุษย์สมัยใหม่ ในยุคนีโอลิทิค นักล่าหาของป่า (Hunter-Gatheres) เร่ร่อนอยู่ตามธรรมชาติเพื่อตามล่าและหาอาหาร แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น นักล่าอาหารกลายเป็นเกษตรกร และเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตนักล่าหาของป่ามาอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งมากขึ้น สาเหตุของการตั้งรกราก แม้ว่าช่วงเวลาและสาเหตุที่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เคยเป็นมาจะยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ โดยมีการคาดเดาว่าการเพาะปลูกของมนุษย์เกิดขึ้นครั้งแรกในบริเวณพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์ (Fertile Crescent หรือบริเวณเมโสโปเตเมีย) ในแถบตะวันออกกลาง อันเป็นบริเวณที่ผู้คนหลายกลุ่มพัฒนาการเกษตรตามแบบของตัวเอง จึงเป็นไปได้ว่า “การปฏิวัติเกษตรกรรม” เป็นการปฏิวัติที่มีการพัฒนาในตัวเองอยู่หลายครั้ง มีหลายสมมติฐานที่ให้คำตอบว่าเหตุใดมนุษย์จึงหยุดเร่ร่อนเพื่อหาอาหารและเริ่มเพาะปลูก ความกดดันทางประชากร (Population Pressure) อาจทำให้เกิดการแย่งชิงอาหารที่มากขึ้น […]

ความงามที่เปลี่ยนแปลงไปของชนเผ่าอะปาตานี

หากคุณผู้อ่านเกิดเป็นผู้หญิงใน ชนเผ่าอะปาตานี ที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านในรัฐอรุณาจัลประเทศ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียถ้าคุณอยากเป็นคนสวย คุณต้องเจาะจมูก เจาะหู สวมใส่ดุมขนาดใหญ่ ตลอดจนสักที่ใบหน้า เพราะวัฒนธรรมเหล่านี้คือความงามในสายตาของชาวอะปาตานี แต่หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไปตลอดระยะเวลาช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันผู้คนในหมู่บ้านปฏิเสธการเจาะ บ้างก็ไปศัลยกรรมลบรอยสักที่ใบหน้าออก พวกเขาสวมใส่เสื้อผ้าสมัยใหม่แทนที่จะสวมเสื้อผ้าที่ทอมือขึ้นเองตามวัฒนธรรมของหมู่บ้าน เสียงจาก  Bullo Dith หญิงชราประจำหมู่บ้าน Ziro จะบอกเล่าให้คุณผู้อ่านฟังว่าตัวเธอรู้สึกอย่างไรบ้างกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป   อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายโบราณเผยความสวยงามของเจ้าสาวจากทั่วโลก, เบื้องหลังการตามหาหญิงสาวชาวอัฟกานิสถาน เจ้าของดวงตาอันเปี่ยมมนตร์สะกด

บริการเช่าลุงในญี่ปุ่น เมื่อขาดใครสักคนรับฟัง

ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตามสามารถใช้บริการนี้ได้ผ่านการจองออนไลน์ คุณลุงพร้อมให้เช่ามีอายุตั้งแต่ 45 - 55 ปี สนนราคาชั่วโมงละ 1,000 เยน หรือราว 300 บาท โดยมีข้อแม้ว่าห้ามแตะเนื้อต้องตัวกันเป็นอันขาด