เพศวิถี วิชาของตัวตน สังคม การเรียนรู้ตลอดชีวิต-National Geographic Thailand

เพศวิถี วิชาของตัวตนและสังคม กับการเรียนรู้ตลอดชีวิต

เพราะเพศเป็นเรื่องที่ติดตัวมาแต่เกิดและอยู่กับเราไปจนตาย ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะต้องทำความรู้จักและเข้าใจตัวเองให้ดีที่สุด ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผ่านวิชา เพศวิถี

‘ เพศวิถี ศึกษา’ หรือ Sexuality คือวิชาที่ว่าด้วยเรื่องเพศครอบคลุมในทุกมิติตั้งแต่เรื่องทางสรีรวิทยา ไปจนถึงบริบททางวัฒนธรรม โดยที่สำคัญคือ ต้องให้ข้อมูลการเรียนการสอนอย่างถูกต้องชัดเจนในเชิงวิทยาศาสตร์โดยปราศจากการตัดสินเชิงคุณค่า (UNESCO, 2552)

การศึกษาเรื่องเพศ เพศวิถี กลายมาเป็นคุณค่าสากลร่วมของโลกในเรื่องความเท่าเทียมและหลากหลาย ความตระหนักถึงเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งทั้งในบริบททางร่างกายและสังคมเริ่มขยายวงกว้างจากกระแสความเคลื่อนไหวเรื่องประชาธิปไตยและความเสมอภาค

“ความเคลื่อนไหวทุกเรื่องในตอนนี้เป็นเรื่องของการใช้อำนาจ แล้วเรื่องเพศก็เป็นอีกเรื่องของการใช้อำนาจ เราเลยเห็นผู้คนจำนวนมากที่ออกมาบอกว่า ‘เราไม่ต้องการเป็นเพศที่ถูกกำหนดแบบที่สังคมบอก’ ” ดาราณี ทองศิริ ผู้ก่อตั้ง Feminista สื่อเฉพาะทางว่าด้วยความเท่าเทียมทางเพศ และศิษย์เก่าสาขาการศึกษาเพศภาวะ วัฒนธรรม และการพัฒนา จากมหาวิทยาลัยปูเน่ ประเทศอินเดีย จะมาเป็นผู้ขยายความเรื่องราวของเพศวิถีในชีวิตของทุกคน

เส้นทางการศึกษาเพศวิถีในไทย และก้าวใหม่ที่ความเข้าใจเป็นตัวตั้ง

เพศวิถี

เราต่างก็คุ้นเคยกับวิชาสุขศึกษาที่เป็นภาคบังคับในโรงเรียน เนื้อหาที่ว่าด้วยบทบาทเพศที่ถูกต้อง การรักนวลสงวนตัว และอนามัยเจริญพันธุ์ ว่าด้วยการดูแลรักษาและเพศสัมพันธ์ปลอดภัย “ลักษณะการสอนจะตั้งอยู่บนบรรทัดฐานแบบคนตรงเพศ ในระบบแบบสองเพศหรือ Gender Binary คือมีหญิงกับชายเท่านั้น นอกจากนั้นคือผิดปกติ”

บรรยากาศความเปลี่ยนแปลงในทางการศึกษาเรื่องเพศเริ่มเติบโตขึ้นนอกโรงเรียน ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิวัฒน์ของสังคมที่เดินไปข้างหน้า พร้อมกับคำถามในหัวของเด็กที่ไม่ได้รับคำตอบจากการศึกษาในระบบ เริ่มทำให้ผู้คนออกตามหาคำตอบในเรื่องที่อยากรู้ด้วยตัวเอง ทั้งจากผ่านการค้นคว้าทางอินเตอร์เน็ต การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเองในกลุ่มเพื่อน รวมทั้งการให้การศึกษาโดยองค์กรที่ทำงานด้านเด็กและความหลากหลายทางเพศ ด้วยความสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศ

“ความพยายามเหล่านี้เกิดจากองค์กรพยายามจะเข้าไปทำงานในโรงเรียน จากหัวเรื่องการยุติการรังแกกลั่นแกล้ง หรือเลือกปฏิบัติเด็กที่มีความหลากหลายทางเพศ ไปถึงเรื่องการสร้างความเข้าใจว่า ความหลากหลายทางเพศเป็นส่วนหนึ่งของเพศวิถีมนุษย์ กับอีกส่วนหนึ่งที่มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศเข้าไปช่วยดูเรื่องตำราเรียนของนักเรียนระดับมัธยม ให้อยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจเรื่องความเท่าเทียม”

เพศวิถี

กับนักเรียนบางส่วนที่การเรียนรู้เรื่องเพศในโรงเรียนไม่ตอบโจทย์ การหาความรู้จากนอกห้องเรียนจึงเป็นเรื่องที่เขาออกตามหา “ตอนที่เปิดคอร์ส School of Feminists แบบออนไลน์ มีห้องเรียนหนึ่งที่รับเฉพาะรอบเยาวชน อายุต่ำสุดที่มาสมัครคือ 12 ปี ไปจนถึงมัธยมปลาย เพราะเขาบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีสอนเลยในโรงเรียน ยังไม่มีการเรียนการสอนเรื่องเพศวิถีแบบรอบด้านในระบบ”

เรื่องราวของเพศวิถีเป็นหัวข้อกว้างขวางรอบด้านตั้งแต่เรื่องทางสรีรวิทยา พฤติกรรม และวัฒนธรรม การจัดการเรียนการสอนเพศวิถีจึงเป็นไปตามกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้เรียน ยกตัวอย่างหัวข้อ อนามัยเจริญพันธุ์ กฎหมายการทำแท้ง การเคารพสิทธิทางเพศ ความหลากหลายทางเพศ ความรุนแรงทางเพศ การเลือกปฏิบัติทางเพศ “ที่สำคัญคือ การเรียนรู้ไม่ได้จบแค่เนื้อหา แต่ต้องมีทางออกให้ด้วย”

อินเดีย ดินแดนเบ่งบานด้านความรู้เรื่องเพศวิถี

“ที่ไหนมีการกดขี่ ที่นั่นมีการต่อต้าน” ดาราณีเริ่มต้นเล่าประสบการณ์การเรียนด้านเพศวิถีและสตรีศึกษาที่ประเทศอินเดีย “อินเดียเป็นประเทศที่มีการกดขี่ทางเพศมายาวนานและสูงมาก เพราะฉะนั้นจึงมีกระบวนการเคลื่อนไหวมาตั้งแต่แรก จนกระทั่งสามารถก่อตั้งศูนย์สตรีศึกษา จนขยายมาเป็นเควียร์ศึกษา และเพศสถานะศึกษา”

“ช่วงแรกมันอาจจะเป็นเฉพาะปัญหาของผู้หญิงอย่างเดียวก่อน เช่น การที่ผู้หญิงถูกข่มขืน อันนี้เป็นปัญหาใหญ่มากในอินเดีย ความรุนแรงในครอบครัว ความสำคัญของผู้หญิง การถูกบังคับแต่งงาน การถูกคลุมถุงชน การขลิบอวัยวะเพศ หรือเรื่องประจำเดือนคือสิ่งสกปรก พอมีการกดขี่มันเลยมีการต่อสู้ มีการตั้งสตรีศึกษาขึ้นมาในโรงเรียน ทุกวันนี้ทุกรัฐที่อินเดียจะมีองค์กรที่ทำประเด็นเรื่องเพศ การที่มีหลักสูตรมันแปลว่าเราต้องการแก้ปัญหา จึงต้องมีการสร้างองค์ความรู้ขึ้นมา”

นอกจากบทเรียนในหลักสูตร สถานการณ์นอกห้องเรียนในบรรยากาศของอินเดียก็รุนแรงไม่แพ้กัน “เราเจอการเลือกปฏิบัติทางเพศที่เกิดขึ้นจริงๆ แล้วเราก็ไปทำงานกับคนที่ถูกเลือกปฏิบัติทางเพศจริงๆ มันยิ่งกว่าตอนเป็นนักเรียนอีก อย่างภาวะความไม่ปลอดภัยที่อยู่รอบตัว เราถูกจ้องมอง ชวนคุย ถามเรื่องส่วนตัว มันเป็นภาวะที่เราเจอกับตัวเอง”

(ภาพจากงานประชุมผู้หญิง ดาลิต)
เพศวิถี
(ภาพกิจกรรมการฉลองปีใหม่)

“หรือเราอยากเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่ตอนกลางคืนก็ทำไม่ได้ เราเคยเจอตำรวจมาบอกว่า ‘อย่ามายืนแถวนี้ คนเมาเยอะเดี๋ยวโดนข่มขืน’ มันทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่า สิ่งนี้คือความไม่เท่าเทียมทางเพศ เพราะวิธีการแก้ไขของคุณไม่ได้คุ้มครองผู้หญิง ไม่ได้ทำให้ผู้หญิงมีสิทธิ์ที่จะไปเตร็ดเตร่ข้างนอกได้อย่างปลอดภัย แต่จะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้หญิงอยู่บ้าน จะได้ปลอดภัย”

“หรือในมหาวิทยาลัยเรา มีคนข้ามเพศเรียนแค่คนเดียว แล้วกว่าเขาจะฝ่าฟันเข้ามาเรียนปริญญาโทได้ ก็คือต้องทำงานเป็นขอทาน ขอเงินตามเทศกาลต่างๆ เพราะคนข้ามเพศจะโดนรังเกียจ ถ้าไม่ทำ Sex Work ก็เป็นขอทาน ซึ่งพอเขาเข้ามาเรียนได้ก็ต้องเผชิญกับการถูกเลือกปฏิบัติ ถูกรังแกเยอะ”

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมรุนแรงในเรื่องทางเพศ ในช่วงระยะเวลาที่ดาราณีเรียนอยู่ เธอก็ได้อยู่ร่วมในหมุดหมายของประวัติศาสตร์อินเดียเช่นกัน “ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขากำลังต่อสู้เพื่อที่จะยกเลิกกฎหมายลงโทษคนรักเพศเดียวกัน หรือมาตรา 377 แล้วทำสำเร็จ เขายกเลิกตอนเราเรียนปีสุดท้ายพอดี เราเลยได้อยู่ร่วมในประวัติศาสตร์ที่ทุกคนสามารถเป็นตัวเองได้โดยไม่ถูกกฎหมายเล่นงาน ที่คณะคือจัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เลย แล้วเรียกเรากับเพื่อนที่เป็นคนข้ามเพศและเกย์ ซึ่งเปิดตัวว่าเป็นคนมีความหลากหลายทางเพศ ไปตัดเค้กสีรุ้งและกล่าวถ้อยแถลง”

สังคมไทยกับการเติบโตของความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศ

“เรื่องเพศต้องบอกว่าเป็นเรื่องการหล่อหลอมทางวัฒนธรรมด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายเพียงอย่างเดียว ในแง่กฎหมาย ถ้าผ่านสภาก็เปลี่ยนได้ แต่ความคิดคนที่จะเปลี่ยนเรื่องการมอง LGBTQ+ ให้เท่ากัน เผลอๆ มีกฎหมายแล้วก็ยังไม่เปลี่ยน เพราะมันคือการถ่ายทอดทางวัฒนธรรม”

ทั่วไปในสังคม เราต่างก็อยู่กับความหลากหลาย เช่นเดียวกันกับเรื่องเพศที่นิยามในตัวตนของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไปตามปัจเจก “มันเลยต้องตั้งคำถามกลับไปว่า จริงๆ แล้วบรรทัดฐานของคนรักต่างเพศหรือตรงเพศมันฝังมายาวนาน โดยที่คุณไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้ว LGBTQ+ มีอยู่ทั่วไป แค่ไม่เคยปรากฏบนพื้นที่แบบรักต่างเพศ ซึ่งพอมันปรากฏขึ้นมา หลายคนอาจรู้สึกว่าถูกยัดเยียด ทั้งที่จริงๆ แล้วเราอยู่ทุกที่ เราก็ใช้ชีวิตอยู่กับคนรักตรงเพศ กับคนทั่วไปในสังคมนั่นแหละ”

ความเติบโตในความรู้ความเข้าใจในเรื่องความหลากหลาย นำมาสู่การนิยามตนเองในเรื่องเพศ ความสำคัญของเรื่องนี้นอกจากเป็นการสร้างความตระหนักให้กับสังคมแล้ว ยังนำไปสู่การปฏิบัติที่เคารพต่อทุกคนในฐานะเพื่อนมนุษย์ และเคารพปัจเจกของแต่ละคน

เพศวิถี

“เวลาเรานิยามตัวเอง แปลว่าเรายอมรับว่าเรามีตัวตนบางอย่าง เรามีสำนึกบางอย่าง แล้วเราผูกพันกับคนอื่นในฐานะอะไร คนตรงเพศอาจจะไม่รู้สึกอะไรเท่าไรเพราะอยู่ในกรอบถูกต้องที่สังคมให้การยอมรับ แต่กับคนที่มีความหลากหลายทางเพศ เวลามีคนมาบอกว่าเราเป็นอะไรโดยที่เราไม่ได้เป็นอย่างนั้นมันอึดอัด เพราะฉะนั้นมันก็เลยต้องยืนยันว่า เรานิยามตัวเองว่าอะไร เพื่อให้คนเข้าใจนิยามนั้น และเคารพที่เราเป็นเรา”

“แต่ละคนก็มีปัญหาที่ต่างกันออกไป ขนาดเราเป็นผู้หญิงเหมือนกัน เรายังมีปัญหาไม่เหมือนกันเลย เพราะฉะนั้นมันเลยต้องกำหนดนิยามว่า เพื่อให้การปฏิบัติและการแก้ปัญหาก็ต้องออกมาให้ตรงกับความต้องการ เพราะถ้าไม่นิยามตัวเอง ปัญหาเหล่านั้นจะถูกลบเลือนไป อย่างคู่เลสเบี้ยนที่แต่งงานกันในงานไพรด์ ก็ต้องนิยามตัวเองว่าเป็นคู่ชีวิต เพื่อความต้องการแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นำมาสู่ความต้องการกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพื่อให้ปัญหาโดนแก้ไข”

“แต่เมื่อไหร่ก็ตามถ้าสมมติว่า สังคมนั้นมีกฎหมายรองรับทุกเพศแล้ว ทุกคนเคารพอัตลักษณ์ที่หลากหลายแล้ว ถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องมานั่งต่อสู้เพื่อนิยามเหล่านี้แล้ว”

การเรียนรู้เรื่องเพศแม้จะมีขอบเขตที่กว้างขวางหลากหลาย แต่ก็ไม่สายที่จะเรียนรู้ และยังเป็นวิชาที่เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต เพราะนอกจากเป็นเรื่องการสร้างความเข้าใจและตระหนักในความหลากหลายแล้ว ยังใช้รับมือการเปลี่ยนผ่านของวัฒนธรรมไปสู่ค่านิยมแบบใหม่ ให้เดินทางได้ตรงเส้นในวันที่โลกเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

“ฝั่งยุโรป อย่างเนเธอร์แลนด์หรือสวีเดนมีการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศในโรงเรียนและครอบครัวตั้งแต่ยังเล็ก ยกตัวอย่างครอบครัวที่มีลูกมีความหลากหลายทางเพศ ก็จะมีโปรแกรมให้หมดเลยว่าต้องทำอย่างไรบ้าง มีสวัสดิการข้ามเพศให้กับเด็ก โดยที่รัฐและเอกชนให้ความร่วมมือกันเพื่อผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมในทุกบริบท ทั้งทางสรีระ กฎหมาย และสังคม”

สำหรับเมืองไทยเอง เรายังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การสร้างความเข้าใจใหม่ในเรื่องราวทางเพศ เคล็ดลับไม่ยากสำหรับการเรียนรู้เรื่องนี้คือ ‘เปิดสมอง เปิดใจให้กว้าง และศึกษาในเรื่องที่อยากรู้’

“การเรียนรู้เรื่องเพศจะทำให้คนเข้าใจตัวเองด้วย เข้าใจคนอื่นมากขึ้น และเคารพความหลากหลายของสังคมมากขึ้น” ดาราณีทิ้งท้าย

เรื่อง ณัฐนิช ชัยดี
ภาพ พีรเดช กาญจนรังษี
สถานที่ Art Farmer Cafe


อ่านเพิ่มเติม “สตรี เพศสถานะและเพศวิถีศึกษา” หลักสูตรเรียนที่เปิดโลกความเสมอภาคทางเพศ

เรื่องแนะนำ

เรียนรู้คู่ทำงานจริง ให้เป็น ‘บัณฑิตมือเปื้อน’ ที่สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา

โปรแกรมออกแบบทรีดีแคด (3D CAD) ที่กำลังปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์นี้ แสดงรายละเอียดแม่แบบ ขาตั้งลำโพง นิ้วคลิกหมุนมุมอย่างชำนาญ ปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยที่แทบไม่มีใครสังเกต เมื่อเวลาผ่านไปสักครู่ใหญ่ แม่แบบขาตั้งลำโพงสำหรับการตั้งสะท้อนเสียงก็เกือบสมบูรณ์แบบ เหลือเพียงแต่กระบวนการสร้างตัวอย่างแม่แบบเท่านั้น นี่คงเป็นเรื่องธรรมดา หากในเวลาราว 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา เราอยู่ในห้องทดลองหรือแล็บวิศวกรรมที่ไหนสักที่ แต่ ณ ตอนนี้ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือปวช. ชั้นปีที่ 2 ประเภทวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กำลังเป็นผู้นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ขนาบด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติในห้องปฏิบัติการนวัตกรรมที่อาจารย์เกรียง คุปตรัตน์ หัวหน้างานนวัตกรรมและสื่อการเรียนการสอนแห่งสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เป็นผู้ดูแล “ผมอยากทำลำโพงสะท้อนฝ้าครับ เลยจะลองทำขาตั้งลำโพงวางสะท้อนเสียงขึ้นฝ้าเพดาน เพื่อจะได้เสียงเพลงอีกรูปแบบที่มีเสียงตกลงมาเหนือหัวครับ” จิรวัฒน์ ประเทืองทิพย์ อธิบาย ด้วยประสบการณ์เรียนรู้โปรแกรมมาตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จึงชำนาญโปรแกรมออกแบบทรีดีแคด แต่ยังขาดประสบการณ์ด้านการนำแบบจำลองสามมิติไปใช้ผลิตผลงานจริง จึงเป็นหนึ่งเหตุผลที่เขาเลือกก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา “วัสดุเหล่านี้ให้ใช้ได้หมดครับ ใครอยากเข้ามาเราก็คุยกับเขาและสอนวิธีคิด ให้เริ่มตรงนี้ จุดนี้ และต้องไปไหนต่อ ให้รู้จักคิดอย่างมีเหตุผล ให้มีอิสระในทุกเรื่อง คุยกันแลกเปลี่ยนกันโดยไม่ทิ้งไอเดียหรือความตั้งใจไป” แม้อายุงานจะน้อยกว่าห้องแล็บอื่นในตึกเดียวกัน แต่น้องใหม่วัยหนึ่งขวบอย่างห้องปฏิบัติการนวัตกรรมก็มีเครื่องตัดอะคริลิกด้วยเลเซอร์ เครื่องพิมพ์สามมิติ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์พื้นฐานขนาดเล็กเชื่อมต่อได้ไม่ยาก เปิดให้ทุกคนที่สนใจเข้ามาทดลองใช้งานโดยไม่ผูกติดกับหลักสูตรไหน เสมอเป็นห้องสมุดที่เปิดให้เข้ามาอ่านหนังสือ เพียงแต่ไม่มีหนังสือ สามารถเข้ามาทำอะไรก็ได้ที่อยากจะทำ […]

วัดบวรนิเวศวิหาร มองรากฐานการศึกษาไทยผ่านบทบันทึก ประวัติศาสตร์มีชีวิต

วัดบวรนิเวศวิหาร จุดเริ่มต้นแผนพัฒนาคนให้เป็นอารยชน ผ่านการศึกษาในวัด พื้นที่ชุมชนพร้อมสรรพที่กระจายอยู่ทั่วเมืองไทย เช้าสดใสในเดือนอากาศดีของกรุงเทพฯ​ กับการตื่นเช้าเข้าวัดครั้งนี้ที่ไม่ได้หยุดแค่การทำบุญเช่นทั่วไป หากแต่เป็นการซึมซับเรื่องราวเล่าขานของเมืองไทยผ่านหลักฐานหน้าประวัติศาสตร์ฉบับจริงที่ถูกจัดแสดงให้สัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเอง กับพิพิธภัณฑ์ในวัดแบบเข้าใจง่าย และเป็นมิตรกับทุกคน ในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติคุณวาระครบรอบ 100 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วันที่ 2 สิงหาคม 2564 รัฐบาลไทยและองค์การยูเนสโกร่วมเฉลิมพระเกียรติด้วยการยกย่องให้พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ ประจำปีพุทธศักราช 2564 อันเป็นโอกาสอันดีในการจัดงาน ‘พระมหาสมณานุสรณ์’ เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ สำหรับประชาชนไทยทุกคนได้เข้ามาเดินเยี่ยมชมวัดในมุมมองที่ต่างออกไป นอกจากนิทรรศการที่จัดแสดงรายรอบบริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร ผ่านสถาปัตยกรรมวัด พระตำหนัก อาราม พร้อมคำบรรยายแบบอินเตอร์แอคทีฟแล้ว ผู้ที่ไม่มีโอกาสได้ลงพื้นที่จริงยังสามารถชมพื้นที่ภายในวัด และชมนิทรรศการแบบประสบการณ์เสมือนจริง 360 องศา ไปพร้อมๆ กับบทความของเราในครั้งนี้ได้ผ่านทางเวบไซต์ https://mahasamana.org จากฟากวัด เดินเท้าข้ามมายังฝั่งโรงเรียน เลียบเลาะผ่านตรอกเล็ก ๆ ระหว่างโรงเรียนวัดบวรนิเวศสู่ทางเข้าอาคารกวีบรรณาลัย อาคารสีขาวซึ่งเป็นที่ตั้งของหอจดหมายเหตุ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พื้นที่เล่นระดับภายในอาคารถูกตกแต่งอย่างโปร่งสบายแบบห้องนั่งเล่น เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมอาคารดั้งเดิม พร้อมกับการจัดหมวดหมู่ของบันทึกประวัติศาสตร์ที่ยังคงเก็บรักษาไว้ในสภาพดี   บวร : บ้าน […]

กำเนิดวิทย์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์ที่มุ่งสร้างนักวิจัยพร้อมนวัตกรรม

กำเนิดวิทย์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์ ที่ต้องการบ่มเพาะให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ และสร้างคนเก่งที่เป็นคนดี หากพูดถึงคำว่า ‘คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์’ เชื่อว่าหลายคนจะคิดถึงชื่อวิชาที่ต้องเรียนจนจบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ แต่ที่ โรงเรียน กำเนิดวิทย์ ความหมายของคำนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของวิชาการ แต่เป็นเรื่องของกระบวนการคิด สร้างสรรค์ และหลักเหตุผลที่หลอมรวมเข้าในทุกวิชาเรียน “ทำไมเราต้องมาสนใจเด็ก gifted?” ดร.ธงชัย ชิวปรีชา ผู้อำนวยการ โรงเรียน กำเนิดวิทย์ เริ่มต้นเท้าความถึงดำริของโรงเรียนที่มองภาพใหญ่คือการสร้างบุคลากร เพื่อนำนวัตกรรมกลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ด้วยการสร้างองค์ความรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี “ถ้าเราหันกลับไปดูว่า ทำไมประเทศของเราถึงยากจน ถ้าเราดูย้อนหลังปี 1965 GDP ของเราสูงกว่าเกาหลีนะ แต่หลังจากนั้นอีก 20-30 ปี เราน้อยกว่าเขา 4-5 เท่า หรือจีนที่พึ่งเปิดประเทศไม่นาน ตอนนี้เขาล้ำหน้ากว่าเราไปมาก ทำไมเราทำไม่ได้? “ณ วันนี้ เรามีคนที่ประกอบอาชีพนักวิจัย นักประดิษฐ์ อยู่ประมาณ 1,300 คนต่อประชากรล้านคน ในขณะที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีอยู่ที่ประมาณ 6 พัน ทั้งหมดทั้งประเทศไทยมีนักวิจัยประมาณ 8-9 หมื่นคน […]

CMUTEAM ศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีการแพทย์ทันสมัย

CMUTEAM กับนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีอันรุดหน้า ชีวสารสนเทศทางการแพทย์จึงมีบทบาทเพื่อประกอบการรักษาโรคทางพันธุกรรมให้มีคุณภาพ และตรงจุดมากยิ่งขึ้น ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีระบบการจัดการด้านสาธารณสุขดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก นั่นก็เพราะคุณภาพของบุคลากรและองค์ความรู้ด้านการรักษาที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน หากแต่มิติของระบบการให้บริการสาธารณสุข การรักษาและการวินิจฉัยโรคยุคใหม่ที่เติบโตพร้อมกับมากมายเต็มอ่างข้อมูล และนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำริและจัดตั้ง CMUTEAM หรือศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีการแพทย์ทันสมัย ร่วมเข้ามาดูแลโรคที่มีสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับสารพันธุกรรม เพื่อการเพิ่มคุณภาพในรักษาให้ดีขึ้น เพิ่มคุณภาพการวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ที่เที่ยงตรงมากขึ้น ผ่านการใช้ข้อมูลประกอบในเชิงลึกขึ้น เราได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.นพ. ดำเนินสันต์ พฤกษากร ผู้ช่วยคณบดีด้านวิจัย และหัวหน้าศูนย์ CMUTEAM ให้เกียรติแนะนำและบอกเล่าเรื่องราวของชีวสารสนเทศ (Bioinformatics) และความสัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่ภาพใหญ่ในระดับนานาชาติ ไปจนถึงภาพย่อยที่ตัวของพวกเราทุกคน ผ่านการทำงานของศูนย์ CMUTEAM แห่งนี้   แหล่งข้อมูลชีวสารสนเทศที่อยู่ในตัวเราทุกคน คำว่า ‘Bioinformatics’ หรือชีวสารสนเทศ เป็นคำใหม่สำหรับหลายคน คำนี้มีที่มาจากการประสานคำว่า Biology หรือชีววิทยา และ Informatics หรือวิทยาศาสตร์การจัดการข้อมูล รวมกันเป็นเรื่องราวของการจัดการข้อมูลทางชีววิทยา “เมื่อประมาณ 70 ปีก่อน เราเริ่มรู้จักคำว่า DNA หลังจากนั้นอีกประมาณ 40 […]