เพศวิถี วิชาของตัวตน สังคม การเรียนรู้ตลอดชีวิต-National Geographic Thailand

เพศวิถี วิชาของตัวตนและสังคม กับการเรียนรู้ตลอดชีวิต

เพราะเพศเป็นเรื่องที่ติดตัวมาแต่เกิดและอยู่กับเราไปจนตาย ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะต้องทำความรู้จักและเข้าใจตัวเองให้ดีที่สุด ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผ่านวิชา เพศวิถี

‘ เพศวิถี ศึกษา’ หรือ Sexuality คือวิชาที่ว่าด้วยเรื่องเพศครอบคลุมในทุกมิติตั้งแต่เรื่องทางสรีรวิทยา ไปจนถึงบริบททางวัฒนธรรม โดยที่สำคัญคือ ต้องให้ข้อมูลการเรียนการสอนอย่างถูกต้องชัดเจนในเชิงวิทยาศาสตร์โดยปราศจากการตัดสินเชิงคุณค่า (UNESCO, 2552)

การศึกษาเรื่องเพศ เพศวิถี กลายมาเป็นคุณค่าสากลร่วมของโลกในเรื่องความเท่าเทียมและหลากหลาย ความตระหนักถึงเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งทั้งในบริบททางร่างกายและสังคมเริ่มขยายวงกว้างจากกระแสความเคลื่อนไหวเรื่องประชาธิปไตยและความเสมอภาค

“ความเคลื่อนไหวทุกเรื่องในตอนนี้เป็นเรื่องของการใช้อำนาจ แล้วเรื่องเพศก็เป็นอีกเรื่องของการใช้อำนาจ เราเลยเห็นผู้คนจำนวนมากที่ออกมาบอกว่า ‘เราไม่ต้องการเป็นเพศที่ถูกกำหนดแบบที่สังคมบอก’ ” ดาราณี ทองศิริ ผู้ก่อตั้ง Feminista สื่อเฉพาะทางว่าด้วยความเท่าเทียมทางเพศ และศิษย์เก่าสาขาการศึกษาเพศภาวะ วัฒนธรรม และการพัฒนา จากมหาวิทยาลัยปูเน่ ประเทศอินเดีย จะมาเป็นผู้ขยายความเรื่องราวของเพศวิถีในชีวิตของทุกคน

เส้นทางการศึกษาเพศวิถีในไทย และก้าวใหม่ที่ความเข้าใจเป็นตัวตั้ง

เพศวิถี

เราต่างก็คุ้นเคยกับวิชาสุขศึกษาที่เป็นภาคบังคับในโรงเรียน เนื้อหาที่ว่าด้วยบทบาทเพศที่ถูกต้อง การรักนวลสงวนตัว และอนามัยเจริญพันธุ์ ว่าด้วยการดูแลรักษาและเพศสัมพันธ์ปลอดภัย “ลักษณะการสอนจะตั้งอยู่บนบรรทัดฐานแบบคนตรงเพศ ในระบบแบบสองเพศหรือ Gender Binary คือมีหญิงกับชายเท่านั้น นอกจากนั้นคือผิดปกติ”

บรรยากาศความเปลี่ยนแปลงในทางการศึกษาเรื่องเพศเริ่มเติบโตขึ้นนอกโรงเรียน ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิวัฒน์ของสังคมที่เดินไปข้างหน้า พร้อมกับคำถามในหัวของเด็กที่ไม่ได้รับคำตอบจากการศึกษาในระบบ เริ่มทำให้ผู้คนออกตามหาคำตอบในเรื่องที่อยากรู้ด้วยตัวเอง ทั้งจากผ่านการค้นคว้าทางอินเตอร์เน็ต การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเองในกลุ่มเพื่อน รวมทั้งการให้การศึกษาโดยองค์กรที่ทำงานด้านเด็กและความหลากหลายทางเพศ ด้วยความสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศ

“ความพยายามเหล่านี้เกิดจากองค์กรพยายามจะเข้าไปทำงานในโรงเรียน จากหัวเรื่องการยุติการรังแกกลั่นแกล้ง หรือเลือกปฏิบัติเด็กที่มีความหลากหลายทางเพศ ไปถึงเรื่องการสร้างความเข้าใจว่า ความหลากหลายทางเพศเป็นส่วนหนึ่งของเพศวิถีมนุษย์ กับอีกส่วนหนึ่งที่มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศเข้าไปช่วยดูเรื่องตำราเรียนของนักเรียนระดับมัธยม ให้อยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจเรื่องความเท่าเทียม”

เพศวิถี

กับนักเรียนบางส่วนที่การเรียนรู้เรื่องเพศในโรงเรียนไม่ตอบโจทย์ การหาความรู้จากนอกห้องเรียนจึงเป็นเรื่องที่เขาออกตามหา “ตอนที่เปิดคอร์ส School of Feminists แบบออนไลน์ มีห้องเรียนหนึ่งที่รับเฉพาะรอบเยาวชน อายุต่ำสุดที่มาสมัครคือ 12 ปี ไปจนถึงมัธยมปลาย เพราะเขาบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีสอนเลยในโรงเรียน ยังไม่มีการเรียนการสอนเรื่องเพศวิถีแบบรอบด้านในระบบ”

เรื่องราวของเพศวิถีเป็นหัวข้อกว้างขวางรอบด้านตั้งแต่เรื่องทางสรีรวิทยา พฤติกรรม และวัฒนธรรม การจัดการเรียนการสอนเพศวิถีจึงเป็นไปตามกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้เรียน ยกตัวอย่างหัวข้อ อนามัยเจริญพันธุ์ กฎหมายการทำแท้ง การเคารพสิทธิทางเพศ ความหลากหลายทางเพศ ความรุนแรงทางเพศ การเลือกปฏิบัติทางเพศ “ที่สำคัญคือ การเรียนรู้ไม่ได้จบแค่เนื้อหา แต่ต้องมีทางออกให้ด้วย”

อินเดีย ดินแดนเบ่งบานด้านความรู้เรื่องเพศวิถี

“ที่ไหนมีการกดขี่ ที่นั่นมีการต่อต้าน” ดาราณีเริ่มต้นเล่าประสบการณ์การเรียนด้านเพศวิถีและสตรีศึกษาที่ประเทศอินเดีย “อินเดียเป็นประเทศที่มีการกดขี่ทางเพศมายาวนานและสูงมาก เพราะฉะนั้นจึงมีกระบวนการเคลื่อนไหวมาตั้งแต่แรก จนกระทั่งสามารถก่อตั้งศูนย์สตรีศึกษา จนขยายมาเป็นเควียร์ศึกษา และเพศสถานะศึกษา”

“ช่วงแรกมันอาจจะเป็นเฉพาะปัญหาของผู้หญิงอย่างเดียวก่อน เช่น การที่ผู้หญิงถูกข่มขืน อันนี้เป็นปัญหาใหญ่มากในอินเดีย ความรุนแรงในครอบครัว ความสำคัญของผู้หญิง การถูกบังคับแต่งงาน การถูกคลุมถุงชน การขลิบอวัยวะเพศ หรือเรื่องประจำเดือนคือสิ่งสกปรก พอมีการกดขี่มันเลยมีการต่อสู้ มีการตั้งสตรีศึกษาขึ้นมาในโรงเรียน ทุกวันนี้ทุกรัฐที่อินเดียจะมีองค์กรที่ทำประเด็นเรื่องเพศ การที่มีหลักสูตรมันแปลว่าเราต้องการแก้ปัญหา จึงต้องมีการสร้างองค์ความรู้ขึ้นมา”

นอกจากบทเรียนในหลักสูตร สถานการณ์นอกห้องเรียนในบรรยากาศของอินเดียก็รุนแรงไม่แพ้กัน “เราเจอการเลือกปฏิบัติทางเพศที่เกิดขึ้นจริงๆ แล้วเราก็ไปทำงานกับคนที่ถูกเลือกปฏิบัติทางเพศจริงๆ มันยิ่งกว่าตอนเป็นนักเรียนอีก อย่างภาวะความไม่ปลอดภัยที่อยู่รอบตัว เราถูกจ้องมอง ชวนคุย ถามเรื่องส่วนตัว มันเป็นภาวะที่เราเจอกับตัวเอง”

(ภาพจากงานประชุมผู้หญิง ดาลิต)
เพศวิถี
(ภาพกิจกรรมการฉลองปีใหม่)

“หรือเราอยากเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่ตอนกลางคืนก็ทำไม่ได้ เราเคยเจอตำรวจมาบอกว่า ‘อย่ามายืนแถวนี้ คนเมาเยอะเดี๋ยวโดนข่มขืน’ มันทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่า สิ่งนี้คือความไม่เท่าเทียมทางเพศ เพราะวิธีการแก้ไขของคุณไม่ได้คุ้มครองผู้หญิง ไม่ได้ทำให้ผู้หญิงมีสิทธิ์ที่จะไปเตร็ดเตร่ข้างนอกได้อย่างปลอดภัย แต่จะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้หญิงอยู่บ้าน จะได้ปลอดภัย”

“หรือในมหาวิทยาลัยเรา มีคนข้ามเพศเรียนแค่คนเดียว แล้วกว่าเขาจะฝ่าฟันเข้ามาเรียนปริญญาโทได้ ก็คือต้องทำงานเป็นขอทาน ขอเงินตามเทศกาลต่างๆ เพราะคนข้ามเพศจะโดนรังเกียจ ถ้าไม่ทำ Sex Work ก็เป็นขอทาน ซึ่งพอเขาเข้ามาเรียนได้ก็ต้องเผชิญกับการถูกเลือกปฏิบัติ ถูกรังแกเยอะ”

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมรุนแรงในเรื่องทางเพศ ในช่วงระยะเวลาที่ดาราณีเรียนอยู่ เธอก็ได้อยู่ร่วมในหมุดหมายของประวัติศาสตร์อินเดียเช่นกัน “ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขากำลังต่อสู้เพื่อที่จะยกเลิกกฎหมายลงโทษคนรักเพศเดียวกัน หรือมาตรา 377 แล้วทำสำเร็จ เขายกเลิกตอนเราเรียนปีสุดท้ายพอดี เราเลยได้อยู่ร่วมในประวัติศาสตร์ที่ทุกคนสามารถเป็นตัวเองได้โดยไม่ถูกกฎหมายเล่นงาน ที่คณะคือจัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เลย แล้วเรียกเรากับเพื่อนที่เป็นคนข้ามเพศและเกย์ ซึ่งเปิดตัวว่าเป็นคนมีความหลากหลายทางเพศ ไปตัดเค้กสีรุ้งและกล่าวถ้อยแถลง”

สังคมไทยกับการเติบโตของความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศ

“เรื่องเพศต้องบอกว่าเป็นเรื่องการหล่อหลอมทางวัฒนธรรมด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายเพียงอย่างเดียว ในแง่กฎหมาย ถ้าผ่านสภาก็เปลี่ยนได้ แต่ความคิดคนที่จะเปลี่ยนเรื่องการมอง LGBTQ+ ให้เท่ากัน เผลอๆ มีกฎหมายแล้วก็ยังไม่เปลี่ยน เพราะมันคือการถ่ายทอดทางวัฒนธรรม”

ทั่วไปในสังคม เราต่างก็อยู่กับความหลากหลาย เช่นเดียวกันกับเรื่องเพศที่นิยามในตัวตนของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไปตามปัจเจก “มันเลยต้องตั้งคำถามกลับไปว่า จริงๆ แล้วบรรทัดฐานของคนรักต่างเพศหรือตรงเพศมันฝังมายาวนาน โดยที่คุณไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้ว LGBTQ+ มีอยู่ทั่วไป แค่ไม่เคยปรากฏบนพื้นที่แบบรักต่างเพศ ซึ่งพอมันปรากฏขึ้นมา หลายคนอาจรู้สึกว่าถูกยัดเยียด ทั้งที่จริงๆ แล้วเราอยู่ทุกที่ เราก็ใช้ชีวิตอยู่กับคนรักตรงเพศ กับคนทั่วไปในสังคมนั่นแหละ”

ความเติบโตในความรู้ความเข้าใจในเรื่องความหลากหลาย นำมาสู่การนิยามตนเองในเรื่องเพศ ความสำคัญของเรื่องนี้นอกจากเป็นการสร้างความตระหนักให้กับสังคมแล้ว ยังนำไปสู่การปฏิบัติที่เคารพต่อทุกคนในฐานะเพื่อนมนุษย์ และเคารพปัจเจกของแต่ละคน

เพศวิถี

“เวลาเรานิยามตัวเอง แปลว่าเรายอมรับว่าเรามีตัวตนบางอย่าง เรามีสำนึกบางอย่าง แล้วเราผูกพันกับคนอื่นในฐานะอะไร คนตรงเพศอาจจะไม่รู้สึกอะไรเท่าไรเพราะอยู่ในกรอบถูกต้องที่สังคมให้การยอมรับ แต่กับคนที่มีความหลากหลายทางเพศ เวลามีคนมาบอกว่าเราเป็นอะไรโดยที่เราไม่ได้เป็นอย่างนั้นมันอึดอัด เพราะฉะนั้นมันก็เลยต้องยืนยันว่า เรานิยามตัวเองว่าอะไร เพื่อให้คนเข้าใจนิยามนั้น และเคารพที่เราเป็นเรา”

“แต่ละคนก็มีปัญหาที่ต่างกันออกไป ขนาดเราเป็นผู้หญิงเหมือนกัน เรายังมีปัญหาไม่เหมือนกันเลย เพราะฉะนั้นมันเลยต้องกำหนดนิยามว่า เพื่อให้การปฏิบัติและการแก้ปัญหาก็ต้องออกมาให้ตรงกับความต้องการ เพราะถ้าไม่นิยามตัวเอง ปัญหาเหล่านั้นจะถูกลบเลือนไป อย่างคู่เลสเบี้ยนที่แต่งงานกันในงานไพรด์ ก็ต้องนิยามตัวเองว่าเป็นคู่ชีวิต เพื่อความต้องการแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นำมาสู่ความต้องการกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพื่อให้ปัญหาโดนแก้ไข”

“แต่เมื่อไหร่ก็ตามถ้าสมมติว่า สังคมนั้นมีกฎหมายรองรับทุกเพศแล้ว ทุกคนเคารพอัตลักษณ์ที่หลากหลายแล้ว ถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องมานั่งต่อสู้เพื่อนิยามเหล่านี้แล้ว”

การเรียนรู้เรื่องเพศแม้จะมีขอบเขตที่กว้างขวางหลากหลาย แต่ก็ไม่สายที่จะเรียนรู้ และยังเป็นวิชาที่เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต เพราะนอกจากเป็นเรื่องการสร้างความเข้าใจและตระหนักในความหลากหลายแล้ว ยังใช้รับมือการเปลี่ยนผ่านของวัฒนธรรมไปสู่ค่านิยมแบบใหม่ ให้เดินทางได้ตรงเส้นในวันที่โลกเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

“ฝั่งยุโรป อย่างเนเธอร์แลนด์หรือสวีเดนมีการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศในโรงเรียนและครอบครัวตั้งแต่ยังเล็ก ยกตัวอย่างครอบครัวที่มีลูกมีความหลากหลายทางเพศ ก็จะมีโปรแกรมให้หมดเลยว่าต้องทำอย่างไรบ้าง มีสวัสดิการข้ามเพศให้กับเด็ก โดยที่รัฐและเอกชนให้ความร่วมมือกันเพื่อผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมในทุกบริบท ทั้งทางสรีระ กฎหมาย และสังคม”

สำหรับเมืองไทยเอง เรายังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การสร้างความเข้าใจใหม่ในเรื่องราวทางเพศ เคล็ดลับไม่ยากสำหรับการเรียนรู้เรื่องนี้คือ ‘เปิดสมอง เปิดใจให้กว้าง และศึกษาในเรื่องที่อยากรู้’

“การเรียนรู้เรื่องเพศจะทำให้คนเข้าใจตัวเองด้วย เข้าใจคนอื่นมากขึ้น และเคารพความหลากหลายของสังคมมากขึ้น” ดาราณีทิ้งท้าย

เรื่อง ณัฐนิช ชัยดี
ภาพ พีรเดช กาญจนรังษี
สถานที่ Art Farmer Cafe


อ่านเพิ่มเติม “สตรี เพศสถานะและเพศวิถีศึกษา” หลักสูตรเรียนที่เปิดโลกความเสมอภาคทางเพศ

เรื่องแนะนำ

42 Bangkok โรงเรียนทางเลือกสาย IT ที่ขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางการศึกษา

42 Bangkok โรงเรียนทางเลือกสายไอที ที่เปิดประตูสู่ความเท่าเทียมทางการศึกษา ด้วยแนวคิดเรียนฟรี ไม่มีครู และเรียนรู้แบบ Gamification จากเพื่อนร่วมชั้น การเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมแบบดิจิทัลทั่วโลกกำลังนำพาประเทศไทยเข้าสู่ความท้าทายใหม่ ทั้งในมิติของสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมิติของการศึกษา ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศผู้รับช่วงทางเทคโนโลยี (Technology Adopter) มาโดยตลอดจะผลักตัวเองให้ก้าวทันความผันผวนนี้ได้หรือไม่ ระบบการศึกษาของเราจะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชน ในการสร้างบุคลากรที่จำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจแห่งอนาคตได้โดยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง Ecole 42 Bangkok คือโรงเรียนทางเลือกสายไอทีแห่งแรกในประเทศไทย ที่จะสอนให้คุณรู้จักโลกกว้างสายงานดิจิทัลโดยไม่มีครู ผ่านการเรียนรู้แบบ Gamification ใช้เทคนิคเกม มาเป็นตัวช่วย เหมือนเล่นเกมออนไลน์ที่ผู้เรียนได้อัพสกิลไปเรื่อย ๆ การเรียนแบบนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งการกดสูตรลัดในสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพในเวลาจำกัด เพื่อทำความเข้าใจที่มา แนวคิด ภารกิจของที่นี่จึงมุ่งเปิดประตูสู่ความเท่าเทียมและขยายขอบเขตความรู้สายไอทีของเยาวชนไทย เพราะที่นี่เปิดให้เรียนฟรี ไม่มีการเก็บค่าเล่าเรียน มีอุปกรณ์ไว้บริการผู้เรียนครบครัน และไม่จำกัดว่าจะเรียนจบสายวิทย์ สายศิลป์ ศึกษาอยู่ในระบบ หรืออยู่นอกระบบ ขอเพียงอายุเกิน 18 ปี ก็สามารถสมัครเรียนได้ National Geographic Thailand ชวนคุณสนทนากับ ผศ.ดร.ชัยยันต์ เจตนาเสน Executive Director […]

KOSEN KMUTT หลักสูตรใหม่สร้างวิศวกรจากญี่ปุ่น สู่การยกระดับอุตสาหกรรมไทย

KOSEN KMUTT โรงเรียนมัธยมปลายที่ชวนนักเรียนมองวิศวกรรมจากจุดเริ่มต้นที่มนุษย์และสังคม มาเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยี มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่รู้จักความฝันตัวเอง และรู้ตัวว่าอยากจะก้าวต่อไปข้างหน้าบนเส้นทางในอนาคตรูปแบบไหน เช่นในปัจจุบันที่เป็นยุคของนวัตกรรม เรามองเห็นเด็กที่สนุกกับงานเมกเกอร์ การได้ลงมือทำ และได้ทดลองสร้างสิ่งใหม่ให้กับสังคม การเตรียมหลักสูตรการศึกษาที่เริ่มตั้งแต่ระดับมัธยมปลายให้พร้อมสำหรับนักเรียนกลุ่มนี้แต่เนิ่นๆ นอกจากจะเป็นการปูพื้นฐานความรู้และทักษะความสามารถก่อนส่งต่อสู่ระดับอุดมศึกษาแล้ว การศึกษาสำหรับเด็กวัยที่กระหายการเรียนรู้และลงมือทำเช่นนี้ ยังช่วยเปิดกว้างด้านความคิดสร้างสรรค์ ดึงพลังความกล้าของวัยเด็กมาบวกกับทักษะ และอาจเกิดเป็นผลลัพธ์ที่เซอร์ไพรส์ผู้ใหญ่อย่างที่คาดไม่ถึง หลักสูตรแบบ Story-based Learning กับนักเรียนสายวิศวกรรม การเรียนด้านทักษะวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และการฝึกฝนทักษะด้านวิศวกรรมผ่านการปฏิบัติ คือความพิเศษของนักเรียนมัธยมปลายที่นี่ เราได้รับเกียรติจากคณาจารย์ทั้งไทยและญี่ปุ่นของโครงการ KOSEN KMUTT ในการบอกเล่าเรื่องราวการเรียนของว่าที่วิศวกร ผู้เป็นกำลังสมองของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต   ความเชี่ยวชาญการศึกษาวิศวกรรมแบบญี่ปุ่น กับนักเรียนไทย โครงการ​จัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น หรือโครงการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สนับสนุนการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมในประเทศภูมิภาค ด้วยแนวคิดการจัดการศึกษาในรูปแบบ KOSEN ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมปลายเฉพาะทางด้านวิศวกรรม เป็นโครงการที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการโดยให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ และเริ่มดำเนินโครงการในปีการศึกษา 2562 ซึ่งกำลังเดินทางเข้าสู่การรับนักเรียนรุ่นที่ 3 “เรามองเห็นความเชี่ยวชาญของสถาบัน KOSEN ซึ่งมีมายาวนานเกือบ 60 ปี […]

อาชีพในฝันที่ถูกกลืนหาย-ท่ามกลางระบบการศึกษาและสังคมไทย

ตอนเด็กเรามักมีความฝันเรื่องอาชีพที่หลากหลาย แต่เมื่อเติบโตขึ้นท่ามกลางระบบการศึกษาและสังคม ทำไมเด็กหลายคนจึงมีความฝันเรื่องอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไป อะไรเป็นสาเหตุทำให้เด็กส่วนมากเลือกที่จะ “เปลี่ยนฝัน” แทนที่จะทำ “อาชีพที่ตนใฝ่ฝัน” ตอนวัยเยาว์ “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” หากถามคำถามนี้กับเด็ก ๆ จะได้คำตอบที่หลากหลายต่างกันไปและจะเห็นได้ถึง “ความช่างฝัน” ที่แฝงอยู่ในคำตอบเหล่านั้น น้องขุนพล – เด็กชายปัณณสิทธ์ ผณินทรารักษ์ อายุ 10 ขวบที่ฝันอยากเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดยน้องให้เหตุผลว่า “ผมชอบเวลาที่ได้เตรียมอาหารร้อน ๆ แล้วนำไปเสิร์ฟให้ผู้โดยสาร ได้ถามผู้โดยสารว่าเขาอยากทานอะไร มันมีความสุขมากเลยครับ และถ้าสมมุติว่าเครื่องบินตกกลางทะเล (อันนี้ไม่ได้อยากให้เกิดขึ้นจริงนะครับ) ผมก็อยากลองเล่นสไลเดอร์ยางที่ปล่อยออกมาตอนฉุกเฉินเหมือนกัน มันน่าสนุกดีครับ” หากพิจารณาผลการสำรวจจากกลุ่มบริษัท Adecco ประเทศไทย ประจำปี 2564 พบว่า เด็กไทยอายุ 7 – 14 ปี จำนวน 2,024 คน จากทั่วประเทศเลือกให้ “แพทย์” เป็นอาชีพอันดับ 1 รองลงมาคืออาชีพครู อันดับที่ 3 และอันดับที่ 4 คือยูทูปเบอร์ […]

กำเนิดวิทย์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์ที่มุ่งสร้างนักวิจัยพร้อมนวัตกรรม

กำเนิดวิทย์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์ ที่ต้องการบ่มเพาะให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ และสร้างคนเก่งที่เป็นคนดี หากพูดถึงคำว่า ‘คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์’ เชื่อว่าหลายคนจะคิดถึงชื่อวิชาที่ต้องเรียนจนจบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ แต่ที่ โรงเรียน กำเนิดวิทย์ ความหมายของคำนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของวิชาการ แต่เป็นเรื่องของกระบวนการคิด สร้างสรรค์ และหลักเหตุผลที่หลอมรวมเข้าในทุกวิชาเรียน “ทำไมเราต้องมาสนใจเด็ก gifted?” ดร.ธงชัย ชิวปรีชา ผู้อำนวยการ โรงเรียน กำเนิดวิทย์ เริ่มต้นเท้าความถึงดำริของโรงเรียนที่มองภาพใหญ่คือการสร้างบุคลากร เพื่อนำนวัตกรรมกลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ด้วยการสร้างองค์ความรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี “ถ้าเราหันกลับไปดูว่า ทำไมประเทศของเราถึงยากจน ถ้าเราดูย้อนหลังปี 1965 GDP ของเราสูงกว่าเกาหลีนะ แต่หลังจากนั้นอีก 20-30 ปี เราน้อยกว่าเขา 4-5 เท่า หรือจีนที่พึ่งเปิดประเทศไม่นาน ตอนนี้เขาล้ำหน้ากว่าเราไปมาก ทำไมเราทำไม่ได้? “ณ วันนี้ เรามีคนที่ประกอบอาชีพนักวิจัย นักประดิษฐ์ อยู่ประมาณ 1,300 คนต่อประชากรล้านคน ในขณะที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีอยู่ที่ประมาณ 6 พัน ทั้งหมดทั้งประเทศไทยมีนักวิจัยประมาณ 8-9 หมื่นคน […]