สยบมหานทีนามแม่น้ำโขง - National Geographic Thailand

สยบมหานทีนามแม่น้ำโขง

สยบมหานทีนามแม่น้ำโขง

แม่น้ำโขงถือกำเนิด ณ ที่ราบสูงทิเบต แล้วไหลรี่เป็นระยะทางราว 4,200 กิโลเมตร ผ่านประเทศจีน เมียนมาร์ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ก่อนจะไหลออกสู่ทะเลจีนใต้ นับเป็นแม่น้ำสายยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยาวเป็นลำดับเจ็ดในทวีปเอเชีย ทว่าเหนือสิ่งอื่นใดสำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสายนี้ แม่น้ำโขงถือเป็นแหล่งประมงน้ำจืดอันอุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก

ทว่าโกรกธารแคบๆและน้ำตกเชี่ยวกรากของแม่น้ำโขง ก็เป็นสิ่งเย้ายวนสำหรับนักสร้างเขื่อนมานานแล้ว ในช่วงทศวรรษ 1960 สหรัฐฯสนับสนุนการสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำจำนวนหนึ่งบนแม่น้ำโขงตอนล่าง โดยหวังจะพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคนั้น พร้อมกับขัดขวางลัทธิคอมมิวนิสต์ที่กำลังผงาดขึ้นในเวียดนาม แผนที่ว่าประสบความชะงักงัน ภูมิภาคดังกล่าวดิ่งสู่ภาวะสงคราม ครั้นล่วงถึงทศวรรษ 1990 จีนกลับเป็นประเทศแรกที่สร้างเขื่อนบนลำน้ำสายหลักของแม่น้ำโขง

แม่น้ำโขง
จีน: เมื่อปี 2012 ขณะบันทึกภาพนี้ การก่อสร้างเขื่อนเหมียวเหว่ย์เดินหน้าเต็มที่แล้ว เมื่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2013 เขื่อนแห่งนี้จะเป็นเขื่อนลำดับที่ 8 บนแม่น้ำหลานชางซึ่งเป็นชื่อภาษาจีนของแม่น้ำโขงส่วนที่ทอดยาว 2,100 กิโลเมตรในเขตประเทศจีน

ปัจจุบัน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จัดว่าค่อนข้างสงบสุข และโดยทั่วไปเศรษฐกิจก็เติบโตดี แต่กลับมีเพียงชาวกัมพูชาราวหนึ่งในสามและชาวลาวมากกว่าสองในสามเล็กน้อยเท่านั้นที่มีไฟฟ้าใช้ มิหนำซ้ำไฟฟ้าที่ว่ายังมัก มีราคาแพงอย่างน่าเจ็บปวด การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจกับจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อปริมาณไฟฟ้าสำรองในภูมิภาค การวิเคราะห์เมื่อปี 2013 โดยองค์การพลังงานระหว่างประเทศทำนายว่า ความต้องการไฟฟ้าของภูมิภาคนี้จะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80 ใน 20 ปีข้างหน้า เห็นได้ชัดว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น และถ้าจะหลีกเลี่ยงผลกระทบเลวร้ายที่สุดจากภาวะโลกร้อน โลกย่อมต้องการให้พลังงานดังกล่าวก่อคาร์บอนน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โอกาสในการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจากแม่น้ำโขงจึงยิ่งเย้ายวนกว่ายุคสมัยใดที่ผ่านมา

การสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงตอนล่างอยู่ภายใต้การกำกับดูแลแต่เพียงในนามของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงหรือเอ็มอาร์ซี (Mekong River Commission: MRC) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศหลายองค์กร รวมทั้งจากชาติสมาชิกทั้งสี่ ได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา ไทย และลาว

แม่น้ำโขง
ลาว: ชาวประมงเตรียมเหวี่ยงแหจับปลาที่น้ำตกคอนพะเพ็ง ซึ่งถือเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียหากวัดจากปริมาตร กระแสน้ำบางส่วนจะถูกผันไปผลิตกระแสไฟฟ้าที่เขื่อนดอนสะโฮง ซึ่งจะเกิดขึ้นในไม่ช้าบนลำน้ำ สายรองสายหนึ่งของแม่น้ำโขง
แม่น้ำโขง
จีน: ใกล้กับเขื่อนอูน่งหลง คนงานกำลังสร้างบ้านหลังใหม่ๆ บนพื้นทีี่สูงขึ้นไปเหนือแม่น้ำโขงให้ครอบครัวที่สูญเสียบ้านของตนจากการสร้างเขื่อน

จีนไม่ได้เป็นสมาชิกเต็มตัวของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง จึงไม่มีข้อผูกพันชัดแจ้งอันใดที่จะต้องปรึกษาหารือกับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ปลายน้ำเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆของตนบนแม่น้ำโขงตอนบน และเมื่อไม่นานมานี้ โครงการสร้างเขื่อนบนลำน้ำสายหลัก 11 แห่งในลาวและกัมพูชายิ่งบั่นทอนอำนาจอันเปราะบางของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง

ในปี 2010 รายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมที่เอ็มอาร์ซีให้ทุนสนับสนุน เรียกร้องให้ระงับการสร้างเขื่อนบนลำน้ำสายหลักชั่วคราวเป็นระยะเวลา 10 ปี โดยอ้างอิงผลกระทบที่อาจถึงขั้นร้ายแรงที่มีต่อแหล่งอาหารในภูมิภาค และความเป็นไปได้ที่จะเกิด “ความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมที่ไม่อาจเยียวยาให้กลับคืนมาได้” แต่ลาวซึ่งเป็นประเทศยากจน ตัดขาดจากโลกภายนอกมานาน และปัจจุบันกำลังพยายามดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ตั้งเป้าที่จะยกฐานะตนขึ้นเป็น “แบตเตอรี่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ด้วยการขายไฟฟ้าพลังน้ำ ให้ไทยและประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ทั้งยังไม่สะทกสะท้านต่อเสียงคัดค้าน ปลายปี 2012 หลังจากปฏิเสธมาหลายปีในที่สุดทางการลาวก็ออกมายอมรับว่าได้เริ่มก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี ที่บริษัทเอกชนของไทยเป็นผู้ลงทุนบนลำน้ำห่างไกลช่วงหนึ่งของแม่น้ำโขงทางตอนเหนือของลาว

แม่น้ำโขง
เวียดนาม: เรือท้องแบนบรรทุกข้าวแล่นเอื่อยๆ ผ่านหนึ่งในลำคลองหลายสายที่ตัดไขว้กันไปมาบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เขื่อนจะกักตะกอนเอาไว้ที่ต้นน้ำซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลิตพืชผลทางการเกษตร

เขื่อนไซยะบุรี จะมีความสูง 32 เมตรและยาวมากกว่า 800 เมตรเมื่อสร้างแล้วเสร็จ ตอนที่ฉันไปดูไซต์งานก่อสร้างเมื่อปี 2013 ตลอดสองฝั่งแม่น้ำทางต้นน้ำมีเรือดูดทรายและกรวดเพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้างเขื่อนและถนนปรากฏให้เห็นเป็นระยะๆบ้างแล้ว ส่วนที่ไซต์งานเองก็มีปั้นจั่นแกว่งไกวอยู่เหนือลำน้ำ และกลุ่มคนงานกำลังใช้ระเบิดทลายตลิ่งสูงชันให้เป็นตะพักราบเรียบ

ในหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ชาวบ้านบอกว่าพวกเขาทนฟังเสียงระเบิดตลอดสามปีที่ผ่านมา พวกเขากำลังเตรียมย้ายไปอยู่หมู่บ้านที่สร้างขึ้นใหม่ทางต้นน้ำ และบางคนดูเหมือนจะมองโลกในแง่ดี พวกเขาตั้งตาคอยอยากไปอยู่บ้านหลังใหม่ และหลบให้พ้นจากเงาที่นับวันจะยิ่งตระหง่านเงื้อมของเขื่อน หลายคนยังหวังว่าจะได้จับปลาเหมือนเดิม

อีกหมู่บ้านหนึ่งตั้งอยู่ทางปลายน้ำติดกับไซต์งานก่อสร้างเขื่อนจนกระทั่งถึงปี 2012 ต่อมาในปี 2013 ลูกบ้านของหมู่บ้านนี้ก็พากันย้ายไปอยู่บ้านใหม่ไกลจากหุบผาชันของแม่น้ำ ในหมู่บ้านแห่งใหม่นี้ความหวังกลับกลายเป็นของหายาก ชาวบ้านบอกว่าเงินและที่ดินที่บริษัทสร้างเขื่อนสัญญาว่าจะให้เป็นค่าชดเชยสำหรับการโยกย้ายถิ่นฐานนั้นไม่เพียงพอและมาถึงมือพวกเขาช้ามาก หลายคนรู้สึกถึงผลกระทบอันเจ็บปวดของเศรษฐกิจเงินสด

แม่น้ำโขง
กัมพูชา: ใกล้ใจกลางโตนเลสาบ พ่อค้าคนหนึ่งที่มีเครื่องปั่นไฟรับชาร์จแบตเตอร์รี่รถยนต์ ซึ่งชาวบ้านในหมู่บ้านลอยน้ำใช้เพื่อให้แสงสว่าง ชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้
แม่น้ำโขง
ลาว: ห่างจากจุดที่จะสร้างเขื่อนดอนสะโฮงไปทางทิศเหนือหลายร้อยกิโลเมตร เรือประดับดอกไม้ปลอมกำลังมุ่งหน้าไปยังไซต์งานก่อสร้างเขื่อนไซยบุรี

ขณะที่เขื่อนไซยะบุรี ก่อความทุกข์ร้อนให้ชีวิตผู้คนโดยรอบ ผลกระทบร้ายแรงที่สุดของมันอาจอยู่ที่การเป็นต้นแบบหรือตัวอย่างให้เขื่อนแห่งอื่นๆ การที่ลาวเพิกเฉยต่อคำแนะนำของการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งเอ็มอาร์ซีเป็นผู้ออกทุน แล้วตัดสินใจเดินหน้าสร้างเขื่อนไซยะบุรี  เท่ากับเป็นการแผ้วถางทางให้โครงการสร้างเขื่อนแห่งอื่นๆที่เหลือ

หัวใจหรือศูนย์กลางการทำประมงในแม่น้ำโขงอยู่ในประเทศกัมพูชา ที่นั่นทะเลสาบขนาดใหญ่ชื่อ โตนเลสาบ เชื่อมต่อกับลำน้ำสายหลักของแม่น้ำโขงเหมือนปอดเชื่อมต่อกับหลอดลม โตนเลสาบจะแผ่ขยายออกไปจนกว้างใหญ่ไพศาลในฤดูฝนและหดเล็กลงในฤดูแล้ง

สายน้ำขุ่นคลั่กและกระแสน้ำที่แปรเปลี่ยนตลอดเวลาของโตนเลสาบประกอบกันเป็นโรงงานปลาธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์นี้โอบอุ้มประชาชาติขนาดย่อมๆที่ประกอบไปด้วยเหล่า “หมู่บ้านลอยน้ำ” หรือกลุ่มเรือบ้านซึ่งทอดสมอเรียงรายอยู่ตามริมทะเลสาบปลามากกว่าหนึ่งร้อยชนิดที่ฟักเป็นตัวในโตนเลสาบจะอพยพขึ้นไปทางต้นน้ำเป็นระยะทางไกลมาก เขื่อนไซยะบุรี ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางต้นน้ำราว 900 กิโลเมตรอาจอยู่ห่างไกลจนไม่ส่งผลกระทบโดยตรงมากนักต่อปลาเหล่านี้ แต่โครงการอื่นๆอยู่ใกล้กว่านั้นมาก ห่างจากพรมแดนระหว่างกัมพูชากับลาวขึ้นไปทางเหนือเพียงเล็กน้อย เขื่อนบนลำน้ำสายหลักอีกเขื่อนชื่อ เขื่อนดอนสะโฮง จะเริ่มก่อสร้างในไม่ช้า แม้เขื่อนนี้จะปิดกั้นลำน้ำเพียงสายเดียวของแม่น้ำที่ประกอบด้วยลำน้ำหลายสายตัดไขว้กันไปมา แต่มันจะส่งผลกระทบต่อการอพยพของปลาอย่างแน่นอน

ภัยคุกคามต่อการทำประมงที่ร้ายแรงยิ่งกว่านั้นส่อเค้าให้เห็นในภาคเหนือของกัมพูชาเอง นั่นคือลำน้ำสาขาสายหนึ่งของแม่น้ำโขงที่เรียกกันว่า โตนเลซานหรือแม่น้ำแซซาน ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในเวียดนามและไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขงตรงจุดที่อยู่ห่างจากเขื่อนดอนสะโฮงลงมาทางปลายน้ำราว 50 กิโลเมตร เป็นที่รู้กันว่าแม่น้ำนี้เป็นเส้นทางอพยพหลักของปลาหลายสิบชนิด เขื่อนที่มีชื่อว่า แซซานล่าง 2 ซึ่งจะตัดการเชื่อมต่อของแม่น้ำแซซานกับแม่น้ำโขง ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างห่างจากจุดน้ำสบไปทางตะวันออก 24 กิโลเมตร

เขื่อนที่วางแผนก่อสร้างในกัมพูชาและลาวจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าความต้องการภายในประเทศเป็นอย่างมาก แต่กลับไม่ช่วยให้ประชาชนทั้งสองประเทศมีไฟฟ้าใช้อย่างทั่วถึงทุกครัวเรือน ไฟฟ้าร้อยละ 90 ที่ได้จากเขื่อนต่างๆบนลำน้ำสายหลักของแม่น้ำโขงจะขายให้แก่ไทยกับเวียดนาม และรายได้ส่วนใหญ่จะไหลเข้าสู่บริษัทสร้างเขื่อน รายงานการวิเคราะห์เมื่อปี 2010 ที่เอ็มอาร์ซีจัดทำขึ้นทำนายว่า ความสูญเสียทางการประมงอันสืบเนื่องมาจากโครงการสร้างเขื่อนเหล่านี้จะยิ่งทำให้ปัญหาความยากจนเลวร้ายลง

แม่น้ำโขง
เวียดนาม: รถแทรกเตอร์คันหนึ่งในดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งเสียหลักเพราะรถบรรทุกมากเกินไป อาจต้องสละข้าวหลายกระสอบไว้ก่อน สภาพภูมิอากาศอุ่นชื้น และการได้รับปุ๋ยจากตะกอนในแม่น้ำโขง ทำให้เวียดนามกลายเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับต้นๆ ของโลก

เจ้าหน้าที่รัฐบางคนแย้งว่า การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการปลูกข้าวสามารถทดแทนการลดลงของแหล่งอาหารใดๆก็ตามได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการประมงไม่เห็นด้วยอย่างชัดแจ้ง พวกเขาบอกว่า ผลกระทบจากเขื่อนบนลำน้ำสายหลักที่มีต่อการทำประมงในแม่น้ำโขงจะทบทวีขึ้นเรื่อยๆ ไม่อาจเยียวยาให้กลับมาดีดังเดิม และส่งผลเสียหายอย่างมหาศาล ในแม่น้ำสายอื่นๆ ของภูมิภาคปริมาณปลาที่จับได้ลดลงระหว่างร้อยละ 30 ถึง 90 หลังเขื่อนสร้างเสร็จ และแม้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจะทำกันอย่างกว้างขวางแล้วตลอดลำน้ำโขง แต่ปลาเหล่านั้นก็เลี้ยงด้วยปลาเล็กปลาน้อยในธรรมชาติที่จับจากแม่น้ำ การเลี้ยงด้วยอาหารปลาสำเร็จรูปจากโรงงานหมายถึงต้นทุนที่สูงขึ้นจนไม่อาจแบกรับสำหรับผู้เลี้ยงส่วนใหญ่ ผู้คนจำนวนมากที่พึ่งพาการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรายย่อยมีแนวโน้มที่จะถูกผลักเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเงินสดโดยปราศจากทั้งเงินทุนหรือความรู้ที่จำเป็นต่อการอยู่รอด

แม่น้ำโขง
กัมพูชา: ปลาล้นทะลักจากโตนเลสาบอันอุดมไปด้วยสารอาหารในช่วงฤดูแล้ง เมื่อกระแสน้ำหลากของทะเลสาบแห่งนี้ล่าถอยลงสู่แม่น้ำโขง การสร้างเขื่อนอาจทำลายวัฎจักรน้ำหลากตามฤดูกาล ซึ่งเป็นรากฐานค้ำจุนการประมงอันเป็นแหล่งโปรตีนของชาวกัมพูชาจำนวนมาก

แม่น้ำโขงไม่ได้เป็นแหล่งพลังงานที่ปล่อยคาร์บอนต่ำเพียงแหล่งเดียวในภูมิภาคนี้ ประเมินกันว่าโครงการสร้างเขื่อน 11 แห่งบนลำน้ำสายหลักของแม่น้ำโขงตอนล่างอาจตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ราวร้อยละ 6-8 ภายในปี 2025 และผลการวิเคราะห์หลายชิ้นก็บ่งชี้ว่า มาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอื่นๆ อาจผลิตไฟฟ้าได้ในปริมาณพอๆกันหรือสูงกว่าโดยใช้ต้นทุนน้อยกว่า แต่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทางเลือกเหล่านั้นเพิ่งจะเริ่มพัฒนา สำหรับรัฐบาลกัมพูชาและลาวแล้ว ไฟฟ้าพลังน้ำเป็นสิ่งที่ทั้งคุ้นเคยและเข้าถึงได้ง่าย ทั้งยังมีมูลค่าสูงกว่าในฐานะสินค้าส่งออก

เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะใช้ประโยชน์จากพลานุภาพของแม่น้ำโขง พร้อมๆ ไปกับการพิทักษ์ความอุดมสมบูรณ์ของลำน้ำสายนี้เอาไว้ด้วย

เรื่อง มิเชลล์ ไนฮัส

ภาพถ่าย เดวิด กุทเทนเฟลเดอร์

 

อ่านเพิ่มเติม

ข้อเท็จจริงที่ต้องรู้กรณีเขื่อนลาวแตก

เรื่องแนะนำ

ข้าคือแม่น้ำ… แม่น้ำคือข้า – นิวซีแลนด์มอบสถานะบุคคลให้แม่น้ำของ ชาวเมารี

“แม่น้ำสายใหญ่ ไหลจากเทือกเขาลงสู่ทะเล ข้าคือแม่น้ำ แม่น้ำคือข้า” ด้วยคำกล่าวนี้ ชนเผ่าเมารีแห่งฟังกานุยในนิวซีแลนด์ประกาศสายสัมพันธ์ที่ไม่อาจตัดขาด ของตนกับแม่น้ำที่เปรียบดังบรรพชน แม่น้ำสายนี้เกิดจากทุ่งหิมะของภูเขาไฟสามลูกทางตอนกลางของเกาะเหนือ ชนเผ่าเมารีกลุ่มต่างๆ มีตำนานเล่าขานว่า น้ำตาหยดหนึ่งของนภบิดรหรือเทพแห่งท้องฟ้าตกลงสู่ตีนเขาลูกที่สูงที่สุดในบรรดาขุนเขาเหล่านี้ นั่นคือภูเขารัวพีฮูอันโดดเดี่ยว และแม่น้ำสายนี้จึงถือกำเนิดขึ้น แม่น้ำที่เอ่อท้นเพราะได้น้ำจากแควมากมายไหลคดเคี้ยวดุจปลาไหลแหวกว่ายผ่านแดน แห่งขุนเขา ตลอดระยะทาง 290 กิโลเมตรสู่ทะเล หากเดินทางตามถนนสูงชันเลียบแม่น้ำสายนี้ เราจะเห็นนักพายเรือแคนูลอยล่องไปตามช่วงที่นิ่งสงบของแม่น้ำ เป็นหนึ่งเดียวกับกระแสน้ำ กิ่งไม้ใบไม้ และฟองคลื่นขาว ก่อนจะจ้วงไม้พายลึกทะยานผ่านช่วงที่สายน้ำเชี่ยวกราก นี่คือแม่น้ำที่ชนพื้นเมืองแห่งฟังกานุยควบคุม ดูแล และพึ่งพามากว่า 700 ปี นี่คือ อาวาทูพัว แม่น้ำแห่งพลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา แต่เมื่อผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยุโรปมาถึงในช่วงกลางศตวรรษที่สิบเก้า อำนาจตามประเพณีของชนเผ่าต่างๆก็ถูกลดทอน และท้ายที่สุดก็สูญสิ้นไปด้วยกฎหมายของรัฐบาล นับแต่นั้น ชนพื้นเมืองได้แต่เฝ้ามองแม่น้ำของพวกเขาทรุดโทรมและถูกย่ำยี แก่งน้อยใหญ่ ถูกระเบิดเพื่อเปิดร่องน้ำให้เรือกลไฟของนักท่องเที่ยวแล่นได้สะดวกขึ้น และเปิดทางสู่การยึดครองที่ดินที่อยู่ลึกเข้าไป กรวดก้นแม่น้ำถูกขุดไปทำหินโรยทางรถไฟและทำถนน ที่น่าเศร้าที่สุดคือน้ำจากต้นน้ำถูกผันไปยังพื้นที่ลุ่มน้ำต่างๆในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ที่ขยายตัว ทำให้กระแสน้ำตามธรรมชาติในลำน้ำตอนบนแห้งเหือด ซึ่งถือเป็นการดูหมิ่นทางวัฒนธรรมอย่างถึงแก่น เพราะตามคติความเชื่อของเมารี หัวคือส่วนศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของบุคคล และสำหรับพวกเขา แม่น้ำสายนี้คือบุคคล เป็น ทูพูนา หรือบรรพบุรุษคนหนึ่งจริงๆ แต่เมื่อวันที่ 20 มีนาคม […]

การอนุรักษ์ : ความหวังใหม่ในโกรองกอซา

การอนุรักษ์: ความหวังใหม่ในโกรองกอซา สัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติโกรองกอซาซึ่งล้มตายไปมากในช่วงสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อนานหลายปี กำลังฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง อนาคตของสัตว์ป่าเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความพยายามใน การอนุรักษ์ ที่หยิบยื่นความหวังแก่ผู้คนในชุมชมที่อยู่รอบๆ ยามเช้าที่อบอุ่นปลายฤดูแล้งช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเหนือดงปาล์มในอุทยานแห่งชาติโกรองกอซา ประเทศโมซัมบิก ไมก์ พิงโก นักบินผู้ช่ำชองซึ่งพื้นเพ เป็นคนซิมบับเว ควบคุมคันบังคับ  ลูอิส แวนวิก ผู้เชี่ยวชาญด้านการจับสัตว์ป่าจากแอฟริกาใต้ โน้มตัวออกไปทางขวาด้านท้ายของตัวเครื่อง ในมือถือปืนยาวบรรจุลูกดอกยาสลบ  คนที่นั่งข้างพิงโกคือ โดมินิก กอนซาลเวซ นักนิเวศวิทยาสาวชาวโมซัมบิกซึ่งทำงานเป็นผู้จัดการช้างป่าของอุทยาน ปัจจุบัน โกรองกอซามีช้างป่าอาศัยอยู่กว่า 650 ตัวซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่ยุคสงครากลางเมืองในโมซัมบิก (ระหว่างปี 1977-1992) ซึ่งเป็นช่วงที่ช้างป่าถูกฆ่าเอางาและเนื้อเพื่อขายนำเงินไปซื้อปืนและเครื่องกระสุน เมื่อประชากรช้างฟื้นตัวขึ้น กอนซาลเวซจึงต้องการสวมปลอกคอจีพีเอสให้ช้างพังหรือช้างเพศเมียโตเต็มวัยตัวหนึ่งในแต่ละโขลงที่มีช้างพังเป็นจ่าโขลง กอนซาลเวซเลือกช้างเป้าหมายจากโขลงที่วิ่งอยู่ในดงปาล์ม พิงโกลดเพดานบินของเฮลิคอปเตอร์ลงเท่าที่จะไม่ชนต้นไม้  ช้างสิบตัวซึ่งประกอบด้วยเพศเมียโตเต็มวัย ลูกเล็กๆอยู่ข้างตัว และช้างวัยรุ่นที่อยู่ไม่ห่างพากันวิ่งเตลิดหนีเสียงอึกทึกของใบพัด แวนวิกซึ่งถูกบีบให้ยิงจากระยะไกลกว่าปกติ ยิงลูกดอกใส่ก้นขวาของตัวเมียที่เลือกไว้จนได้ พิงโกนำเครื่องลงจอด แล้วอีกสองคนก็ปีนลงจากเครื่อง ลุยฝ่ากอหญ้าที่ถูกเหยียบย่ำไปยังช้างพังที่นอนสลบไสล ครู่ต่อมา ทีมงานภาคพื้นดินมาถึงพร้อมอุปกรณ์ขนาดใหญ่ขึ้น ผู้ช่วยเทคนิค และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าติดอาวุธ  กอนซาลเวซแยงแท่งไม้เล็กๆ เข้าไปถ่างปลายงวงไว้เพื่อให้ช้างหายใจสะดวก ช้างนอนตะแคงขวา  เริ่มกรนเสียงดัง  เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเก็บตัวอย่างเลือดจากเส้นเลือดบนใบหูซ้าย  ขณะที่อีกคนหนึ่งช่วยแวนวิกคล้องปลอกคอลอดใต้คอ กอนซาลเวซใช้ก้านไม้พันสำลีเก็บตัวอย่างน้ำลายจากปากช้างและจากทวารหนัก  แล้วใส่ลงในขวดปิดฝาสองใบ  […]

10 อันดับสึนามิร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

คลื่นสึนามิรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เท่าที่เคยมีการบันทึกมานั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อ 14 ปีนี้เอง และประเทศไทยเราเองก็ได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวงด้วยเช่นกัน

คืนป่าให้ชีวิต ความสัมพันธ์ที่ไม่อาจตัดขาดของมนุษย์กับธรรมชาติ

เมื่อ 2559 ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยใจกลางกรุงเทพมหานคร หลังฟัง ดร. สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ ประธานมูลนิธิโลกสีเขียวนำเสนอชุดสไลด์เปิดงานประชุม “Rewilding Bangkok ฟื้นชีวิตป่าเมืองกรุง” เราเพิ่งเข้าใจถึงความเป็นมาของกรุงเทพมหานครย้อนกลับไปไม่ใช่แค่กว่า 200 ปีก่อน แต่เป็นเมื่อ 20,000 ปีที่แล้ว จะว่าไปก็ไม่ไกลเกินไป แต่ทำไมเราถึงไม่เคยสนใจมาก่อน  แผ่นดิน ทะเล แม่น้ำ และระดับน้ำเค็มน้ำจืดเปลี่ยนแปลงไปมาตามกาลเวลา ภาคกลางตอนล่างของไทยเคยถูกน้ำทะเลท่วมหลังสมัยน้ำแข็งถึงสุพรรณบุรี (เลยไม่แปลกที่กฤชจะคิดว่ากรุงเทพฯ มีดินเค็มที่ต้นขลู่ขึ้นได้) แถมไม่เคยคิดจินตนาการเลยด้วยว่า การเชื่อมต่อกันของแผ่นดินจากอินโดจีนยันบอร์เนียว จากแม่น้ำสยามโบราณถึงแม่น้ำโขง จะทำให้ไทยในปัจจุบันเป็นถิ่นอาศัยของปลาน้ำจืดหลากหลายเป็นอันดับ 9 ของโลก เฉพาะในแม่น้ำเจ้าพระยาปัจจุบันก็มีพันธุ์ปลามากถึง 280 ชนิด เรื่องที่ฟังแล้วตื่นเต้นที่สุดคือ ภายในเวลาไม่เกินสองศตวรรษจนมาถึง 50 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครหรือบางกอกเคยมีสัตว์ป่าชุกชุม  สังฆราชปาเลอกัวบันทึกไว้ในสมัยรัชกาลที่ 3 ว่า ชาวบ้านญวนสามเสนแขวนเนื้อจระเข้ขายราคาถูกกว่าเนื้อหมู  ช้างป่าถูกคล้องแถวบางซื่อ กวางทุ่งย่านมหานาคออกมากินหญ้าและถูกชาวบ้านตีด้วยไม้และใช้ปืนยิง กระเรียนขนาดใหญ่ยังมีให้เห็น จระเข้น้ำเค็มแถวบางนาเคยคาบคนไป  และมีบันทึกว่า เมื่อสัก 120 ปีก่อน สมันหรือกวางทุ่งที่พบในไทยเพียงแห่งเดียวในโลกยังมีอยู่อย่างชุกชุม แต่ถูกล่าอย่างหนัก และพอถึง พ.ศ. 2481 […]