เมื่อมนุษย์ริเอาชนะ "โลกร้อน" - National Geographic Thailand

เมื่อมนุษย์ริเอาชนะ “โลกร้อน”

ภาพถ่ายที่บอกเล่าการต่อสู้และการปรับตัวของมนุษย์ต่อภาวะโลกร้อน

เว็บไซต์ที่พูดถึงสาเหตุ และผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อนนั้นมีอยู่มากมาย แต่ข้อมูลเหล่านี้ไม่อาจสร้างความรับรู้ถึงสถานการณ์ได้อย่างแท้จริง

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของประชากรโลก เราสามารถทำอะไรได้บ้างในฐานะปัจเจกบุคคล เพื่อแก้ไขวิกฤติภาวะโลกร้อน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นั่นเป็นที่มาของแคมเปญ #MyClimateAction ในหัวข้อ Your Shot โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เพื่อหาคำตอบว่าผู้คนทั่วโลกนั้นมีวิธีการต่อสู้กับภาวะโลกร้อนในแบบของตนอย่างไร

ชายคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางกองขยะสูงตระหง่าน ในโรงรีไซเคิลขยะแห่งหนึ่งในเมือง Reggio Calabria ของอิตาลี โรงเก็บขยะเหล่านี้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1999 หลังไอเดียรีไซเคิลไม่ได้รับความนิยมในชุมชน ภาพถ่ายโดย Antonio Pellicano

 

ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างเมืองพาราณสี ในอินเดีย ชายสองคนช่วยกันทำความสะอาดแม่น้ำคงคาด้วยการเก็บขยะ สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวฮินดูนิยมมาประกอบพิธีกรรม แม่น้ำสายนี้หล่อเลี้ยงผู้คนมากกว่า 400 ล้านชีวิต ตั้งแต่ต้นสายจากภูเขาน้ำแข็ง ไปจนถึงปลายสายที่อ่าวเบงกอล ทั้งนี้แม่น้ำคงคาได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก
ภาพถ่ายโดย Sirsendu Gayen
ชายคนหนึ่งพายเรือที่เต็มไปด้วยกองขยะ ผ่านแม่น้ำสายหนึ่งในกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ ที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น และเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำท่วม อันเนื่องมาจากระบบการจัดการของเสียที่ไม่ได้คุณภาพ
ภาพถ่ายโดย Saiful Amin Kazal
ชาวนาปลูกพืชผักชนิดอื่นๆในไร่นาของเขา เพื่อผลผลิต และรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น และยังเป็นการอนุรักษ์ผืนดินของเขาไว้จากการถูกทำลายโดยการปลูกพืชเพียงชนิดเดียว
ภาพถ่ายโดย Jayson Berto
นักเคลื่อนไหวจากองค์กรกรีนพีชสวมชุดหมีขั้วโลก และกำลังโดยสารลิฟท์เพื่อเข้าร่วมการประชุม Oslo Energy Forum ในปี 2013 การประชุมเพื่อสิ่งแวดล้อมนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1973 ในขณะที่พลังงานอย่างน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติของนอร์เวย์บูมขึ้นมา ทั้งนี้ทีมนักเคลื่อนไหวทีมนี้ พวกเขามีแผนที่จะเผชิญหน้ากับผู้แทนจากบริษัทน้ำมัน ในแคมเปญ “Save the Arctic” ของกรีนพีช
ภาพถ่ายโดย Christian Aslund
อีวาน ผู้อยู่อาศัยตลอดปี ในเมืองอิลิมาแน็ค ของกรีนแลนด์ ดินแดนที่ได้ชื่อว่า “สถานที่แห่งความหวัง” ตัวเขาอาศัยอยู่ที่นี่มานานหลายสิบปี เมื่อช่วง 12 ปีก่อน ผู้คนจำนวนมากพากันย้ายหนีน้ำแข็ง เมื่อฤดูหนาวรุนแรงขึ้น แต่ทุกวันนี้อีวานกล่าวว่าไม่มีน้ำแข็งให้หนีอีกแล้ว
ภาพถ่ายโดย Nancy Forde
บ้านหลังเก่าหลังคาสีเขียวตั้งอยู่กลางทุ่งหญ้าในไอซ์แลนด์ หลังคาที่ถูกปกคลุมด้วยผืนหญ้านี้พิสูจน์แล้วว่าเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดีกว่าหิน หรือไม้ และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าอีกด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้แสดงให้เห็นถึงตัวอย่างของการปฏิวัติสีเขียวของสังคมเมืองในปัจจุบัน
ภาพถ่ายโดย Armando Froio
กังหันพลังงานลม และแผงพลังงานแสงอาทิตย์ในทะเลทรายโมฮาวี รัฐแคลิฟอร์เนีย จะมอบพลังงานสะอาดให้แก่ชาวสหรัฐ ภายในปี 2050 ทางการตั้งเป้าไว้ว่า 50% ของพลังงานทั้งหมดจะมาจากโซลาเซลล์ และพลังงานลม
ภาพถ่ายโดย Jassen T.National
ชายชาวจาการ์ต้า ในอินโดนีเซียไล่เก็บขยะพลาสติกออกจากคลองระบายน้ำ ภัยแล้ง, น้ำท่วม และการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล โดยการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำต่างๆมากขึ้น
ภาพถ่ายโดย Pradeer Raja
นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งยืนอยู่บนเรือสำรวจ Investigator โดยมีเป้าหมายเพื่อทำการสำรวจกระแสน้ำวนบริเวณมหาสมุทรใต้ นอกจากนั้นสถานที่แห่งนี้ยังเป็นบ้านของพวกเขา และลูกเรืออีกด้วยในการทำงานร่วมกัน และในฐานะที่ผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งของสต๊าฟ ทำไมผมถึงจะไม่ถ่ายภาพของพวกเขาเอาไว้ล่ะ?
ภาพถ่ายโดย Gloria Salgado Gispert

อ่านเพิ่มเติม : มหาสมุทรเป็นพิษ : ชมภาพถ่ายที่ช่วยย้ำเตือนถึงสถานะน่ากังวลของทะเลและมหาสมุทรในปัจจุบันลมฟ้าอากาศสุดขั้ว กำลังเกิด ต้องรับมือ และอยู่ให้ได้

เรื่องแนะนำ

เต่ามะเฟือง : บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่มีข่าวไหนน่ายินดีสำหรับคนรักษ์ทะเลและนักอนุรักษ์เท่ากับข่าวกำเนิดของลูกเต่ามะเฟืองรังที่สองจำนวน 35 ตัวที่ถูกสื่อสารออกไปทั่วประเทศ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสัตว์อะไรที่สามารถปลุกกระแสการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและระบบนิเวศชายฝั่งของประเทศไทยได้มากขนาดนี้ การกลับมาวางไข่ของเต่ามะเฟืองครั้งแรกในรอบกว่า 5 ปี นับเป็นข่าวสำคัญของการอนุรักษ์ทะเลไทยในรอบหลายปี

การปิดเขาเอเวอเรสต์จากโควิด-19 ก่อให้เกิดความกังวลครั้งใหญ่ของชาวบ้าน

จีนและเนปาลยกเลิกฤดูปีนเขาจากทั้งสองด้านของเขาเอเวอเรสต์ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่จะไม่มีใครได้ ปีนเขาเอเวอเรสต์ ที่สูงที่สุดในโลกลูกนี้หลังจากแผ่นดินครั้งใหญ่ใกล้ยอดเขาในปี 2015 ภาพถ่ายโดย RENAN OZTURK, NATIONAL GEOGRAPHIC เพราะการยกเลิกฤดูปีนเขาเอเวอเรสต์ เนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนาส่งผลต่อเศรษฐกิจอันเปราะบางของเนปาลเป็นอย่างมาก นักปืนเขาในพื้นที่สูงถือเป็นกลุ่มที่มีความฟิตและสุขภาพที่ดีในบรรดาประชากรที่อยู่บนโลก และสิ่งที่พวกเขาตามหา มักจะอยู่ห่างไกลจากพื้นที่ศิวิไลซ์ อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงผลร้ายที่ตามมาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้เกิดการจำกัดการท่องเที่ยวและมาตรการกักกันผู้คนทั่วโลก เมื่อวันที่ 11 มีนาม สมาคมปีนเขาแห่งจีนทิเบต (China Tibet Mountaineering Association – CTMA) องค์กรที่รับผิดชอบเรื่องการอนุญาตการท่องเที่ยวและปีนเขาทั่วพื้นที่ที่ราบสูงทิเบตได้ออกมาประกาศว่าจะไม่อนุญาตให้มีการปีนเขาเอเวอร์เรสต์จากพื้นที่ควบคุมของจีนทางตอนเหนือของภูเขาในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ ต่อจากการประกาศจากจีน เนปาลก็ได้มีการประกาศในช่วงกลางดึกของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า จะยกเลิกการปีนเขาช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ทั้งหมด รวมไปถึงการปีนเขาเอเวอเรสต์ นอกจากนี้ รัฐบาลเนปาลได้หยุดการออก Visa On Arivrial ให้กับนักท่องเที่ยวเป็นการชั่วคราว โดยการระงับวีซ่านี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน การท่องเที่ยวภูเขา (Mountain tourism) เป็นหนึ่งในเสาหลักทางเศรษฐกิจของเนปาล บรรดานักปีนเขาเอเวอเรสต์มีส่วนในการใช้จ่ายเงินกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9,600 ล้านบาท) […]

ทำไมหลายคนเลือกสร้างบ้านใกล้ภูเขาไฟ?

มันดูแปลกที่ผู้คนจำนวนหนึ่งเลือกสร้างบ้านใกล้เขตภูเขาไฟ เพราะฝนกรดและลาวาอาจโปรยปรายลงมาพวกเขาและครอบครัวได้ทุกเมื่อ แต่ท่ามกลางอันตรายก็ยังมีข้อดีเช่นกัน

วาด ต้นไม้ จากความทรงจำ

คนเมืองกรุงอย่างผมไม่ใส่ใจ ต้นไม้ มากนักตราบใดที่ต้นไม้เหล่านั้นไม่ใช่ต้นไม้หน้าบ้านเราเอง การได้เห็นต้นไม้ถูกตัดจนด้วนหรือแหว่งกลับกลายเป็นภาพชินตา “เดี๋ยวมันก็งอก” เราบอกกับตัวเองเช่นนั้น ผมเพิ่งมารับรู้ถึงความเจ็บใจก็เมื่อตอนที่พบว่าต้นไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้ามหน้าปากซอยบ้านอาจจะไม่มีวันแตกกิ่งใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว ต้นไม้ต้นนี้ยืนต้นมานานแค่ไหนไม่มีใครทราบ แต่ทุกคนเพิ่งมาเริ่มเห็นคุณค่าของมันก็ตอนที่พระอาทิตย์ยามบ่ายสาดแสงลงมายังบรรดาพ่อค้าแม่ค้ากับลูกค้าที่กำลังรับประทานอาหารในบริเวณนั้น เนื่องจากไม่มีกิ่งไม้ใหญ่คอยบังให้ร่มเงาอีกต่อไป ถ้าต้นไม้เลือกสถานที่อยู่อาศัยได้ คงไม่มีต้นไม้ต้นไหนอยากที่จะเกิดหรือเติบโตในฐานะต้นไม้ในเมือง อันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตใดๆ ที่ด้านล่างรากของมันต้องเผชิญกับฟุตบาทแข็งๆ หรือท่อระบายน้ำ บางต้นโชคร้ายกว่านั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตัดสินใจเทปูนล้อมรอบ ในขณะที่ด้านบนกิ่งก้านของมันถูกตัดทิ้งได้ทุกเมื่อหากเติบโตแผ่ขยายจนไปกินพื้นที่ของสายไฟ นั่นจึงทำให้ชาวกรุงอย่างผมชินตากับภาพของต้นไม้ที่ถูกตัดจนเหี้ยนเหล่านี้ เคราะห์ดีบางต้นรอดและยังคงเติบโตแตกกิ่งก้านสาขาออกไปได้ แม้จะไม่แข็งแรงเหมือนเดิมก็ตาม ในขณะที่บางต้นกลับไม่โชคดีเช่นนั้น การตัดต้นไม้โดยขาดองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งผลให้พวกมันกลายเป็นต้นไม้พิการ ซึ่งในที่สุดแล้วต้นไม้เหล่านี้จะเติบโตช้าลงๆ อันเป็นผลมาจากใบและรากที่ไม่แข็งแรง ทำให้รับส่งอาหารและพลังงานได้ไม่เพียงพอ เมื่อต้นไม้อ่อนแอลงเรื่อยๆ ในที่สุดมันจะตายกลายเป็นแค่ซากไม้ยืนต้น หากบรรดาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงตัดต้นไม้อย่างขาดความรู้เช่นนี้ทุกปี ภาพถ่ายชุดนี้ได้แนวคิดมาจากการรำลึกถึงอดีตของต้นไม้เหล่านั้น ก่อนที่จะถูกตัด หรือบั่นกิ่ง ต้นไม้พิการที่กุดแหว่ง หรือบิดเบี้ยวเหล่านี้ เคยมีหน้าตาเป็นอย่างไร? แผ่กิ่งก้านสาขายิ่งใหญ่ขนาดไหน? มีดอกหรือไม่? ด้วยความช่วยเหลือจากผู้คนในพื้นที่นั้นๆ คอลัมน์ “The Perspective” เดินเท้าออกสำรวจต้นไม้พิการหลายจุดในเมืองกรุง และขอให้พวกเขาช่วยวาดมันขึ้นมาอีกครั้งจากความทรงจำ 1. สากล จงนิรักษ์ วินมอเตอร์ไซต์ประจำอยู่ที่วินหน้าห้างเซ็นจูรี่มานานกว่า 10 ปี เล่าให้ฟังว่า เห็นต้นไม้ต้นนี้มาตั้งแต่วันแรกของการทำงาน แต่ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์อายุกว่าทศวรรษต้นนี้กลับต้องถูกตัดจนกุดอีกครั้ง เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา […]