ลุ่ม แม่น้ำโขง กำลังอยู่ในภาวะแห้งแล้งขั้นอันตราย - National Geographic Thailand

ลุ่ม แม่น้ำโขง กำลังอยู่ในภาวะแห้งแล้งขั้นอันตราย

ชาวประมงบนริมฝั่ง แม่น้ำโขง ที่จังหวัดหนองคาย ประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา ภาพถ่ายโดย SOE ZEYA TUN, REUTERS


แม่น้ำโขง สายนี้หล่อเลี้ยงอารายธรรมมาเป็นเวลานับพันปี ขณะนี้กำลังแห้งแล้ง และไม่อาจทนกับการจู่โจมการจากการก่อสร้างเขื่อน การทำประมงเกินขนาด และการขุดทราย (sand mining) ได้อีกต่อไป

กรุงพนมเปญ, กัมพูชา – เป็นเวลาหลายเดือนมาแล้วที่บรรดาโลมาอิรวดี (Irrawaddy dolphin) ว่ายน้ำมาติดตาข่ายดักปลาของชาวประมงซึ่งถูกพบเห็นในแม่น้ำโขงที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤต เป็นจุดที่ห่างจากแหล่งอาศัยดั้งเดิมทางตอนเหนือของกัมพูชา นักอนุรักษ์ธรรมชาติต่างพยายามช่วยเหลือบรรดาสัตว์ที่กำลังสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในแม่น้ำแห่งนี้แม้จะต้องแข่งกับเวลาที่กำลังหมดลง

สำหรับชาวกัมพูชา โลมามีบทบาทในเชิงเปรียบเทียบตามความเชื่อ มันแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติของลำน้ำโขง ชะตาชีวิตของปลาเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความสมดุลของธรรมชาติ แม่น้ำโขงก็เช่นกัน สัญญาณเหล่านี้กำลังแสดงให้เห็นว่า แม่น้ำที่ได้ชื่อว่ามีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกกำลังอยู่ในภาวะที่บีบคั้นในระดับลุ่มแม่น้ำ

เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่วิกฤตสิ่งแวดล้อมกำลังปรากฏขึ้นลางๆ ในเส้นทางน้ำที่มีความยาวกว่า 4,300 กิโลเมตร และไหลผ่านถึง 6 ประเทศ แม่น้ำโขงไม่อาจทนกับการจู่โจมการจากการก่อสร้างเขื่อน การทำประมงเกินขนาด และการขุดทรายได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ในภาวะอ่อนแอ แม่น้ำสายนี้ก็ยังคงทรงพลังเนื่องจากมีผู้คนกว่า 60 ล้านคนที่ยังคงพึ่งพิงแม่น้ำสายนี้ในการหล่อเลี้ยงชีวิต

แต่ในปี 2019 สิ่งต่างๆ เริ่มย่ำแย่ เริ่มจากวิกฤตฝนมรสุมที่ไม่ตกต้องตามฤดูกาลในช่วงเดือนพฤษภาคม ภาวะแห้งแล้งเกิดขึ้นในภูมิภาค ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงต่ำที่สุดในรอบ 100 ปี และเมื่อฝนมาถึง ก็ไม่ได้ยาวนานดังเช่นที่เคยเป็น ภาวะแห้งแล้งจึงยังดำเนินต่อไป

แม่น้ำโขง, เขื่อนแม่น้ำโขง
จุดสีเหลืองที่ปรากฎในแผนที่เป็นสัญลักษณ์แทนเขื่อนบนแม่น้ำโขงหรือลำน้ำสาขา

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีหลายสิ่งแปลกๆ เกิดขึ้น บางแห่งทางตอนเหนือแม่น้ำ สายน้ำอันยิ่งใหญ่ไหลช้าลงจนอยู่จนอยู่ในภาวะที่ไหลเอื่อยๆ สีของแม่น้ำเปลี่ยนคล้ายเป็นลางบอกเหตุความผิดปกติและเริ่มเต็มไปด้วยกลุ่มสาหร่ายที่กระจายตัว จำนวนปลาที่อาศัยอยู่พื้นล่างซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลกลดลง ซ้ำร้าย ปลาที่จับได้ก็มีขนาดเล็กจนทำได้เพียงแค่นำไปใช้เลี้ยงปลาตัวอื่นๆ เท่านั้น

“ทุกที่ที่คุณมองต่างเป็นตัวชี้วัดว่าแม่น้ำแห่งนี้ ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงชีพผู้คนมากมายเป็นเวลานาน กำลังอยู่ในจุดแตกหักครับ” เซ็บ โฮแกน นักมีนวิทยา (fish biologist) แห่งมหาวิทยาลัยเนวาดา เรโน และนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กล่าว

และในขณะนี้ แม่น้ำโขงกำลังเข้าสู่สภาวะที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

กระแสน้ำธรรมชาติถูกขัดขวาง

แม่น้ำโขงมีจุดกำเนิดจากที่ราบสูงธิเบตอันหนาวเย็นไหลผ่านหุบเขาลึกในจีน หรือที่รู้จักกันในนามลุ่มน้ำตอนบน (upper basin) ไหลลงมายังประเทศที่อยู่ตามลุ่มน้ำตอนล่าง (lower basin) เช่นเมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา ก่อนแตกสาขาเป็นแม่น้ำสายย่อยไปพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำอันกว้างใหญ่ที่เวียดนามและไหลลงสู่ทะเลจีนใต้

แม่น้ำแห่งนี้เป็นบ้านของปลานับพันสายพันธุ์ สายน้ำที่ไหลในช่วงฤดูน้ำหลากก่อให้เกิดแหล่งที่อยู่อาศัยสมบูรณ์แบบของบรรดาปลาและนกน้ำ และพัดพาตะกอนที่สำคัญไปตามพื้นที่เกษตรกรรมตามแม่น้ำ

แต่การไหลของแม่น้ำตามธรรมชาติดังกล่าวกำลังถูกขัดขวาง เนื่องจากผลกระทบจากการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ปัญหาชัดเจนขึ้น

ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากเขื่อนบนแม่น้ำโขง 11 แห่งที่ดำเนินการโดยประเทศจีน โดยในช่วงหน้าแล้งสุดขั้ว เช่นในตอนนี้ที่เขื่อนเหล่านี้กั้นน้ำมากกว่า 12 ล้านล้านแกลลอน นับเป็นปัจจัยขัดขวางการไหลของน้ำไปยังพื้นที่เบื้องล่างอย่างรุนแรง

“เมื่อมีภาวะแห้งแล้ง จีนก็ควบคุมการไหลของน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ไบรอัน อีย์เลอร์ (Brian Eyler) ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งศูนย์สติมสันในวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าว

(เชิญชมวิดีโอ 90 วันใน 90 วินาที: วิถีชีวิตในแม่น้ำโขง โดย เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้ที่นี่)

ทั้งชาวประมงและชาวนาในภาคเหนือของประเทศไทยต้องจัดการกับความผันผวนของกระแสน้ำอย่างรุนแรงเนื่องจากเขื่อนเหล่านี้เป็นผู้กำหนดในการกักเก็บหรือปล่อยน้ำ โดยการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เป็นอันตรายต่อการอพยพของปลา นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของน้ำอย่างรวดเร็วมักกวาดเอาพืช สัตว์ อุปกรณ์ และขัดขวางเศรษฐกิจในพื้นที่ชนบท

เมื่อเร็วๆ นี้ สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น หลังจากที่เขื่อนจิ้งหงของจีนปรับลดการระบายน้ำครึ่งหนึ่งในช่วงการทดสอบเขื่อน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำลดลง โขดหินสันดอนทรายในแม่น้ำโขงโผล่ขึ้นจนมองเห็นได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมยังเกิดขึ้นจากโครงการสร้างเขื่อนของประเทศลาวที่กำลังวาดฝันตัวเองให้เป็นแบตเตอรีแห่งเอเชียโดยการสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำนับร้อยแห่งในปีที่จะถึงนี้ หลังจากที่มีเขื่อนปฏิบัติการอยู่แล้วกว่า 60 แห่งตามลำน้ำสาขาในแม่น้ำโขง

ชีพจรลำน้ำอันรวยริน

นอกจากเรื่องเขื่อน ยังมีการศึกษาพบว่าแม่น้ำโขงกำลังพบเจอผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะแห้งแล้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้เกิดจากภาวะเอลนีโญ ซึ่งก่อให้เกิดความแห้งในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น

และเมื่อพูดถึงเรื่องการทำประมง ไม่มีประเทศใดที่รู้สึกร้อนรนได้เท่ากัมพูชาซึ่งเป็นที่ตั้งและทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างโตนเลสาบ โดยปกติ เมื่อฤดูฝนมาถึง โตนเลสาบซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำโขงจะขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของปลา และมีบทบาทสำคัญในด้านการค้า ในทุกปีจะมีการจับปลาในทะเลสาบแห่งนี้มากถึง 500,000 ตัน มีจำนวนมากกว่าปลาที่จับได้จากพื้นที่แม่น้ำและทะเลสาบทั่วทั้งทวีปอเมริกาเหนือรวมกัน

แม่น้ำโขง
ภาพถ่ายทางอากาศที่ถ่ายเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2019 แสดงให้เห็นถึงแม่น้ำโขงในจุดที่ห่างจากเขื่อนไซยะบุรีในประเทศลาวประมาณ 297 กิโลเมตร กระแสน้ำร่องสายน้ำที่แห้งขอดที่มาจากเขื่อนก่อให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงจากบรรดานักอนุรักษ์และชาวบ้านที่พึ่งพาความหลากหลายของระบบนิเวศเพื่อผลิตอาหารและดำรงวิถีชีวิต ภาพถ่ายโดย SUCHIWA PANYA, AFP/GETTY IMAGES

อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะแห้งแล้งของแม่น้ำโขงทำให้ระดับที่มายังโตนเลสาบมาช้า และในเวลาต่อมาก็ลดลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเกิดการตายของฝูงปลามหาศาลที่เกิดจากน้ำที่ตื้นเขินและออกซิเจนในน้ำที่มีไม่เพียงพอ จึงทำให้มีการคาดการณ์ว่าจำนวนปลาที่จับลงได้อาจลดลงมากถึงร้อยละ 90 ซึ่งถ้าสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ จะไม่มีโอกาสในการจับปลาเพื่อการบริโภคของมนุษย์อีกต่อไป รวมถึงกิจการประมงโดยชาวบ้านที่อยู่รอบทะเลสาบจะต้องปิดตัวลงเช่นกัน

โดยอีย์เลอร์กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดสำหรับเขาคือการขาดแคลนอาหารที่สำคัญในโตนเลสาบ “โดยปกติแล้ว การจับปลาในพื้นที่ทะเลสาบขนาดใหญ่ของโลกแห่งนี้เป็นแหล่งโปรตีนโดยส่วนใหญ่ของประชากรกัมพูชาที่มีอยู่กว่า 16 ล้านคน ราคาของปลาตามท้องตลาดในกัมพูชากำลังพุ่งทะยาน และวิกฤตทางอาหารอาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลาครับ” เขากล่าว

ความพยายามของภูมิภาคเพื่อรักษาอนาคตของลำน้ำโขง

ในขณะที่ไทยกำลังได้รับการเตือนเรื่องการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงในเดือนที่กำลังจะมาถึง กัมพูชาอาจพบเจอกับการขาดแคลนอาหารครั้งใหญ่ ที่เวียดนามก็กำลังกังวลถึงสภาวะที่กำลังเกิดขึ้นในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ในที่แห่งนั้น ชายฝั่งที่กำลังยุบตัวซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการขุดทราย ซึ่งทำให้บ้านหลายหลังและถนนกำลังทรุดตัว จนทำให้มีการประกาศภาวะฉุกเฉินใน 6 จังหวัด

อีย์เลอร์กล่าวว่าผู้มีอำนาจในภูมิภาคต่างไม่ตระหนักถึงความเลวร้ายของสถานการณ์นี้ “บรรดารัฐบาลลุ่มแม่น้ำโขงไม่ตอบสนองในการเข้าใจปัญหาที่กำลังมาถึงและทำงานร่วมกันเพื่อบรรเทาความเสี่ยงและการฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วเพียงพอ”

ด้านโฮแกนเชื่อว่าจะต้องเปลี่ยนลำดับความสำคัญทางเศรษฐกิจเพื่อให้แม่น้ำโขงอยู่รอด “แม่น้ำสายนี้เปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชน์ของคนที่เห็นมันว่าเป็นแหล่งผลิตพลังงาน” เขากล่าวและเสริมว่า “สิ่งนี้ต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อให้อาหาร ความอุดมสมบูรณ์ และระบบนิเวศ เกิดขึ้นได้จากการให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นต่อแม่น้ำที่มีคุณภาพ เชื่อมต่อกัน และไหลรินได้อย่างอิสระครับ”

และดูเหมือนว่านักอนุรักษ์ธรรมชาติเองก็มีความเห็นว่ายังไม่สายเกินไปที่จะรักษาแม่น้ำโขงไว้ “เราต่างเห็นว่าแม่น้ำโขงกำลังบาดเจ็บ และความเสียหายกำลังจะเพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่” เพียรพร ดีเทศน์ ผู้ประสานงานโครงการรณรงค์ในไทยขององค์กร International Rivers กล่าวและเสริมว่า “แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นใกล้ตาย คุณค่าระบบนิเวศของแม่น้ำโขงอันประเมินค่ามิได้สามารถทำให้ฟื้นฟูและกลับมาเป็นยังเดิมเพื่อให้ภูมิภาคเกิดความยั่งยืนค่ะ”

เรื่อง STEFAN LOVGREN


อ่านเพิ่มเติม ระดับน้ำแม่น้ำโขงต่ำที่สุดในรอบ 100 ปี และส่งผลสะเทือนใหญ่หลวงต่อธรรมชาติ

แม่น้ำโขง

เรื่องแนะนำ

สำรวจโลก : ปลูกเพื่อสันติ

เรื่อง นีนา สตรอคลิก ไนจีเรียเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดของแอฟริกาที่ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ แม้จะมีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่า 35 ล้านตารางกิโลเมตรก็ตาม และต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารอย่างหนัก ในแต่ละปีมีหนุ่มสาวชาวไนจีเรียกว่าสองล้านคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่ต้องเผชิญกับอัตราการว่างงานในคนหนุ่มสาวที่สูงถึงร้อยละ 25 กลุ่มหัวรุนแรงอย่างโบโกฮารามจึงเกณฑ์กำลังพลจากกลุ่มประชากรที่มีพลังเหลือล้นทว่าไร้งานทำ การสนับสนุนให้คนหนุ่มสาวลุกขึ้นมาจับจอบเสียมแทนที่จะเป็นอาวุธจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่ “คนหนุ่มสาวตกงานกับกลุ่มก่อการร้ายก็เหมือนออกซิเจนกับไฟยังไงยังงั้นเลยครับ” โคลา มาชา ผู้ประกอบการชาวไนจีเรีย-อเมริกัน บอก “ทำไมคนที่คับข้องใจกลุ่มเล็กๆ ถึงลุกขึ้นมาจัดตั้งกองทัพเล็กๆ ได้ นั่นเป็นเพราะคนหนุ่มสาวมีโอกาสทางเศรษฐกิจจำกัดจำเขี่ยอย่างไรละครับ” มาชาดำเนินโครงการชื่อบับบันโกนา (Babban Gona) แปลว่า ไร่นายิ่งใหญ่ (Great Farm) โดยมีเป้าที่จะยกระดับฐานะของเกษตรกรที่ทำไร่นาขนาดเล็กให้พ้นจากระดับพอยังชีพ โดยจะเน้นไปที่การเพิ่มผลผลิตและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดที่ให้ราคาสูงกว่าเดิมได้ การลงทุนในภาคเกษตรเป็นรูปแบบของความช่วยเหลือจากต่างชาติที่บรรเทาความขัดแย้งได้ดีที่สุด ในขณะที่ความช่วยเหลือรูปแบบอื่นๆ อาจส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายลงได้ เอดวิน ไพรซ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทกซัสเอแอนด์เอ็ม ด้านความขัดแย้งและการพัฒนาบอก โครงการอย่างบับบันโกนาจึงเริ่มเปิดตัวทั่วทั้งทวีปและธนาคารพัฒนาแอฟริกา (African Development Bank) ซึ่งใช้โครงการนี้เป็นต้นแบบก็ตั้งเป้าที่จะสร้างงานในภาคธุรกิจการเกษตรสำหรับคนหนุ่มสาวใน 30 ประเทศให้ได้ 1.5 ล้านตำแหน่งภายในระยะ เวลาห้าปีข้างหน้า   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก : สาหร่ายทะเลกำลังมาแรง, สำรวจโลก : เพราะน้ำคือชีวิต

โรคระบาด : ราคาจากการทำร้ายธรรมชาติ

การระบาดใหญ่ ของ โรคระบาด ไปทั่วโลกครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การที่เราสร้างความเสียหายต่อโลกได้บั่นทอนพลังของธรรมชาติในการปกป้องเราจากโรคภัยไข้เจ็บ จากเมืองอู่ฮั่นในจีน “ตลาดสด” ที่เนื้อสัตว์ถูกชำแหละเดี๋ยวนั้น และสัตว์ป่าเป็น ๆ ถูกขายเป็นอาหารและยา ไวรัส อาจถูกส่งต่อผ่านทางสัตว์ป่าสู่มนุษย์ในช่วงปลายปี 2019 และภายในไม่กี่เดือน โรคระบาด อย่าง โควิด-19 ก็ทำให้ โฮโม เซเปียนส์ ผู้ล่าที่เหนือกว่าใคร ๆ พากันล้มตายเป็นเรือนแสน การระบาดใหญ่ทั่วโลกครั้งนี้คือข้อพิสูจน์สำหรับบางสิ่งที่ผมเชื่อมั่นอย่างไม่ต้องสงสัย นั่นคือความหลากหลายทางชีวภาพเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพของมนุษย์ และถึงที่สุดแล้ว คือความอยู่รอดของมนุษย์นั่นเอง ผู้คนรับไวรัสและแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่าง ๆ จากการสัมผัสกับสัตว์ป่ามานานนับพัน ๆ ปี เมื่อมนุษย์รุกลํ้าเบียดเบียนถิ่นอาศัยในธรรมชาติ แย่งนํ้า อาหาร และดินแดนจากสัตว์ต่างๆ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสของการสัมผัสทางกายภาพ และนำไปสู่ความขัดแย้งมากกว่าเดิม เช่นเดียวกับการระบาด การศึกษาชิ้นหนึ่งในปี 2020 สำรวจความเกี่ยวข้องระหว่างความชุกชุม (abundance) ของชนิดพันธุ์ที่เป็นพาหะของไวรัสที่ทำให้เกิดโรครับจากสัตว์ (zoonotic disease) และความเป็นไปได้ที่จะแพร่กระจายสู่มนุษย์ นักวิจัยกลับไปค้นคว้าผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จนได้ข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน 142 ชนิด และพบว่าสัตว์จำพวกหนู ไพรเมตและค้างคาว เป็นพาหะของไวรัสเหล่านี้มากกว่าชนิดพันธุ์อื่น ๆ […]

งานวิจัยเผย ขณะนี้โลกใช้พลังงานฟอสซิลมากเกินกว่าจะลดโลกร้อนได้สำเร็จ

งานวิจัยชิ้นใหม่พบว่า โลกต้องปลดระวางโรงไฟฟ้าและโรงงานถ่านหินจำนวนมาก เพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยของอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ตามที่ตั้งเป้าไว้ มีงานวิจัยฉบับใหม่ระบุว่า ณ ขณะนี้ โลกของเรามีโรงงานไฟฟ้า โรงงาน ยานพาหนะ และอาคารที่อาศัย พลังงานฟอสซิล อยู่มากมาย ถ้าสถานที่เหล่านี้ยังคงใช้พลังงานฟอสซิลอย่างเช่นทุกวันนี้ไปเรื่อยๆ อุณหภูมิของโลกจะสูงเกินความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้โลกได้รับอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ งานวิจัยฉบับนี้ยังให้แนวทางว่า เพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยของอุณหภูมิโลกไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส ไม่เพียงแต่โลกของเราต้องยุติการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใดๆ ที่มีการใช้ พลังงานฟอสซิล เท่านั้น แต่โรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานฟอสซิลที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้จำเป็นต้องปิดลงโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีแผนหรือการดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานฟอสซิลอยู่อีกมากมาย “งานวิจัยของเรานั้นง่ายมาก” สตีเวน ดาวิส จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ไอร์วีน ผู้เขียนร่วมงานวิจัยฉบับนี้ที่เผยแพร่ลงในนิตยสาร Nature กล่าวและเสริมว่า “ เราอยากรู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่มีการสร้างโรงงานเชื้อเพลิงเผาไหม้ฟอสซิลดังเช่นในช่วงปี 2018 ที่ผ่านมา ” เพื่อตอบคำถามนี้ ดาวิสและผู้ร่วมงานวิจัยได้ตรวจสอบการปล่อยก๊าซของไฟฟ้า, แหล่งพลังงาน, การจราจรขนส่ง, ที่พักอาศัย และโครงสร้างพื้นฐานเชิงพาณิชย์ ของปี […]

พลังของรัฐบาลและชาวบาหลี จากชายหาดที่ปนเปื้อนที่สุด สู่การเป็นเกาะสวรรค์ไร้ขยะพลาสติกภายในปี 2025

พลังประชาชน : เมื่อชาวเกาะบาหลีสร้างเครื่องมือใหม่ๆ ในการจัดการขยะพลาสติกด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้คน แม้ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย จะได้รับการขนานนามว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีความสวยงามมาอย่างยาวนาน แต่ในขณะนี้ บาหลีกำลังเผชิญปัญหาขยะพลาสติกที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานในการจัดการขยะ พฤติกรรมการใช้ขวดและถุงพลาสติกในระหว่างการท่องเที่ยวที่ฝังรากลึก และขาดความตระหนักรู้ในวงจรขยะพลาสติกเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาก่อนการทิ้ง การลงสู่ทะเล และได้รับการเก็บขึ้นมาในฐานะขยะชายหาดอีกครั้ง เมื่อ 6 ปีที่แล้ว งานวิจัยจากนิตยสาร Science เรื่อง 20 อันดับประเทศที่มีการจัดการขยะย่ำแย่ระบุว่า อินโดนีเซียอยู่อันดับที่ 2 (อันดับที่ 1 คือจีน) ซึ่งทางรัฐบาลอินโดนีเซียได้ยอมรับเช่นกันว่า ขยะพลาสติกโดยส่วนใหญ่ไม่ได้รับการจัดการที่ดีพอ แต่ปัจจุบันทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป National Geographic Thailand ชวนคุณมุ่งหน้าสู่ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเรียนรู้สิ่งที่ เกาะบาหลี พยายามทำเพื่อรักษาชื่อเสียงของชายหาดอันเก่าแก่และปกป้องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเกาะเอาไว้ พลังเมื่อภาครัฐขยับตัว ในปี 2018 อินโดนีเซียมีนักท่องเที่ยวมาเยือนกว่า 15.8 ล้านคน โดยมี 6.8 ล้านคนที่เลือกไปบาหลี ซึ่งมีสถิติที่นักท่องเที่ยวได้ผลิตขยะโดยเฉลี่ย 1.7 กิโลกรัม/คน/วัน ในขณะที่ชาวบ้านผลิตขยะอยู่ที่ 0.5 กิโลกรัม/วัน […]