พลังของรัฐบาลและชาวบาหลี จากชายหาดปนเปื้อน สู่การเป็นเกาะสวรรค์ไร้ขยะพลาสติกภายในปี 2025

พลังของรัฐบาลและชาวบาหลี จากชายหาดที่ปนเปื้อนที่สุด สู่การเป็นเกาะสวรรค์ไร้ขยะพลาสติกภายในปี 2025

พลังประชาชน : เมื่อชาวเกาะบาหลีสร้างเครื่องมือใหม่ๆ ในการจัดการขยะพลาสติกด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้คน

แม้ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย จะได้รับการขนานนามว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีความสวยงามมาอย่างยาวนาน แต่ในขณะนี้ บาหลีกำลังเผชิญปัญหาขยะพลาสติกที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

สาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานในการจัดการขยะ พฤติกรรมการใช้ขวดและถุงพลาสติกในระหว่างการท่องเที่ยวที่ฝังรากลึก และขาดความตระหนักรู้ในวงจรขยะพลาสติกเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาก่อนการทิ้ง การลงสู่ทะเล และได้รับการเก็บขึ้นมาในฐานะขยะชายหาดอีกครั้ง

นักท่องเที่ยวขี่ม้าผ่านชายหาด Kedonganan ทุกปีในช่วงหน้าฝน นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม จะมีขยะหลายตันเกยขึ้นฝั่ง ทำให้ฤดูนี้มีอีกหนึ่งชื่อเล่นว่า ฤดูขยะ

เมื่อ 6 ปีที่แล้ว งานวิจัยจากนิตยสาร Science เรื่อง 20 อันดับประเทศที่มีการจัดการขยะย่ำแย่ระบุว่า อินโดนีเซียอยู่อันดับที่ 2 (อันดับที่ 1 คือจีน) ซึ่งทางรัฐบาลอินโดนีเซียได้ยอมรับเช่นกันว่า ขยะพลาสติกโดยส่วนใหญ่ไม่ได้รับการจัดการที่ดีพอ แต่ปัจจุบันทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป

National Geographic Thailand ชวนคุณมุ่งหน้าสู่ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเรียนรู้สิ่งที่ เกาะบาหลี พยายามทำเพื่อรักษาชื่อเสียงของชายหาดอันเก่าแก่และปกป้องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเกาะเอาไว้

พลังเมื่อภาครัฐขยับตัว

ในปี 2018 อินโดนีเซียมีนักท่องเที่ยวมาเยือนกว่า 15.8 ล้านคน โดยมี 6.8 ล้านคนที่เลือกไปบาหลี ซึ่งมีสถิติที่นักท่องเที่ยวได้ผลิตขยะโดยเฉลี่ย 1.7 กิโลกรัม/คน/วัน ในขณะที่ชาวบ้านผลิตขยะอยู่ที่ 0.5 กิโลกรัม/วัน

มีเพียงขยะจำนวนครึ่งหนึ่งในบาหลีที่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ส่งผลให้มีขยะพลาสติกราว 33,000 ตันอยู่ในทะเลทุกปี โดยในทุกวันมีขยะเกิดขึ้น 4281 ตัน/วัน มีเพียงร้อยละ 48 เท่าที่ได้รับการจัดการโดยวิธีการฝังกลบและนำกลับไปใช้ใหม่

เกาะบาหลี, ป่าชายเลน, ขยะ
ป่าชายเลนใกล้กับตาฮูรางูราห์ไร เต็มไปด้วยขยะพลาสติก

หมู่เกาะบาหลีจึงมีความพยายามในการจัดการปัญหาเรื่องปัญหาพลาสติก ซึ่งเริ่มปรากฏผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยในปลายปี 2018 วายัน คอสเตอร์ ผู้ว่าราชการของเกาะบาหลีประกาศห้ามการใช้ถุงพลาสติก, พลาสติกประเภทโพลีสไตรีน (Polystyrene) และหลอดพลาสติกบนเกาะ

และรัฐบาลอินโดนีเซียก็ให้คำมั่นว่า จะลดขยะพลาสติกในทะเลให้ได้ร้อยละ 70 ภายในปี 2025 นอกจากนี้ รัฐบาลบนเกาะบาหลีได้เปลี่ยนพื้นที่ฝังกลบขยะชื่อว่า ซูวัง ที่มีขนาดราว 200 ไร่ ซึ่งใหญ่ที่สุดของเกาะ ให้เป็นสวนสาธารณะเชิงนิเวศ (eco-park) และโรงไฟฟ้าจากพลังงานขยะ

เกาะบาหลี
นักท่องเที่ยวมักนำอาหารลงไปที่ชายหาดเตตัลวังงี ในขณะที่เฝ้าชมดวงอาทิตย์ ซึ่งมักก่อให้เกิดขยะตามมามากมาย

พลังเยาวชนที่ลุกขึ้นมาบอกลาถุงพลาสติก

นอกเหนือไปจากหน่วยงานรัฐบาล ชาวบาหลีบางส่วนได้เริ่มลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเองเช่นกัน ดังเช่น เมลาตี และ อิซาเบล วิจเซน คู่พี่น้องสองสาว ได้ก่อตั้งโครงการ Bye Bye Plastic Bag เมื่อหกปีที่แล้ว ในตอนที่เธอมีอายุ 12 และ 10 ขวบ ต่อมาโครงการนี้ได้กลายเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทางสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในบาหลี

สองเยาวชนผู้ก่อตั้ง หนึ่งในองค์กรขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมแบบไม่แสวงผลกำไรที่ใหญ่ที่สุดในบาหลี

เมลาตี ซึ่งในขณะนี้มีอายุ 18 ปี กล่าวว่า “การเปลี่ยนความคิดของผู้คนเป็นงานหลักของเรา เราอยากช่วยให้พวกเขาเข้าใจความสำคัญว่าทำไมเราต้องปฏิเสธการใช้พลาสติก”

เธอกล่าวว่า ตั้งแต่โครงการ Bye Bye Plastic Bag เริ่มต้นขึ้น บรรดาคนหนุ่มสาวในบาหลีได้เริ่มตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกมากขึ้น

เกาะบาหลี
นักท่องเที่ยวอาสาสมัครช่วยเก็บขยะที่ชายหาดบาตูโบลอง

พลังพลเรือนในการจัดการขยะในบ้าน

อย่างไรก็ตาม การออกกฎห้ามใช้ถุงพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้งได้มีการคัดค้านจากบรรดาผู้ผลิตพลาสติก โดยพวกเขายืนกรานว่า การจัดการขยะสมควรได้รับการปรับปรุงแทนการลดการใช้

สมาคมโอเลฟิน อะโรแมติกส์ และพลาสติกของอินโดนีเซีย (Indonesian Olefins, Aromatics and Plastics Association – INAPLA) กล่าวว่าการสั่งห้ามใช้พลาสติกจะเป็นสิ่งปิดกั้นการค้นหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ในการจัดการขยะมากขึ้น

EcoBali กลายมาเป็นบริษัทที่เสนอทางออกให้กับปัญหานี้ โดย เปาลา กันนุกเซียรี ผู้ที่อาศัยอยู่ในอินโดนีเซียมากกว่าสองทศวรรษ ได้ก่อตั้ง EcoBali มาตั้งแต่ปี 2006

ถุงใส่ขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ โดย EcoBali ขอให้คัดแยกออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือพลาสติก แก้ว โลหะ และกระดาษ

เธอกล่าวว่า “เราเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่บุกเบิกในเรื่องการแยกขยะ และเก็บรวบรวมขยะอนินทรีย์ ซึ่งในส่วนของขยะอินทรีย์ (เช่นเศษอาหาร) เราหวังว่าผู้คนจะเริ่มการทำปุ๋ยหมัก และพวกเขาสามารถใช้ระบบการทำปุ๋ยหมักของเราได้”

โดย EcoBali จะรวบรวมขยะอนินทรีย์ และนำไปยังศูนย์คัดแยกที่หมู่บ้านคังกู ในเกาะบาหลี และส่งพลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ที่ศูนย์ในเกาะชวา

นอกจากนี้ EcoBali ยังให้บริการปุ๋ยหมักอินทรีย์ สำหรับจัดการขยะอาหาร และสามารถเลือกขนาดถังได้ตามขนาดครัวเรือน หรือหากเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ ก็สามารถจัดทำถังขนาดพิเศษได้เช่นกัน

พลังของความคิดสร้างสรรค์

คนงานกำลังนำวัสดุจากพลาสติกไปทำความสะอาดและตัดเป็นชิ้นๆ ในศูนย์รีไซเคิลขยะ Re>Pal ที่เมือง ปาสุรวน, ที่เกาะชวาตะวันตก โดยศูนย์แห่งนี้รีไซเคิลถุงพลาสติก หีบห่อพลาสติก และบรรจุภัณฑ์อาหารพลาสติกให้เป็นพลาสติกรองรับสินค้า (Plastic Pallet) ซึ่งสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 1 ตัน

วัสดุรองรับสินค้า คืออุปกรณ์ขนถ่ายที่สำคัญ ใช้สำหรับรองรับ จัดเก็บ ขนถ่าย และเคลื่อนย้ายสินค้า เดิมผลิตโดยใช้ไม้ แต่มีปัญหาแตกหักง่าย ต่อมาผู้ผลิตจึงเปลี่ยนมาใช้พลาสติกซึ่งมีความยืดหยุ่นและคงทนกว่า  โดยพลาสติกรองรับสินค้าที่ผลิตโดย Re>Pal ทำจากพลาสติกรีไซเคิล 100%

เกาะบาหลี, ขยะ, ขยะรีไซเคิล

เกาะบาหลี, ขยะ, ขยะพลาสติก, ขยะรีไซเคิล
คนงานกำลังคัดแยกวัสดุ เพื่อนำเข้ากระบวนการขึ้นรูปใหม่เป็นพลาสติกรองรับสินค้าจากวัสดุรีไซเคิล 100%

โดยที่ศูนย์ Re>Pal จัดการขยะพลาสติกได้มากถึง 10,000 ตันต่อปี ในจำนวน 240 ตันนั้นมาจากบาหลี

พลังที่เกิดขึ้นจากนวัตกรรมใหม่ๆ

Avani Eco เป็นองค์กรที่พัฒนาถุงพลาสติก บรรจุภัณฑ์อาหาร ที่สามารถย่อยสลายได้ และผลิตหลอดที่ทำมาจากมันสำปะหลัง โดยเควิน คูมาลา ผู้ก่อตั้ง กล่าวว่าผลิตภัณฑ์ของเขาสามารถละลายในน้ำได้ ไม่มีพิษ และสามารถย่อยสลายได้

“ผมคิดว่านอกเหนือจากหลัก 3R ที่ประกอบไปด้วย REDUCE (ลดการใช้), REUSE (ใช้ซ้ำ), RECYCLE (รีไซเคิล) แล้ว เราต้องรวมไปถึงการ REPURPOSE (นำกลับมาใช้ใหม่ในอีกรูปแบบ) และ REPLACE (ใช้วัสดุอื่นทดแทน) มันไม่เพียงพอที่จะยึดติดอยู่กับรูปแบบ 3R แบบเดิม”

คูมาลากล่าวท้างท้ายว่า “สำหรับในประเทศนี้ เพื่อหลีกหนีจากปัญหาการกระจายของพลาสติก เราต้องให้ทางแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ด้วย”

นักชีววิทยาผู้สร้างบรรจุภัณฑ์หลากหลายประเภท จากวัสดุธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้ในระยะเวลาอันสั้น

เรื่อง AMANDA TAZKIA SIDDHARTA
ภาพถ่าย NYIMAS LAULA


เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : Kamitkatsu เมือง Zero Waste ที่ผู้คนแยกขยะ 45 ประเภทและรีไซเคิลขยะทุกชิ้นอย่างยั่งยืน

เรื่องแนะนำ

ดื่มด่ำไปกับการผลิบานของหมู่มวลดอกไม้ ผ่านวิดีโอไทม์แลปส์

ร่วมเดินทางผ่านสวนดอกไม้อันน่ามหัศจรรย์ไปกับวิดีโอความยาว 4 นาที วิดีโอการผลิบานของดอกไม้นานาชนิดนี้ ถูกรวบรวมจากนักสร้างภาพยนตร์ทั่วโลก คัดเลือกโดยบรรณาธิการของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในฐานะส่วนหนึ่งของการทำงานเพื่อวิทยาศาสตร์, การสำรวจ และเรื่องเล่าที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงโลก พักสายตาจากโลกรอบตัว สูดหายใจให้ลึกขึ้นเพื่อผ่อนคลาย แล้วชมวิดีโอดังกล่าว คุณผู้อ่านจะตกหลุมรักมนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติมากยิ่งขึ้น   อ่านเพิ่มเติม : เสี่ยงตายเพื่อความรู้…ภารกิจของนักล่าพายุ, คลิปนี้ดีต่อใจและจะทำให้คุณยิ้มได้

ภาวะโลกร้อนทำลายสุขภาพเด็กทั่วโลก และเป็นภัยคุกคามไปจนชั่วชีวิตของพวกเขา

งานศึกษาครั้งใหม่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เด็กที่เพิ่งเกิดใหม่ต้องพบกับความไม่มั่นคงทางอาหาร การแพร่ระบาดของโรค มลพิษทางอากาศที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ภาวะอากาศสุดขั้ว ทำให้พวกเขาใช้ชีวิตได้อย่างยากลำบาก จนอาจป่วยง่ายและตายเร็วขึ้น โฉมหน้าที่แท้จริงของภาวะโลกร้อนไม่ใช่น้ำแข็งขั้วโลกละลายหรือหมีขั้วโลกไร้ที่อยู่อาศัย แต่เป็นชะตากรรมของลูกหลานของเราเอง เด็กที่เกิดในวันนี้จะป่วยเร็วขึ้นและตายเร็วขึ้น เนื่องจากผลกระทบที่ส่งผลต่อร่างกายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามรายงานการศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ 120 คนจาก 35 สถาบันทั่วโลกที่เผยแพร่ในวารสาร Lancet เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2019 ใจความสำคัญของรายงานระบุว่า เนื่องจากอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น เด็กที่เกิดใหม่ในช่วงนี้อาจประสบปัญหาภาวะทุพโภชนาการ ปัญหาราคาอาหารแพงจนไม่สามารถเข้าถึงได้ การแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่กระจายเป็นวงกว้างมากขึ้น ปัญหามลภาวะทางอากาศ (PM 2.5) ที่ย่ำแย่ลงทุกขณะ และภาวะภูมิอากาศสุดขั้วที่จะรุนแรงขึ้นเมื่อเด็กเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ โดยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศนี้จะส่งผลต่อสุขภาพเด็กตั้งแต่เกิดจนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่ โดยทางแก้ปัญหานี้ คือโลกต้องรักษาข้อตกลงปารีสที่ไม่ให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส อันจะส่งผลให้อากาศสะอาดขึ้น บ้านเมืองสะอาดขึ้น และภัยธรรมชาติอาจลดความรุนแรงลง แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น เด็กๆ ที่เพิ่งเกิดมาใหม่จะต้องพบกับภาวะความไม่มั่นคงทางอาหาร การแพร่กระจายของเชื้อโรคที่กินวงกว้างและรุนแรง สภาพมลพิษทางอากาศย่ำแย่ และภัยธรรมชาติที่พร้อมเกิดขึ้นอย่างรุนแรงทุกเมื่อ ความไม่มั่นคงทางอาหาร เนื่องการจากเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรราคาแพงขึ้น เช่นในประเทศอียิปต์ ราคาขนมปังในขณะนี้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30 และตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ปริมาณการผลิตผลทางการเกษตรลดลงต่อเนื่อง […]

เต่ามะเฟือง : บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่มีข่าวไหนน่ายินดีสำหรับคนรักษ์ทะเลและนักอนุรักษ์เท่ากับข่าวกำเนิดของลูกเต่ามะเฟืองรังที่สองจำนวน 35 ตัวที่ถูกสื่อสารออกไปทั่วประเทศ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสัตว์อะไรที่สามารถปลุกกระแสการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและระบบนิเวศชายฝั่งของประเทศไทยได้มากขนาดนี้ การกลับมาวางไข่ของเต่ามะเฟืองครั้งแรกในรอบกว่า 5 ปี นับเป็นข่าวสำคัญของการอนุรักษ์ทะเลไทยในรอบหลายปี

ปากบารา : มรดกแบบไหนที่เราจะส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เคยนำเสนอสารคดีเรื่อง “ทางแพร่งของปากบารา” ในฉบับเดือนกรกฎาคม 2560 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพ และนักเขียน ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง ในตอนนั้น ข่าวเรื่องโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา เกิดขึ้นพร้อมๆ กับความพยายามผลักดันทะเลอันดามันของไทยให้เป็นมรดกโลก... วันนี้ เกือบสองปีให้หลัง ความพยายามจะเดินหน้าโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกแห่งนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง เราขอความเห็นจาก ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพ และนักอนุรักษ์ ผู้ถ่ายภาพสารคดีชิ้นนี้ว่าเขาคิดอย่างไร