Kamitkatsu เมือง Zero Waste ที่ผู้คนแยกขยะ 45 ประเภทและรีไซเคิลขยะทุกชิ้นอย่างยั่งยืน

Kamitkatsu เมือง Zero Waste ที่ผู้คนแยกขยะ 45 ประเภทและรีไซเคิลขยะทุกชิ้นอย่างยั่งยืน

Kamitkatsu เมืองเล็กในชนบทญี่ปุ่น ที่ปลอดขยะอันดับต้นของโลกและเป็นต้นแบบการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน จากการแยกขยะ 45 ประเภทและรีไซเคิลขยะทุกชิ้นที่เกิดขึ้นในเมือง

คามิคัตสึ คือเมืองเล็ก ๆ ในจังหวัดโทคุชิมะ ตั้งอยู่บนเกาะชิโกกุทางตะวันตกที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันเขียวชอุ่ม ด้วยจำนวนพลเมืองเพียง 1,700 คน ที่นี่จึงเป็นเมืองที่เล็กที่สุดบนเกาะ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่คนรักสิ่งแวดล้อมอยากมาเยือน ในฐานะเมืองปลอดขยะอันดับต้น ๆ ของโลกและต้นแบบการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน

ย้อนกลับไปในปี 2003 ในขณะที่ทั่วโลกเริ่มตื่นตัวเรื่องความเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศและวิกฤติขยะพลาสติก ชาวเมืองคามิคัตสึเริ่มจัดการขยะทุกชิ้นในเมือง Reduce, Reuse และ Recycle ทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อยุติการพึ่งพาเตาเผาและการฝังกลบขยะ

รัฐบาลท้องถิ่นเริ่มผลักดันนโยบายจัดการขยะอย่างเข้มข้น พร้อมตั้ง Zero Waste Academy พื้นที่ให้พลเมืองและเยาวชนได้เรียนรู้รูปแบบการคัดแยกขยะที่ทรงประสิทธิภาพ ซึ่งต้องแยกขยะอย่างละเอียดออกเป็น 45 ประเภท เพื่อให้ขยะถูกนำไปรีไซเคิลต่อได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังมีนโยบายลดขยะอีกหลายอย่าง ตั้งแต่การสนับสนุนให้ผู้คนนำของใช้มาแลกเปลี่ยนกัน ไปจนถึงการสร้างอาชีพนักอัพไซเคิล เพื่อผลิตสินค้าชิ้นใหม่อย่างสร้างสรรค์จากข้าวของเหลือใช้ในเมือง

ตั้งแต่ปี 2003 พวกเขาตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2020 จะต้องเป็นเมืองปลอดขยะ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่นำขยะทุกชิ้นที่เกิดขึ้นมารีไซเคิลและใช้ใหม่ทั้งหมด เราจึงอยากชวนคุณเดินทางสู่ชนบทของญี่ปุ่น ไปยังเมืองคามิคัตสึ เพื่อสำรวจความสำเร็จหลังจาก 17 ปีแห่งความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนของเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้

ภาพโดย ZERO WASTE ACADEMY

Zero Waste Academy

ย้อนกลับในปี 2000 ญี่ปุ่นกำหนดกฎหมายใหม่ที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการปล่อยไดออกซิน (Dioxin) ทำให้เมืองคามิคัตสึต้องเปลี่ยนวิธีจัดการขยะ พวกเขาจำเป็นต้องปิดเตาเผาขยะขนาดเล็ก 2 แห่ง จากเดิมที่ขยะมูลฝอยทั้งหมดของเมืองถูกนำมาจัดการที่นี่

ด้วยความเป็นชุมชนเก่าแก่ และกำลังประสบภาวะหดตัวจากคลื่นสังคมสูงอายุ เมืองคามิคัตสึไม่มีเงินที่จะสร้างเตาเผารุ่นใหม่ที่มีเทคโนโลยีจัดการสารพิษ หรือแม้แต่ส่งขยะไปจัดการยังโรงงานที่เมืองอื่น ทางเลือกเดียวของพวกเขาในเวลานั้น คือต้องสร้างขยะให้น้อยลงและรีไซเคิลสิ่งของต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด

3 ปีต่อมา คามิคัตสึกลายเป็นเมืองแรกในญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นเมืองปลอดขยะ แม้ในช่วงแรกของแถลงการณ์นี้มีผู้ต่อต้านและพยายามจับผิด แต่ 17 ปีที่ผ่านมา เมืองคามิคัตสึได้พิสูจน์ตัวเองด้วยสถิติจัดการขยะที่จับต้องได้ และความจริงจังตั้งใจของผู้คนในการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ทุกวันนี้ไม่มีใครกังขาความเป็นเมืองปลอดขยะของพวกเขาอีกแล้ว มีแต่ผู้ที่อยากนำความสำเร็จของพวกเขาไปเป็นต้นแบบ

ภาพโดย NAMAZU MASATAKA NIPPON.COM

ในปี 2003 เมืองคามิคัตสึเริ่มนำแนวคิด Zero Waste มาประยุกต์ใช้ โดยช่วงแรกพวกเขามุ่งเน้นไปที่การสร้างความเข้าใจของชุมชน เริ่มจากการสอนให้ทุกคนคัดแยกขยะในครัวเรือนอย่างถูกวิธี พร้อมจัดตั้งสถานีแยกขยะไว้ในเมือง รวมถึงจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับขยะ (Zero Waste Academy) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่สุด ที่ทำให้เมืองคามิคัตสึประสบความสำเร็จมาจนถึงจุดนี้

หัวใจในการทำงานของ Zero Waste Academy เพื่อสร้างเมืองปลอดขยะมีเพียง 3 อย่าง

หนึ่ง ให้ความรู้ความเข้าใจแก่พลเมืองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ว่าหลักการของ Zero waste ว่ามีกระบวนการอย่างไร

สอง จัดเวิร์คช็อปเทรนนิ่งให้ชาวเมืองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความรู้แบบลงลึกและครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ตั้งแต่เยาวชนไปจนถึงเจ้าหน้าที่รัฐและภาคเอกชน

สาม สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมของธุรกิจเอกชน เช่น ส่งเสริมให้โรงงานผู้ผลิตเริ่มซื้อผลิตภัณฑ์เก่าที่จำหน่ายไปแล้วกลับคืนสู่โรงงาน เพื่อจัดการปัญหาทิ้งขยะอย่างผิดกฎหมายและทำให้การรีไซเคิลง่ายขึ้น

ภาพโดย ZERO WASTE ACADEMY

Recycle Store

Zero Waste Academy แนะนำให้ผู้คนหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single Use Product) และผลิตภัณฑ์ที่สร้างมลพิษระหว่างกระบวนการกำจัด

เมืองคามิคัตสึสร้างระบบโรงแยกขยะทรงประสิทธิภาพ ที่สนับสนุนให้ชาวเมืองแยกขยะออกเป็น 45 ประเภท ตั้งแต่ฝาโลหะ ผ้าอ้อม ผ้าอนามัย ไปจนถึงเทอร์โมมิเตอร์

ขยะที่ได้รับการคัดแยกจากครัวเรือนจะถูกนำไปยังศูนย์รวบรวม ซึ่งมีอาสาสมัครชาวเมืองหมุนเวียนกันมาดำเนินการตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้ง ว่าสิ่งของต่าง ๆ ถูกลงประเภทถังขยะที่ถูกต้อง และพวกเขาจะออกคำเตือนอย่างสุภาพ หากมีคนลืมแกะฉลากขวดพลาสติกออก หรือลืมถอดตะปูออกจากไม้กระดาน

ภาพโดย NAMAZU MASATAKA NIPPON.COM
ภาพโดย NAMAZU MASATAKA NIPPON.COM

ผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยชิ้นส่วน 2 ประเภทขึ้นไป จะต้องถูกแยกชิ้นออกจากกันและวางส่วนประกอบในถังขยะประเภทที่ถูกต้อง กล่องนมกระป๋อง พลาสติกห่ออาหารหรือขวดพลาสติกที่มีการปนเปื้อน จะต้องล้างทำความสะอาดก่อน เพื่อไม่เป็นภาระต่อในขั้นตอนรีไซเคิล หนังสือพิมพ์อ่านแล้วมัดอย่างประณีตเป็นระเบียบด้วยเชือกกระดาษที่ทำจากกล่องนมรีไซเคิล

ขวดแก้วคลายฝาและเรียงตามสี ขวดพลาสติกที่เคยบรรจุซีอิ๊วหรือน้ำมันปรุงอาหารจะถูกเก็บไว้ในถังขยะแยกต่างหากจากขวด PET ที่ใช้บรรจุเครื่องดื่ม

ข้าวของที่ยังคงอยู่ในสภาพดี จะถูกส่งไปที่ร้านค้ารีไซเคิล Kuru Kuru ซึ่งชาวเมืองสามารถนำของเหลือใช้มาส่ง หรือมาเลือกของ ๆ คนอื่นกลับบ้านไปใช้ต่อได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สินค้ามือสองในร้านส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้า เครื่องถ้วยชามและเครื่องประดับ โดยสินค้าทุกชิ้นที่เข้าและออกจากร้านจะถูกชั่งน้ำหนักเพื่อคำนวณปริมาณขยะที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่แทนที่จะทิ้งไปเฉย ๆ ในแต่ละปี

ภาพโดย ZERO WASTE ACADEMY

ในส่วนของขยะอาหารและขยะอินทรีย์ เมืองคามิคัตสึเคยส่งเข้าโรงเผาอย่างไม่ลืมหูลืมตาเช่นกัน ทั้งที่ขยะเปียกนั้นเป็นตัวทำให้กระบวนการเผายากลำบากและปนเปื้อนยิ่งขึ้น แต่หลังจากชาวเมืองเข้าใจเรื่องการจัดการขยะและการสร้างความเปลี่ยนแปลงเรื่องสิ่งแวดล้อมจากสองมือตัวเองอย่างถ่องแท้ ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ในเมืองเปลี่ยนเศษอาหารเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่บ้านตัวเอง

โดยมีทั้งรูปแบบหมักในถังพลาสติกและย่อยสลายในถังไฟฟ้าโดยการสนับสนุนจากรัฐบาล เช่น เครื่องหมักขยะราคา 52,000 เยน รัฐบาลจะช่วยออก 40,000 เยน และชาวเมืองจ่ายแค่ 10,000 เยน วิธีนี้ทำให้ขยะเปียกของที่นี่ถูกกำจัดได้หมด ถือว่าเป็นโมเดลที่น่าสนใจ ที่รัฐจะต้องเข้ามาสนับสนุน หากต้องการให้ประชาชนลงมือทำในระดับครัวเรือน (Subsidy)

ภาพโดย ZERO WASTE ACADEMY

Upcycling Craft Center

ทุกวันนี้เมืองคามิมัตสึสามารถรีไซเคิล 81 เปอร์เซ็นต์ของขยะที่ผลิตได้ เทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศญี่ปุ่นที่มีเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ผลิตภัณฑ์จำนวนเล็กน้อยที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้จริง ๆ อย่างรองเท้าหนัง ผ้าอ้อมและผลิตภัณฑ์สุขอนามัยอื่น ๆ จะถูกส่งไปยังเตาเผาขยะที่เมืองใหญ่ที่ใกล้ที่สุด

“เป้าหมายของเราคือการทำให้ขยะเป็นศูนย์ภายในปี 2020 แต่เราพบอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและกฎระเบียบที่อยู่นอกขอบเขตของเรา” อะคิระ ซากาโนะ ประธานคนปัจจุบันของ Zero Waste Academy กล่าว

ภาพโดย NAMAZU MASATAKA NIPPON.COM

“ผลิตภัณฑ์บางอย่างได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานครั้งเดียว เช่น ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขอนามัย ซึ่งแยกออกจากกันได้ยากเนื่องจากลักษณะของการปนเปื้อนของเสีย” เธอเล่าว่าชาวเมืองคามิมัตสึพยายามอย่างมากในการหาวิธีรีไซเคิลสิ่งของบางอย่างที่ไม่เข้ากับประเภทขยะทั้ง 45 ประเภท เนื่องจากผู้ผลิตยังคงใช้วัสดุที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเข้ามาในครัวเรือนของคามิมัตสึ

ในช่วงแรกมีการร้องเรียนอยู่เนือง ๆ จากชาวเมืองบางคน ว่าวงจรล้างทำความสะอาดและคัดแยกขยะนับสิบประเภทอย่างละเอียดยิบนี้ สร้างความลำบากในการใช้ชีวิต “คุณมักจะพบคนที่ไม่ให้ความร่วมมือในโครงการของชุมชนไม่ว่าระดับใดก็ตาม” ซากาโนะอธิบาย

Zero Waste Academy จึงเลือกโฟกัสและให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนไปที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของชาวเมืองที่ยินดีให้ความร่วมมือ และอยากเห็นเมืองเล็ก ๆ ของพวกเขายั่งยืนขึ้น ซากาโนะอธิบายต่อว่า แนวคิดที่เรียบง่ายของ Zero Waste คือสิ่งของทุกชิ้นยังมีคุณค่าไม่ใช่ของที่จะทิ้ง แต่สามารถปรับปรุงหรือรีไซเคิล เพื่อนำมาใช้ใหม่ได้

ภาพโดย NAMAZU MASATAKA NIPPON.COM

ที่ร้านรีไซเคิลอย่าง Kuru Kuru นอกจากข้าวของมือสองที่หมุนเวียนกันใช้ในเมืองแล้ว พวกเขายังสร้าง Kuru Kuru Upcycling Craft Center ศูนย์ออกแบบเพื่อ Upcycle ผลิตภัณฑ์ด้วยความครีเอทีฟ ผ่านฝีมือช่างท้องถิ่นนับสิบคนที่ทำงานออกแบบหลากหลายประเภท เช่น นำกิโมโนเก่า มาทำเป็นกระเป๋า เสื้อแจ็คเก็ต และของเล่น

หลายปีที่ผ่านมา เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้มีผู้มาเรือนมากกว่า 2,000 คนต่อปี  แม้นักท่องเที่ยวไม่สามารถซื้อของมือสองที่ร้าน Kuru Kuru ได้เพราะเป็นการหมุนเวียนข้างของกันเฉพาะพลเมืองเท่านั้น แต่ที่ Kuru Kuru Upcycling Craft Center เปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ Upcycle ที่สวยงามและเรียนรู้วิธีสร้างงานคราฟต์แบบญี่ปุ่นได้ ในเวิร์กช็อปรองเท้าแตะ ถักโครเชต์และฝึกทอผ้าซาโอริด้วยมือ

ภาพโดย NAMAZU MASATAKA NIPPON.COM
ภาพโดย NAMAZU MASATAKA NIPPON.COM

100% Zero Waste

ญี่ปุ่นเป็นผู้ผลิตขยะพลาสติกต่อหัวประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา ผู้บริโภคได้รับถุงช้อปปิ้งพลาสติกประมาณ 3 หมื่นล้านถุงต่อปี และครั้งหนึ่งเคยส่งขยะพลาสติก 1.5 ล้านตันไปยังประเทศจีนทุกปี จนกระทั่งปักกิ่งสั่งห้ามนำเข้าในปี 2018

ในขณะที่การรณรงค์แพร่กระจายไป Zero Waste Academy ทำการจัดเวิร์คช็อบให้นักรณรงค์จากทั่วญี่ปุ่นและทั่วโลก โดยหวังว่าโมเดลของพวกเขาจะเป็นประโยชน์ให้ที่อื่นๆ นำไปประยุกต์ใช้ เริ่มจากในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ ขยายจนเป็นระดับประเทศและระดับโลก อย่างไรก็ตามอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้โมเดลของเมืองคามิมัตสึประสบความสำเร็จ มาจากจำนวนประชากรที่ไม่เยอะนัก ทำให้การสื่อสารและการรณรงค์ง่ายกว่าเมืองใหญ่ที่มีประชากรหลายล้านคน

ภาพโดย ZERO WASTE ACADEMY

หลังผ่านปี 2020 ซึ่งเป็นหมุดหมายในการเป็นเมืองปลอดขยะ 100 เปอร์เซ็นต์ คามิมัตสึยังไม่สามารถหาทางออกให้ขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิล 20 เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวได้อย่างลุล่วง เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในภูมิภาคอื่นของญี่ปุ่นหรือนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ถูกผลิตขึ้นด้วยวัสดุที่ไม่สามารถจัดการได้ด้วยวิธีการและเทคโนโลยีที่นี่

“เรายังเดินหน้าผลักดันและหากลยุทธ์การรีไซเคิลร่วมกับทุกภาคส่วนของสังคมต่อไป อนาคตของการเป็นเมืองปลอดขยะ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่นำขยะที่เกิดขึ้นมารีไซเคิลและใช้ใหม่ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับภาคธุรกิจและรัฐบาลท้องถิ่นที่ร่วมมือกันเพื่อให้ครัวเรือนสามารถรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น ในขณะที่คนในครัวเรือนยังคงมีหน้าที่ในการใช้ซ้ำและลด อย่างที่คุณจินตนาการได้ว่าการปฏิเสธถุงพลาสติกนั้นง่ายกว่าการต้องสร้างพื้นที่ใด ๆ เพื่อรีไซเคิลพวกมัน”

Sustainable Future

ในประเทศที่เป็นผู้ผลิตขยะพลาสติกรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ความสำเร็จของคามิมัตสึเป็นแรงบันดาลใจให้เมืองอื่น ๆ ในญี่ปุ่นเริ่มรณรงค์และให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อขยะของตัวเอง

ทุกวันนี้ในญี่ปุ่น เรื่องขยะนั้นมีความเข้มงวดจริงจังขึ้นมาก ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคต่างเรียนรู้ที่จะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการผลิตและใช้ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น ซึ่งมีต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม เช่น หากต้องการทิ้งขยะ ผู้บริโภคต้องไปซื้อสแตมป์ เท่ากับจ่ายค่าจัดการขยะตามราคาของสิ่งของที่จะทิ้ง หรือหากต้องการผลิต ผู้ผลิตต้องนำขยะที่ถูกบริโภคแล้วกลับมาจัดการต่ออย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด (Extended Producer Responsibility)

“แม้แต่การซื้อรถของคนญี่ปุ่น ก็มีการบวกค่าจัดการขยะไว้แล้ว ทำให้คนญี่ปุ่นหันมาใช้รถสาธารณะ เห็นได้ว่าการจัดการบริหารขยะแบบประเทศญี่ปุ่น เพื่อที่จะก้าวไปเป็น Zero Waste นั้นต้องมีการบูรณาการในทุก ๆ ด้านทั้งภาครัฐ และภาคประชาสังคม รวมถึงต้องมีการคิดอย่างเป็นระบบเพื่อให้การแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม”

ภาพโดย NAMAZU MASATAKA NIPPON.COM

นโยบายที่คล้ายกันนี้จะส่งผลกระทบในภูมิภาคอื่น ๆ นอกประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งการพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็วของประชากรจะผลักดันให้เกิดความต้องการใช้ทรัพยากรบนโลกใบนี้ และส่งผลให้เกิดขยะและมลพิษมากขึ้น

ภายในปี 2050 คาดว่าประชากรในเอเชียจะมีจำนวนถึง 2.3 พันล้านคน และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่เราจะต้องเปลี่ยนรูปแบบเศรษฐกิจไปสู่การหมุนเวียนที่ยั่งยืน เพราะท้ายที่สุดแล้วเราไม่สามารถพึ่งพาผู้บริโภคเพียงอย่างเดียวเพื่อลดขยะได้ ความเปลี่ยนแปลงต้องมาจากต้นทางอย่างผู้ผลิตเช่นกัน

การโน้มน้าวให้ผู้คนจำนวนมากขึ้น ดำเนินชีวิตแบบลดขยะและส่งเสริมให้มีการรีไซเคิลอย่างกว้างขวาง จำเป็นต้องมีการดำเนินการจากผู้ผลิตและผู้ผลิตเพื่อย้ายออกจากสิ่งของและบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้และซ่อมแซมได้ง่ายกว่า

ปี 2021 ในสหภาพยุโรปมีกฎหมายใหม่เพื่อต่อสู้กับระบบ Buy and Bin ซึ่งจะมุ่งเป้าไปที่ผู้ผลิต โดยกำหนดให้โรงงานผู้ผลิตผลิตสินค้าที่มีอายุการใช้งานนานขึ้น สามารถซ่อมแซมและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ง่ายขึ้น แทนที่จะสนับสนุนผู้บริโภคทิ้งไปและซื้อใหม่ทันที โดยกฏหมายนี้จะถูกนำไปประยุกต์ใช้กับสินค้าหลายประเภท ทั้งสมาร์ทโฟน เสื้อผ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์อาหาร

ภาพโดย ZERO WASTE ACADEMY

สืบค้นและเรียบเรียง มิ่งขวัญ รัตนคช


ข้อมูลอ้างอิง


เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : Net Free Seas ครั้งแรกของการรีไซเคิลซากอวนประมงจากท้องทะเลไทย

เรื่องแนะนำ

ผลกระทบของโควิด-19 ต่อสิ่งแวดล้อม

ผลกระทบของโควิด-19 ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงมากมายในระดับโลก ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง วิถีชีวิต และโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ทั่วโลกต่างได้รับ ผลกระทบของโควิด-19 ซึ่งบางส่วนเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากการจำกัดการเดินทาง และการชะลอตัวของระบบเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้คุณภาพอากาศ และคุณภาพน้ำ ในหลายประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ในทางกลับกัน การเพิ่มขึ้นของขยะพลาสติก โดยเฉพาะพลาสติกประเภท PPE (เช่น หน้ากากอนามัย และถุงมือยาง) ขยะติดเชื้อ และขยะอื่นๆ จากโรงพยาบาล กลับเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม ผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม 1. มลพิษทางอากาศและการปล่อยแก๊สเรือนกระจกลดลง ในขณะที่อุตสาหกรรม การขนส่ง และบริษัทต่างๆ หยุดทำการเนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ในหลายประเทศ ส่งผลให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHGs) ลดลงอย่างกะทันหัน สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ในปี 2020 มลพิษทางอากาศในกรุงนิวยอร์กลดลงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า อันเป็นผลจากการจำกัดการเดินทางของประชากร นอกจากนี้ยังพบว่าประเทศจีนอัตราการปล่อยแก๊สไนตรัสออกไซด์และคาร์บอนมอนอกไซด์ลดลงร้อยละ 50 เนื่องจากคำสั่งระงับกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมหนัก ตามรายงานของวารสาร Science & Nature ในขณะเดียวกัน นิตยสาร Forbes รายงานว่า […]

การปกป้องป่า คือสิ่งจำเป็นเพื่อโลกที่ยั่งยืนในอนาคต

หมู่บ้าน Mian Gu ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Nu ของประเทศจีน เป็นโครงการสร้างบ้านของรัฐบาลที่ออกแบบเพื่อจูงใจประชาชนที่อาศัยอยู่บนภูเขาให้ย้ายลงมาที่แม่น้ำเพื่อลดการตัดไม้ทำลายป่า ภาพถ่ายโดย ADAM DEAN, NAT GEO IMAGE COLLECTION เมื่อปีที่แล้ว ยูเอ็นได้เตือนให้ระวังวิกฤตภูมิอากาศที่ใกล้เข้ามา ในปีนี้ ยูเอ็นวิงวอนให้ อนุรักษ์ป่า ไว้ก่อนจะสายเกินไป รายงานจาก คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติ (The United Nation’s Intergovernmental Panel on Climate Change – IPCC) ซึ่งเผยแพร่เมื่อต้นเดือนสิงหาคมได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการเปลี่ยนวิธีการจัดการที่ดินของโลกอย่างรวดเร็วและเร่งด่วน เดบราห์ ลอว์เรนซ์ (Deborah Lawrence) นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย กล่าวว่า เพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ต้องมีการใช้กลยุทธ์ที่ยั่งยืนซึ่งจัดการปัญหาได้ตรงเป้าและส่งผลกระทบได้อย่างกว้างขวาง “การเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศเป็นภัยคุกคาม เราต้องหาหนทางที่เป็นไปได้ในทุกแง่มุมเพื่อจัดการกับมัน” เดบราห์ กล่าว ในรายงานของ IPCC มีเนื้อหาเกี่ยวกับคำแนะนำว่าทั้งประชาชน นักวิทยาศาสตร์ และผู้กำหนดนโยบาย ควรกำหนดความสำคัญอย่างไร และนี่คือหัวข้อสำคัญในคำแนะนำดังกล่าว การปรับปรุงยกเครื่องระบบการผลิตอาหารครั้งใหญ่ของมนุษย์เป็นเรื่องที่จำเป็น โดยในรายงานกล่าวว่า ปัญหาสภาวะภูมิอากาศสุดขั้วเช่น […]

เหตุผลที่เราไม่อาจเลี่ยงหายนะ

ความล้มเหลวของเราในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังสร้างความเสียหายแก่โลก นวัตกรรมอาจช่วยเราไว้ได้ แต่โลกคงไม่น่าดูอีกต่อไป “วันพิเศษยิ่งในประวัติศาสตร์อเมริกากำลังสิ้นสุดลง” วอลเตอร์ ครองไคต์ กล่าวอย่างเคร่งขรึมในรายการซีบีเอสอีฟนิ่งนิวส์ เมื่อวันที่ 22 เมษายน ปี 1970 การเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ครั้งแรกในวันนั้นดึงดูดผู้คนให้ออกมาชุมนุมตามท้องถนนราว 20 ล้านคน เกินความคาดหมายของวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เกย์ลอร์ด เนลสัน ผู้ปลุกปั้นงานนี้ไปมาก ผู้ร่วมเฉลิมฉลองแสดงความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมในรูปความรื่นเริงอันเป็นเอกลักษณ์ พวกเขาร้องรำทำเพลง สวมหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ เก็บขยะที่ถูกทิ้งเรี่ยราด ในนิวยอร์ก พวกเขาลากซากปลาไปตามท้องถนนในบอสตัน พวกเขาประท้วงโดยการแสร้งตายในสนามบินนานาชาติโลแกน ส่วนที่ฟิลาเดลเฟีย พวกเขาร่วมลงนามใน “คำประกาศแห่งการพึ่งพาอาศัยกัน” ของสิ่งมีชีวิตทุกเผ่าพันธุ์ฉบับใหญ่ยักษ์ ฉันเองก็เป็นผลผลิตจากช่วงเวลา “พิเศษยิ่ง” ครั้งนั้น ทั้งการประท้วงแบบแกล้งตายและคำประกาศต่างๆ ฉันใช้เวลาในช่วงทศวรรษ 1970 ไปกับการประท้วงกลางสายฝนพยายามชักชวนเพื่อนร่วมชั้นให้รีไซเคิลกระป๋องนํ้าอัดลม ใส่กางเกงขาบานพิมพ์ลายดอกไม้สีม่วงดอกโต ๆ และเป็นห่วงอนาคตของโลก ย้อนหลังไปเมื่อปี 1970 คำว่า “ภาวะโลกร้อน” ยังไม่ถูกคิดค้นขึ้นมา นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าก๊าซกลุ่มหนึ่งซึ่งมีคาร์บอนไดออกไซด์รวมอยู่ด้วย กักความร้อนใกล้พื้นผิวโลกเอาไว้ เราเข้าใจปรากฏการณ์นี้ตั้งแต่ยุควิกตอเรีย แต่มีไม่กี่คนที่พยายามคำนวณว่าการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลก่อให้เกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง และแบบจำลองสภาพภูมิอากาศยังเป็นเหมือนทารกแรกเกิด นับแต่นั้นมา แบบจำลองต่าง ๆ […]

Explorer Awards 2019: ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

“เราสามารถมองเห็นความวิเศษของโลกทั้งใบได้ในเม็ดทราย อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นไหม งานที่เราทำคือการพาไปให้เห็นความวิเศษนั้น  ทุกคนมีความสามารถที่จะเห็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติได้อยู่แล้ว” รู้จักกับ ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ นักสำรวจผู้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการเรียนรู้ กิจกรรม และตัวหนังสือ ในนามมูลนิธิโลกสีเขียว