เสียงรบกวนในทะเล อันเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล

เสียงรบกวนในทะเล จากกิจกรรมของมนุษย์

จากการทบทวนงานวิจัยที่เผยแพร่แล้ว พบว่า เสียงรบกวนในทะเล จากเรือขนส่ง และเสียงอื่นๆ จากกิจกรรมของมนุษย์ ที่เกิดขึ้นในมหาสมุทร เป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลจำนวนมาก

กลุ่มนักวิจัยกว่าวว่า พวกเขารวบรวมและทบทวนวรรณกรรมวิจัยมากว่า 500 ผลงาน ที่เกี่ยวข้องกับ เสียงรบกวนในทะเล เพื่อเป็นหลักฐานสนับสนุนนโยบายและการเปลี่ยนแปลงข้อปฏิบัติในอุตสาหกรรมเดินเรือ ในการปรับความดังเสียงที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรทั่วโลก รวมถึงคนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง

ในการศึกษาครั้งนี้ยังเสนอแนวทางปฏิบัติอื่นๆ เช่น การลดเสียงรบกวนจากฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่ง การสำรวจแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ใช้คลื่นแรงดันต่ำ การออกแบบใบพัดเพื่อลดเสียง แต่อาจมีราคาแพง และไม่ได้รับการสนับสนุนเพื่อนำไปใช้อย่างแพร่หลาย ในขณะเดียวกันได้เสนอการชะลอความเร็วในการเดินเรือ และเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือจากพื้นที่ที่มีความเปราะบางทางระบบนิเวศ

เสียงเป็นตัวกระตุ้นการรับรู้ที่สำคัญเมื่ออยู่ใต้น้ำ ซึ่งมันเดินทางไปได้ไกลกว่าเสียงที่เดินทางผ่านอากาศ สัตว์ทะเลหลายชนิด ตั้งแต่วาฬไปจนถึงตัวอ่อนของลูกปลาในแนวปะการัง และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง อาศัยคลื่นเสียงในการนำทาง หาอาหาร และผสมพันธุ์ เสียงรบกวนจากมนุษย์ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมเหล่านี้ และมีผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อพฤติกรรมของสัตว์ การได้ยินและระบบต่างๆ ของร่างกายสัตว์ แต่เสียงจะไม่คงอยู่ในสภาพแวดล้อมทางทะเล ซึ่งแตกต่างจากมลภาวะอื่นๆ เช่น สารเคมีที่เป็นอันตราย และไมโครพลาสติก

เสียงรบกวนในทะเล, มลภาวะทางเสียงในทะเล

นั่นคือเหตุผลที่ว่า ทำไมผู้กำหนดนโยบายต้องคำนึงวิธีการแก้ไขเสียงรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ส่งผลต่อสุขภาพของสัตว์ทะเล คาร์ลอส เอ็ม. ดูอาร์เต นักสมุทรศาสตร์ชีวภาพและนักนิเวศวิทยาทางทะเล มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคิงอับดุลลาห์ ในซาอุดิอาระเบีย กล่าว

“บางครั้ง ในขณะที่เรานั่งอยู่ในห้องรอตรวจของโรงพยาบาล เรายังได้ยินเสียงเรือเดินสมุทรจากทะเล” เขากล่าวและเสริมว่า “แล้วสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้กว่านั้นจะได้ยินเสียงดังมากกว่าเราแค่ไหน”

เราอาจจะเริ่มที่เรือขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นเสียงรบกวนจากมนุษย์ที่แพร่หลายที่สุดในมหาสมุทร นาธาน เมอร์ชันต์ นักวิทยาศาสตร์ด้านเสียงและชีวเคมี ศูนย์สิ่งแวดล้อมประมงและวิทยาศาสตร์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแห่งสหราชอาณาจักร กล่าว

ประมาณร้อยละ 85 ของเสียงที่เกิดจากเรือขนส่งมาจากใบพัด เคที เม็ตคัลฟ์ ประธานหอการค้าและการขนส่งอเมริกา กล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงที่เกิดขึ้นจากการโพรงอากาศเหนือใบพัด ซึ่งเป็นเรื่องของการออกแบบเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

บริษัท Maersk บริษัทขนส่งชื่อดังสัญชาติเดนมาร์ก ลงทุนมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2017 เพื่อลดการใช้น้ำมัน โดยการติดตั้งตัวถังเรือและติดตั้งใบพัดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นบนเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 11 ลำ ในจำนวนนี้มีเรือห้าลำได้รับการทดสอบทางเสียง พบว่ามีเสียงดังลดลงโดยประมาณหกถึงแปดเดซิเบล (dB) นั่นหมายความว่าพลังงานที่เป็นคลื่นเสียงลดลงร้อยละ 75 เทียบได้กับการลดลงของเสียงรบกวนทางทะเลใน Bay of Fundy ของแคนาดา เนื่องจากกิจกรรมการค้าที่ลดลงหลังจากการโจมตี 9/11 ตามการศึกษาในปี 2012 ที่เผยแพร่ในวารสาร Proceedings of the Royal Society B

มิเชล แซนเดอร์ นักนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม จาก Transport Canada ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลาง กล่าวว่า ประเด็นสำคัญของการออกแบบเพื่อลดเสียงรบกวนเหล่านี้คือเรื่องต้นทุน บริษัทใหญ่ๆ จึงไม่พยายามแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

เสียงรบกวนในทะเล, มลภาวะทางเสียงในทะเล

การสำรวจทางธรณีเพื่อสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่พยายามหาวิธีการลดเสียงรบกวนจากเครื่องมือสำรวจ ในปี 2011 บริษัทเอ็กซอนโมบิล บริษัทเชลล์ และบริษัทพลังงานของฝรั่งเศส Total ได้ร่วมมือกันออกแบบสร้างและทดสอบเครื่องมือ Vibroseis ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสำรวจแหล่งน้ำมันที่ลดเสียงกระแทก และปัจจุบันได้รับการยอมรับสำหรับการสำรวจบนบกแล้ว

หนึ่งในพื้นที่ที่พยายามลดเสียงรบกวนคือฟาร์มกังหันลมตามแนวชายฝั่ง แผ่นฟองน้ำดูดซับเสียงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย โดยการติดตั้งไว้รอบเสาที่จมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งช่วยลดความดังของเสียงได้มากถึง 15 เดซิเบล Jennifer Miksis-Olds นักวิจัยด้านสมุทรศาสตร์ ศูนย์การวิจัยและการศึกษาด้านเสียงของมหาวิทยาลัยนิวแฮมป์เชียร์ กล่าว

นักวิจัยชี้ให้เห็นว่า เสียงรบกวนทางทะเลสามารถลดลงได้ด้วยการจัดการจราจรทางน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือ โครงการแบบสมัครใจที่พัฒนาโดย Vancouver Fraser Port Authority ในบริติชโคลัมเบีย โดยขอให้เรือและเรือลากจูง เปลี่ยนเส้นทางออกจากพื้นที่หาอาหารของวาฬเพชฌฆาตประจำถิ่นทางตอนใต้ที่ใกล้สูญพันธุ์ และแนะนำให้ใช้ความเร็วที่ช้าลงสำหรับเรือขนาดใหญ่ในน่านน้ำทางตะวันตกเฉียงใต้ของบริติชโคลัมเบีย เพื่อลดเสียงรบกวนใต้น้ำ

การเปลี่ยนแปลงเรื่องของการส่งเสียงรบกวนในทะเลอาจยังไม่เห็นผลลัพธ์ได้ในเร็ววันนี้ และงานทบทวนวรรณกรรมวิจัยชิ้นนี้ก็เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือสร้างความตระหนัก และบอกเล่าเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น แต่ก็นับเป็นจุดตั้งต้นให้เราสนใจแก้ไขปัญหานี้ แซนเดอร์กล่าวปิดท้าย


ข้อมูลอ้างอิง

https://www.scientificamerican.com/article/a-few-fixes-could-cut-noise-pollution-that-hurts-ocean-animals/
https://www.arctictoday.com/noise-pollution-is-harming-sea-life-needs-to-be-prioritized-scientists-say/
https://www.theguardian.com/environment/2021/feb/04/cacophony-human-noise-hurting-marine-life-scientists-warn
https://www.voanews.com/science-health/noise-pollution-threatens-sea-life-scientists-say
https://www.biologicaldiversity.org/campaigns/ocean_noise/index.html


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : มลภาวะทางเสียง (Noise Pollution)

เรื่องแนะนำ

ร่วมเฉลิมฉลองวันมหาสมุทรโลก World Oceans Day กับ Blancpain

ภาพจากภารกิจ Gombessa II “The Grouper Mystery” ใน French Polynesia ที่ Blancpain ให้การสนับสนุนเพื่อศึกษาการรวมตัวของปลาเก๋าลายหินอ่อนรวมไปถึงการวางไข่ของพวกมันมีบทบาทในการสร้างสมดุลของระบบนิเวศอย่างไร ดั่งพันธะสัญญาต่อมหาสมุทรของ Blancpain (บลองแปง) ที่มีส่วนร่วมกับกิจกรรมวันมหาสมุทรโลก หรือ World Oceans Day ในวันที่ 8 มิถุนายน ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของมหาสมุทร และความจำเป็นของมษุษยชาติที่ต้องร่วมมือกันดูแลและปกป้องทรัพยากรทางทะเล ทั้งนี้ Blancpain ได้ประกาศความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อสร้างความตระหนักรู้ ไปจนถึงศึกษา และอนุรักษ์มหาสมุทรผ่านแผนแม่บทที่มีชื่อว่า Blancpain Ocean Commitment หรือ BOC Blancpain แบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิสที่เก่าแก่ที่สุดในโลกพร้อมประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 287 ปี ผู้สร้างสรรค์เรือนเวลาด้วยศาสตร์และศิลป์ในการประดิษฐ์ขั้นสูง เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่จุดที่ยังไม่เคยมีใครไปถึงมาก่อน และหนึ่งในนั้นคือผลงานระดับตำนานของ Blancpain ได้แก่ นาฬิกา Fifty Fathoms (ฟิฟตี้ ฟาธอมส์) นาฬิกาดำน้ำโมเดิร์นเรือนแรกของโลก ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์แห่งวงการขึ้นมาตั้งแต่เผยโฉมในปี 1953 […]

โรคระบาด : ราคาจากการทำร้ายธรรมชาติ

การระบาดใหญ่ ของ โรคระบาด ไปทั่วโลกครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การที่เราสร้างความเสียหายต่อโลกได้บั่นทอนพลังของธรรมชาติในการปกป้องเราจากโรคภัยไข้เจ็บ จากเมืองอู่ฮั่นในจีน “ตลาดสด” ที่เนื้อสัตว์ถูกชำแหละเดี๋ยวนั้น และสัตว์ป่าเป็น ๆ ถูกขายเป็นอาหารและยา ไวรัส อาจถูกส่งต่อผ่านทางสัตว์ป่าสู่มนุษย์ในช่วงปลายปี 2019 และภายในไม่กี่เดือน โรคระบาด อย่าง โควิด-19 ก็ทำให้ โฮโม เซเปียนส์ ผู้ล่าที่เหนือกว่าใคร ๆ พากันล้มตายเป็นเรือนแสน การระบาดใหญ่ทั่วโลกครั้งนี้คือข้อพิสูจน์สำหรับบางสิ่งที่ผมเชื่อมั่นอย่างไม่ต้องสงสัย นั่นคือความหลากหลายทางชีวภาพเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพของมนุษย์ และถึงที่สุดแล้ว คือความอยู่รอดของมนุษย์นั่นเอง ผู้คนรับไวรัสและแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่าง ๆ จากการสัมผัสกับสัตว์ป่ามานานนับพัน ๆ ปี เมื่อมนุษย์รุกลํ้าเบียดเบียนถิ่นอาศัยในธรรมชาติ แย่งนํ้า อาหาร และดินแดนจากสัตว์ต่างๆ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสของการสัมผัสทางกายภาพ และนำไปสู่ความขัดแย้งมากกว่าเดิม เช่นเดียวกับการระบาด การศึกษาชิ้นหนึ่งในปี 2020 สำรวจความเกี่ยวข้องระหว่างความชุกชุม (abundance) ของชนิดพันธุ์ที่เป็นพาหะของไวรัสที่ทำให้เกิดโรครับจากสัตว์ (zoonotic disease) และความเป็นไปได้ที่จะแพร่กระจายสู่มนุษย์ นักวิจัยกลับไปค้นคว้าผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จนได้ข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน 142 ชนิด และพบว่าสัตว์จำพวกหนู ไพรเมตและค้างคาว เป็นพาหะของไวรัสเหล่านี้มากกว่าชนิดพันธุ์อื่น ๆ […]

PM 2.5: มลพิษทางอากาศในไทย เหตุใดจึงยังไม่สิ้นสุด

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี 2020 ปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่เริ่มเกิดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาได้กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง อะไรคือสาเหตุของปัญหาฝุ่นที่ไม่อาจสิ้นสุดได้ง่ายๆ ในประเทศไทย ทำความรู้จัก PM 2.5 PM ย่อมาจาก Particulate Matter หรืออนุภาคใดๆ ที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมโครเมตร (ไมครอน) ซึ่งขนจมูกไม่ดักจับได้ โดยเป็นสารแขวนลอยที่ฟุ้งกระจายในชั้นบรรยากาศ อาจอยู่ในสภาพของเหลวหรือของแข็งขนาดเล็ก เช่น อนุภาคต่างๆ เชื้อโรค หรือฝุ่นละออง จนทำให้เรามองเห็นในภาพกว้างเป็นลักษณะคล้ายหมอกหรือควัน ในประเทศไทยเริ่มตรวจวัดค่า PM 2.5 มาตั้งแต่ พ.ศ. 2544 ก่อนที่กรมควบคุมมลพิษจะมอบหมายให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องฝุ่นละอองและข้อมูลอื่นๆ หลังจากนั้นคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจึงออกประกาศการกำหนดมาตรฐานฝุ่น PM 2.5 ใน พ.ศ. 2553 ในสถานการณ์ปัจจุบันนิยมใช้การวัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index, AQI) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใช้ระบุคุณภาพอากาศของสถานที่นั้นๆ โดยตัวเลขบอกปริมาณ PM 2.5 เป็นหน่วย ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (μg/m3) ค่าเฉลี่ย AQI […]

น้ำท่วม 2554 บทเรียน วิกฤต และทางออก

พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เหตุการณ์ น้ำท่วม 2554 อุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทยยังไม่คลี่คลาย หลายฝ่ายประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจว่าอาจสูงถึงหลักแสนล้านบาท แต่นั่นอาจเทียบไม่ได้กับความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของมนุษย์สามัญที่เพียรหากินมาทั้งชีวิต มหาวารีปรี่ล้นท้นมาถึงใจกลางมหานครบันดาลให้เกิดภาพประวัติศาสตร์ที่ตากล้องทุกคนไม่ลังเลที่จะลุยน้ำเสี่ยงชีวิตจากไฟดูดและจระเข้หลุด เพื่อตามเก็บภาพเป็นเกียรติประวัติ นั่นคือภาพชาวกรุงหวาดผวาอพยพหนีน้ำอย่างตื่นตระหนก บ้างตะลีตะลานปกป้องบ้านช่อง โดยฝากความหวังไว้กับกระสอบทราย คันดินและเครื่องสูบน้ำ แม้ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักจะชี้ว่าอุทกภัยครานี้ร้ายแรงกว่าครั้งไหน ๆ ทว่าใครหลายคนกลับเฝ้ารอ “น้องน้ำ” อย่างใจจดใจจ่อ พลางปลอบใจตัวเองลึกๆ ว่า จะได้หายเครียดกันเสียที หากมองข้ามวิวาทะทางการเมืองและสารพัดข่าวสับสนจากหลายกระแส เราจะพบว่าปฐมเหตุของวิกฤติคือฤดูมรสุมตามธรรมชาติของภูมิภาคแถบนี้ พระพิรุณกระหน่ำบันดาลน้ำปริมาณมหาศาลมาตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนก่อให้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ และเติมน้ำให้เขื่อนใหญ่ต่างๆ จนมีระดับสูงเป็นประวัติการณ์ โดยธรรมชาติของฤดูกาล ฤดูฝนในภาคกลางและเหนือจะเริ่มตั้งแต่ราวกลางเดือนพฤษภาคม เมื่อมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย และร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคกลาง ตะวันออก เหนือ และอีสาน ส่งผลให้ฝนตกเป็นบริเวณกว้าง ในช่วงเดียวกันนี้มักจะเกิดพายุหมุนเขตร้อนในทะเลจีนใต้ และเคลื่อนตัวมาทางทิศตะวันตก ก่อนมุ่งหน้าขึ้นฝั่งเวียดนาม แล้วพัดเข้าสู่ลาวและไทย แต่ถึงพายุเหล่านี้จะอ่อนแรงลงเป็นเพียงดีเปรสชันหรือความกดอากาศต่ำ ก็ยังนำพาฝนปริมาณมหาศาลมาสู่ผืนแผ่นดินใหญ่อยู่ดี ละครพายุเปิดฉากโหมโรงราวเดือนมิถุนายน เมื่อไต้ฝุ่น “ไหหม่า” ในทะเลจีนใต้หมุนคว้างขึ้นฝั่งอินโดจีนแม้จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ (กำลังแรง) ถึงกระนั้น น้ำตาคนเมืองน่าน พะเยา ตาก สุโขทัย และจังหวัดใกล้เคียงก็ร่วงพรูจากอุทกภัยระลอกแรกของปี ตัวละครต่อมาคือไต้ฝุ่น “นกเตน” ที่ก่อตัวราวปลายเดือนกรกฎาคม […]