เมื่ออิสรภาพของ แม่น้ำ ส่งผลโดยตรงต่อความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและผู้คน

เมื่ออิสรภาพของ แม่น้ำ ส่งผลโดยตรงต่อความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและผู้คน

ปัจจุบัน แม่น้ำ สายยาวที่ไหลอย่างอิสระนั้นพบเจอได้ยากมากทำไมอิสรภาพของแม่น้ำจึงสำคัญ?

แม่น้ำ ขนาดใหญ่ที่มีความคดโค้งเป็นส่วนสนับสนุนระบบนิเวศที่ควรปล่อยให้เกิดการถูกกีดขวางอย่างธรรมชาติไปตามการเคลื่อนที่และการเปลี่ยนแปลงของพลังงานมวลสารวิถีการใช้น้ำของสัตว์ป่าและภูมิทัศน์แวดล้อม

ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมามนุษย์ได้เข้าควบคุมพลังงานมหาศาลของสายน้ำไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อนแหล่งกักเก็บน้ำและสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง ๆ ทำให้ปัจจุบันทั่วโลกหลงเหลือแม่น้ำที่ไหลอย่างอิสระและมีความยาวเกินกว่าพันกิโลเมตร (621 miles) เพียงร้อยละ 37 เท่านั้น

สิ่งกีดขวางความต่อเนื่องของสายน้ำอาจส่งผลกระทบมากน้อยต่างกันไปตลอดเส้นแม่น้ำแต่ละสายแต่การทำความเข้าใจผลกระทบต่าง ๆ ที่ตามมานั้นเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นคืนระบบนิเวศภูมิทัศน์ตลอดทางแม่น้ำไหลผ่านพื้นที่ธรรมชาติหรือแหล่งชุมชนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการแตกแยกหรือขวางทางน้ำ

นี่คือ 6 แม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก ที่มีลักษณะการไหลแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ไหลต่อเนื่องอย่างมีพลวัต ไปจนถึงได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากเขื่อนและอิทธิพลของมนุษย์

01 แม่น้ำมิสซิสซิปปี และแม่น้ำมิสซูรี

เครือข่ายสาขาแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือมีลักษณะคดเคี้ยวไปมารอบข้างแม่น้ำเป็นที่ราบที่เกิดจากแม่น้ำพัดเอาดินตะกอนมาทับถมเป็นบริเวณกว้างจึงเป็นแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญ

แม่น้ำแห่งนี้ถูกใช้เพื่อการขนส่งทางอุตสาหกรรมเป็นหลักโดยบรรทุกสินค้าเกษตรและเหล็กกล้าจากปลายด้านหนึ่งของประเทศไปยังอีกด้านหนึ่งส่งเสริมการเติบโตของเมืองและชุมชนจำนวนนับไม่ถ้วน

แม่น้ำมิสซิสซิปปีเปรียบเหมือนเส้นหลอดเลือดแดงทางการค้ามีการก่อสร้างโครงการวิศวกรรมขนาดใหญ่มากมายที่ควบคุมการไหลของแม่น้ำมานานกว่า 300 ปี เพื่อจำกัดปริมาณน้ำ

นอกจากนี้ยังมีการขุดลอกกำจัดตะกอนหรือวัสดุอื่นๆจากก้นแม่น้ำเพื่อให้สามารถเดินเรือได้มากขึ้นตรงไหนเคยเป็นโค้งน้ำไหลเอื่อยก็ถูกตัดตรงที่ราบน้ำท่วมถึงในอดีตถูกตัดขาดจากกันด้วยคันดินและทำนบ

มลพิษเป็นอีกปัญหาหนึ่งของระบบแม่น้ำแห่งนี้อุตสาหกรรมทั่วไปก่อให้เกิดขยะจำนวนมากที่ไม่มีทางออกอื่นนอกจากลงสู่แม่น้ำยาฆ่าแมลงและปุ๋ยจะถูกชะล้างออกไปในแม่น้ำส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแม้จะมีกฎระเบียบของรัฐบาลควบคุมมลพิษเหล่านี้แต่มลพิษยังคงหาทางลงสู่น่านน้ำ

02 แม่น้ำแอมะซอน

แม่น้ำแอมะซอนถือเป็นแม่น้ำไหลอย่างอิสระที่ยาวที่สุดในโลกอีกทั้งยังลำเลียงปล่อยน้ำออกสู่มหาสมุทรสูงที่สุดคิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของปริมาณการไหลของน้ำทั้งโลก

นอกจากนี้แม่น้ำแอมะซอนยังมีปริมาณน้ำมากถึง 1 ใน 5 ส่วนของโลก น้ำที่หมุนเวียนอยู่ในลุ่มแม่น้ำแอมะซอนคิดเป็นร้อยละ 16 ของน้ำจืดทั่วโลก มีแม่น้ำสาขาที่แยกออกจากแอมะซอนมากกว่า 1,100 สาขา

การไหลของมันช่วยพัดพาตะกอนดินและแร่ธาตุไปเติมความอุดมสมบูรณ์ให้แก่พื้นที่สองฝั่งแม่น้ำดินดอนปากแม่น้ำและระบบนิเวศชายฝั่งอีกทั้งยังถือเป็นแม่น้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลกสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตร้อยละ 25 ของโลกถูกพบในป่าแห่งนี้

พื้นที่ป่าฝนเขตร้อนตลอดแนวแม่น้ำแอมะซอนยังมีบทบาทสำคัญต่อชั้นบรรยากาศโลกเพราะเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนประมาณร้อยละ 20ที่หมุนเวียนอยู่ทั่วโลก

ข้อมูลของโครงการ Monitoring of the Andean Amazon Project ปี 2018 พบว่าการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อทำเหมืองทองคำ ทำลายป่าแอมะซอนในเปรูไปมหาศาล สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งทำลายความหลากหลายทางชีวภาพของป่าฝนเขตร้อน

03 แม่น้ำไนล์

เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลกและเป็นแม่น้ำที่ได้รับผลกระทบจากการใช้น้ำมากที่สุดในบรรดาแม่น้ำขนาดใหญ่ทั้งหลายเนื่องมาจากการชลประทานและการดึงน้ำส่วนใหญ่ออกไปใช้ในกิจกรรมต่างๆของมนุษย์

แม่น้ำไนล์เป็นทั้งอู่อารยธรรมและเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงทวีปแอฟริกาที่แห้งแล้งจนทำให้เกิดอารยธรรมโบราณขึ้นมากมายโดยที่รู้จักกันดีคืออารยธรรมอียิปต์เมื่อสมัยมากกว่ากว่าห้าพันปีที่แล้ว

ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังคืบคลานสู่แม่น้ำไนล์นับตั้งแต่งานก่อสร้างเขื่อนแกรนด์เอธิโอเปียนเรเนส์ซองซ์ ที่ชาวเอธิโอเปียภาคภูมิใจมาก เพราะเมื่อสร้างเสร็จแล้วจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา

ปัญหาคือเขื่อนนี้ตั้งอยู่ในแม่น้ำบลูไนล์ (Blue Nile) ซึ่งเป็นหนึ่งในสองสาขาของแม่น้ำไนล์ ทำให้เพื่อนบ้านไม่พอใจอย่างมาก เพราะกลัวว่าปริมาณน้ำที่ใต้เขื่อนจะไม่พอใช้

เอธิโอเปียขัดแย้งกับเพื่อนบ้านใต้เขื่อนอย่างซูดานและอียิปต์มาตลอดนับตั้งแต่เริ่มโครงการทั้ง 3 ประเทศพยายามเจรจาหาจุดร่วมแต่ไม่ค่อยจะได้ผล โดยเฉพาะอียิปต์คิดจะใช้วิธีการรุนแรงเพื่อทำลายโครงการนี้มาแล้ว เนื่องจากอียิปต์ต้องพึ่งพาน้ำจืดจากแม่น้ำไนล์ร้อยละ 90

เช่นเดียวกับกรณีการสร้างเขื่อนในลุ่มแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านหลายประเทศทำให้การขวางกั้นการไหลของน้ำในเขื่อน 1 เขื่อน สร้างผลกระทบไปยังหลายประเทศใต้เขื่อน

04 แม่น้ำคองโก

แม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแอฟริกากลางและมีความยาวเป็นอันดับ 2 ของทวีปแอฟริกา (เป็นรองแม่น้ำไนล์) อีกทั้งยังเป็นแม่น้ำที่มีความลึกที่สุดในโลก ในจุดที่ลึกสุดถึง 220 เมตร

แม่น้ำคองโกร้อยรัด 9 ประเทศในทวีปแอฟริกาเข้าด้วยกันตลอดเส้นทางการไหลราว 4,700 กิโลเมตร สู่มหาสมุทรแอตแลนติก นอกจากจะมีลุ่มน้ำขนาดใหญ่แล้ว แม่น้ำคองโกเป็นแม่น้ำสายหลักสายเดียวในโลกที่ไหลผ่านเส้นศูนย์สูตรสองครั้ง ทำให้การไหลของน้ำมีเสถียรภาพมาก เพราะจะมีลุ่มน้ำไม่ฝั่งใดก็ฝั่งหนึ่งที่อยู่ในฤดูฝน

เพราะความห่างไกลเข้าถึงลำบากและปัญหาความขัดแย้งในการกีดกันการพัฒนารวมถึงไม่มีหน่วยงานบริหารจัดการอย่างจริงจังทำให้รอบแม่น้ำแห่งนี้ยังคงพื้นมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่า

ส่งผลให้คุณค่าของแม่น้ำในฐานะแหล่งทรัพยากรลดลงมากไปด้วยหากคำนึงถึงศักยภาพมหาศาลด้านการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและการเกษตรบนพื้นที่ลุ่มน้ำกว้างใหญ่ถึง 3,900,000 ตารางกิโลเมตร ทั้งทวีปแอฟริกาจะเป็นหนี้บุญคุณแม่น้ำคองโก

รัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทางให้มั่นใจว่าทรัพยากรธรรมชาติที่ทรงคุณค่าที่สุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลใดๆทั้งสิ้นสิ่งนี้อาจเป็นผลดีที่แม่น้ำคองโกยังไหลได้อย่างอิสระและไม่ค่อยถูกกีดขวางแต่ก็ส่งผลให้แม่น้ำขาดการดูแลอย่างจริงจังด้วยเช่นกัน

ปัจจุบันอุตสาหกรรมทำไม้และการบุกรุกป่าทำการเกษตรจากประเด็นผลประโยชน์การเมืองเป็นปัจจัยหลักซึ่งทำลายพันธุกรรมพืชและสัตว์ป่าอันหลากหลายลงอย่างน่าตกใจนับตั้งแต่ปีพ.. 2523 เป็นต้นมาถิ่นนี้ถูกจัดอันดับว่ามีอัตราการสูญเสียป่าสูงสุดของโลก

05 แม่น้ำเหลือง หรือฮวงโห

แม่น้ำสายยาวที่สุดอันดับ 2 ของจีน ซึ่งไหลเวียนโดยไม่แห้งเหือดเป็นเวลาติดต่อกัน 20 ปีแล้ว

The Yellow River หรือแม่น้ำเหลืองเป็นชื่อที่ได้มาจากลักษณะสีเหลืองอมน้ำตาล ซึ่งเกิดจากคราบตะกอนกรวดสีเหลืองที่ทิ้งไว้หลังจากการเกิดน้ำท่วม แม่น้ำฮวงโหมีความสำคัญมากต่อการเกษตรภายใต้ภูมิอากาศแบบแห้งแล้งในพื้นที่

ในแต่ละปีสายน้ำฮวงโหตอนกลางพัดพาโคลนเลนและทรายลงสู่สายน้ำตอนปลายก่อให้เกิดอุทกภัยหลายครั้งซึ่งแต่ละครั้งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนอย่างมากมายมหาศาล

จึงได้รับฉายาว่าแม่น้ำวิปโยคแต่ในขณะเดียวกันตะกอนก็มาพร้อมกับความอุดมสมบูรณ์ในการเพาะปลูกที่เกิดขึ้นสองฟากฝั่งแม่น้ำ

บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำฮวงโหเป็นแหล่งที่ดินดีและอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุสำคัญต่อพืชจึงเหมาะแก่การเพาะปลูกกอปรกับสภาพอากาศอบอุ่นชุ่มชื้นเหมาะแก่การตั้งบ้านสร้างเมืองถิ่นนี้จึงเป็นแหล่งที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางประเพณีวัฒนธรรม

06 แม่น้ำแยงซี หรือแยงซีเกียง

แม่น้ำที่ยาวที่สุดในทวีปเอเชียและเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับที่ 3 ของโลก มีจุดเริ่มต้นจากที่ราบสูงทิเบต โดยแม่น้ำแยงซีไหลแผ่สาขาผ่านเมืองต่างๆ ที่มีประชากรตั้งถิ่นฐานกระจัดกระจาย อีกทั้งยังเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของเสือดาวหิมะและแพนด้ายักษ์

การจราจรที่คับแน่นบนผิวน้ำของแม่น้ำแยงซีทำให้เกิดการขุดลอกพื้นทรายใต้ทะเลสาบเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคในช่วงปีหลังๆโครงการขุดลอกพื้นทรายเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อประชากรสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้

เขื่อนสามผาถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยชะลอความแรงของแม่น้ำส่งเสริมการพัฒนาเกษตรกรรมของประเทศจีนเป็นอย่างมากพร้อมทั้งยังจำหน่ายไฟฟ้าโดยถูกสร้างขึ้นทับเมืองต่างๆ (รวมถึงโบราณสถานหลายแห่ง)

การสร้างเขื่อนขนาดมโหฬารนี้ส่งผลกระทบในการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศในชุมชนขนาดใหญ่และอาจทำให้อุทกภัยบนที่สูงร้ายแรงกว่าเดิมปัญหาสำคัญอีกประการคือน้ำหนักของน้ำปริมาณมหาศาลที่กักเก็บไว้เหนือเขื่อนกำลังกัดเซาะตลิ่งแม่น้ำทำให้เกิดปัญหาดินถล่ม

หลายสิบปีที่ผ่านมาการพัฒนาเขตเมืองและการขนส่งในแยงซีเกียงได้ทำลายแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตในน้ำไปอย่างมากการใช้ปุ๋ยในการเกษตรและสารเคมียาฆ่าศัตรูพืชสร้างมลพิษในแม่น้ำอย่างเลวร้ายโดยหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ได้รับผลกระทบอย่างมากก็คือโลมาหัวบาตรที่ถูกจัดเข้ากลุ่มสัตว์ที่เสี่ยงอันตรายสูญพันธุ์เนื่องจากมลพิษ

ล่าสุดรัฐบาลกลางแห่งจีนแถลงบังคับใช้คำสั่งห้ามการประมงในแยงซีระยะเวลา 10 ปีชุดสมบูรณ์ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศน์เสื่อมโทรม

สืบค้นและเรียบเรียง : ปาณิสรา สันติมิตร และ​ วิทิต บรมพิชัยชาติกุล
(โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย)

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในไทย​ ผ่านฟีเจอร์ Timelapse โดย Google​ Earth

เรื่องแนะนำ

Blue Lagoon โรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพที่สร้างเงินมหาศาลให้การท่องเที่ยวไอซ์แลนด์

Blue Lagoon แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของไอซ์แลนด์ สร้างจากน้ำพุร้อนใต้พิภพที่ผ่านการนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า โดยไอซ์แลนด์ขับเคลื่อนประเทศด้วยพลังงานหมุนเวียนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้จะมีประชากรเพียง 332,000 คน แต่ไอซ์แลนด์ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 1.8 ล้านคนต่อปี มากกว่าจำนวนประชากรถึง 6 เท่า โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมายังเกาะแห่งนี้ เพื่อชื่นชมภูมิประเทศที่ต่างจากพื้นที่อื่นในโลก ผสมผสานกันระหว่างความหนาวเย็นและความร้อนระอุ ไม่ว่าจะเป็นถ้ำน้ำแข็ง ธารน้ำแข็ง ทุ่งน้ำแข็ง ไปจนถึงทุ่งลาวาและน้ำพุร้อนไกเซอร์ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Blue Lagoon ที่มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยียนมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี และสิ่งที่คนส่วนใหญ่อาจไม่รู้คือทะเลสาบน้ำร้อนแห่งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอย่างแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ของไอซ์แลนด์ แต่เป็นฝีมือการสร้างของมนุษย์ มองข้ามขอบน้ำสีฟ้าสดใสของทะเลสาบไป คุณสามารถมองเห็นอาคารและท่อโลหะที่มีไอน้ำพวยพุ่งอยู่แทบจะตลอดเวลา ไม่ต้องแปลกใจ เพราะนั่นคือโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ Svartsengi ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ ค.ศ. 1976 และน้ำอบอุ่นในทะเลสาบที่คนนับล้านข้ามน้ำข้ามทะเลมาแช่เพื่อผ่อนคลายดื่มด่ำนี้ คือน้ำอุณหภูมิร้อนจัดจากใต้ผิวโลกที่ถูกนำขึ้นมาผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่หล่อเลี้ยงผู้คนและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของไอซ์แลนด์ทั้งประเทศ การผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นหนึ่งในพลังงานหมุนเวียนที่มีขั้นตอนในการสร้างยุ่งยากที่สุด เพราะระหว่างกระบวนการสามารถปล่อยมลพิษออกมาได้ หากโรงไฟฟ้าไม่ได้รับการออกแบบระบบควบคุมแบบปิด ที่ป้องกันการเล็ดรอดของสารพิษอย่างเชี่ยวชาญ ด้วยวิสัยทัศน์ของภาครัฐตั้งแต่เมื่อ 80 ปีก่อน ทำให้ทุกวันนี้ ไอซ์แลนด์ขับเคลื่อนประเทศด้วยพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตภายในประเทศเกือบ […]

พิทักษ์สรวงสวรรค์ทางธรรมชาติแห่งคอสตาริกา

คาบสมุทรโอซาของ คอสตาริกา เป็นต้นแบบของการอนุรักษ์ แต่ตอนนี้โควิด-19 กำลังทดสอบการปกป้องอัศจรรย์ทางธรรมชาตินี้ เซเลโดเนีย เตเยส จำไม่ได้แล้วว่า เธอย้ายมายังคาบสมุทรโอซาปีไหน หรือตอนอายุเท่าไรแน่ แต่เธอจำได้แม่นว่า เธอมาทำไม ในเมื่อที่ดินผืนนี้จับจองได้ไม่ต้องซื้อหา ในตอนนั้น คาบสมุทร ขนาด 1,800 ตารางกิโลเมตรที่โค้งไปตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนใต้ของ คอสตาริกา เป็นเขตแดนป่า ตัดขาดจากแผ่นดินใหญ่ด้วยคอคอดที่เป็นป่าชายเลนรกทึบผ่านแทบไม่ได้ และเข้าถึงได้ก็โดยทางเรือเป็นหลัก เซเลโดเนียกำลังตั้งครรภ์ตอนที่เธอมาถึงพร้อมกับลูกห้าคน ไก่หกตัว สุนัขหนึ่งตัว และเงิน 700 โคโลนหรือประมาณหนึ่งดอลลาร์สหรัฐ เธอยังพาแฟนมาด้วย แต่เขา “เกลียดธรรมชาติและวิ่งหนีแมลง” เธอเท้าความหลัง ดังนั้นเธอจึงคว้าขวานขึ้นมาแผ้วถางที่ดิน ด้วยตัวเอง ราว 40 ปีต่อมา ดอญญาเซเลโดเนีย ดังที่ทุกคนเรียกขานด้วยความเคารพนับถือ ยังคงอาศัย อยู่บนที่ดินผืนเดิมในเมืองที่ชื่อ ลาปัลมา วันหนึ่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2019 ตอนที่ผมไปหา เธอพาผมชมบ้านชมสวน และจากย่างก้าวที่สาวฉับๆ นั้น ดูไม่ออกเลยว่า ตาของเธอเกือบบอดแล้ว สำหรับดอญญาเซเลโดเนีย วันนี้เป็นวันไถ่บาป แทนที่จะโค่นป่า เธอคืนพื้นที่ส่วนเล็กๆ แก่ผืนป่า […]

พลังงานน้ำ นวัตกรรมพันปีที่กลายเป็นแหล่งพลังงานทดแทนอนุภาพมหาศาลในปัจจุบัน

พลังงานน้ำ เป็นพลังที่มีอนุภาพมหาศาล ถูกมนุษย์นำมาใช้มานานนับศตวรรษ ในปัจจุบัน พลังงานน้ำ ถูกใช้เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างกว้างขวาง พลังงานน้ำ ได้ถูกใช้ประโยชน์มาแล้วหลายร้อยปี ทั้งกังหันน้ำสำหรับยกน้ำขึ้นสู่ที่สูงเพื่อใช้ประโยชน์ในครัวเรือน หมุนเครื่องจักรในโรงงานสีข้าว โรงงานทอผ้า และโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยปัจจุบันนิยมใช้ในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเรียกว่า ไฟฟ้า พลังงานน้ำ พลังงานน้ำ (Hydropower) เป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งโดยอาศัยกำลังจากการเคลื่อนที่ของน้ำ พลังงานของมวลน้ำที่เคลื่อนที่ได้ถูกมนุษย์นำมาใช้มานานนับศตวรรษ โดยได้มีการสร้างกังหันน้ำ (Water Wheel) เพื่อใช้ประกอบการงานต่าง ๆ ชาวอินเดียและโรมัน มีการประยุกต์ใช้กังหันน้ำในการโม่แป้งจากเมล็ดพืช ส่วนในจีนและตะวันออกมีการใช้พลังงานน้ำในการวิดน้ำเพื่อการชลประทาน โดยในช่วงทศวรรษที่ 1830 ซึ่งเป็นยุคที่การสร้างคลองเฟื่องฟู ก็ได้มีการประยุกต์เอาพลังงานน้ำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนเรือขึ้นและลงจากเขา โดยอาศัยรางรถไฟที่ลาดเอียง อย่างไรก็ตามเนื่องจากการประยุกต์ใช้พลังงานน้ำในยุคแรกนั้นเป็นการส่งต่อพลังงานโดยตรง (Direct Mechanical Power Transmission) ทำให้การใช้พลังงานน้ำต้องอยู่ใกล้แหล่งพลังงาน เช่น น้ำตก เป็นต้น แต่ในปัจจุบันนี้พลังงานน้ำได้ถูกใช้เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้ากันอย่างกว้างขวาง ทำให้สามารถส่งต่อพลังงานไปใช้ในที่ห่างจากแหล่งน้ำได้ ประเภทของพลังงานน้ำ 01 พลังงานน้ำขึ้นน้ำลง มีพื้นฐานมาจากพลังงานศักย์และพลังงานจลน์ของระบบที่ประกอบด้วยดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ สำหรับในการเปลี่ยนพลังงานน้ำขึ้นน้ำลงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า คือเลือกแม่น้ำหรืออ่าวที่มีพื้นที่เก็บน้ำได้มากและพิสัยของน้ำขึ้นน้ำลงมีค่าสูง แล้วสร้างเขื่อนที่ปากแม่น้ำหรือปากอ่าว เมื่อน้ำลงมวลน้ำจะไหลออกจากอ่างเก็บน้ำ […]

งูหลามบอล เมื่อสัตว์ป่ากลายเป็นสัตว์เลี้ยง

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เผยวงจรค้าสัตว์เลื้อยคลานระดับโลก เต็มไปด้วยความทารุณและเป็นแหล่งเพาะโรคร้าย ปัจจุบัน สัตว์ป่านานาชนิดจำนวนนับล้านตัว กำลังถูกคุกคามและตกเป็นเหยื่อในธุรกิจค้าสัตว์แปลกทั่วโลกที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการลดจำนวนลงของประชากรสัตว์ป่าทั่วโลก ล่าสุด องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ได้จัดทำสารคดีชื่อว่า “Ball pythons are wildlife #NotPets” เพื่อแจ้งเตือนเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในสัตว์เลื้อยคลาน คือ งูหลามบอล แอฟริกา (African Ball Pythons) งูหลามบอลแอฟริกามีการซื้อขายเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงมากที่สุดในทวีปแอฟริกา โดยในสารคดีได้เปิดเผยความน่าตกใจของอุตสาหกรรมลักลอบจับสัตว์ป่าพบว่าในช่วงระยะเวลา 45 ปีที่ผ่านมา งูหลามบอลมากกว่า 3 ล้านตัวถูกส่งออกจากแอฟริกาตะวันตก เพื่อนำไปขายเป็นสัตว์เลี้ยงยัง 3 ทวีป ได้แก่ ยุโรป เอเชีย และอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำเข้าสัตว์เลื้อยคลานรายใหญ่ที่สุดของโลก องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเผยว่า “การค้าสัตว์ป่าเป็นเสมือนระเบิดเวลาสำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของมนุษย์” เนื่องจากสัตว์ที่ถูกจับมาจากป่าธรรมชาติ หรือถูกเพาะพันธุ์ในกรงขังแคบๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมสกปรก เสื่อมโทรม อาจกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต และในขณะเดียวกันก็สร้างความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานอย่างโหดร้ายต่อสัตว์ป่าเช่นกัน อ่านเพิ่มเติม: เสือโคร่ง ข้างบ้าน : ตีแผ่ขบวนการค้าสัตว์ป่าในสหรัฐฯ […]