ขยะติดเชื้อ : แนวทางการจัดการอย่างถูกต้อง เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค

ปัญหาขยะติดเชื้อท่ามกลางวิกฤติการระบาดใหญ่ในประเทศไทย

ปัญหาด้านขยะมูลฝอยที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงการระบาดใหญ่คือ ขยะติดเชื้อ จากสถานประกอบการพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และภาคครัวเรือน

ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 นอกจากการเตรียมพร้อม ป้องกัน และรับมือ กับการแพร่ระบาดของไวรัสแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควรตระหนัก และหันมาให้ความสนใจคือ การเพิ่มขึ้นของปริมาณ ขยะติดเชื้อ ในประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

นี่คือเรื่องราวของขยะติดเชื้อที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และแนวทางที่คุณสามารถเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาเหล่านี้

ขยะติดเชื้อ, หน้ากากอนามัย, การทิ้งหน้ากากอนามัย, อย่างถูกวิธี

การเพิ่มขึ้นของขยะติดเชื้อ

ข้อมูลจากกรมอนามัย ปี 2019 รายงานว่า โดยปกติ ประเทศไทยมีสถานพยาบาล เช่น โรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข และสถานีอนามัยคลินิก ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนจำนวนมากกว่า 37,000 แห่ง และมีจำนวนเตียงผู้ป่วยประมาณ 140,000 เตียง ซึ่งสร้างปริมาณขยะติดเชื้อที่เกิดขึ้นจากสถานพยาบาลทั้งหมดประมาณ 65 ตันต่อวัน โดยแบ่งเป็นขยะมูลฝอยติดเชื้อที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เฉลี่ยประมาณ 20 ตันต่อวัน และสถานพยาบาลในส่วนภูมิภาคอีกประมาณ 45 ตันต่อวัน ตัวเลขนี้ยังไม่รวมปริมาณขยะติดเชื้อจากภาคครัวเรือนและสถานที่กักตัว ปริมาณขยะติดเชื้อจากโรงพยาบาลสนาม ซึ่งในปัจจุบันคาดว่าจะเพิ่มปริมาณขยะติดเชื้อมากขึ้นอีก 20 ตันต่อวัน

หน้ากากอนามัย หนึ่งในขยะติดเชื้อสำคัญจากภาคครัวเรือน

ในปัจจุบัน หน้ากากอนามัยมีบทบาทสำคัญต่อการช่วยควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส และอีกทั้งประเทศไทยยังมีกฎหมายจาก พ.ร.บ.โรคติดต่อ เพื่อบังคับใช้หน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะ และขณะโดยสารรถยนต์ส่วนตัวที่มีผู้โดยสารตั้งแต่สองคนขึ้นไปในบางบางพื้นที่ ส่งผลให้หน้ากากอนามัยกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยมีกำลังการผลิตหน้ากากอนามัยอยู่ที่ประมาณสี่ถึงห้าล้านชิ้นต่อวัน อันเป็นผลมาจากความต้องการหน้ากากอนามัยที่มากขึ้น และตัวเลขนี้ยังไม่รวมจำนวนหน้ากากอนามัยที่นำเข้าจากต่างประเทศ นั่นหมายความว่า ประเทศไทยกำลังผลิต”ขยะติดเชื้อ” อย่างน้อย 4-5 ล้านชิ้น ทุกวัน

ขยะติดเชื้อ, หน้ากากอนามัย, การทิ้งหน้ากากอนามัย, อย่างถูกวิธี

การกำจัดขยะติดเชื้อในปัจจุบัน

ขยะติดเชื้อในประเทศไทยที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และสถานที่กักตัว จะถูกขนส่งไปเผาทำลายที่เตาเผาขยะ และโรงนึ่งฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำที่กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ

แต่ในปัจจุบัน เนื่องจากมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่รักษาตัวในที่พักของตนเอง และรอเข้ารับรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งสามารถทำให้เกิดขยะติดเชื้อภายในชุมชน และในบางกรณีที่ขยะติดเชื้อได้ปนเปื้อนไปกับขยะมูลฝอยทั่วไปจะทำให้เกิดความเสี่ยงที่ขยะติดเชื้อเหล่านี้จะเพิ่มโอกาสการแพร่ระบาดของไวรัสมากขึ้นไปอีก

คุณสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างไร

สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ผู้ที่แยกสังเกตอาการที่บ้าน หรืออยู่ระหว่างกักตัว ให้แยกขยะติดเชื้อเช่น ขยะที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย สารคัดหลั่งอื่นๆ เช่น หน้ากากอนามัย กระดาษชำระ และนำใส่ถุงขยะสองชั้น มัดปากถุงให้แน่น และทำเครื่องหมายให้ชัดเจนว่าเป็น “ขยะติดเชื้อ” และแจ้งสำนักงานเขต เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปดำเนินการอย่างถูกวิธี

สำหรับบุคคลทั่วไป ให้กำจัดหน้ากากอนามัย โดยจับที่สายคล้องหู และนำหน้ากากอนามัยทิ้งลงถังขยะที่มีฝาปิด

ในปัจจุบัน กรุงเทพมหานครได้ติดตั้งถังขยะสำหรับทิ้งหน้ากากอนามัยมากกว่าหนึ่งพันจุด ในสำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาล โรงเรียน ศูนย์กีฬา และศูนย์เยาวชนสังกัดกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร สถานีดับเพลิง สวนและสถานที่สาธารณะ โดยถังขยะที่รองรับการทิ้งหน้ากากอนามัยจะมีสีส้มพร้อมถุงขยะสีแดง

การที่คุณช่วยแยกขยะติดเชื้อนั้น นอกจากจะทำให้มั่นใจว่าขยะติดเชื้อเหล่านั้นจะถูกนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีแล้ว ยังส่งผลให้กระบวนการแยกขยะและการนำส่งขยะมีความปลอดภัยมากขึ้น และเป็นการช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

นอกจากนี้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำแนวทางการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยเผยแพร่คู่มือสำหรับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการขยะ ผู้ขนส่ง ผู้กำจัดขยะติดเชื้อ สำหรับสถานปฏิบัติการและสถานพยาบาล และโรงพยาบาลสนาม

โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับแนวทางในการปฏิบัติภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ที่ https://covid19.anamai.moph.go.th/th/manual/

แปลและเรียบเรียง นายจอมพล ละมูนกิจ
โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษไทย


ข้อมูลอ้างอิง

คู่มือการดำเนินงานระบบปฏิบัติการอนามัยสิ่งแวดล้อม ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ผลกระทบของโควิด-19 ต่อสิ่งแวดล้อม

เรื่องแนะนำ

อินเดียรถชนระนาว หมอกควันเป็นเหตุ

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางตอนเหนือของอินเดียประสบกับปัญหาจากหมอกควัน ที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นถึง 10 เท่าจากปริมาณปกติ ที่ปลอดภัยต่อร่างกาย ข้อมูลจากหน่วยงานเพื่อสุขภาพออกคำเตือน การสูดหายใจในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน มีอันตรายเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่จำนวนมากถึง 50 มวนต่อวันเลยทีเดียว นอกจากหมอกควันเหล่านี้จะเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจแล้ว ยังรบกวนทัศนวิสัยจนแทบจะมองไม่เห็นอะไร และส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุรถชนกันจำนวนมากถึง 18 คันรวด ในกรุงนิวเดลีอีกด้วย ผู้คนที่ยังอยู่ในรถจึงต้องรีบออกจากรถ เนื่องจากไม่ทราบว่ารถคันหลังๆ ที่วิ่งมาด้วยความเร็วจะมาชนท้ายอีกหรือไม่   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก : การยืดอายุผักผลไม้แนวใหม่, สำรวจโลก : ปลูกเพื่อสันติ

“เจ้าหน้าที่ด้านนี้ไม่มีใครไม่รักต้นไม้”พูดคุยกับเขตดุสิตที่ตัดแต่งต้นไม้ริมถนนได้ดี

แม้จะมีหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการตัดแต่ง ต้นไม้ริมถนน ที่เกินความจำเป็น แต่ในพื้นที่เขตดุสิตมีการตัดแต่งต้นไม้สาธารณะที่สวยงาม พวกเขาทำได้อย่างไร ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดาคนที่รักต้นไม้ต่างแสดงความเห็นถึงเหตุการณ์การตัด ต้นไม้ริมถนน ในพื้นที่สาธารณะของสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานครแห่งหนึ่ง ที่ได้ตัดต้นไม้ในลักษณะที่เกินความจำเป็น เช่น การบั่นยอดของต้นไม้ทิ้งทั้งหมดเป็นแนวยาว หรือการตัดกิ่ง-ยอดของต้นไม้จนไม่สามารถให้ร่มเงาตามพื้นที่ริมทางได้เช่นเคย ส่งผลต่อทั้งทัศนียภาพและบรรยากาศโดยรวมของพื้นที่สีเขียวซึ่งมีอยู่น้อยนิดอยู่แล้วในกรุงเทพมหานคร อันที่จริง เหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เรามักพบเห็นการตัด ต้นไม้ริมถนน ในพื้นที่สาธารณะในระดับที่ส่งผลต่อทัศนียภาพดั้งเดิมมากเกินไปในพื้นที่กรุงเทพมหานครในหลายพื้นที่มาหลายปีแล้วเช่นกัน ในอีกด้านหนึ่ง ทางกองบรรณาธิการได้ลงพื้นที่สำรวจเขตดุสิต หนึ่งในพื้นที่ใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางราชการหลายแห่ง พบว่าต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะนั้นได้รับการตกแต่งเป็นอย่างดี และสามารถตัดแต่งให้สอดรับกับสายไฟและสายสื่อสาร ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคในการตัดแต่งต้นไม้ที่มีมากไม่แพ้เขตอื่นๆ และทำให้เราได้เห็นทัศนียภาพพื้นที่สีเขียวที่ได้รับการจัดวางเป็นอย่างดี เราได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ คุณจินดา พงศ์ด่านเพชร เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน ฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตดุสิต ถึงที่มาที่ไปและวิธีการตัดแต่งต้นไม้จนเกิดทัศนียภาพที่สวยงามได้เช่นนี้ คุณจินดาเล่าให้ฟังว่า อันที่จริงแล้วเขตดุสิตก็เป็นเหมือนพื้นที่อื่นๆ ในกรุงเทพที่มีต้นไม้ใหญ่เป็นจำนวนมาก จึงต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลการตัดต้นไม้ ซึ่งมีนโยบายหรือโจทย์สำคัญว่าต้นไม้ที่ตัดแต่งแล้วต้องทั้งปลอดภัยและสวยงาม ซึ่งคำว่าปลอดภัยนี้ คือต้นไม้ต้องไม่หักลงมา, ยื่นเข้าไปในผิวจราจร หรือทำความเดือดร้อนให้ประชาชน นอกจากนี้ การตัดแต่งต้นไม้ต้องคงสภาพความสวยงาม ซึ่งจะต้องใช้หลักวิชาการ เช่น ต้องไม่ตัดมากเกินไป และจะมีการเน้นย้ำต่อเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการอยู่ตลอด “แต่ถามว่าเราเคยโดน (ชาวบ้าน) ล้อมไหม ก็เคย และก็ต้องปล่อยเหมือนกัน ตรงนี้ก็ทำให้เราต้องระมัดระวังในการตัดมากขึ้น […]

ผู้พิทักษ์ท้องทะเล

ประวัติศาสตร์การประมงในคาบสมุทรบาฮากาลีฟอร์เนีย ประเทศเม็กซิโก เป็นตำนานซึ่งมีทั้งรุ่งเรืองและโรยรา ตอนที่จอห์น สไตน์เบ็ก นักเขียนชื่อดัง มาเยือนคาบสมุทรแห่งนี้เมื่อปี 1940 เขารู้สึกทึ่งกับความหลากหลายทางชีวภาพอันเหลือเชื่อ ทั้งกระเบนราหูฝูงใหญ่ ดงหอยมุก และเต่าที่มีอยู่มากมายเสียจนผู้เฒ่าผู้แก่ที่นี่เล่าว่า คุณสามารถเดินข้ามทะเลได้โดยเหยียบไปบนกระดองเต่า แต่หลังจากหลายทศวรรษของการทำประมงเกินขนาด ภูมิภาคแถบนี้กำลังประสบกับการล่มสลายของอุตสาหกรรมประมง ในพื้นที่สองสามแห่ง ชุมชนเล็กๆเริ่มคิดหาวิธีรักษาทรัพยากร ในที่สุดแนวคิดของพวกเขาก็แพร่หลาย จากเรื่องราวความสำเร็จที่กระจัดกระจายเหล่านี้ เราพอจะมองเห็นกฎหรือข้อกำหนดห้าข้อซึ่งถือได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการมหาสมุทรอย่างยั่งยืน ข้อแรก จะเป็นการดีถ้าพื้นที่นั้นตั้งอยู่ค่อนข้างโดดเดี่ยวโดยมีชุมชนเพียงหนึ่งหรือสองแห่งใช้ประโยชน์ ข้อที่สอง ชุมชนต้องมีทรัพยากรมูลค่าสูง ผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์เป็นข้อกำหนดข้อที่สาม ข้อที่สี่ ชาวประมงต้องมีวิธีหาเลี้ยงชีพระหว่างที่ทรัพยากรกำลังฟื้นตัว และข้อสุดท้าย ชุมชนต้องร้อยรัดอยู่ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ในบาฮา หลายชุมชนแสดงให้เห็นความสำคัญของข้อกำหนดเหล่านี้ ตัวอย่างหนึ่งที่น่าทึ่งของทรัพยากรมูลค่าสูงสามารถเห็นและสัมผัสได้ในลากูนาซานอิกนาเซียว เลียบชายฝั่งลงไปประมาณ 30 กิโลเมตร ย้อนหลังไปเมื่อปี 1972 ตำนานท้องถิ่นเล่าว่า ฟรันซิสโก มาโยรัล กำลังจับปลาตรงบริเวณที่เขาจับตามปกติในลากูน เขามักติดไม้พายไปด้วยเพื่อใช้ตีลำเรือเมื่อใดก็ตามที่วาฬสีเทาว่ายเข้ามาใกล้เกินไป ทุกคนคิดว่าวาฬสีเทาเป็นสัตว์อันตรายไม่นานวาฬตัวหนึ่งก็เข้ามาใกล้เรือของเขาด้วยเหตุผลที่ไม่อาจรู้ได้ มาโยรัลเอื้อมมือออกไปสัมผัสตัวมันอย่างกล้าๆ กลัวๆ วาฬเอียงตัวเข้าหาและยอมให้เขาลูบเนื้อตัวและผิวหนังเรียบนุ่มของมัน พอถึงปลายทศวรรษ 1980 มาโยรัลและชาวประมงคนอื่นๆก็นำนักท่องเที่ยวไปชมวาฬคราวละหลายสิบคน ไม่มีสถานที่ใดที่กุญแจความสำเร็จข้อที่สาม นั่นคือความจำเป็นต้องมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ จะชัดเจนมากไปกว่าในกาโบปุลโม ในช่วงทศวรรษ 1980 ที่นี่เป็นหมู่บ้านประมงซบเซาใกล้ปลายคาบสมุทรบาฮา […]

ภาวะโลกร้อนจะยิ่งทำให้วิกฤติผู้ลี้ภัยในยุโรปย่ำแย่ลง

ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า หากในอนาคตการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทวีความรุนแรงขึ้น จะยิ่งขับเคลื่อนให้จำนวนของผู้ลี้ภัยเดินทางเข้าสู่ทวีปยุโรปมากขึ้นทบทวี