ประเทศต่างๆ อยู่ตรงไหนบน ทวีปแพนเจีย? ชมได้จากแผนที่จำลองนี้

ประเทศต่างๆ อยู่ตรงไหนบนทวีปแพนเจีย?

ประเทศต่างๆ อยู่ตรงไหนบน ทวีปแพนเจีย?

ดูเหมือนว่าการเดินทางในโลกเมื่อ 300 ล้านปีก่อนอาจจะทำได้ง่ายดายกว่าปัจจุบันเนื่องจากแผ่นดินทั้งหมดเชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียว และไม่มีมหาสมุทรขวางกั้น เราเรียกผืนทวีปขนาดมหึมานี้ว่า “มหาทวีปแพนเจีย” (Pangaea) เกิดขึ้นเมื่อราว 335 ล้านปีที่แล้วก่อนที่จะเริ่มแยกตัวออกจากกันเป็นทวีปต่างๆ

คำว่าแพนเจียนี้ถูกตั้งขึ้นโดย อัลเฟรด เวเจเนอร์ นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมนีผู้ค้นพบทฤษฎีการเคลื่อนไหวของแผ่นทวีปที่ระบุว่าในอดีตนั้นทวีปต่างๆ ที่เราเห็นในปัจจุบันเคยเชื่อมต่อกันเป็นแผ่นทวีปก่อนจะแตกกระจายตามการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกและกลายมาเป็นหน้าตาของทวีปดังที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งกระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างช้าๆ และใช้เวลาหลายร้อยล้านปี ทฤษฎีของเขาได้รับการสนับสนุนจากหลักฐานอื่นๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นซากฟอสซิลของสัตว์โบราณชนิดเดียวกันที่พบทั้งในแคนาดาและในออสเตรเลีย รวมไปถึงแอนตาร์กติกาและอินเดียซึ่งอยู่ห่างกันคนละมุมโลก

แผนที่ของประเทศต่างๆ บนทวีปแพนเจียนี้ถูกสร้างขึ้นโดย Massimo Pietrobon นักเขียนแผนที่มือสมัครเล่น โดยเขาตั้งชื่อผลงานชิ้นนี้ว่า “Pangea Politico” เพื่อแสดงให้เห็นว่าโลกของเราจะมีหน้าตาเป็นเช่นไร หากมหาทวีปแพนเจียไม่ได้แยกตัวออกจากกัน แม้ว่าขนาดของประเทศต่างๆ จะไม่ตรงตามสัดส่วนของแผนที่ในปัจจุบันก็ตาม แต่ผลงานชิ้นนี้นับว่าน่าสนใจและให้ความรู้สึกแปลกใหม่อย่างมากเมื่อเขตแดนที่เราคุ้นเคยเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ทวีปแพนเจีย
“Pangea Politico” ผลงานโดย Massimo Pietrobon นักเขียนแผนที่มือสมัครเล่นที่ทดลองนำเอาประเทศต่างๆ ในปัจจุบันมาวางลงบนมหาทวีปแพนเจีย

“สหรัฐอเมริกาหันหน้าเข้าหากลุ่มประเทศอาหรับ ในขณะที่ตอนใต้ติดกับคิวบาและโคลอมเบีย แม้ยุโรปจะไม่เปลี่ยนมากนักแต่ก็ใกล้ชิดแอฟริกามากๆ จนแทบจะปั่นจักรยานไปได้ เช่นเดียวกับชาวแอฟริกาที่แทบจะนั่งรถบัสเข้าอเมริกาได้เลย เกาหลีใต้อยู่จุดหนาวสุด ส่วนอินเดียกับแอนตาร์กติกามีสภาพอากาศเหมือนกัน” Pietrobon กล่าวถึงผลงานของเขา ซึ่งสะท้อนความจริงที่ว่าเขตแดนนั้นไม่เคยมีอยู่จริง

(ชม “Pangea Politico” แบบ interactive ได้ ที่นี่ )

เราได้เห็นอดีตของโลกกันไปแล้ว ทว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร? ทุกวันนี้แผ่นเปลือกโลกเองก็กำลังเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ซึ่งทวีปแอฟริกาและยุโรปเองกำลังเคลื่อนเข้าหากันเรื่อยๆ ออสเตรเลียเองก็เช่นกัน ในอีกร้อยล้านปีมันจะชนเข้ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรวมกันเป็นเนื้อเดียว และนี่คือทฤษฎีที่บรรดานักวิทยาศาสตร์คาดการณ์หน้าตาของแผ่นทวีปบนโลกในอีก 250 ล้านปีเอาไว้ ดูเหมือนว่าความหวังของ Pietrobon เองจะได้ผล เพราะทวีปทั้งหลายกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ในแบบมหาทวีปแพนเจีย

 

อ่านเพิ่มเติม

ภาวะโลกร้อน จะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกเราไปอย่างไร?

 

 

แหล่งข้อมูล

Map of Pangea reveals which countries shared borders 300 million years ago

Map Showing Where Today’s Countries Would Be Located on Pangea

Interactive Pangaea Map With Modern International Borders

WATCH: HOW EARTH WILL LOOK IN 250 MILLION YEARS

เรื่องแนะนำ

การค้นพบทางโบราณคดีล่าสุดเผยว่ามนุษย์สูบกัญชามากว่า 2,500 ปี แล้ว

(ภาพปก) หลุมฝังศพ Jirzankal ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศจีนมีภาชนะใส่ถ่านที่เผาต้นกัญชาที่มีสาร THC อันเป็นสารเคมีใน กัญชา ที่มีผลต่อระบบประสาทในระดับที่สูง ภาพถ่ายโดย BY XINHUA WU หม้อไม้อายุราว 2,500 ปี ซึ่งถูกค้นพบในเส้นทางสายไหมสู่จีน ได้เปิดเผยเรื่องราวของการสูบ กัญชา ที่มีมาแต่โบราณ เมื่อไม่นานมานี้ มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีที่บ่งบอกว่ามนุษย์ใช้กัญชาในฐานะยารักษาโรคในสุสานที่มีอายุราว 2,500 ปีในภูมิภาคเอเชียกลาง ตามข้อมูลของงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Science Advances เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยนานาชาติได้วิเคราะห์โครงสร้างและสิ่งของที่อยู่ภายในหม้อที่ทำจากไม้สิบใบซึ่งถูกขุดขึ้นมาจากสุสาน Jirzankal ที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบสูงปามีร์ (Pamir Plateau) ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณภูมิภาคตะวันตกของประเทศจีน หม้อเหล่านั้นบรรจุหินเล็กๆ ที่เคยถูกเผาไหม้ด้วยความร้อนสูง โดยนักโบราณคดีระบุว่าหม้อเหล่านี้คือภาชนะใส่ถ่านสำหรับเผาธูปหรือพืชชนิดต่างๆ ผลการวิเคราะห์ทางเคมีของภาชนะใส่ถ่านเหล่านี้เปิดเผยว่า 9 ใน 10 ส่วนของมันประกอบไปด้วยกัญชา และนักวิจัยได้นำผลวิเคราะห์นี้ไปเปรียบเทียบกับลักษณะทางเคมีของตัวอย่างต้นกัญชาที่ถูกค้นพบที่สุสาน Jiayi อันเป็นสุสานในช่วงศตวรรษที่แปดถึงหกก่อนคริสตกาล ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกราว 1,600 กิโลเมตร ทีมนักวิจัยพบว่า กัญชาจากสุสาน Jirzankal นั้นมีสิ่งหนึ่งที่กัญชาจาก Jiayi นั้นไม่มี นั่นคือโมเลกุลของ เตตร้าไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol) หรือ […]

โบราณวัตถุเปิดเผยถึง “การดำเนินการทูตด้วย เบียร์” ในวันท้ายๆ ของอาณาจักรโบราณ

ชาววารีโบราณดื่มเบียร์ชิชาจากภาชนะที่มีการตกแต่งอย่างประณีต ในงานเลี้ยงพิธีการ ภาพถ่ายโดย KENNETH GARRETT, NAT GEO IMAGE COLLECTION การวิจัยเกี่ยวกับแก้ว เบียร์ ที่ถูกทำลายหลังงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่เมื่อเกือบ 1,000 ปีก่อน แสดงให้เห็นว่าอาณาจักรวารีในเปรูจัดงานฉลองครั้งสำคัญในบริเวณชายขอบของอาณาจักรที่กำลังล่มสลายได้อย่างไร ในราวคริสต์ศักราชที่ 1050 เหล่าชนชั้นนำที่อาศัยอยู่ใน Cerro Baúl ได้จัดงานฉลองเพื่อยุติงานฉลองทั้งมวล Cerro Baúl เป็นเมืองอาณานิคมหน้าด่านซึ่งตั้งอยู่ ณ ชายขอบด้านใต้สุดของอาณาจักรวารี (Wari) ในบริเวณที่ปัจจุบันคือประเทศเปรู ตำแหน่งที่ตั้งบนที่ราบสูงชันและไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาตินับว่าไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเมื่อเมืองนี้เป็นจุดหมายของงานเฉลิมฉลองอย่างสุรุ่ยสุร่าย และการหมัก เบียร์ เป็นเวลากว่าสี่ศตวรรษที่ผู้นำวารีที่อาศัยอยู่ในเมือง Cerro Baúl ได้จัดงานฉลองร่วมกับทั้งคู่อริของพวกเขาจากอาณาจักร Tiwanaku และผู้นำท้องถิ่นที่อยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรสำคัญทั้งสอง โดยในงานฉลองที่ว่านี้ พวกเขาชื่นชมภาพทิวทัศน์เหนือหุบเขา Moquegua พร้อมกับเอร็ดอร่อยกับอาหารอย่างหนูตะเภา ตัวลามะ และปลา และแน่นอน งานเฉลิมฉลองย่อมต้องมีน้ำเมา พวกเขาดื่มเครื่องดื่มลักษณะคล้ายเบียร์ที่เรียกว่าชิชา (Chicha) กันอย่างหัวราน้ำ ซึ่งเครื่องดื่มดังกล่าวหมักจากข้าวโพดและเม็ดพริกไทย แต่ในงานเฉลิมฉลองครั้งหนึ่งเมื่อ 950 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่อาณาจักรวารีกำลังล่มสลาย เหล่าผู้ร่วมงานได้ปิดการเฉลิมฉลองด้วยการทำลายโรงหมักเบียร์ในสถานที่แห่งนี้ […]

106 ปี ไททานิก โศกนาฏกรรมโลกไม่ลืม

แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึง 106 ปีแล้ว ทว่าโศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นกับเรือเดินสมุทรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ย้อนชมเรื่องราวของไททานิกกันอีกครั้ง

อารยธรรมโบราณ : เมื่อเด็กตกเป็นเหยื่อบูชายัญ

การบูชายัญอันสูงสุด : นักโบราณคดีค้นพบหลักฐานอันน่าพรั่นพรึงของการบูชายัญเด็กนับร้อยชีวิตในดินแดนที่ปัจจุบันคือประเทศเปรู อะไรคือเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังความพยายามอันสิ้นหวังในการอ้อนวอนต่อทวยเทพ และการยอมสังเวยชีวิตอันมีค่าของเด็กๆ ซึ่งหมายถึงอนาคตของอารยธรรมนั้นเอง