ค้นพบ ต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุด ในยุโรป - National Geographic Thailand

ค้นพบต้นไม้เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และยังคงเติบโตอยู่

ค้นพบ ต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุด ในยุโรป และยังคงเติบโตอยู่

ต้น Pinus heldreichii หรือ Bosnian pine ที่มีใบหรอมแหรมซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี มีอายุมากถึง 1,230 ปี ส่งผลให้ขณะนี้ต้นไม้ต้นดังกล่าวกลายมาเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป ที่ได้รับการตรวจสอบอายุแล้วทางกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

นอกจากนั้นที่น่าทึ่งก็คือต้น Pine ต้นนี้ยังคงเติบโตอยู่ แม้ว่ามันจะอยู่ในช่วงวัยที่โรยราเต็มที่แล้วก็ตาม รายงานการค้นพบล่าสุดนี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Ecology และจากผลการตรวจสอบนักวิทยาศาสตร์พบว่าต้นไม้ต้นนี้ยังคงเติบโตในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา แม้ว่าต้นไม้อื่นๆ หลายต้นในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนจะเผชิญกับอัตราการเติบโตที่ลดลงก็ตาม

ต้นไม้เก่าแก่ต้นนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานหลายศตวรรษท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ซึ่งการศึกษาและวิจัยการเติบโตของมันจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเข้าใจได้ว่าป่าไม้ขนาดใหญ่ปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันได้อย่างไร

“การศึกษาต้นไม้อายุหลายร้อยปีนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากในการพยากรณ์อนาคตของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะมีผลต่อระบบนิเวศ” Maxime Cailleret นักวิจัยจาก Swiss Federal Institute for Forest กล่าว

อุทยานแห่งชาติ Pollino เป็นบ้านของต้น Bosnian pines จำนวนมาก ต้นไม้ชนิดนี้เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ต้นไม้ที่มีอายุยืนที่สุดในโลก
ภาพถ่ายโดย Marka, Getty Images

 

เหลือเพียงฝุ่นผง

Gianluca Piovesan จากมหาวิทยาลัย Tuscia และทีมนักวิจัยของเขาพบเข้ากับต้นไม้เก่าแก่นี้บนพื้นที่สูงชันของภูเขาในอุทยานแห่งชาติ Pollino มันดูเก่าแก่มากจนทำให้ทีมนักวิจัยอยากทราบว่าแท้จริงแล้วมันมีอายุเท่าไหร่กันแน่ แต่การตรวจสอบอายุด้วยการนับวงปีของมันนั้นไม่สามารถทำได้เนื่องจากเนื้อไม้ส่วนหนึ่งหายไป

“เนื้อในของมันแทบจะเป็นฝุ่นผงไปแล้ว เราไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน” Alfredo Di Filippo หนึ่งในทีมวิจัยกล่าว “เนื้อไม้ที่หายไปมีขนาดประมาณ 20 เซนติเมตร และนั่นบรรจุวงปีไว้มากทีเดียว”

อย่างไรก็ดีส่วนรากของมันนั้นยังคงดีอยู่ ดังนั้นทางทีมจึงพิจารณาว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่พวกเขาจะนับอายุของมันจากส่วนนี้แทน ทว่ารากและกิ่งของมันที่ภายในมีวงปีเช่นกันถูกพัฒนาขึ้นมาในอัตราที่แตกต่าง นั่นทำให้ไม่สามารถคำนวณอายุที่แท้จริงของต้นไม้ได้

ทั้งนี้การแผ่คาร์บอนกัมมันตรังสีของรากช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทราบว่าต้นไม้ต้นนี้เติบโตงอกงามขึ้นเมื่อใด ด้วยวิธีนี้ประกอบกับวงปีในรากและกิ่ง พวกเขาจึงสามารถหาอายุที่แท้จริงของมันได้ แม้ว่าวงปีในลำต้นจะหายไปก็ตาม

นักวิทยาศาสตร์คำนวณอายุของต้น Pinus heldreichii ต้นนี้ที่มีชื่อเล่นว่า Italus พบว่ามันมีอายุมากถึง 1,230 ปี จากการรวบรวมข้อมูลของวงปี และการวัดอายุด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสี
ภาพถ่ายโดย Gianluca Piovesan

ทีมวิจัยถึงกับอึ้งเมื่อทราบอายุที่แท้จริงของต้นไม้ เมื่อพิจารณาว่ามันอยู่ยั่งยืนยงผ่านมนุษย์มาหลายชั่วอายุคน รายงานจาก Oliver Konter จากมหาวิทยาลัย Mainz ในเยอรมนี ผู้ค้นพบต้น Pine ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปก่อนหน้า ทางตอนเหนือของกรีซ โดยต้นไม้เก่าแก่ที่สุดต้นเดิมนี้มีอายุ 1,075 ปี

ผืนป่ามากมายของภูมิภาคนี้ถูกมนุษย์รุกราน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เราเปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรมมาเป็นสังคมเมือง ทว่าพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงยากอย่างบริเวณที่ค้นพบต้น Pine เก่าแก่นี้กลับได้รับการยกเว้นให้เติบโตงอกงาม ปัจจุบันอุทยานแห่งชาตินี้เป็นบ้านของต้น Pinus heldreichii จำนวนหลายพันต้น ซึ่งในจำนวนนี้ส่วนใหญ่แล้วพวกมันมีอายุ 500 – 600 ปี และทีมนักวิจัยยังพบว่ามีสามต้นที่มีแนวโน้มว่าจะมีอายุมากกว่าหนึ่งพันปี

ภูมิทัศน์ของอุทยานแห่งชาติ Pollino ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามนุษย์รุกรานบ้านของต้นสนโบราณเหล่านี้ไปมากแค่ไหน
ภาพถ่ายโดย Stefano Marzoli

 

รักอมตะ

ทีมนักวิจัยยังพบว่าผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ยังไม่สามารถทำลายต้นไม้โบราณนี้ได้ แม้ว่าบางส่วนของผืนป่าในภูมิภาคจะพากันล้มตายจากความแห้งแล้ง และคลื่นความร้อนแล้วก็ตาม Piovesan และทีมพบว่าจากผลการวิเคราะห์วงปีต้นไม้แสดงให้เห็นว่าหลังจากมันสูญเสียวงปีบางส่วนไปในช่วงไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมา ทว่าในช่วงยี่สิบปีมานี้วงปียังคงขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าสภาพแวดล้อมในบริเวณนี้ดีขึ้น

สำหรับเหตุผลว่าทำไมต้นไม้ยังคงเติบโตได้นั้นยังคงไม่ชัดเจน ก่อนหน้านี้มีงานวิจัยพบว่าพื้นที่สูงอย่างบนภูเขามีสภาพภูมิอากาศเป็นของตนเอง และมีอุณหภูมิเฉลี่ยที่เย็นกว่า ด้าน Piovesan และทีมเชื่อว่าอีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญที่มีส่วนช่วยก็คือนโยบายการลดมลพิษ และฟื้นคืนธรรมชาติในช่วงที่ผ่านมา

“มันยากที่จะหาคำตอบ เพราะมีงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของสภาพอากาศอบอุ่นต่อระบบนิเวศในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนเพียงน้อยนิด” Piovesan กล่าว

ภูมิประเทศของเทือกเขาอันห่างไกลช่วยรักษาต้นสนเหล่านี้ให้อยู่รอดมาได้นานเป็นพันปี
ภาพถ่ายโดย De Agostini, Getty Images

นอกจากนั้นลักษณะทางชีววิทยาอันเป็นเอกลักษณ์ของต้นไม้ก็มีส่วนช่วยให้ต้น Pine เก่าแก่นี้ยังคงรอดชีวิต แตกต่างจากสัตว์ที่อวัยวะเริ่มทำงานเสื่อมถอยเมื่อเข้าสู่วัยชรา แต่ต้นไม้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นอมตะ ยกตัวอย่างเช่นต้นสนซีคัวยา และต้นเรดวู๊ดที่เติบโตในพื้นที่ที่ไม่ได้รับการรบกวนเลยของสหรัฐอเมริกา พวกมันมีอายุยืนได้ถึงหลายพันปี ไม้ยืนต้นเหล่านี้เติบโตทีละเล็กละน้อย และมีช่วงชีวิตที่เป็นต้นไม้ขนาดเล็กนาน นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มันรอดจากการถูกโค่นล้มโดยพายุหรือความแห้งแล้ง

“ต้นไม้เก่าแก่ส่วนใหญ่ล้มตายเพราะปัจจัยภายนอก เช่นพายุ” Di Fillipo กล่าว นอกจากนั้นเกณฑ์ในการพิจารณาต้นไม้เก่าเหล่านี้ยังดูจากว่ามันยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นต้น Pine โบราณนี้ แม้ว่าส่วนใหญ่ของมันจะตายมานานแล้ว แต่บางส่วนของมันยังคงมีชีวิตอยู่แม้จะผ่านมาหลายศตวรรษแล้วก็ตาม

เรื่อง Sandrine Ceurstemont

 

อ่านเพิ่มเติม

นี่ไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่คือสะพานต้นไม้จริงที่ปลูกในอินเดีย

เรื่องแนะนำ

ถ้วยอนามัย ทางเลือกที่ยั่งยืนกว่าในการจัดการประจำเดือนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ตลอดชีวิตผู้หญิงหนึ่งคน ใช้ผ้าอนามัยแล้วทิ้งเป็นขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ ต้องอยู่บนโลกไปอีกหลายร้อยปี มากกว่า 5,000 แผ่น ‘ถ้วยอนามัย’ คือทางเลือกยั่งยืนที่สาว ๆ ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนมาใช้จัดการวันนั้นของเดือน ฉันใช้ ‘ถ้วยอนามัย’ หรือ Menstrual Cup มา 6 เดือนแล้ว เริ่มจากการอ่านรีวิวของเพื่อน ๆ หลายคนที่ทยอยเปลี่ยนมาใช้ถ้วยรองประจำเดือนจัดการกับวันนั้นของเดือนแทน ‘ผ้าอนามัย’ และอยากทดลองเองบ้าง ผลลัพธ์คือ ฉันรักเจ้าถ้วยซิลิโคนเล็ก ๆ แต่ประสิทธิภาพเยี่ยมนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น แต่ละคนมีเหตุผลของตัวเอง เพื่อนที่เปลี่ยนมาใช้ถ้วยอนามัยส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึกแย่ทุกครั้ง เวลาเห็นผ้าอนามัยใช้แล้วของตัวเอง เพราะมันคือขยะปนเปื้อนที่รีไซเคิลไม่ได้ และจะต้องไปนอนรอย่อยสลายในหลุมฝังกลบ ด้วยสภาพเลือดแห้งกรังแบบนั้นไปอีกหลายร้อยปี และนี่คือ 5 เหตุผลที่ทำให้ฉันเปลี่ยนมาใช้ถ้วยรองประจำเดือน และไม่คิดจะกลับไปใช้ผ้าอนามัย (แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง) อีก นอกจากในอนาคตจะมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเราจัดการประจำเดือนได้ง่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้มากกว่านี้ 01 ฉันเพิ่งตระหนักว่า ที่ผ่านมาเป็นเหยื่อการตลาด ฉันไปค้นประวัติการรับมือกับเลือดประจำเดือนของผู้หญิงในประวัติศาสตร์ พบว่าในอดีต ก่อนศตวรรษที่ 20 ผู้หญิงใช้วัสดุหลากหลายที่มีคุณสมบัติดูดซับได้ ตั้งแต่เศษผ้าไปจนถึงแถบเปลือกไม้เนื้ออ่อน แต่มันก็แสนจะไม่สะดวกสบายและน่าอับอายเมื่อต้องนำเลือดที่แข็งตัวไปล้าง “ทัศนคติว่าประจำเดือนเป็นเลือกพิษที่ทั้งสกปรกและน่าอับอาย มีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ จนถึงช่วงกลาง […]

ปรากฏการณ์น้ำทะเลอุ่นเป็นวงกว้าง ปริศนาที่อาจเป็นสาเหตุของปริมาณการออกลูกของวาฬหลังค่อมน้อยลง

มวลน้ำทะเลอุ่นเป็นวงกว้าง ปรากฏการณ์ปริศนาที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรอาร์กติกแสดงให้ผลกระทบที่ภาวะโลกร้อนอาจส่งผลถึง วาฬหลังค่อม

ไขมันก้อนยักษ์กำลังคุกคามท่อระบายน้ำทั่วโลก

หลังจากชมคลิปวิดีโอนี้ คุณผู้อ่านจะเข้าใจมากขึ้น เมื่อท่อระบายน้ำในเมืองที่คุณอยู่ไม่สามารถระบายน้ำได้ดีดังเดิม เจ้าหน้าที่ในไอร์แลนด์เหนือกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อทำความสะอาดท่อระบายน้ำที่อุดตันเพราะก้อนไขมัน (Fatbergs) ก้อนไขมันยักษ์เหล่านี้เป็นส่วนผสมของทุกสิ่งที่ถูกทิ้งลงยังท่อระบายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหารไปจนถึงบรรดากระดาษชำระ พวกมันจับตัวกันเป็นก้อนแข็ง เจ้าหน้าที่จากเมืองเบลฟาสต์ต้องทำงานอย่างหนักในการกำจัดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้ คลิปวิดีโอนี้อาจข่วยย้ำเตือนให้คุณผู้อ่านฉุกคิดสักนิด ในครั้งหน้าก่อนที่จะทิ้งอะไรก็ตามลงไปในท่อระบายน้ำ อ่านเพิ่มเติม : นี่เห็ดหรือไข่เอเลี่ยนฟักเป็นตัวกันแน่, หลบหนีความวุ่นวายไปกับภาพความมหัศจรรย์แห่งแอนตาร์กติกา

ดอยหลวงเชียงดาว 2 ปี หลังไฟป่าครั้งใหญ่ อัศจรรย์ธรรมชาติในการฟื้นฟูตัวเอง

ดอยหลวงเชียงดาว เกือบ 2 ปี หลังไฟป่าครั้งใหญ่ ติดตามนักอนุรักษ์ไปสำรวจการฟื้นตัว หลังปิดผืนป่าไม่ให้มนุษย์ขึ้นไปรบกวนการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ของธรรมชาตินานกว่า 1 ปี เส้นทางคดเคี้ยวทอดยาวไปไกลสุดสายตา เบื้องหน้าคือผืนป่าที่โอบอุ้มด้วยเมฆฝนอันชุ่มชื้น เรากำลังเดินเท้าขึ้นสู่ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เทือกเขาหินปูนที่สูงที่สุดของประเทศไทย และยอดเขาสูงอันดับ 3 รองจากดอยอินทนนท์และดอยผ้าห่มปก เมื่อ 2 ปีก่อน เกิดเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี ณ ดอยหลวงเชียงดาว สร้างความเสียหายให้ผืนป่าเกือบ 4,000 ไร่ ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตหลากชนิดพันธุ์เป็นวงกว้าง และสร้างความหวาดหวั่นให้เหล่านักอนุรักษ์ว่าอาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชพรรณอันเปราะบางบางชนิด กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชจึงตัดสินใจปิดเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวอย่างไม่ลังเล เป็นเวลานานกว่า 1 ปี ไม่ให้มนุษย์ขึ้นไปรบกวนการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ของธรรมชาติ และเพื่อเป็นการคุ้มครองแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต โดยการเดินทางสู่ดอยหลวงเชียงดาวของเราในครั้งนี้ เป็นการติดตามเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และทีมภาคีเรารักดอยหลวงเชียงดาว มาสำรวจการฟื้นตัวของธรรมชาติเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว 2 ปี หลังไฟป่าขนาดมโหฬารลุกลามไปทั่วพื้นที่ เมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง เราก็ประจักษ์ชัดแก่ใจว่า การเยียวยาและฟื้นฟูตัวเองของธรรมชาติ นั้นมหัศจรรย์กว่าที่มนุษย์คาดคิด 01 บ้านของพืชถิ่นเดียว นัยนา เทศนา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ […]