แผนที่โลกอนาคต ในอีกราว 200 ล้านปี - National Geographic Thailand

แผนที่โลกในอนาคต

แผนที่โลกในอนาคต

ทวีปต่างๆ เคลื่อนที่ตลอดเวลา กล่าวคือแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่เข้าชนกันและแยกออกจากกัน ก่อให้เกิดเปลือกโลกใหม่ ขณะที่เปลือกโลกเก่าถูกดึงลงไปใต้ผิว กระบวนการนี้ทำให้มหาสมุทรหดตัวและขยายตัว ดันเทือกเขาให้ยกตัวขึ้น และจัดเรียงมวลแผ่นดินใหม่อีกครั้ง ในอีกราว 250 ล้านปี พันเจียพรอกซิมา (Pangaea Proxima) มหาทวีปใหม่จะก่อตัวขึ้น

 

โลกเปลี่ยนโฉมหน้าไปเรื่อยๆ 

200 ล้านปีที่แล้ว – ไดโนเสาร์ยุคแรกเดินท่องพันเจีย (Pangaea) มหาทวีปแห่งหลังสุด ซึ่งก่อตัวขึ้นจากการชนกันของทวีปเก่าๆ

แผนที่โลกอนาคต

100 ล้านปีที่แล้ว – เมื่อพันเจียแบ่งออกเป็นมวลแผ่นดินที่แยกจากกันชายฝั่งของทวีปต่างๆ ในปัจจุบันก็เริ่มปรากฏขึ้น ควบคู่ไปกับมหาสมุทรแอตแลนติก และมหาสมุทรอินเดีย

แผนที่โลกอนาคต

ปัจจุบัน – ภูมิทัศน์ในทุกวันนี้เปรียบได้กับพริบตาเดียวของธรณีกาล มหาสมุทรแอตแลนติกขยายตัวกว้างขึ้นปีละ 2.5 เซนติเมตร เนื่องจากแผ่นเปลือกโลกใต้มหาสมุทรแยกจากกัน ทำให้เกิดเปลือกโลกใหม่

แผนที่โลกอนาคต

100 ล้านปีในอนาคต – กิจกรรมของแผ่นเปลือกโลกทางด้านตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือจะทำให้มหาสมุทรแอตแลนติกหดตัว และทวีปต่างๆ เคลื่อนมาบรรจบกัน

200 ล้านปีในอนาคต – มีเพียงร่องรอยของมหาสมุทรแอตแลนติกที่ยังคงอยู่ เมื่อมวลแผ่นดินต่อติดเข้าด้วยกันเป็นมหาทวีปใหม่ เทือกเขาสูงแห่งใหม่ๆ บ่งบอกถึงตำแหน่งของการชนกันครั้งใหญ่

เรื่อง แมตทิว ดับเบิลยู. ชวาสติก

ศิลปกรรม ชาร์ลส์ เพรปเพอร์นอ

 

อ่านเพิ่มเติม

ประเทศต่างๆ อยู่ตรงไหนบนทวีปแพนเจีย?

เรื่องแนะนำ

เราได้อะไรจากการเรียนประวัติศาสตร์?

เราได้อะไรจากการเรียนประวัติศาสตร์? เห็นมุมมองของเด็กๆ เหล่านี้แล้วมันชื่นใจ เมื่อถามเด็กๆ ว่า “เราได้อะไรจากการเรียนประวัติศาสตร์?” หนูน้อย Raphael วัย 9 ขวบตอบว่า “เราเรียนประวัติศาสตร์ก็เพื่อที่เราจะได้ไม่ทำผิดซ้ำเหมือนเช่นที่ผู้คนในอดีตทำ” ส่วน EJ วัย 10 ขวบให้คำตอบว่า “บางครั้งประวัติศาสตร์ก็ให้บทเรียนแก่เรา เช่นที่อับราฮัม ลินคอล์นประกาศเลิกทาส” และเมื่อเราถามต่อไปว่า “สีผิวทำให้ผู้คนแตกต่างกันหรือไม่?” เด็กหญิง Brooklynne วัย 9 ขวบกล่าวว่า “คนเราไม่ควรถูกตัดสินจากสีผิว” ด้าน Gwen วัย 9 ขวบเช่นกันกล่าวเสริมว่า “ไม่ว่าคนเราจะมีสีผิวใดก็ตาม ไม่อาจบอกได้ว่าข้างในเขาเป็นคนเช่นไร” และนี่คือส่วนหนึ่งจากมุมมองทั้งหมดที่เด็กๆ สมัยใหม่มีต่อโลกและอเมริกา ร่วมเปิดมุมมองไปกับหนูน้อยเหล่านี้ได้ที่รายการ Little Kids, Big Questions ติดตามได้ที่แชนแนลของ National Geographic ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมายให้ได้ชมกัน   อ่านเพิ่มเติม วงล้อสีผิวมนุษย์

พบหลุมศพที่ไร้การแตะต้องอายุ 4,400 ปี ในอียิปต์

หลุมศพอันน่าทึ่งนี้ฉายให้เห็นชีวิตของข้าราชสำนัก เขาคือ "วาห์ไท" ผู้ทำงานรับใช้ฟาโรห์เนเฟอร์อิร์คาเร กษัตริย์ในช่วงราชวงศ์ที่ห้าของอาณาจักรอียิปต์โบราณ ด้านผู้เชี่ยวชาญการระบุว่ายังมีการค้นพบอีกมากมายรออยู่

เผยโฉมใบหน้า ราชินีอาณาจักรโบราณ

เผยโฉมใบหน้า ราชินีอาณาจักรโบราณ เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ช่วยเผยโฉมใบหน้าของผู้คนที่เคยมีชีวิตอยู่ในอดีต ใบหน้าที่เห็นในวิดีโอนี้เป็นแบบจำลองของ ราชินีอาณาจักรโบราณ แห่งชนเผ่า Wari อาณาจักรโบราณในเปรู ที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 1,200 ปีก่อน โดยอาศัยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติช่วยหล่อกระโหลกศีรษะของเธอขึ้นมาใหม่ จากนั้นแต่เติมกล้ามเนื้อ ผิว และเส้นผมด้วยมือ ร่างของราชินีถูกพบเมื่อปี 2012 ภายในหลุมฝังศพ ที่ฝังร่วมกับหญิงชนชั้นสูงในอดีตอีก 57 หลุม ราชินีผู้นี้ถูกฝังอยู่ในท่วงท่าที่งดงามรอบ ๆ ศพของเธอล้อมรอบไปด้วยเครื่องเพชรพลอยและข้าวของมีค่าต่างๆ เช่น ตุ้มหูทองคำ ตุ้มหูเงิน ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้ร่วมมือกันสร้างโฉมหน้าราชินีขึ้นมาใหม่ เพื่อพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตในอดีตของชนเผ่าดังกล่าว   อ่านเพิ่มเติม : หญิงยุคก่อนประวัติศาสตร์กระดูกแข็งกว่าหญิงปัจจุบัน, สาสน์ลับ ภายในหุ่นไม้พระเยซู

ชมนวัตกรรมอุโมงค์ส่งน้ำโบราณในอิหร่าน ที่ยังคงถูกใช้งานในปัจจุบัน

เรื่อง เรเชล บราวน์ มองจากด้านบนพื้นผิวทะเลทรายอันแห้งแล้งล้วนไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่หารู้ไม่ว่าลึกลงไปใต้ผืนดินอีก 100 ฟุต มี อุโมงค์ส่งน้ำโบราณ ที่นำพาความชุ่มชื้น และหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวบ้านในอิหร่านไว้ ระบบชลประทานใต้ดินนี้มีชื่อเรียกว่า “คานัต” (Qanats) นับเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่น่าอัศจรรย์ในยุคโบราณ ซึ่งถึงจะมีอายุเก่าแก่กว่า 3,000 ปี แต่คานัตยังคงถูกใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน อุโมงค์น้ำเหล่านี้จะทอดยาวจากแหล่งต้นน้ำในหุบเขา หรือแม้แต่ทะเลสาบในถ้ำลึก ด้วยพื้นผิวที่ลาดเอียงในองศาที่พอเหมาะ เพื่อให้น้ำสามารถไหลลงไปยังสถานที่ที่ต้องการในปลายอุโมงค์ได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังไม่ให้องศาของความลาดเอียงนั้นมากเกินไป มิฉะนั้นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงอาจไหลบ่าแรงเกินไปจนทำลายอุโมงค์ได้ ตลอดเส้นทางของอุโมงค์ บนพื้นดินจะมีหลุมตั้งอยู่เป็นระยะๆ หลุมเหล่านี้ช่วยให้อากาศภายในถ่ายเทแก่บรรดาคนงานที่ทำหน้าที่ขุดอุโมงค์ด้วยมือในอดีต นอกจากนั้นในตอนที่อุโมงค์ถูกขุดเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลุมเหล่านี้ยังทำหน้าที่เป็นบ่อน้ำให้แก่ชาวบ้านอีกด้วย กระบวนการสร้างอุโมงค์คานัตนี้เป็นงานที่หนักหนาเอาการ อย่างไรก็ตามผลตอบแทนที่ได้รับนั้นคุ้มค่า เทคโนโลยีโบราณนี้ช่วยหล่อเลี้ยงต้นไม้ในทะเลทรายที่แห้งผากให้เบ่งบานมาแล้ว รวมทั้งยังเป็นที่นิยมอย่างมากในภูมิภาคตั้งแต่เส้นทางสายไหม ยาวไปจนถึงหลายประเทศในตะวันออกกลาง หรือแม้กระทั่งในสเปน และโมร็อกโกก็มีการค้นพบคานัตเช่นเดียวกัน Gholamreza Nabipour ชายชาวอิหร่านวัย 102 ปี เป็นหนึ่งในคนขุดอุโมงค์ไม่กี่คนที่ยังคงมีชีวิตอยู่ หรือที่เรียกกันว่า “มิรับ” (Mirab) ตัวเขาพยายามถ่ายทอดภูมิปัญญานี้ไปยังชาวอิหร่านรุ่นใหม่ ซึ่งในจำนวนนั้นก็รวมถึงลูกชายของเขาเองด้วย ผู้ใช้คานัตในการลำเลียงน้ำมายังฟาร์มถั่วพิสตาชิโอของเขา ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกสมัยใหม่ ในช่วงค.ศ. 1960 – 1970 การจัดสรรปันส่วนที่ดินส่งผลให้คานัตหลายแห่งถูกทิ้งร้าง […]