ยลโฉม พระเยซู ผ่านงานศิลปะ - National Geographic Thailand

ยลโฉมพระเยซูผ่านงานศิลปะ

ยลโฉม พระเยซู ผ่านงานศิลปะ

มีการวิเคราะห์กันไปต่างๆ นาๆ ว่าหน้าตาของ พระเยซู ที่แท้จริงนั้นจะเป็นเช่นไร และหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดก็คือการพิจารณาจากคัมภีร์ไบเบิล ส่วนหนึ่งจาก กันดารวิถี 6: 5 ระบุเอาไว้ว่า พระเยซู นั้นแตกต่างจากชาวโรมันคนอื่นๆ เนื่องจากท่านไว้หนวดเคราตามธรรมเนียมของชาวยิว ซึ่งเคราคือสัญลักษณ์ของความมีเกียรติ และความน่านับถือ ทว่าจะต้องจัดแต่งให้ดูดี ไม่ยาวเกินไป ดังข้อความที่ว่า “ตลอด​เวลา​ที่​เขา​ปฏิญาณ​ตัว​เป็น​นาศีร์ อย่า​ให้​เขา​ตัด​ผม เขา​จะ​ต้อง​เป็น​คน​บริสุทธิ์​โดย​ไว้​ผม​ยาว​จน​ครบ​กำหนด​วัน​ที่​เขา​แยก​ตัว​อยู่​ต่าง​หาก​เพื่อ​พระ​ยะโฮวา” นอกจากนั้น ก่อนที่พระเยซูจะอายุได้ 30 ปี ท่านมีอาชีพเป็นช่างไม้ ดังนั้นจึงเชื่อกันว่าพระเยซูจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงมาก

พระเยซู
ศิลปะปูนเปียกแสดงภาพพระนางมารีย์ พระกุมารเยซู และประกาศกผู้หนึ่ง, สุสานใต้ดิน, โรม
พระเยซู
St. Catherine’s Monastery คาบสมุทรไซนาย, อียิปต์

เราสัมผัสพระเยซูได้ผ่านงานศิลปะมากมาย ทว่าศิลปินผู้ผลิตงานนั้นๆ ก็หาได้ทราบว่ารูปร่าง หน้าตาที่แท้จริงของพระเยซูเป็นอย่างไร และงานศิลปะเหล่านั้นก็ได้รับอิทธิพล และความเชื่อ จากวัฒนธรรมท้องถิ่น อย่าไรก็ดีด้วยเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ ประกอบกับข้อมูลทางมานุษยวิทยา และนิติเวชวิทยา เมื่อปี 2015 ทีมนักวิจัยได้จำลองภาพใบหน้าของพระเยซูขึ้น โดยใช้แบบจำลองจากกะโหลกศีรษะของชาวยิวที่อาศัยอยู่ในแคว้นกาลิสี ของอิสราเอล ในช่วงคริสต์ศตวรรษแรก รวมเข้ากับผลวิเคราะห์สีผิว และลักษณะของผมผู้ชายที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันกับพระเยซู

(เทคโนโลยีสมัยใหม่ยังเผยโฉมใบหน้าของราชินีจากยุคโบราณ)

ผลลัพธ์ที่ได้ต่างจากภาพของพระเยซูผิวขาว ผมยาวสลวยที่ใครหลายคนคุ้นเคยกัน ซึ่งตัวศิลปินเองน่าจะได้แรงบันดาลใจใบหน้าของผู้คนในยุคสมัยนั้น นอกจากนั้นจากผลการวิเคราะห์ล่าสุดยังคาดกันว่าพระเยซูน่าจะมีความสูงราว 150 เซนติเมตร และมีน้ำหนักราว 50 กิโลกรัม

และเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของโฉมหน้าพระเยซูจากงานศิลปะที่มีมากมายทั่วโลก มาลองชมกันว่าศิลปินในหลากหลายวัฒนธรรมตีความบุตรของพระเจ้าอย่างไร?

พระเยซู
Church of Saints Cosmas and Damian, โรม
พระเยซู
ศิลปะจากมอสโก
พระเยซู
Museu Episcopal de Vic, บาร์เซโลนา, สเปน
พระเยซู
ภาพ “Last Supper” ของเลโอนาร์โด ดาวินชี, Santa Maria delle Grazie, มิลาน
พระเยซู
ไม่มีหลักฐานยืนยัน
พระเยซู
วาดตามรูปแบบของฟรา บาร์โตลอมเมโอ, British Museum, ลอนดอน
พระเยซู
งานศิลป์โดย อันเดรอา เปรวีตาลี, Pinacoteca di Brera, มิลาน
พระเยซู
คาดว่าเป็นผลงานของตุลลีโอ ลอมบาร์โด, Kimbell Art Museum, ฟอร์ตเวิร์ท, เท็กซัส

 

เรื่องแนะนำ

รูปที่มีทุกบ้าน

หากมองเผิน ๆ เราคงไม่รู้สึกประหลาดใจกับภาพถ่ายภาพนี้สักเท่าไร แต่ถ้าผมบอกว่าภาพนี้ถ่ายโดยช่างภาพชื่อ ดีน คองเกอร์ มีดีกรีเป็นช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ก็อาจจุดประกายความสนใจขึ้นมาได้บ้าง แล้วถ้าผมบอกเพิ่มอีกว่า ภาพนี้ถ่ายไว้ตั้งแต่ปี 1967 หรือตรงกับ พ.ศ. 2510 เป็นภาพหนึ่งที่ประกอบสารคดีเรื่อง “Hope and Fears in Booming Thailand” ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนกรกฎาคม ปีเดียวกันนั้น ก็น่าจะทำให้ใครหลายคนอยากรู้เรื่องราวเบื้องหลังมากขึ้น คำบรรยายภาพภาพนี้ระบุสั้น ๆ ว่า “พระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งกำลังศึกษาพระธรรมอยู่ในกุฏิที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ชายไทยส่วนใหญ่รวมถึงพระมหากษัตริย์ซึ่งพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ประดับอยู่บนผนังห้องจะได้รับผลบุญยิ่งใหญ่จากการบวชเรียนเป็นพระภิกษุ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม” ภาพถ่ายภาพนี้มีอายุเกือบครึ่งศตวรรษ หากบวกเวลาเพิ่มเข้าไปอีก 20 ปีคงหมายถึงหนึ่งชั่วอายุคนและหมายถึงช่วงเวลา 70 ปีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทย รัชสมัยอันยาวนานนี้หมายความว่า คนไทยส่วนใหญ่เกิดและเติบโตขึ้นใน แผ่นดินรัชกาลที่ 9 แม้วันนี้พระองค์จะจากพวกเราไป พร้อม ๆ กับที่ยุคสมัยหรือหน้าประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่หน้าหนึ่งได้ปิดฉากลง นั่นคือความเป็นจริงอันเจ็บปวดที่เราจำต้องยอมรับ  และก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ในบทความเรื่อง “พระราชวงศ์ผู้ทรงงานของไทย” หรือ “Thailand’s Working Royalty” ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับตุลาคม ปี 1982 ผู้เขียนมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อกราบบังคมทูลสัมภาษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสถึงความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองโดยทรงไล่เรียงความเป็นไปในแต่ละรัชกาล จนมาถึงรัชสมัยของพระองค์ว่า “แล้วเราก็เข้ามา [เสด็จขึ้นครองราชย์] ตอนนั้นเราอายุ 18 ถึงตอนนี้ก็ 36 ปีแล้ว เป็นเวลายาวนานทีเดียว ตอนที่เราเข้ามารับหน้าที่นี้ในพระราชวัง ทั้งเก้าอี้และพรมมีรูโหว่ พื้นก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด พระราชวังอยู่ในสภาพเก่าทรุดโทรม ตอนนั้นเป็นช่วงหลังสงคราม และไม่มีใครคอยดูแล เราต้องสร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นใหม่ เราไม่รื้อทำลาย แต่ค่อย ๆ ประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกันทีละชิ้น นี่ก็ล่วงเข้า 36 ปีแล้ว ดังนั้นรัชสมัยนี้อาจเป็นเรื่องของการก้าวไปทีละก้าว [เป็น] วิวัฒนาการมองหาสิ่งดี ๆ จากอดีต ประเพณียังคงอยู่และได้รับการปรับเปลี่ยน นี่คือบทเรียน: เรานำประเพณีเก่าแก่มาบรูณะขึ้นใหม่ เพื่อใช้ประโยชน์ในปัจจุบันและอนาคต”      ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้   อ่านเพิ่มเติม : คุยกับซีซาร์ มิลแลน, ๙ ช่างภาพสารคดีกับในหลวงรัชกาลที่ ๙

สุดยอดแผนที่ 100 ปี เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

เมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้ว นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกเริ่มต้นทำแผนที่ของการสำรวจพื้นที่หลายแห่งบนโลก และเหล่านี้คือสุดยอดแผนที่ตลอดการทำงานที่ผ่านมา

10 เรื่องน่ารู้ความสัมพันธ์เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้

ทั่วโลกเฝ้าจับตามองการพบกันครั้งประวัติศาสตร์ของสองผู้นำเกาหลี ท่ามกลางความคาดหวังของชาวเกาหลีที่อยากเห็นสันติภาพผลิบานบนคาบสมุทรเกาหลีที่ปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ เรามาย้อนดูความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีใน 10 เรื่องน่ารู้เหล่านี้กัน

เหยื่อรายเดียวในประวัติศาสตร์ที่ถูกอุกกาบาตหล่นใส่

เรื่องจริงของเหยื่อที่ถูก”อุกกาบาต”ตกใส่คนเดียวในประวัติศาสตร์ แอน ฮอดจส์ ถูกอุกกาบาตหล่นใส่ที่บ้านในแอละแบมาในปี 1954 เดือนกุมภาพันธ์ 2013 โซนิคบูมดังสนั่นหวั่นไหวจากอุกกาบาตขนาดมหึมาพุ่งด้วยอัตราเร็วสูง ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกทำให้อาคารบ้านเรือนใกล้เมือง Chelyaninsk ของรัสเซีย และทำให้คนนับพันบาดเจ็บ  แต่นั่นไม่ได้เป็นก้อนหินจากอวกาศลูกแรกที่หล่นใส่มวลมนุษย์ ลองดูเรื่องของแอน ฮอดจส์ บุคคลเพียงคนเดียวที่ได้รับการยืนยันในประวัติศาสตร์ว่าถูกอุกกาบาตหล่นใส่เมื่อ 63 ปีที่แล้ว  ในบ่ายวันท้องฟ้าแจ่มใส่ในเมือง Sylacauga รัฐแอละแบมา ในปี 1954  แอนกำลังงีบหลับอยู่บนโซฟา ห่มผ้าอย่างเรียบร้อย เมื่ออุกกาบาตขนาดเท่าลูกซอฟต์บอลสีดำหล่นตูมทะลุหลังคา แล้วกระดอนจากวิทยุมาถูกที่ต้นขาของเธอจนเป็นรอยช้ำขนาดเท่าลูกสับปะรด เรื่องของแอนเป็นกรณีหายากเพราะอุกกาบาตมักตกใส่มหาสมุทรหรือบริเวณที่ห่างไกลหรือกว้างขวาง จากการสังเกตของไมเคิล เรย์โนลดส์ นักวิทยาศาสตร์ วิทยาลัยรัฐฟลอริดา ผู้เขียนหนังสือ Falling Stars: A Guide to Meteors & Meteorites “ลองคิดดูว่าในประวัติศาสตร์มนุษย์มีคนมากมายแค่ไหน แต่โอกาสที่จะถูกพายุทอร์นาโด สายฟ้าฟาด และพายุเฮอร์ริเคนพัดใส่พร้อมกันยังมีมากกว่าถูกอุกกาบาตหล่นใส่เสียอีก” เรื่อง จัสติน โนเบล   อ่านเพิ่มเติม โลมาปากขวดดับอนาถ หมึกติดคอ

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.