พบ เครื่องมือหิน เก่าแก่ที่สุดนอกทวีปแอฟริกา - National Geographic Thailand

พบเครื่องมือหินเก่าแก่ที่สุดนอกทวีปแอฟริกา

พบ เครื่องมือหิน เก่าแก่ที่สุดนอกทวีปแอฟริกา

ดูเหมือนว่าญาติห่างๆ ของเราจะอพยพเดินเท้าออกจากทวีปแอฟริกาเร็วกว่าที่มนุษย์สมัยใหม่เคยคาดการณ์กันเอาไว้ และการค้นพบ เครื่องมือหิน ใหม่ล่าสุดนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการศึกษาวิวัฒนาการของมนุษย์ รายงานการค้นพบล่าสุดนี้ถูกเผยแพร่ลงใน Nature

ทีมนักบรรพชีวินวิทยาค้นพบเครื่องมือหินเกือบร้อยชิ้น ในแหล่งโบราณคดีของเมือง Shangchen มณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน ย้อนอายุกลับไปได้ถึง 1.3 – 2.1 ล้านปีก่อน หรือเก่าแก่กว่าเครื่องมือหินที่พบในจอร์เจียถึง 300,000 ปี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผลงานของโฮโม อีเร็คตัส ญาติห่างๆ ของมนุษย์สมัยใหม่ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว

“การพบเครื่องมืออายุ 2 ล้านปีนอกทวีปแอฟริกา สำหรับผมในฐานะนักบรรพชีวินวิทยาแล้วมันน่าตื่นเต้นมากๆ” Robin Dennell ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ หนึ่งในผู้ร่วมวิจัยกล่าว ด้าน Gerrit van den Bergh นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยวูลลองกอง ในออสเตรเลียกล่าวเสริมว่าตัวเขาเคยคิดไว้ว่าถ้าทีมวิจัยจีนค้นหาหลักฐานประเภทเดียวกับที่พบในแอฟริกา ต้องพบอะไรใหม่ๆ แน่นอน และก็เป็นจริงตามนั้น “การค้นพบครั้งนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เรารู้ในปัจจุบันยังน้อยนิด”

 

ผู้อพยพแรกเริ่ม

ทุกวันนี้เรารู้กันว่ามนุษย์สายพันธุ์โฮโม เซเปียนส์ หรือมนุษย์สมัยใหม่เริ่มเดินเท้าอพยพออกจากแอฟริกาเมื่อ 60,000 ปีก่อน แต่จากหลักฐานอื่นๆ ที่พบบ่งชี้ว่าเราไม่ใช่สายพันธุ์แรกๆ ที่เริ่มต้นเดินทางออกจากทวีปแอฟริกา ตั้งแต่จอร์เจียไปจนถึงเกาะชวาของอินโดนีเซียมีการค้นพบบางส่วนของโครงกระดูกมนุษย์โฮโม อีเร็คตัส ในขณะที่มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลเองก็ตั้งถิ่นฐานกระจัดกระจายไปทั่วยุโรปตั้งแต่ 500,000 ปีก่อน และย้อนกลับไปราว 700,000 ปี โฮมินินกลุ่มแรกๆ เดินทางถึงภูมิภาคแปซิฟิกใต้ พวกเขาคือ โฮโม ฟลอเรเสียนซิส หรือมนุษย์ฮอบบิท และเรื่องราวของพวกเขาถูกบอกเล่าผ่านเครื่องมือมากมายที่ค้นพบบนเกาะฟลอเรส ในอินโดนีเซีย

ในทวีปเอเชียเองมีหลักฐานจำนวนหนึ่งที่บ่งบอกการมาถึงของโฮมินินจากโลกโบราณ เช่นในปี 1980 ทีมนักวิจัยพบว่าเครื่องมือหินที่พบในปากีสถานนั้นมีอายุเก่าแก่มากถึง 2 ล้านปี หรือในปี 2004 ทีมนักวิทยาศาสตร์จีนขุดค้นพบเครื่องมือหินอายุ 1.66 ล้านปี ในภูมิภาคทางตอนเหนือ และเมื่อเร็วๆ นี้ในปี 2015 มีการค้นพบว่าหัวกะโหลกของมนุษย์โฮโม อีเร็คตัสที่พบห่างออกไปจากเมือง Shangchen ราว 4.8 กิโลเมตร ย้อนอายุกลับไปได้ถึง 1.6 ล้านปี

เมื่อพิจารณาจากหลักฐานที่พบแล้วทำให้ Zhaoyu Zhu นักธรณีวิทยาจากสถาบันวิทยาศาสตร์จีน ในฐานะผู้นำในการวิจัยครั้งนี้เชื่อว่าต้องมีหลักฐานใหม่ๆ รอให้ค้นพบ เขาและทีมจึงเริ่มขุดค้นตามแหล่งโบราณคดีของเมือง Shangchen ตั้งแต่ปี 2004

เครื่องมือหิน
บางส่วนจากทั้งหมดของเครื่องมือหินที่พบในชั้นดินของเมือง Shangchen
ภาพถ่ายโดย Zhaoyu Zhu

เดือนกรกฎาคม ปี 2007 หนึ่งในทีมสำรวจของ Zhu สังเกตเห็นก้อนหินก้อนหนึ่งจากชั้นหินที่โผล่พ้นพื้นผิวดินขึ้นมา ในภายหลังจึงพบว่ามันคือเครื่องมือหินของโฮมินิน และตลอดเวลาที่ผ่านมาจนถึงปี 2017 ทีมของ Zhu ขุดค้นชั้นดินของเมือง Shangchen ไปแล้วลึกกว่า 240 ฟุต พวกเขาพบเครื่องมือหินในชั้นดินถึง 17 ชั้น “ลูกทีมและผมตื่นเต้นกันมาก” Zhu กล่าว “มันเป็นโครงการที่ยิ่งใหญ่น่าดู” ทว่าใครกันคือผู้ประดิษฐ์เครื่องมือหินเหล่านี้? ในการจะหาคำตอบทีมของ Zhu วัดค่าสนามแม่เหล็กที่แตกต่างกันในแต่ละชั้นของดิน

เมื่อชั้นของดินก่อตัวขึ้น แร่เหล็กในหินจะสามารถบอกทิศทางของสนามแม่เหล็กโลกในช่วงเวลานั้นได้ ผ่านการเรียงตัวกัน เรียกวิธีการนี้ว่า “การลำดับชั้นสนามแม่เหล็กบรรพกาล” ซึ่งนักธรณีวิทยาสามารถพบชั้นดินที่มีแร่เหล็กเรียงตัวต่างจากชั้นอื่นๆ ได้ จากการสลับขั้วแม่เหล็กโลก ซึ่งเกิดขึ้นในอดีตตั้งแต่หมื่นปีไปจนถึงล้านปี และด้วยการเปรียบเทียบข้อมูลที่เก็บได้กับชั้นดินที่พบเครื่องมือหินในแอฟริกาช่วยให้ Zhu สามารถกำหนดช่วงเวลาของหลักฐานที่พบในเมือง Shangchen ได้ โดย 6 ใน 96 ของเครื่องมือหินที่พบนั้นถูกฝังอยู่ในชั้นดินที่มีอายุเก่าถึง 2.12 ล้านปีก่อน

 

ใครเป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องมือ?

เนื่องจากไม่มีฟอสซิลของโฮมินินใดๆ ถูกฝังอยู่ใกล้ๆ กับบริเวณที่พบเครื่องมือหิน ดังนั้นจึงไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องมือเหล่านี้

ทีมวิจัยสันนิษฐานว่ามนุษย์โฮโม อีเร็คตัส ผู้ประดิษฐ์เครื่องมือหินในเมือง Dmanisi ของจอร์เจีย น่าจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเครื่องมือหินที่พบในจีน ทว่าฟอสซิลของมนุษย์สายพันธุ์นี้ที่เก่าแก่ที่สุดที่เคยพบมามีอายุเพียงแค่ 1.8 ล้านปีเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าอายุของเครื่องมือหินจากเมือง Shangchen มาก

“มีความเป็นไปได้ว่าโฮโม อีเร็คตัสอาจเดินท่องไปบนผืนแผ่นดินจีนในเวลานั้น แต่จากช่วงอายุของเครื่องมือหินและชั้นดินที่พบแล้ว เป็นไปได้เหมือนกันว่าในเวลานั้นดินแดนดังกล่าวอาจถูกครอบครองโดยโฮโมสายพันธุ์อื่น เช่น โฮโม แฮบิลิส” Michael Petraglia นักบรรพมานุษยวิทยาจากสถาบันมักซ์พลังค์ ผู้ศึกษาเครื่องมือหินโบราณที่พบในทวีปเอเชียกล่าว

María Martinón-Torres ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาวิวัฒนาการมนุษย์แห่งชาติสเปน หรือ CENIEH กล่าวเสริมว่ามันคุ้มค่าที่จะตามหาว่าใครคือเจ้าของเครื่องมือหินเหล่านั้น “ถึงเวลาแล้วที่ต้องยอมรับว่าตัวอย่างของโฮมินินทุกชิ้นที่พบในทวีปเอเชีย ใช่ว่าจะต้องเป็นโฮโม อีเร็คตัสเสมอไป” หลังการค้นพบจำนวนมากในเอเชียเผยการดำรงอยู่ของโฮโม อีเร็คตัสในอดีต “และฉันคิดว่าคำถามที่ว่าใครคือโฮมินินแรกแแห่งเอเชีย เรายังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน”

อย่างไรก็ดีมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับขนาดสมองของมนุษย์โฮโม อีเร็คตัส ซึ่งมีขนาดสมองเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น เมื่อเทียบกับมนุษย์สมัยใหม่ ซึ่งสร้างความงงงวยให้แก่นักวิชาการว่า เมื่อสองล้านปีก่อนมนุษย์โบราณที่มีสมองเล็กเหล่านี้เดินทางจากแอฟริกาไปถึงจีนได้อย่างไร

คำตอบของข้อสงสัยทั้งหลายเหล่านี้จะถูกคลี่คลายก็ต่อเมื่อมีการค้นพบและวิจัยใหม่ๆ ในอนาคต ด้าน Dennell เผยว่าปัจจุบันพวกเขาไม่สามารถขุดค้นทางโบราณคดีในเมือง Shangchen ได้อย่างเคย เนื่องจากหลายพื้นที่ถูกเปลี่ยนเป็นฟาร์ม แต่เชื่อว่าในพื้นที่อื่นๆ ของเอเชียจะต้องมีตัวอย่างที่น่าตื่นเต้นกำลังรอให้พวกเขาไปค้นพบอยู่อย่างแน่นอน

“เป็นเวลานานแล้วที่เอเชียไม่ได้อยู่ในลำดับแรกเท่าแอฟริกา เมื่อเราพูดถึงการหาคำตอบของวิวัฒนาการ” Martinón-Torres “แต่การวิจัยภาคสนามที่ผ่านมา ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าเอเชียยังมีอะไรให้เราตื่นเต้นอีกมาก”

เรื่อง มิคาเอล เกรสโค

 

อ่านเพิ่มเติม

12 ทฤษฎี เราวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ได้อย่างไร?

เรื่องแนะนำ

อาร์กติก จะกลายเป็นสมรภูมิสงครามเย็นครั้งใหม่จริงหรือ

ขณะที่ภูมิภาคอาร์กติกกำลังละลายอย่างรวดเร็ว ชาติมหาอำนาจต่างเร่งรุดเข้าไปหมายควบคุมทรัพยากรและเส้นทางเดินเรือที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำแข็ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเตรียมพื้นที่ให้ความขัดแย้ง ณ ดินแดนเหนือสุดของโลก จนหลายฝ่ายเกรงว่าอาร์กติกอาจกลายเป็นสมรภูมิสงครามเย็นครั้งใหม่

ความรู้ประจำวัน : คุณอาจเป็นญาติกับเจงกิส ข่าน

หลายคนคงรู้จักเจงกิส ข่าน บรุษนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ผู้สร้างอาณาจักรมองโกล แต่รู้หรือไม่ว่าบนโลกใบนี้ทุกๆ 200 คนจะมีอยู่หนึ่งคนที่มีความเกี่ยวข้องทางดีเอ็นเอกับเจงกิส ข่าน ผลการศึกษาโครโมโซม Y โครโมโซมเพศที่พบในผู้ชาย นักวิทยาศาสตร์พบว่า ผู้ชายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เคยเป็นดินแดนของอาณาจักรมองโกลในอดีต ผู้ชายจำนวนมากมีโครโมโซม Y ที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งเชื่อกันว่าพวกเขาเหล่านี้คือลูกหลานที่สืบเชื้อสายมาจากบรรดาลูก หลาน เหลน โหลนของจักรพรรดิเจงกิส ข่านอีกที ความเป็นไปได้มีมากน้อยแค่ไหนว่ากันว่ามีโอกาส 0.5% ที่คุณจะเป็นญาติกับเจงกิส ข่าน แต่หากคุณเป็นชาวเอเชีย โอกาสดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 8% ทั้งนี้แม้ว่าบรรพบรุษของคุณ (หากคุณอยู่ใน 8%) เจงกิส ข่าน จะเป็นนักรบจอมกระหายเลือด (จากสถิติว่ากันว่าในยุคที่มองโกลเรืองอำนาจ ชาวมองโกลรุกรานและเข่นฆ่าผู้คนไปมากถึง 40 ล้านคน) แต่ก็มีตำนานกล่าวถึงความรักของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ว่าจุดเริ่มต้นของอาณาจักรอันไพศาลนี้มาจากความต้องการแก้แค้นให้แก่ผู้หญิงคนหนึ่ง จะเป็นอย่างไรลองชม   อ่านเพิ่มเติม : 7 โบราณสถานที่เชื่อกันว่าถูกสร้างโดยเอเลี่ยน, บังเกอร์ทหารจากยุคเผด็จการ กลายเป็นสารพัดประโยชน์

ประวัติย่อของเซ็กส์ทอย

เซ็กส์คือความรื่นรมย์ของชีวิต และอุปกรณ์เสริมเหล่านี้อยู่คู่กับเรามานานกว่าที่คิด มาร่วมสำรวจโลกแห่งเซ็กส์ทอยผ่านยุคสมัยของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตกัน

ทำความรู้จักกับ มาชูปิกชู โบราณสถานของชนเผ่าอินคา

มาชูปิกชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองกุสโกในเปรู ในยุครุ่งเรืองถึงขีดสุด จักรวรรดิอินคาแผ่แสนยานุภาพกว้างใหญ่ไพศาลเป็นระยะทาง 4,023 กิโลเมตรตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของอเมริกาใต้ จากดินแดนที่ในปัจจุบันคือประเทศเอกวาดอร์เรื่อยลงไปถึงชิลี ความยาวไกลอันไพศาลนี้เทียบได้กับความกว้างของดินแดนภาคพื้นทวีปของสหรัฐอเมริกาทั้งประเทศ มาชูปิกชูตั้งอยู่ ณ ใจกลางของจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ และเป็นหนึ่งในมรดกอารยธรรมอินคาเพียงไม่กี่แห่งที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์อย่างน่าทึ่ง มาชูปิกชูสร้างขึ้นราวกลางศตวรรษที่ 15 เป็นประจักษ์พยานของภูมิปัญญาทางวิศวกรรมของชาวอินคา พวกเขาสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ของมาชูปิกชู ตั้งแต่ ปราสาทราชวัง ป้อมปราการ ลานจัตุรัส เรื่อยไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ จากหิน โดยปราศจากเครื่องทุ่นแรงอย่าง ล้อเลื่อน และเครื่องมือที่ทำจากเหล็กหรือเหล็กกล้า จุดเด่นประการหนึ่งของงานก่อสร้างแบบอินคา คือการไม่พึ่งพาปูนซึ่งมักใช้เป็นตัวยึดหินเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม หินทุกก้อนที่มาชูปิกชูได้รับการตัดแต่งอย่างประณีตและแม่นยำจนเรียงซ้อนกันได้อย่างสนิท ความที่ตั้งอยู่บนแนวรอยเลื่อนสองแนว มาชูปิกชูจึงมักเผชิญภัยจากแผ่นดินไหว แต่เนื่องจากหินได้รับการตัดแต่งอย่างแม่นยำจนน่าทึ่ง เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือนจึงดูราวกับสามารถกระโดดหรือเต้นรำได้ และกลับเข้าที่ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย อัศจรรย์ทางวิศวกรรมนี้ช่วยรักษาสภาพของมาชูปิกชูได้ดีอย่างน่าทึ่งมากว่า 500 ปี ปริศนาข้อใหญ่ที่สุดข้อหนึ่งของมาชูปิกชูคือ สร้างขึ้นเพื่ออะไร? ข้อสันนิษฐานของนักโบราณคดีมีตั้งแต่ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม ที่มั่นทางทหาร ไปจนถึงสถานที่พักผ่อนของชนชั้นสูง ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และแผนผังของมาชูปิกชูอาจมีสำคัญในอีกแง่หนึ่ง ภูมิทัศน์ทางธรรมชาติและโครงสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นหลายอย่างดูจะสอดคล้องกับปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ แต่พอถึงศตวรรษที่ 16 หรือหลังจากสร้างได้เพียงร้อยปี มาชูปิกชูกลับถูกทิ้งร้าง และเนื่องจากอารยธรรมอินคาไม่มีภาษาเขียน เราจึงไม่มีหลักฐานใดหลงเหลือที่อธิบายถึงวัตถุประสงค์การก่อสร้าง แม้ชุมชนในท้องถิ่นจะรู้ถึงการมีอยู่ของมาชูปิกชูมานานแล้ว แต่ก็ไม่เป็นที่รับรู้ของโลกภายนอกมาหลายร้อยปี แม้แต่ชาวสเปนผู้ชิตอินคาก็ไม่เคยค้นพบมาชูปิกชู กระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงต้นศตวรรษที่ […]