ตุตันคามุน : ย้อนรอยการค้นพบสุสานฟาโรห์ผู้โด่งดัง - National Geographic Thailand

ตุตันคามุน : ย้อนรอยการค้นพบสุสานฟาโรห์ผู้โด่งดัง

ตุตันคามุน : ย้อนรอยการค้นพบสุสานฟาโรห์ผู้โด่งดัง

เมื่อเกือบหนึ่งร้อยปีก่อน ผู้ชายชื่อ เฮาเวิร์ด คาร์เตอร์ เผยสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นการค้นพบทางโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งแห่งศตวรรษที่ยี่สิบ และจุดประกายความสนใจให้ทั่วโลกต้องมนตร์สะกดที่ไม่มีวันเสื่อมคลายของความลี้ลับยิ่งใหญ่แห่งอียิปต์โบราณ นี่คือเรื่องราวผ่านภาพถ่ายของการค้นพบสุสานฟาโรห์ ตุตันคามุน เมื่อปี 1922

(ภาพถ่ายทั้งหมดได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนพฤษภาคม 1923)

ตุตันคามุน

ภูมิทัศน์แม่น้ำไนล์จากท่าเรือข้ามฟากตรงข้ามกับลักซอร์: พื้นดินที่นักเดินทางเหล่านี้กำลังควบม้าผ่านหลังไปเยือนหุบผากษัตริย์ จะถูกน้ำจากแม่น้ำไนล์เอ่อท้นและท่วมลึกเข้ามาในแผ่นดินกว่า 1.5 กิโลเมตรในฤดูน้ำหลาก (ภาพถ่ายโดย: เมย์นาร์ด โอเวน วิลเลียมส์)

ตุตันคามุน

เด็กชายผู้ขนน้ำมาให้ยามรักษาการณ์ ณ หลุมฝังพระศพ: เด็กชายทอดสายตาไปยังเต็นท์และเพิงพักที่แม้จะเป็นในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ก็ต้องตั้งขึ้นเพื่อป้องกันกองทหารและคนงานจากดวงอาทิตย์ที่แผดเผา (ภาพถ่ายโดย: เมย์นาร์ด โอเวน วิลเลียมส์)

ตุตันคามุน

ภูมิทัศน์ด้านทิศตะวันตกของหุบผากษัตริย์: ด้านหน้าผาชันที่เห็นนี้คือลาดเขาที่เต็มไปด้วยเศษหินฟลินต์และหลุมฝังพระศพของฟาโรห์ Amenophis III หุบผานี้มีหลุมฝังพระศพเพียงสี่แห่ง ได้แก่ หลุมฝังพระศพของ Amenophis III, หลุมฝังพระศพ Turbet el-Kurûd หรือ Tomb of the Apes ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไป และอีกสองแห่งไม่มีจารึกกำกับ (ภาพถ่ายโดย: เมย์นาร์ด โอเวน วิลเลียมส์)

ตุตันคามุน

รูปสลักฟาโรห์ตุตันคามุนพบในหลุมฝังพระศพ: รูปสลักขนาดเท่าคนจริงซึ่งเชื่อว่าเป็นการจำลองพระพักตร์ของฟาโรห์ ตุตันคามุน  สลักจากไม้เนื้อแข็ง ลงสี และปิดทอง นักวิชาการบางคนสันนิษฐานว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของหุ่นจำลอง บ้างเชื่อว่าเป็นรูปจำลองมเหสีของตุตันคามุน คนงานในภาพถือรูปสลักให้ดูราวกับว่า ฟาโรห์ตุตันคามุนกำลังทรงพระดำเนิน (ภาพถ่ายโดย Ledger Photo Service)

ตุตันคามุน

ชายาสุลต่านและคณะผู้ตามเสด็จเยี่ยมชมสุสานตุตันคามุน: เหล่าสตรีทั้งจากโลกตะวันออกและตะวันตก นำโดยชายาสุลต่านแห่งอียิปต์และเลดี้เอเวอลีน เฮอร์เบิร์ต (บุตรีของลอร์ดคาร์นาวอน ผู้อุปถัมภ์การขุดค้น) เยี่ยมชมสุสานกษัตริย์ ซึ่งราชสำนักของพระองค์คงรุ่มรวยอลังการไม่แพ้ราชสำนักของกษัตริย์ยุคปัจจุบัน (ภาพถ่ายโดย: เมย์นาร์ด โอเวน วิลเลียมส์)

ตุตันคามุน

ภาพภายในห้องหรือคูหาชั้นนอกภายในหลุมฝังพระศพตุตันคามุน: รูปสลักที่เห็นซึ่งน่าจะเป็นองค์ฟาโรห์ยืนอารักขาระหว่างประตูทางเข้าที่ถูกปิดตาย ทางขวาสุดคือช่อดอกไม้ที่ใช้ในพิธีฝังพระศพ ด้านหน้าคือหีบที่ฝาด้านบนสลักเป็นรูปสิงโตล่าเหยื่อ  ด้านข้างเป็นรูปกษัตริย์ทรงทำสงครามกับศัตรูจากแอฟริกาและเอเชีย สิ่งที่อยู่ด้านในคือพัสตราภรณ์ หีบยาวบุผ้าลินินทางซ้ายบรรจุชุดชั้นในของกษัตริย์ รูปสลัก Halthor หรือเทพีวัวค้ำยันตั่งหรือเตียงที่ใช้ในพิธีกรรม (ภาพถ่ายโดย New York Times/Redux)

ตุตันคามุน

ข้าวของและสมบัติที่กษัตริย์ทรงใช้ในโลกหน้า: ด้านหน้าทางขวาคือพระเก้าอี้สลักจากไม้เนื้อแข็งประดับด้วยงาช้างและทองคำ ขาเก้าอี้สลักรูปเป็ด ด้านหลังเป็นเตียงไม้สลักรูปฮิปโปโปเตมัส ด้านบนเป็นหีบไม้ขนาดใหญ่ ส่วนปลายของบัลลังก์ซึ่งมองเห็นอยู่ด้านล่างประดับด้วยทองคำ เงิน และฝังอัญมณี  ด้านหลังบัลลังก์สลักเป็นรูปกษัตริย์และราชินีใต้สุริยเทพหรือ อเตน รัศมีเป็นภาพสลักนูนต่ำ ทางซ้ายของภาพเป็นชิ้นส่วนราชรถ 4 คัน หีบไม้จารึกพระนามตุตันคามุนส่วนคาทุชหรือตราประจำพระองค์เป็นของพระมเหสีพระนามว่า อังเคเซนามุน (ภาพถ่ายโดย New York Times/Redux)

ตุตันคามุน

คนโทหินอาลาบาสเตอร์บรรจุขี้ผึ้งและน้ำมัน: คนโทหินอาลาบาสเตอร์สลักเสลาลายดอกบัวและสัญลักษณ์สื่อถึงการรวมแผ่นดินอียิปต์ (ตอนบนและตอนล่าง) เป็นหนึ่งเดียว แม้จะอยู่ในสุสานมานานถึง 3,300 ปี แต่ขี้ผึ้งและน้ำมันยังคงมีกลิ่นหอมและข้นเหนียวเมื่อสัมผัสกับแสงอาทิตย์ (ภาพถ่ายโดย New York Times/Redux)

 

เรื่องแนะนำ

ภาพถ่ายยุคแรกของไทย : มุมมองในประวัติศาสตร์ภาพถ่ายของโลก

ภาพถ่ายยุคแรกของไทย : มุมมองในประวัติศาสตร์ภาพถ่ายของโลก ค.ศ. 1839 (หรือเมื่อ 182 ปีก่อน) นับเป็นหมุดหมายที่สำคัญในประวัติศาสตร์การถ่ายภาพของโลก เพราะเป็นปีที่มนุษย์คิดค้นวิธีการถ่ายภาพได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในเวลาไล่เลี่ยกันถึง 2 วิธี คือ กระบวนการดาแกโรไทพ์ (daguerreotype) และกระบวนการคาโลไทพ์ (calotype) ทั้งสองวิธีใช้หลักการเดียวกันคือ สร้างภาพขึ้นมาในกล้องที่เป็นกล่องทึบแสง โดยให้แสงลอดเข้ามาผ่านรูรับแสง ตามกลไกของ “คาเมรา ออบสกูรา” (camera obscura) ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยศิลปินในการร่างภาพเหมือนมานานหลายร้อยปี เมื่อแสงตกกระทบและทำปฏิกิริยากับแผ่นรับแสงที่เคลือบสารไวแสงไว้ เกิดเป็นภาพที่สามารถคงอยู่ได้ถาวร นับเป็นครั้งแรกที่มนุษย์สามารถบันทึกภาพช่วงเวลาที่เกิดขึ้นชั่วขณะหนึ่ง ให้คงอยู่ไปตลอดกาล **************** กระบวนการถ่ายภาพทั้งสองแบบแพร่หลายอย่างรวดเร็วในทวีปยุโรป โดยเฉพาะในหมู่ชนชั้นกลาง กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน ในขณะเดียวกัน การถ่ายภาพก็ได้เดินทางไปยังดินแดนต่าง ๆ ทั่วโลกพร้อมกับนักเดินทาง พ่อค้า และมิชชันนารีชาวยุโรป มีการตั้งสตูดิโอถ่ายภาพ โดยเฉพาะในเมืองท่าและเมืองที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการเมืองและการค้าสำหรับชาติมหาอำนาจยุโรป สยามเป็นหนึ่งในชาติอันดับแรกๆ ของทวีปเอเชียที่รู้จักเทคนิคการถ่ายภาพ เพียง 6 ปีหลังการถ่ายภาพถือกำเนิดขึ้น กล้องถ่ายรูปแบบดาแกโรไทพ์ก็ได้เดินทางมาถึงแผ่นดินสยามเมื่อ ค.ศ. 1845 ในสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) โดยบาทหลวงลาร์นอดี (Larnaudie) […]

รำลึกเหตุการณ์ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

ย้อนรำลึกถึงอดีตสัญลักษณ์ของมหานครนิวยอร์ก "อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์" ก่อนถึงกาลอวสานจากก่อการร้ายเมื่อ 17 ปีก่อน เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์คือศูนย์กลางการเงิน, ห้างสรรพสินค้า, สำนักงาน ตลอดจนจุดชมวิวและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เงาความยิ่งใหญ่ของเวิลด์เทรดทอดยาวทับเมือง ในขณะที่ความสูงก็สูงเสียจนมองจากมุมไหนของนิวยอร์กก็ยังคงเห็นเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในสายตา

นกในยุคไดโนเสาร์ที่เป็นรอยต่อวิวัฒนาการการบิน

เจ้านกประหลาดที่ถูกค้นพบในจีนนี้เคยมีชีวิตอยู่เมื่อ 127 ล้านปีก่อน ผลการวิเคราะห์โครงกระดูกของมันเผยให้เห็นความแตกต่างจากนกในปัจจุบัน

บันทึกอายุ 2,000 ปี บ่งชี้ถึงจำนวนลิงจมูกเชิดสีทองในอดีต

บันทึกทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นจำนวนประชากรของลิงจมูกเชิดสีทองที่มากมายในอดีต แต่ปัจจุบันพวกมันมีสถานะใกล้สูญพันธุ์