ชัยชนะของโซเวียตในการบุกเบอร์ลิน จุดจบ นาซีเยอรมนี ในสงครามโลกครั้งที่ 2

ชัยชนะของโซเวียตในสมรภูมิเบอร์ลิน – จุดจบของ นาซีเยอรมนี

ในเดือนพฤษภาคม 1945 กองทัพแดงของโซเวียตบุกตะลุยไปในกรุงเบอร์ลินและยึดเมืองแห่งนี้ นำมาซึ่งจุดจบของอาณาจักรไรค์ที่สามของ นาซีเยอรมนี และสงครามโลกครั้งที่สองในยุโรป

เมื่อต้นปี 1945 สงครามโลกครั้งที่สองได้ระอุบนยุโรปมากว่าห้าปีแล้ว หลายปีของการสู้รบอันโหดร้ายยังผลให้ชีวิตมนุษย์มากมายต้องจบสิ้น เมืองน้อยใหญ่หลายแห่งต้องถูกทำลาย ตั้งแต่ปี 1941 เป็นต้นมา สหภาพโซเวียตต่อกรกับเยอรมนีในภาคตะวันออกของทวีปแห่งนี้ และต้องสูญเสียทหารหลายล้านนายในการต่อต้านการรุกรานอาณาเขตโดยกองทัพ นาซีเยอรมนี ของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์

ในเดือนมิถุนายน ปี 1944 ฝ่ายสัมพันธมิตรได้บุกยึดฝรั่งเศสคืนจากกองทัพนาซี ส่งผลให้กองทัพสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรยึดพื้นที่ของ นาซีเยอรมนี และผลักดันให้กลุ่มอำนาจอักษะถอนทัพออกจากยุโรปตะวันตกได้สำเร็จในเวลาต่อมา ในขณะเดียวกัน โซเวียตภายใต้การนำของโจเซฟ สตาลินก็เริ่มปฏิบัติการรุกในยุโรปตะวันออก ตลอดทั้งปีนั้น กองทัพโซเวียตยาตราทัพเข้ามายังเบอร์ลินพร้อมความตั้งใจที่จะทำลายเยอรมนีซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลนาซี

โซเวียตโหมบุก

เมื่อถึงเดือนมิถุนายน 1944 หรือสามปีหลังการรุกรานโซเวียต ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ยึดอาณาเขตซึ่งตนเองเคยปกครองก่อนสงครามคืนมาได้เกือบหมด และเริ่มรุกเข้าไปในดินแดนซึ่งผนวกมาได้จากการทำสัญญากับเยอรมนีเมื่อปี 1939 อันเป็นสัญญาซึ่งถูกฮิตเลอร์ฉีกในภายหลัง

ทหารโซเวียต, โซเวียต
ทหารโซเวียต (คนขวา) สวมกอดกับทหารสหรัฐฯ แถวแม่น้ำเอลเบอ เมื่อเดือนเมษายน 1945 ภาพถ่ายโดย AP IMAGES/US ARMY

เมื่อวันที่ 22 ของเดือนเดียวกัน กองทัพแดงได้เริ่มปฏิบัติการบากราทิออน (Operation Bagration) การบุกเบลารุสซึ่งมีเป้าหมายหลักคือการทำลายกลุ่มกองทัพกลาง (Army Group Center) ซึ่งส่งผลให้กองทัพที่สี่และเก้าของเยอรมันถูกทำลายย่อยยับหลังถูกกองทัพฝ่ายโซเวียตบุกซึ่งมีจำนวนกว่า 1.5 ล้านนายตีโอบที่เมืองมินสก์ และกองทัพยานเกราะที่สี่เสียหายอย่างหนัก จากนั้นจึงรุกต่อไปยังโปแลนด์ซึ่งถูกเยอรมนีผนวกก่อนจะหยุดทัพเพื่อรวบรวมกำลังใหม่เมื่อเดือนสิงหาคม ณ แม่น้ำวิสตูลาใกล้กรุงวอร์ซอ ก่อนบุกต่อไปยังเมืองหลวงแห่งดังกล่าวในเดือนมกราคมปีถัดไป

ระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว กองทัพแดงประสบความสำเร็จอย่างมากในการรุกขึ้นเหนือและใต้ โดยการบุกปรัสเซียตะวันออกจากรัฐบอลติกและการรุกรานชาติฝ่ายอักษะ ซึ่งในจำนวนนี้มีโรมาเนียและบัลแกเรียซึ่งแปรพักตร์เข้าฝ่ายโซเวียตในเวลาต่อมารวมอยู่ด้วย ส่วนฮังการียอมจำนนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1945 เมื่อถึงเวลานั้น รัสเซียอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมสำหรับการพิฆาตรัฐบาลนาซีในเบอร์ลิน (และยึดครองยุโรปตะวันออกเป็นเวลาหลายทศวรรษ)เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โซเวียต, เบอร์ลิน, นาซี, สงครามโลกครั้งที่สอง, นาซีเยอรมนี
ในหนึ่งในภาพถ่ายที่โด่งดังที่สุดจากสงครามครั้งนี้ เหล่าทหารโซเวียตโบกสะบัดธงเหนืออาคารรัฐสภาในเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ปี 1945 ภาพถ่ายโดย YEVGENY KHALDEI/GETTY IMAGES

พิชิตเบอร์ลิน

การรบครั้งสุดท้ายในสงครามอันป่าเถื่อนระหว่างเยอรมนีและรัสเซียเริ่มต้นขึ้นก่อนรุ่งสางของวันที่ 16 เมษายน 1945 เมื่อปืนใหญ่ของโซเวียตซึ่งจัดวางอยู่ตามแนวแม่น้ำโอเดอร์เปิดฉากการยิงถล่มอันดุเดือดราวพสุธากัมปนาท ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมไปถึงชานเมืองเบอร์ลินซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 64 กิโลเมตร

ในตอนแรก เหล่าทหารเยอรมันซึ่งถอยห่างออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงการถล่มดังกล่าวต้านทานการบุกอย่างเหนียวแน่น แต่พวกเขาไม่สามารถยืนหยัดต่อการบุกถล่มจากแนวหน้าเบลารุสที่หนึ่งภายใต้การนำของจอมพล Geor­gi Zhukov ผู้ถูกสรรเสริญในฐานะผู้พิทักษ์มอสโคว์ได้นานนัก และในตอนนี้ กองทัพฝ่ายบุกโจมตีซึ่งมีจำนวนเหนือกว่าได้เริ่มการบุกทะลวงไปยังเมืองหลวงแห่งนี้

วันแห่งชัยชนะในยุโรป
ทหารและสาธารณะชนทั่วไปฉลองวันแห่งชัยชนะในยุโรปในกรุงลอนดอน เมื่อปี 1945 ภาพถ่ายโดย BETTMANN/GETTY IMAGES

ผู้บัญชาการนายหนึ่งในกองทัพที่เก้าของเยอรมัน ซึ่งมีจำนวนร่อยหรอเนื่องจากถูกถล่มยับเยินที่มินส์คเมื่อปีก่อนหน้ารายงานว่า “พวกเขาบุกมาเป็นห่าฝูงชนิดคลื่นต่อคลื่น” และกล่าวต่อว่า “คนของผมสู้จนกระสุนหมด” “และถูกกวาดจนเกลี้ยงหรือถูกยึดพื้นที่อย่างหมดรูป” ทางใต้ แนวหน้ายูเครนที่หนึ่งภายใต้จอมพล Ivan Konev บดขยี้กองทัพยานเกราะที่สี่ก่อนจะหักเลี้ยวไปทางเบอร์ลินเพื่อแย่งชิงรางวัลชิ้นนี้กับ Zhukov “ผู้ใดที่ไปถึงเบอร์ลินก่อน” สตาลินกล่าว “ก็จะได้ครอบครองมัน” เส้นทางบุกของ Zhukov สั้นกว่า เขาจึงชนะการแข่งขันครั้งนี้ แต่การรุกอย่างรวดเร็วของ Konev ก็ช่วยปิดล้อมเมืองแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

เมื่อวันที่ 26 เมษายน ทหารโซเวียตกว่าครึ่งล้านเปิดฉากโจมตีกลางเมืองเบอร์ลินอย่างดุดัน ในด่านป้องกันสุดท้ายของเบอร์ลิน ซึ่งมีหน่วยวัฟเฟิน-เอสเอส (Waffen-SS) และ กลุ่มประชาชนติดอาวุธฟ็อลคส์ชตวร์ม (Volkssturm) ซึ่งมีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นเด็กชายและชายชรารวมอยู่ด้วย เสียเปรียบทั้งด้านกำลังคนและอาวุธ หลายคนสู้จนถึงจุดจบอันขมขื่นในอุโมงค์รถไฟใต้ดินและตามถนนหนทางในเมืองที่กลายเป็นเพลิงเผาศพของอาณาจักรไรค์ที่ส่ามและผู้นำซึ่งพามันมาสู่ความพินาศ

นาซีเยอรมนี, ฮิตเลอร์, สงครามโลกครั้งที่สอง
ฮิตเลอร์ผู้รู้ตัวว่ากำลังพ่ายแพ้แต่งงานกับเอฟา เบราน์ผู้เป็นคู่รัก ในบังเกอร์ใต้รัฐสภาในเบอร์ลินเมื่อวันที่ 28 เมษายน ในวันที่ 30 ของเดือนเดียวกัน ทั้งคู่ฆ่าตัวตายในขณะที่กองทัพโซเวียตกำลังยึดเมือง ฮิตเลอร์ยิงตนเอง ส่วนเบราน์ใช้ยาพิษ ศพทั้งสองถูกเผา และฝันร้ายของยุโรปกำลังจบลง ภาพถ่ายโดย ART EXPLORER/ALAMY

การยอมจำนนอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ฮิตเลอร์ฆ่าตัวตายในบังเกอร์ส่วนตัว และศพของเขาถูกเผาโดยเหล่าผู้ช่วย ในค่ำวันเดียวกัน เหล่าทหารโซเวียตได้ฝ่าไปถึงอาคารรัฐสภาและชูธงค้อนเคียวขึ้นเหนือเมืองหลวงที่มอดไหม้ กองทัพเยอรมันยอมจำนนเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม และในวันที่เจ็ดของเดือนเดียวกัน จอมพลเรือคาร์ล เดอนิตซ์ ผู้รับไม้ต่อจากฮิตเลอร์ได้ลงนามการยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนใขต่อฝ่ายสัมพันธมิตร

ข่าวการยอมจำนนแพร่ไปอย่างรวดเร็ว และการฉลองวันแห่งชัยชนะในยุโรปหรือ VE (Victory in Europe) Day ปะทุขึ้นทั่วโลก ในสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ผู้คนซึ่งกำลังปิติยินดีแห่ออกเฉลิมฉลองตามท้องถนนและจตุรัสในเมืองในวันที่ 8 พฤษภาคม ส่วนโซเวียตถือวันที่ 9 เป็นวันแห่งชัยชนะ

ฮิตเลอร์เคยประกาศว่าอาณาจักรไรค์ของเขาจะอยู่ยืนยงถึงหนึ่งพันปี แต่ต้องขอบคุณการเสียสละของผู้คนหลายล้านที่สละชีวิตในการรบกับฝ่ายอักษะ ที่ทำให้อาณาจักรแห่งนี้ต้องจบลงในเวลาเพียงสิบสองปี

เรื่อง NEIL KAGAN และ STEPHEN HYSLOP

แปล ภาวิต วงษ์นิมมาน


อ่านเพิ่มเติม เหตุใดเยอรมนีจึงต้องยอมจำนนสองครั้งในสงครามโลกครั้งที่สอง

นาซี

เรื่องแนะนำ

นาซีพบที่ซ่อน แอนน์ แฟรงค์ ในช่วงโศกนาฏกรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวได้อย่างไร

แม้การจับกุม แอนน์ แฟรงค์ จะผ่านมาแล้ว 77 ปี บรรดานักสืบสวนยังคงสืบหาว่า เจ้าหน้าที่นาซีพบที่ซ่อนของเด็กหญิงชาวดัตช์และครอบครัวได้อย่างไร หลังจากต้องหลบซ่อน ในห้องบนโกดังของบิดามานานกว่าสองปี แอนน์ แฟรงค์ ผู้เขียนบันทึก บันทึกลับของแอนน์ แฟรงค์ อันลือลั่นและสมาชิกในครอบครัวอีก 7 คน ได้ถูกค้นพบโดยทหารนาซีเยอรมันและเจ้าหน้าที่ชาวดัตช์ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 1944 การค้นหาว่าใคร หรืออะไร ที่ทำให้ที่หลบซ่อนของพวกเขาถูกเปิดเผยยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 77 ปี ทุกวันนี้ บรรดานักประวัติศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล แม้กระทั่งนักนิติวิทยาศาสตร์ยังคงใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อระบุตัวเปิดเผยที่อยู่ของแอนน์ แฟรงค์ รวมไปถึงอีกสมมติฐานหนึ่งว่า บางที แอนน์ แฟรงค์ อาจถูกพบเจอตัวโดยบังเอิญ ไดอารี่ของแอนน์ หรือที่รู้จักกันในนาม บันทึกของแอนน์ แฟรงค์ ซึ่งเธอเขียนขึ้นเมื่อตอนอายุ 13-15 ปี เป็นหนังสือเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวที่แพร่หลายไปทั่วโลก สำหรับชาวเนเธอร์แลนด์ เรื่องราวของเธอ ซึ่งเป็นประชาชนธรรมดาที่เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยผู้อื่นซึ่งกำลังเดือดร้อนได้กลายมาเป็นเรื่องราวอันโดดเด่นของชาวดัตช์ในหน้าประวัติศาสตร์ช่วงการถูกยึดครองของเนเธอร์แลนด์ในสงครามโลกครั้งที่สอง โดยในช่วงเวลานั้นมีการสังหารชาวดัตช์เชื้อสายยิวมากกว่าร้อยละ 80 สูงเป็นอันดับสองรองจากประเทศโปแลนด์ หลายปีผ่านไป มีผู้ต้องสงสัยราว 30 […]

ประวัติกำเนิด อาวุธนิวเคลียร์ ยุทโธปกรณ์ที่เปลี่ยนโลกทั้งใบจนทุกวันนี้

ทหารจากกองบินที่ 11 สหรัฐอเมริกา ดูการระเบิดของ อาวุธนิวเคลียร์ ในระยะใกล้ที่ทะเลทรายในลาส เวกัส เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 1951 ภาพถ่ายโดย BETTMANN, GETTY การกำเนิดของ อาวุธนิวเคลียร์ ได้เปลี่ยนกระแสประวัติศาสตร์โลกไปทั้งใบ ในภายหลังนักวิทยาศาสตร์หลายคนได้แสดงความเสียใจที่พวกเขามีบทบาทในการสร้างอาวุธที่สามารถลบล้างทุกสิ่งและมนุษย์ทุกคนในรัศมีใกล้เคียงได้ในเวลาไม่กี่วินาที เวลา 05:30 น. วันที่ 16 กรกฎาคม 1945 ลำแสงที่แผดแรงยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นเหนือรัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา มันคือลูกไฟที่ทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างในบริเวณใกล้เคียง และผลิตเมฆรูปเห็ดที่พุ่งขึ้นสูงมากกว่า 11 กิโลเมตร หลังจากนั้น บรรดานักวิทยาศาสตร์ที่ได้สร้างการระเบิดนี้ขึ้นมาต่างหัวเราะและสัมผัสมือในระหว่างการดื่มฉลองความสำเร็จ พวกเขาเพิ่งสร้างการระเบิดนิวเคลียร์ครั้งเป็นแรกของโลก การทดสอบที่มีชื่อว่า ‘ทรินีตี’ (Trinity) นั้นถือเป็นชัยชนะและเป็นการพิสูจน์ว่านักวิทยาศาสตร์สามารถควบคุมพลังจากการแตกตัวของพลูโตเนียม ทำให้โลกเข้าสู่ยุคอะตอม (atomic age) ซึ่งเปลี่ยนโฉมหน้าของการสงครามและความสัมพันธ์ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ไปตลอดกาล และไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังจากนั้น สหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์สองลูกที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันสามารถลบล้างทุกสิ่งทุกอย่างบนผืนดินและคร่าชีวิตผู้คนมหาศาลในเวลาเพียงไม่กี่วินาที นักวิทยาศาสตร์พยายามไขคำตอบในเรื่องวิธีการผลิตการแตกตัวของนิวเคลียร์ (Nuclear Fission) หรือปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่ออะตอมของนิวเคลียร์แตกตัวจนผลิตพลังได้อย่างมหาศาล ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่มีการค้นพบมาในช่วงทศวรรษ 1930 โดยพรรคนาซีของเยอรมนีพยายามทดลองทำอาวุธจากพลังงานชนิดนี้ก่อน และข้อมูลของความพยายามนี้ได้มีการรั่วไหลไปยังนอกประเทศพร้อมกับความไม่ลงรอยทางการเมืองและนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกเนรเทศจากเยอรมนี […]

รำลึกเหตุการณ์ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

ย้อนรำลึกถึงอดีตสัญลักษณ์ของมหานครนิวยอร์ก "อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์" ก่อนถึงกาลอวสานจากก่อการร้ายเมื่อ 17 ปีก่อน เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์คือศูนย์กลางการเงิน, ห้างสรรพสินค้า, สำนักงาน ตลอดจนจุดชมวิวและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เงาความยิ่งใหญ่ของเวิลด์เทรดทอดยาวทับเมือง ในขณะที่ความสูงก็สูงเสียจนมองจากมุมไหนของนิวยอร์กก็ยังคงเห็นเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในสายตา