สืบสานงานอนุรักษ์ของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ สืบ นาคะเสถียร - National Geographic

สืบสานงานอนุรักษ์ของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ สืบ นาคะเสถียร

สืบสานงานอนุรักษ์ของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ สืบ นาคะเสถียร

 สืบ นาคะเสถียร คือชื่อของชายคนหนึ่งผู้ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งสละชีวิตเพื่อการอนุรักษ์ ผู้อยู่เบื้องหลังมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของไทย เสียงปืนในวันนั้นยังดังอยู่แม้เลือนจางไปกับกาลเวลาบ้าง

ในราวไพร เสียงกระหึ่มของรถขับเคลื่อนสี่ล้อดังเข้ามาใกล้ เครื่องยนต์สองพันแปดร้อยซีซีรีดแรงม้าผ่านท่อไอเสียแผดเสียงกรีดอากาศคุกคามท่วงทำนองของป่า ล้อทั้งสี่ตะกุยทางเดินเล็กๆ ขณะเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ทิ้งฝุ่นปลิวคลุ้งเป็นสายไว้เบื้องหลัง

ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เร้นกายอยู่ในผืนป่าบริสุทธิ์ ที่แห่งนี้มีตำนานการอนุรักษ์ของข้าราชการผู้ประกาศตัวตนด้วยวิถีปฏิบัติงานอันจริงจัง จริงใจ ซื่อสัตย์ต่อตนเอง การงาน และ ซื่อสัตว์ ต่อสัตว์ป่าธรรมชาติ

ใช่ครับ “ซื่อสัตว์” คำหลังไมได้เขียนผิดแต่อย่างใด ถูกต้องตามที่หมายความทุกคำ

สืบ นาคะเสถียร เกิดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2492 ที่อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เด็กชายสืบเป็นคนที่สนใจหรือตั้งใจทำอะไรแล้ว จะตั้งใจจริงและพยายามจนประสบความสำเร็จ  หลังจบการศึกษาจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สืบเริ่มเข้ารับราชการที่กรมป่าไม้ ในตำแหน่งพนักงานป่าไม้ตรี สังกัดกองอนุรักษ์สัตว์ป่าเมื่อปี พ.ศ. 2518 ซึ่งขณะนั้นเป็นหน่วยงานเล็กๆ ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น เขาตัดสินใจเลือกที่นี่ เพราะต้องการทำงานเกี่ยวกับสัตว์ป่ามากกว่างานที่เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ป่าไม้โดยตรง

(บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: “ฉลาม” นักล่าผู้ตกเป็นเหยื่อ)

สืบ นาคะเสถียร
อนุสาวรีย์ของสืบ นาคะเสถียร ตั้งตระหง่านอยู่ในที่ทำการเขตฯ ห้วยขาแข้ง เพื่อระลึกถึงข้าราชการนักอนุรักษ์คนหนึ่งที่ปักหมุดหมายของความจริงจังที่จะรักษาธรรมชาติ ในมือของสืบถือสมุดจดบันทึกและสะพายกล้องไว้บนบ่า หันหน้าไปยังห้วยขาแข้งทางทิศใต้ ดังว่าความตั้งใจที่จะอนุรักษ์ของเขาจักไม่สุดสิ้น

สืบเคยให้สัมภาษณ์นิตยสารอิมเมจ ฉบับเดือนมีนาคม พ.ศ. 2533 ว่า “ผมเลือกมาอยู่ที่นี่เพราะเกลียดป่าไม้ แม้มาเรียนป่าไม้ตอนอยู่มหาวิทยาลัย ก็รู้สึกว่าไม่ชอบ เพราะรู้สึกว่าพวกป่าไม้มันร่ำรวยมาจากการโกงป่า ผมรู้กำพืดพวกนี้ดี เพราะสมัยนั้น พ่อผมเป็นปลัดจังหวัด ผมไม่อยากยุ่ง ไม่อยากไปโกงกับมัน ถ้าผมไม่โกงกับพวกมัน ผมก็อยู่ไมได้ ผมเลยเลือกมาอยู่กองนี้”

ความผูกพันกับสัตว์ป่าที่เริ่มต้นจากการทำงานวิจัยเหล่านี้ เห็นได้ชัดเมื่อเขาได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าโครงการอพยพช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ตกค้างในอ่างเก็บน้ำซึ่งเกิดจากการสร้างเขื่อนเชี่ยวหลาน ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี สืบได้ทุ่มเททุกเวลานาทีให้กับการกู้ชีวิตสัตว์ป่าที่หนีภัยน้ำท่วม โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง งานอพยพสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลานทำให้สืบตระหนักว่า ลำพังงานวิชาการย่อมไม่อาจหยุดยั้งกระแสการทำลายป่าและสัตว์ป่า อันเป็นปัญหาระดับชาติและระดับโลกได้ ดังนั้นเมื่อเกิดกรณีรัฐบาลวางโครงการสร้างเขื่อนน้ำโจน ในบริเวณป่าทุ่งใหญ่นเรศวร สืบจึงโถมตัวเข้าคัดค้านอย่างเต็มที่เต็มกำลัง เขารีบเร่งทำรายงานผลการอพยพสัตว์ป่าจากเขื่อนเชี่ยวหลาน เพื่อบอกให้สาธารณชนได้รับรู้ว่า การอพยพหรือช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ถูกทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยนั้นเป็นความพยายามที่เกือบจะไร้ผลโดยสิ้นเชิง สืบยืนยันว่าการสร้างเขื่อนได้ทำลายเผ่าพันธุ์ แหล่งอาหาร ตลอดจนที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอย่างรุนแรง กระทั่งความช่วยเหลือจากมนุษย์ก็ไม่สามารถชดเชยได้เลย

(บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: วิธีช่วยชีวิตสัตว์นักล่า)

ปลายปี พ.ศ. 2532 สืบได้รับทุนไปเรียนต่อระดับปริญญาเอกที่ประเทศอังกฤษ พร้อมๆ กับได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรัษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สืบยอมทิ้งอนาคตของตัวเองด้วยการรับตำแหน่ง แม้จะรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยความยากลำบากและขวากหนาม

สืบ นาคะเสถียร
บรรยากาศการวางแผนทำงานของเจ้าหน้าที่เขตฯ ห้วยขาแข้งร่วมกับสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าเกี่ยวกับการสำรวจพื้นที่รวมกับการใช้เครื่องมือที่ทันสมัย เช่น อุปกรณืจีพีเอส ซึ่งช่วยให้การทำงานได้ผลดีกว่าระบบเดิม

ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับงานในตำแหน่ง สืบได้แสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะรักษาป่าผืนนี้ไว้ให้ได้อย่างชัดเจน สืบได้ประกาศให้รู้ทั่วกันว่า “ผมมารับงานที่นี่โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน”

ผมมีเจตนาที่จะฆ่าตัวเองโดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ทั้งสิ้น 

ผมคิดว่า ผมทำได้ดีที่สุดแล้วเท่าที่ผมมีชีวิตอยู่

ผมคิดว่า ผมได้ช่วยเหลือสังคมดีแล้ว

ผมคิดว่า ผมได้ทำตามกำลังของผมดีแล้ว

และ…ผมพอใจ ผมภูมิใจในสิ่งที่ทำ

                                    – สืบ นาคะเสถียร

บ่อยครั้งที่การออกปฏิบัติหน้าที่ของสืบเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อชีวิต และการสูญเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นลูกน้อง ทำให้เขาเหนื่อยล้ายิ่งขึ้น ถึงกับประกาศว่า “ถ้าจะมีคนตายอีก ต่อไปต้องเป็นผม” ด้วยความผิดหวังต่อระบบราชการ และความเป็นคนจริงจังที่มีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้สืบรู้สึกว่าเขาไม่อาจทำอะไรไปได้มากกว่านี้  สืบ นาคะเสถียร จึงคิดและตัดสินใจอย่างเด็ดขาดด้วยการวางแผนที่จะทำอะไรสักอย่าง ทุกสิ่งเป็นไปอย่างมีแบบแผน ทั้งการสั่งเสียลูกน้องคนสนิท เขียนจดหมายสั่งลา 6 ฉบับ

เรื่อง ศิริโชค เลิศยะโส

ภาพถ่าย  ยุทธนา อัจฉริยวัญญู

สืบ นาคะเสถียร
นี่คือสถานที่ซึ่งลมหายใจสุดท้ายของสืบได้ขาดห้วงไป รูกระสุนบนเตียงนอนของเขา เป็นเสมือนรูปรอยที่สะกิดความทรงจำให้นึกถึงความเสียสละ ความจริงจัง และบ้านพักหลังนี้ ยังถูกเก็บรักษาไว้เพื่อให้คนที่มีโอกาสเข้ามาในที่ทำการเขตฯ ห้วยขาแข้งได้สัมผัสบรรยากาศ

อ่านเพิ่มเติม

กัปตันการบินไทยผู้ใช้เวลาว่างปลูกต้นไม้ให้กรุงเทพฯ

เรื่องแนะนำ

This is Africa! เมื่อการล่าถูกกฎหมายช่วยอนุรักษ์สัตว์ป่า

หลายประเทศในแอฟริกาเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาล่าสัตว์ป่าเพื่อเป็นรางวัล เงินที่ได้จะถูกนำไปใช้เพื่อพิทักษ์ธรรมชาติองค์รวม ตลอดจนช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่น วิถีเช่นนี้ดำเนินมาหลายปีท่ามกลางคำถามสำคัญจากผู้ไม่เห็นด้วย “ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือที่จะปกป้องสัตว์ป่า โดยไม่ต้องสังหารพวกมัน?”

มหานทีแห่งเอเชียอาคเนย์จะอยู่รอดหรือไม่ (ตอนที่ 1)

เรื่อง สตีเฟน โลฟเกร็น พนมเปญ ประเทศกัมพูชา – เซบ โฮแกน หวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่เขารู้สึกประหลาดใจที่ได้มาเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรกในฐานะนักมีนวิทยา และได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมเคียงกับแม่น้ำโขง ชายหนุ่มผู้เติบโตในทะเลทายแอริโซนา สถานที่ซึ่งแม่น้ำมักจะเหือดแห้ง มันเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็กจบใหม่อย่างเขาที่ได้มาเยือนแม่น้ำที่มีผลผลิตมากที่สุดในโลก “ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ดูสดใสและมีชีวิตชีวามากครับ” โฮแกนกล่าว “เหมือนผมกำลังมองดูโลกผ่านมุมมองใหม่ ความแตกต่างจากแอริโซนาอย่างสิ้นเชิง” แม้ว่าโครงการแลกเปลี่ยนของเขาจะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่โฮแกนยังกลับมาเยี่ยมเยียนนทีสายนี้อยู่เนืองๆ เมื่อปีที่ผ่านมา เขาใช้เวลาอยู่ในภูมิภาคนี้หลายครั้งหลายครา กลมกลืนตัวเองให้เข้ากับวัฒนธรรมทั้งไทยและกัมพูชา สองประเทศที่เป็นทางผ่านของแม่น้ำโขง ความสนใจเรื่องการอพยพของปลา ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลาบึก ซึ่งนับว่าเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ ปลาบึกขนาดที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบมีน้ำหนักตัวถึง 293 กิโลกรัม ปัจจุบัน ล่วงผ่านไปสองทศวรรษ โฮแกนเป็นพันธมิตรกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และเจ้าของรายการ Monster Fish บนช่อง Nat Geo Wild ซึ่งเกิดจากโครงการวิจัยตลอดเวลาห้าปี และได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก USAID ในคณะวิจัยประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อร่วมกันป้องกันระบบนิเวศวิทยาอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก โครงการวิจัยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดในลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำที่หล่อเลี้ยงผู้คนกว่า 60 ล้านคน กำลังเปลี่ยนไปจากหลายสาเหตุทั้งการสร้างเขื่อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียถิ่นอาศัย อันเป็นผลพวงมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและนโยบายทางการเมืองในภูมิภาคอันรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์แห่งนี้ “ในความคิดของผม แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่สำคัญที่สุดในโลก” […]

ต้นไม้สื่อสารกันได้

ต้นไม้สื่อสารกันได้ ต้นไม้พูดได้! แต่ไม่ใช่เปล่งคำพูดออกมาให้เราฟังเช่นในภาพยนตร์ การสื่อสารของต้นไม้เกิดขึ้นที่ใต้ผืนดิน ณ เครือข่ายรากของพวกมันต่างหาก ซูซาน ซิมาร์ด นักนิเวศวิทยาป่าไม้ ติดตามสารเคมีจำเพาะบางอย่าง และพบว่าต้นไม้ในป่าสนดักลาสของแคนาดากำลังพูดคุยกันใต้ดิน ด้วยการสร้างความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันที่เรียกว่า “ไมคอร์ไรซา” (mycorrhiza) ร่วมกับราเพื่อส่งสัญญาณต่างๆ และแบ่งปันทรัพยากรระหว่างกัน เริ่มต้นด้วย “ต้นแม่” ต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สูงที่สุด และได้รับแสงแดดในการผลิตอาหารมากกว่าที่มันต้องการ กลุ่มราหรือไมซีเลียมที่ห่อหุ้มปลายรากของต้นแม่จะส่งธาตุอาหารจากดินให้แลกกับน้ำตาลที่ต้นไม้ผลิตได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ราขาดแคลน จากนั้นราจะส่งน้ำตาลให้กับต้นไม้เล็กกว่าที่อ่อนแอ และอยู่ในร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ด้วยวิธีการนี้ช่วยให้ต้นไม้ใหญ่สามารถแบ่งปันสารอาหารไปยังต้นไม้อื่นๆ ได้ โดยผ่านเครือข่ายของราที่อาศัยอยู่บริเวณราก นอกจากนั้นหากต้นไม้เผชิญกับความเครียดหรือภัยคุกคามก็ยังสามารถส่งสัญญาณเคมีเตือนต้นไม้ต้นอื่นได้ด้วยเช่นกัน ด้านนักวิจัยพบว่าป่าที่มีการเชื่อมโยงเครือข่ายกันในลักษณะนี้จะช่วยให้ต้นไม้อยู่รอดได้ดีกว่า และหากต้นแม่ถูกโค่นลง ต้นไม้เล็กๆ ก็จะตายตามอีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม ค้นพบต้นไม้เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และยังคงเติบโตอยู่