World Update: พบมัมมี่อียิปต์โบราณสภาพสมบูรณ์ 250 โลงที่มีอายุกว่า 2,500 ปี - National Geographic Thailand

World Update: พบมัมมี่อียิปต์โบราณสภาพสมบูรณ์ 250 โลงที่มีอายุกว่า 2,500 ปี

พบมัมมี่อียิปต์โบราณสภาพสมบูรณ์ 250 โลงที่มีอายุกว่า 2,500 ปี

นักโบราณคดีค้นพบโลงศพของมัมมี่อียิปต์โบราณ 250 โลงและรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของเทพเจ้าอียิปต์มากมายกว่า 150 ชิ้นจากสุสานแห่งซัคคาราใกล้กรุงไคโร มีอายุย้อนหลังไปมากกว่า 2,500 ปี ทั้งหมดอยู่ในสภาพสมบูรณ์ โดยรัฐบาลหวังว่าการค้นพบเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวที่ย่ำแย่จากไวรัสโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ซัคคารา หรือ Saqqara นั้นเป็นสุสานขนาดใหญ่ของวัฒนธรรมอียิปต์โบราณ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเนื่องด้วยการค้นพบมากมายที่ผ่านมา ซัคคาราจึงถือว่าเป็นแหล่งโบราณคดีที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

มีการค้นพบโลงศพไม้กว่า 250 โลง ปิดสนิทในสภาพสมบูรณ์พร้อมกับลวดลายอียิปต์โบราณที่ยังไม่จางหายไป มอสตาฟา วาซิรี (Mostafa Waziri) หัวหน้าหน่วยงานสภาโบราณวัตถุสูงสุดของอียิปต์ (Egypt’s Supreme Council of Antiquities) กล่าวกับผู้สี่อข่าวว่า “โลงศพไม้ 250 โลงที่มีมัมมี่อยู่ภายใน ย้อนหลังไปถึงช่วง 500 ปีก่อนคริสตศักราช”

ภายในโลงหนึ่ง พวกเขาพบต้นกกที่ยังไม่ถูกแตะต้อง มีความสมบูรณ์อย่างที่สุด วาซิรีกล่าวว่าต้นกกจะถูกย้ายนำไปศึกษาต่อที่ห้องปฏิบัติการของพิพิธภัณฑ์อียิปต์ในกรุงไคโร นอกจากนี้ยังพบม้วนกระดาษปาปิรัสยาว 9 เมตรที่ทีมงานเชื่อว่าเป็นบทสวดเพื่อนำทางผู้เสียชีวิตไปยังดินแดนหลังความตาย

ในขณะที่รูปปั้นกว่า 150 ชิ้นเป็นรูปปั้นทองสัมฤทธิ์เทพเจ้าอียิปต์มากมายหลายองค์ไม่ว่าจะเป็นเทพเจ้าบาสท์ (Bastet) เทวีแห่งความรักผู้มีศีรษะเป็นแมว เทพเจ้าอนูบิส (Anubis) เทพเจ้าโอซิริส (Osiris) เทพเจ้าไอซิส (Isis) เทพเจ้าแห่งความหอมเนเฟอร์เทม (Nefertum หรือ Nefertem) และรวมไปถึงเทพเจ้าฮาเธอร์ (Hathor) เทพีแห่งความรัก

“เราพบรูปปั้นไม้ที่สวยงามสองรูปที่มีใบหน้าสีทองของเทพไอซิสและเนฟติส (Nephthys, ผู้นำพาวิญญาณไปยังโลกหลังความตาย) ซึ่งตั้งชื่อว่าผู้พิทักษ์โลงศพ” ดร.มูฮามัด อัล ไซดี (Mohamed Al Saidi) ผู้อำนวยการภารกิจการขุดค้นกล่าวกับซีบีเอสนิวส์ “พวกเขาอยู่ในท่านั่ง หนึ่งองค์นั้นอยู่ในตำแหน่งศีรษะของโลงศพ และอีกองค์อยู่ในตำแหน่งเท้าโดยเรียกว่าเป็นตำแหน่ง ‘ผู้ไว้ทุกข์’ หรือ ‘ผู้เศร้าโศก’ สำหรับคนตาย”

ทั้งหมดนี้ค้นพบหลังจากทำการขุดในพื้นที่เพียง 91 เมตรแรกจากพื้นที่ทั้งหมดที่ยาวกว่า 402 เมตร อัล ไซดีกล่าวว่าพื้นที่แห่งนี้ยังมีขุมทรัพย์อีกมากให้ค้นพบ รัฐบาลหวังว่าการค้นพบเหล่านี้จะช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยงฟื้นฟูมากขึ้นหลังจากต้องประสบความยากลำบากกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมไปถึงสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน

สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล

Photograph by Ministry of Tourism and Antiquities of Egypt

ที่มา
.
https://www.cbsnews.com/news/egypt-saqqara-tomb-250-mummies-latest-discoveries-ancient-history/
.
https://www.theguardian.com/world/2022/may/31/trove-of-ancient-egyptian-coffins-and-statues-found-at-cemetery-near-cairo
.
https://www.sciencealert.com/hundreds-of-ancient-mummies-discovered-in-vast-egyptian-necropolis

เรื่องแนะนำ

ย้อนตำนาน 80 ปีเขาดิน

ย้อนตำนาน 80 ปีเขาดิน: แม้วันนี้ "เขาดินวนา" หรือสวนสัตว์ดุสิต จะปิดตัวลงตลอดกาลและคงเหลือเพียงความทรงจำ แต่ภารกิจในการก้าวสู่สวนสัตว์ยุคใหม่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น

ภาพเก่าเล่าเรื่อง: ย้อนอดีต รถไฟไทย

ภาพเก่าเล่าเรื่อง: ย้อนอดีต "รถไฟไทย" ร่วมรำลึกความหลังไปกับภาพเก่าหาดูยากของรถไฟไทยที่เดินทางนำความเจริญไปทั่วสยามประเทศมายาวนานกว่า 120 ปี

รำลึกเหตุการณ์ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

ย้อนรำลึกถึงอดีตสัญลักษณ์ของมหานครนิวยอร์ก "อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์" ก่อนถึงกาลอวสานจากก่อการร้ายเมื่อ 17 ปีก่อน เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์คือศูนย์กลางการเงิน, ห้างสรรพสินค้า, สำนักงาน ตลอดจนจุดชมวิวและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เงาความยิ่งใหญ่ของเวิลด์เทรดทอดยาวทับเมือง ในขณะที่ความสูงก็สูงเสียจนมองจากมุมไหนของนิวยอร์กก็ยังคงเห็นเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในสายตา

การปฏิวัตินีโอลิทิค คืออะไร

การปฏิวัตินีโอลิทิคซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า การปฏิวัติเกษตรกรรม คือการเปลี่ยนจากการล่าสัตว์และหาของป่าไปสู่การทำเกษตรกรรม ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงมนุษยชาติไปตลอดกาล เชื่อกันว่า การปฏิวัตินีโอลิทิค (Neolithic) หรือ การปฏิวัติเกษตรกรรม เกิดขึ้นเมื่อราว 12,000 ปีก่อน มันเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างการสิ้นสุดของยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายกับการเริ่มต้นของสมัย (Epoch) ทางธรณีวิทยาที่ในยุคปัจจุบันคือโฮโลซีน (Holocene) การปฏิวัติในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงการกินอยู่ และการมีปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ไปตลอดกาล และได้เบิกทางสู่อารยธรรมมนุษย์สมัยใหม่ ในยุคนีโอลิทิค นักล่าหาของป่า (Hunter-Gatheres) เร่ร่อนอยู่ตามธรรมชาติเพื่อตามล่าและหาอาหาร แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น นักล่าอาหารกลายเป็นเกษตรกร และเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตนักล่าหาของป่ามาอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งมากขึ้น สาเหตุของการตั้งรกราก แม้ว่าช่วงเวลาและสาเหตุที่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เคยเป็นมาจะยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ โดยมีการคาดเดาว่าการเพาะปลูกของมนุษย์เกิดขึ้นครั้งแรกในบริเวณพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์ (Fertile Crescent หรือบริเวณเมโสโปเตเมีย) ในแถบตะวันออกกลาง อันเป็นบริเวณที่ผู้คนหลายกลุ่มพัฒนาการเกษตรตามแบบของตัวเอง จึงเป็นไปได้ว่า “การปฏิวัติเกษตรกรรม” เป็นการปฏิวัติที่มีการพัฒนาในตัวเองอยู่หลายครั้ง มีหลายสมมติฐานที่ให้คำตอบว่าเหตุใดมนุษย์จึงหยุดเร่ร่อนเพื่อหาอาหารและเริ่มเพาะปลูก ความกดดันทางประชากร (Population Pressure) อาจทำให้เกิดการแย่งชิงอาหารที่มากขึ้น และนำไปสู่ความจำเป็นของการเพาะปลูกอาหารใหม่ๆ ผู้คนอาจเปลี่ยนมาทำการเพาะปลูกเพื่อให้คนชราและเด็กมีส่วนร่วมในการผลิตอาหาร มนุษย์อาจเรียนรู้ที่จะพึ่งพาพืชซึ่งถูกคัดเลือกและผสมผสานในช่วงต้นของการนำมาปลูก และในทางกลับกัน พืชเหล่านั้นอาจจำเป็นต้องพึ่งพามนุษย์ด้วยเช่นกัน เมื่อเกิดเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้น ทฤษฎีใหม่ๆ เกี่ยวกับกับวิธีการและเหตุผลที่การปฏิวัติเกษตรกรรมเริ่มต้นขึ้นก็ตามมา และได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่ามนุษย์จะถอยห่างจากการล่าสัตว์และการออกหาอาหารด้วยด้วยวิธีการและเหตุผลใดก็ตาม พวกเขาก็เริ่มตั้งรกรากมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลบางส่วนของสิ่งนี้เกิดจากการเพาะเลี้ยงพืชที่มากขึ้นเรื่อยๆ มีการคาดว่ามนุษย์อาจเริ่มรวบรวมพืชและเมล็ดพันธุ์ตั้งแต่ […]