๖๐ ปี พระไพศาล วิสาโล - นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

๖๐ ปี พระไพศาล วิสาโล

๖๐ ปี พระไพศาล วิสาโล

เรื่อง  นิรมล มูนจินดา

ภาพถ่าย  สิทธิชัย จิตตะทัต

อากาศเช้าตรู่เดือนกันยายนบนภูหลง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ชื้นเย็น บางวันฝนกระหน่ำ น้ำไหลหลากถนนกลายเป็นโคลนสีแดง

โดยทั่วไป ถ้าไม่ได้รับกิจนิมนต์เพื่อไปบรรยายหรืออบรมใดที่กรุงเทพฯ หรือที่อื่น เช้าวันธรรมดา พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่ามหาวันหรือเรียกอย่างสั้นว่า “ภูหลง” จะออกเดินนำพระลูกวัดออกบิณฑบาต และพรรษานี้พระไพศาล เจ้าอาวาสผู้ดูแลรับผิดชอบวัดสองแห่ง  แบ่งเวลาจำพรรษาที่ภูหลงในวันธรรมดา พอถึงสุดสัปดาห์ท่านจะลงมาวัดป่าสุคะโตที่บ้านใหม่ไทยเจริญ และหากมีกิจนิมนต์ การขึ้นลงจากภูแลนคาเข้ากรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ ชนิดไปเช้ากลับดึกดื่นวันเดียวกันก็ยังเป็นสิ่งที่พระอาจารย์วัย 60 ปี บวชมา 34 พรรษากระทำอยู่ เช่นเดียวกับการเทศน์เช้าค่ำ ประชุมสมาชิกในวัด เขียนหนังสือ ออกบรรยายและฝึกอบรมการเผชิญความตายอย่างสงบ 14 คอร์สต่อปี ตอบอีเมลและข้อความในกล่องอินบ็อกซ์ ซึ่งรวมถึงคำถามเรื่องความทุกข์ส่วนตัวจากบุคคลทั่วไปทุกวัน และกำลังเตรียมงานธรรมยาตราของปีนี้ที่จะจัดขึ้นในสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม ปีนี้จัดเป็นที่ 18 แล้วภายใต้หัวข้อ “รักษาป่า รักษาธรรม”

ถ้าถาม “พ่อจง” บรรจง พงษ์สะพัง ชาวบ้านใหม่ไทยเจริญ และมัคทายกวัยเจ็ดสิบเศษแห่งวัดป่าสุคะโต ผู้ทำหน้าที่มาเกือบ 40 ปีตั้งแต่สมัยหลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ ว่าคิดอย่างไรกับเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันที่เขาเห็นมาแต่หนุ่มนี้  พ่อจงมั่นใจว่า “ท่านมีวิสัยทัศน์กว้างขวาง เทศน์ฟังเข้าใจง่าย อยู่สมถะ พูดน้อย เคร่งมาก ปกครองวัดอย่างสงบเรียบร้อยไปง่ายมาง่าย เป็นพระที่คนนิยม ศรัทธามาก เหมือนหลวงพ่อคำเขียน เหมือนพ่อเหมือนลูก” ซึ่งก็คงเป็นเหตุผลเดียวกับที่ คนทั่วไปในสังคมไทยยอมรับนับถือท่านด้วย

ย้อนหลังไปเมื่อปี พ.ศ. 2527 พระไพศาลยังเป็นพระนวกะอายุ 26 ปี เพิ่งบวชได้ไม่ถึงพรรษา ก็ได้รับเชิญเป็นองค์ปาฐกประจำปีของมูลนิธิโกมลคีมทอง ซึ่งที่ผ่านมามีแต่ผู้หลักผู้ใหญ่คนสำคัญอย่าง ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ศ.นพ.เสม พริ้งพวงแก้ว อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ เป็นผู้แสดงปาฐกถา พระไพศาลใช้เวลา 2-3 เดือนเตรียมการพูดในหัวข้อ “แสวงหารากฐานของชีวิตในโลกแห่งกิจกรรม” ซึ่งท่านออกตัวว่า “เป็นทัศนะเกี่ยวกับชีวิตและสังคมของพระหนุ่มรูปหนึ่ง ซึ่งย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาไม่มากก็น้อยเมื่อแก่ตัวลง”  ในปาฐกถาที่ผ่านการเรียบเรียงจากความคิด การค้นคว้า และประสบการณ์นานเก้าปีของ “ไพศาล วงศ์วรวิสิทธิ์” นักกิจกรรมที่ผ่านสถานการณ์วิกฤติหลายครั้งในบ้านเมือง  ก่อนจะมาเป็นพระไพศาล วิสาโล กล่าวว่าสิ่งที่เป็นองค์ประกอบของรากฐานของชีวิต หรือ “คุณภาพด้านในของชีวิตที่เป็นพื้นฐานของการรับรู้และการกระทำ  เป็นหลักยึดเหนี่ยวของชีวิต และเป็นที่มาของกิจกรรมที่แสดงออก” ซึ่งได้แก่ 1. ความใฝ่ใจในการเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ 2. การรู้จักตนเอง ระลึกรู้ถึงความอ่อนแอ เท่าทันความเศร้าหมองภายในตัวเอง  3. การเข้าถึงความสุขอันประณีต แลเห็นด้านสดใสของผลแห่งการงาน  และ 4. การเข้าใจในความเป็นจริงของชีวิตและโลก วางใจเป็นอิสระจากผลที่จะเกิดขึ้น  ทั้งสี่ข้อมีอรรถาธิบายถ้วนถี่ 208 หน้าให้ผู้ใฝ่ใจอ่านได้ในหนังสือชื่อเดียวกับปาฐกถาซึ่งขึ้นหิ้งเป็นหนังสือคลาสสิกของนักกิจกรรมรุ่นถัดๆ มา

เรื่องแนะนำ

ทำไมต้องบูลลี่? แท้จริงแล้วผู้ชอบกลั่นแกล้งคือคนอ่อนแอ

จากการทดลองในหนู นักวิทยาศาสตร์พบพฤติกรรมกลั่นแกล้งรังแกสัมพันธ์กับกลไกการให้รางวัลในสมอง ด้านนักจิตวิทยาเสริมว่าความเจ็บป่วยทางจิต และครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์คือหนึ่งปัจจัยสำคัญ

ผู้คนที่ตกค้างอยู่ในโรงแรมหรูสมัยสหภาพโซเวียต

ในใจกลางกรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย มีโรงแรมโอ่อ่าแห่งหนึ่งตั้งอยู่ โรงแรมนี้เคยเป็นโรงแรมหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง แต่ปัจจุบัน โรงแรมจอร์เจียเป็นสัญลักษณ์อันน่าหดหู่ของความจริงยุคหลังโซเวียต

รายากับมังกรตัวสุดท้าย : ดิสนีย์นำเสนอความเป็นอาเซียนในแอนิเมชันอย่างไร

เป็นครั้งแรกที่ดิสนีย์ได้นำเสนอเรื่องราวของตัวละครเจ้าหญิงจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่าน รายา กับมังกรตัวสุดท้าย ทว่า ภาพยนตร์เรื่องสามารถแสดงออกถึงวัฒนธรรมจากภูมิภาคนี้ได้ดีเพียงใด เรื่องราวในดินแดนจินตนาการ การต่อสู้ฝ่าฝันอุปสรรคของตัวละครเอก เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ปรารถนาในจิตใจ คือสูตรสำเร็จในการเล่าเรื่องของภาพยนตร์จากดิสนีย์หลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน บ่อยครั้งเช่นเดียวกันที่ดินแดนในจินตนาการเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นมาจากภูมิภาคหรือประเทศที่ใกล้เคียงกับโลกความเป็นจริงอย่าง ผจญภัยตำนานหมู่เกาะทะเลใต้  (Moana) ที่เชื่อว่านำมาต้นแบบมาจากประเทศแถบหมู่เกาะในเขตโอเชียเนีย มหาสมุทรแปซิฟิก อะลาดิน จากภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือมู่หลาน ที่เชื่อว่าเป็นวีรสตรีต้นแบบจากประเทศจีนยุคโบราณ และหลังจากในรอบ 90 ปี การก่อตั้งสตูดิโอ ดิสนีย์ได้สร้างภาพยนตร์แอนิเมชันที่นำฉากหลังจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก นั่นคือภาพยนตร์เรื่อง  รายากับมังกรตัวสุดท้าย (Raya and the Last Dragon)  ที่ทางทีมผู้สร้างกล่าวว่าได้รับแรงบันดาลใจจากการได้เดินทางไปในภูมิภาคดังกล่าว รายากับมังกรตัวสุดท้าย เล่าเรื่องถึงนครสมมติที่ชื่อว่า คูมันตรา ที่ครั้งหนึ่งเป็นนครที่ทั้งมนุษย์และมังกรอยู่ร่วมกันเมื่อ 500 ปีก่อน โดยมังกรเป็นผู้ดูแลและดลบันดาลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์บนโลก จนกระทั่งมีปีศาจที่ชื่อว่า ‘ดรูน’ ที่มีลักษณะคล้ายหมอกควันเข้ามาทำร้ายมนุษย์ ทำให้เผ่าพันธุ์มังกรต้องเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องมนุษย์และโลกใบนี้ไว้ ทิ้งไว้เพียงอัญมณีมังกร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนแห่งพลังจากมังกรที่คอยปกปักโลกนี้เอาไว้เบื้องหลัง แต่ตามตำนาน ยังมีมังกรตัวสุดท้ายที่ชื่อว่า ซิซู ที่ยังคงหลับใหลและซ่อนตัวอยู่หลังจากเหตุการณ์เสียสละของเผ่าพันธุ์ครั้งนั้น ทว่าหลังจากนั้น ผู้คนในนครคูมันตราเกิดความขัดแย้งจนต้องแตกตัวเองออกเป็น 5 เผ่าใหญ่ และมีการแย่งชิงอัญมณีดังกล่าวซึ่งถูกเก็บรักษาไว้โดยเจ้าเมืองเบญจา เจ้าเมืองผู้มีความฝันว่าต้องการรวมผู้คนจาก 5 […]