๖๐ ปี พระไพศาล วิสาโล - นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

๖๐ ปี พระไพศาล วิสาโล

การทำงานกับ กศส. อย่างมุ่งมั่นทุ่มเทหลังเรียนจบนาน 3-4 ปี แม้ยังมีงานด้านสังคมที่ต้องทำอีกมาก แต่ส่วนตัวก็ทำให้เกิดภาวะที่พระไพศาลเคยบรรยายไว้ว่า “เหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว เป็นความเหนื่อยล้าชนิดที่ไม่ยอมคิดหาความสงบนิ่ง แถมยังสงบนิ่งไม่ได้ด้วย เพราะใจร้อนรนอยู่ไม่สุข”  และก็เป็นอาจารย์สุลักษณ์นั่นเองที่ผลักดันให้ท่านลองบวช ซึ่งตั้งใจไว้แต่แรกเพียงสามเดือนเพื่อ “หวังให้หายเครียดเท่านั้นแหละ ไม่ได้หวังนิพพานอะไร”

ที่วัดป่ามหาวันหรือภูหลง กุฎิของพระไพศาลเต็มไปด้วยกองหนังสือมากมายซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับงานเขียนและการบรรยายธรรม นอกเหนือจากข้อมูลที่ค้นจากอินเทอร์เน็ต จนถึงปัจจุบัน พระไพศาลมีหนังสือที่เขียน แปล เป็นบรรณาธิการ ตลอดจนบทความที่ตีพิมพ์ลงในสิ่งพิมพ์ต่างๆ รวมกว่า 350 เล่ม

34 ปีก่อน ไพศาล วงศ์วรวิสิทธิ์ เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดทองนพคุณ ย่านคลองสาน แล้วไปเรียนเจริญสติแบบเคลื่อนไหวกับหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ที่วัดสนามในอยู่ห้าเดือน แล้วจึงไปจำพรรษาแรกที่วัดป่าสุคะโต ชื่อที่แปลว่า ผู้ไปดีแล้วบนเส้นทางอริยมรรค ไม่หวนกลับสู่กิเลสด้วยมัชฌิมาปฏิปทา พระไพศาลเมื่อบวชใหม่ปฏิบัติธรรมทั้งเต็มที่ทั้งซีเรียส แต่กลับไม่บรรลุผลใดๆ แถมยังกลายเป็นความเครียดคับแค้นและ “ล้มคว่ำคะมำหงาย” ครั้งแล้วครั้งเล่า  สองเดือนผ่านไป พอพระไพศาลถอดใจและอยู่เพื่อลาสิกขาในเดือนที่สาม  คราวนี้กลับกลายเป็นว่า “วางใจได้ดีขึ้น มีความผ่อนคลายเพราะปล่อยวาง สติและความรู้สึกตัวค่อยๆ เพิ่มพูน ทำให้รู้ทันความนึกคิดได้เร็วขึ้น และหลุดจากความฟุ้งซ่านได้ไว ทำให้ใจสงบและว่างจากความคิดได้นานขึ้น เป็นครั้งแรกที่เข้าใจว่าการอยู่อย่างมีสตินั้นหมายถึงอะไร และอดไม่ได้ที่จะซาบซึ้งในพลังแห่งสติ”

พระไพศาลมีงานอบรมการเผชิญความตายอย่างสงบปีละ 14 ครั้ง เมื่อมีผู้นิมนต์ ท่านก็ไปเยี่ยมเยียนผู้ป่วยและใช้ธรรมะ “ป่วยแต่กาย ใจไม่ป่วย” ในการรักษาใจ

หน้าแล้งปี 2559 ภูหลงต้องเผชิญกับไฟป่าที่ต้นเพลิงจากข้างนอก ข้ามเขตแนวกันไฟมา นับเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษขนาดที่ทำให้สูญเสียต้นไม้ไปกว่า 2,000 ไร่ ทั้งป่าปลูกใหม่อายุกว่า 10 ปีด้านทิศเหนือและทิศใต้เกือบทุกแปลง รวมทั้งป่าดิบเขาที่เป็นไม้เก่าแก่อายุ 300-400 ปี ถือเป็นไฟที่ไหม้ตรงไข่แดงของป่าภูหลงซึ่งเป็นจุดที่เข้าถึงยาก ไฟป่าหนนี้ แม้เปลวเพลิงจะไหม้รุนแรงอยู่ไม่ถึงสัปดาห์ แต่ที่ทำให้ต้องเฝ้าระวังผลัดเวรดับไฟกันทั้งวันทั้งคืนอยู่เป็นเดือนก็เพราะมีไฟสุมขอนที่คอยจะปะทุและลามต่อไปเรื่อยๆ สำหรับป่าที่อยู่ห่างไกลกันดาร กำลังหลักที่ชวยกันดับไฟป่าหนีไม่พ้นพระวัดภูหลง ชาวบ้านตาดรินทองและหมู่บ้านใกล้ๆ และอุปกรณ์ที่ใช้ดับไฟก็ยิ่งไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าถังน้ำพลาสติกกับรองเท้าแตะยางที่ถอดออกมาตบไฟที่ไหม้ตามพื้น

แม้จะรู้สึกเสียดายที่ป่าถูกไฟไหม้ไปมากและงานข้างหน้าคงยากขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าถามพระไพศาลว่าหมดแรงไหม  “ไม่มี  โธ่เอ๊ย หมดแรงแบบเพลียน่ะมี อย่างอื่นไม่มี ทำต่อไป พยายามโหมกำลังเข้าไป ป่าเราไหม้ไป 2,000ไร่ ที่น่านโดนเผาไปทีเป็นแสนไร่ ของเราจิ๊บจ๊อย ถ้าเราคิดว่าป่าก็ต้องมีไฟ ก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจและเห็นว่าปัญหามันเล็กน้อย” เสียงราบเรียบตอบเรื่อยๆ เหมือนเป็นคำสนทนาเรื่องจิปาถะ

“ทำเต็มที่ แต่ไม่ซีเรียส” ที่เป็นทั้งชื่อหนังสือ ทั้งสโลแกนปิดท้ายหนังสือธรรมะหลายเล่มของพระไพศาลจึงไม่ได้เขียนออกมาคล้องจองเก๋ๆ แต่เป็นถ้อยคำที่เชื่อมโยงกับการทำงานในชีวิตจริงไม่เฉพาะแต่ตัวของท่าน หากยังขยายไปสู่คนทำงานใกล้ชิดอย่างวิชัย “อาจารย์บอกว่าปัญหาของภูหลงมีเยอะแยะ แต่ก็มีจุดคลายที่ทำให้เราเห็นชัดขึ้นมา  อาจารย์เคยถามว่าคุณรับได้ไหมถ้าภูหลงมีต้นไม้เหลือเพียงต้นเดียว ถ้ารับไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ เราหวังให้ดีที่สุด แต่ว่าเราต้องยอมรับเหตุปัจจัยด้วย”

 

อ่านเพิ่มเติม : ฤาษีประหลาดแห่งหน้าผาศักดิ์สิทธิ์, จาริกแสวงบุญ : เพื่อศาสนา หรืออัตตา

เรื่องแนะนำ

รู้จักกับเครื่องเทศที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

คุณผู้อ่านรู้หรือไม่ว่าเครื่องเทศชนิดใดมีราคาแพงที่สุดในโลก สิ่งนี้เป็นที่รู้จักในฐานะวัตถุดิบชั้นสูงที่ช่วยแต่งกลิ่นและรสชาติของอาหารอย่างยอดเยี่ยม นั่นคือ “หญ้าฝรั่น” เครื่องเทศราคาแพงที่นิยมปลูกกันมากในภูมิภาคทางตอนเหนือของอิหร่าน หญ้าฝรั่นถูกผลิตขึ้นจากเกสรของดอกหญ้าฝรั่น พืชชนิดนี้เป็นพืชล้มลุกที่ไม่ต้องการน้ำมากนัก จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะเติบโตในสภาพอากาศแบบอิหร่าน และหญ้าฝรั่นจากอิหร่านเองถือได้ว่าเป็นหญ้าฝรั่นที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก รวมถึง 90% ของเครื่องเทศหญ้าฝรั่นที่ผลิตขึ้นบนโลกนั้นล้วนมาจากอิหร่าน ความรู้ในการเพาะปลูกหญ้าฝรั่นถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน นอกเหนือจากการทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบในอาหารแล้วหญ้าฝรั่นยังทีคุณสมบัติเป็นยาที่ช่วยรักษาโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และป้องกันมะเร็งอีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม : อยู่กับคนตายเป็นปี ไม่ใช่เรื่องแปลกที่อินโดนีเซีย, ล่าน้ำผึ้งหิมาลัยไปพร้อมกัน! ด้วยวิดีโอแบบ 360 องศา

Libra (ลิบรา) เงินดิจิตอลแห่งอนาคตเพื่อคนทั้งโลก

ลิบรา (Libra) สกุลเงินใหม่ระดับโลกจาก Facebook ที่พร้อมเป็นสกุลเงินเพื่อการใช้จ่ายของคนทั่วโลก แต่ทุกสิ่งย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เมื่อคนทั้งโลกเชื่อมต่อกัน การใช้จ่ายของคนทั้งโลกก็เชื่อมต่อตาม จากในอดีต พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้คนที่นิยมเดินทางไปที่ห้างสรรพสินค้า หรือตลาดเพื่อเลือกซื้อและจับจ่ายสินค้า แต่ในทุกวันนี้ เราไม่จำเป็นต้องก้าวผ่านประตูบ้านเพื่อให้ได้สินค้าสักชิ้น แค่เพียงเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ พิมพ์ประเภทสินค้าที่ต้องการ รวมไปถึง การสั่งสินค้าจากต่างประเทศ ที่ผู้ซื้อสามารถเจรจาซื้อขายสินค้าทุกประเภทกับผู้ขายจากทั่วโลกได้ โดยมีขั้นตอนสำคัญคือการจ่ายเงินผ่านบริการธุรกรรมทางการเงินในระบบดิจิทัล จากนั้นคือการรอรับสินค้าที่บ้าน พฤติกรรมการซื้อสินค้าแบบไร้พรมแดนนับวันยิ่งเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ขั้นตอนสำคัญอย่างธุรกรรมทางการเงินในระบบดิจิทัลยิ่งต้องเติบโตมากขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตนี้ อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมทางการเงินนี้ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละสกุลเงิน รวมไปถึงรูปแบบธุรกรรมทางการเงินที่ยังเข้าไม่ถึงคนทั่วโลก และต้องพึ่งพาการใช้เงินสดหรือ ต้องพึ่งพาสถาบันการเงินอย่างธนาคาร รวมไปถึงผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิต ทำให้เกิดความต้องการวิธีการใช้จ่ายที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้ขีดจำกัด และง่ายที่สุด และนั่นคือแรงบันดาลใจสำคัญที่องค์กรสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook ซึ่งมีผู้ใช้งานนับพันล้านคนตัดสินใจคิดค้นสกุลเงินและวิธีการใช้งานเพื่อทุกคนบนโลกที่เรียกว่า Libra (ลิบรา) ประวัติศาสตร์แห่งความพยายามในการใช้จ่ายเงินบนโลกดิจิทัล หลังจากการใช้จ่ายเงินของมนุษย์ล้วนเป็นในรูปแบบเงินสด เช็ค หรือทองคำมาเนิ่นนาน ก็เริ่มมีความพยายามในการเอาเงินสดเข้าไปอยู่ในโลกของดิจิทัล หลังจากการกำเนิดของอินเตอร์เน็ตไม่นาน โดยในปี 1994 สหภาพเครดิตที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลกลางแห่งสแตนฟอร์ด (The Standford Federal Credit Union) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เสนอบริการธนาคารบนอินเตอร์เน็ต (Online Banking) ให้กับลูกค้าเป็นครั้งแรก […]

เด็กๆ ของฮูรา กับโลกที่ร้อนขึ้นทุกที

ในวันที่คนมัลดีฟส์ถือว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศ เด็กทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะเคารพและรู้จักคุณค่าของทรัพยากรที่ตนมีอยู่จำกัด   “เราสอนเด็กๆ ตั้งแต่อายุสามขวบแล้วว่า ความเปราะบางทางสิ่งแวดล้อมของเกาะเราเป็นอย่างไรค่ะ” อมินาท ริชฟา หัวหน้าครูโรงเรียนประถมบนเกาะฮูรา เขตอะทอลล์คาฟูของมัลดีฟส์ เอ่ย  เธอสวมชุดดำสีเดียวกับฮิญาบคลุมใบหน้าทั้งหมด เหลือไว้เพียงช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าให้เราเห็นเธอแค่ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้น  น้ำเสียงของเธอกระตือรือร้นมีพลัง และยากจะเดาอายุ  อาจจะ 30 ต้นๆ หรือมากกว่านั้น “แต่เพราะอายุเท่านั้นยังเป็นวัยเล่นอยู่  เราจึงให้เด็กๆ เรียนรู้ผ่านการเล่นค่ะ” อาจารย์ริชฟาพูดราวกับรู้ทันเราคิด  เด็กๆ บนเกาะฮูราเรียนรู้เรื่องความเปราะบางของบ้านเกิดของตัวเองจากความจริงที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  ในวันที่คนมัลดีฟส์ถือว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศ เด็กทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะเคารพและรู้จักคุณค่าของทรัพยากรที่ตนมีอยู่จำกัด ฮูรา (Huraa, Hoora) เป็นเกาะที่กว้างเพียง 300 เมตร ยาว 850 เมตร มีชะตากรรมเหมือนเกาะอื่นๆ ของมัลดีฟส์ ประเทศที่ได้ชื่อว่าแบนราบที่สุดในโลก ซึ่งเสี่ยงจมอยู่ใต้ระดับทะเลที่สูงขึ้นทุกที อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าอย่างเร็วภายในปี 2085 น้ำจะท่วมทุกเกาะของมัลดีฟส์ อย่างช้าคือปี 2100 ในระดับประเทศ รัฐบาลมัลดีฟส์วางแผนแก้ปัญหาด้วยเทคนิคทางวิศวกรรม เช่น การสร้างกำแพงล้อมรอบเมืองหลวงมาเล่ ถมทะเลเพื่อยกระดับแผ่นดิน ป้องกันน้ำใต้ดินและเพิ่มการเก็บกักน้ำฝน รวมทั้งเตรียมอพยพประชาชนไปยังถิ่นอื่น ในระดับเกาะอย่างที่ฮูรา ซึ่งอยู่ห่างจากมาเล่เพียงครึ่งชั่วโมง […]

เหตุใดหุ่นยนต์ยังไม่สามารถแทนที่การทำงานของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

วิศวกรเครื่องกล Jesse Rochelle ต้องทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า  Baxter ในหน่วยการผลิตแบบอัตโนมัติของโรงงาน Stenner Pumps ในเมือง Jacksonville มลรัฐฟลอริดา ภาพถ่ายโดย  RICK WILSON เป็นความจริงว่าในอนาคต หุ่นยนต์ จะเข้ามามีอิทธิพลในการทำงาน ดังนั้น อาจถึงเวลาที่เราต้องทบทวนทักษะ “ของมนุษย์” ที่จำเป็นต่อการทำงาน   สังคมกำลังมาถึงจุดของการเปลี่ยนแปลง เมื่อเข้าสู่ยุคการนำเครื่องจักรมาใช้ทำงานแทนทรัพยากรมนุษย์ คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยที่กำลังกระโจนเข้าสู่ตลาดแรงงานต่างกังวลถึงการมาเยือนของเครื่องจักร หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ ถึงแม้ว่าเครื่องมือและเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังค่อยๆ เข้ามาบทบาทในการทำงาน แต่มนุษย์กลับเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน ทุกวันนี้ มีนักธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่กำลังประสบภาวะของการขาดแคลนแรงงาน เช่นในประเทศแคนาดาหรือสหรัฐอเมริกา เป็นเพราะว่าเทคโนโลยีในขณะนี้ไม่สามารถแทนที่บรรดาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน เพราะเทคโนโลยีที่พวกเขาใช้นั้นทำหน้าที่เป็นเพียงผู้สนับสนุนและบูรณาการในการทำงานเท่านั้น ดังนั้นในอนาคต การทำงานในระบบดิจิทัลจะราบรื่นไปได้ต้องผ่านการทำงานควบคู่ไปกับทักษะการรู้หนังสือและการคิดคำนวณของมนุษย์ นี่คือสิ่งที่ได้จากการศึกษาในรายงานที่ชื่อว่า Human Wanted (สิ่งที่ต้องการจากมนุษย์) ของศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจของ Royal Bank of Canada (RBC) ที่ได้ศึกษาตลาดแรงงานของประเทศแคนาดา อันเป็นรายงานที่ได้ศึกษาอาชีพกว่า 300 อาชีพ เพื่อหาคำตอบว่ามีทักษะใดที่จำเป็นต่อการทำงาน ซึ่งออกมาเป็นข้อสรุปดังนี้ ทักษะ 5 อันดับแรกที่จำเป็นต่องานในอนาคต 1. ทักษะการฟังอย่างกระตือรือร้น […]