พลังหนุ่มสาวเปลี่ยนแปลงโลก - National Geographic Thailand

พลังหนุ่มสาวเปลี่ยนแปลงโลก

พลังหนุ่มสาวเปลี่ยนแปลงโลก

จากนักเรียนพาร์กแลนด์ถึงอาหรับสปริง วัยรุ่นและหนุ่มสาวเป็นเจ้าของประวัติศาสตร์การขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงไปข้างหน้า

เมื่อมองดูหนุ่มสาวจากยุคสมัยใหม่ต่างๆ คุณจะเห็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าประทับใจ  แกนนำ “March for Our Lives” ก็ไม่ต่างกันเลย  บรรดานักเรียนจากพาร์กแลนด์ ฟลอริดา ผู้เผชิญกับโศกนาฎกรรมกราดยิงที่โรงเรียนมัธยมของตนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จัดงานเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืนและหยุดการกราดยิงในโรงเรียน

ถึงแม้หลายคนจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์เยาวชนเหล่านั้น แต่ก็มีคนอีกมากที่พูดถึงความมุ่งมั่น ชีวิตชีวา ความสนใจ และความฉลาดรอบรู้  พวกเขาเสนอสารที่ชัดเจน ขับเคลื่อนประเทศ และได้รับการสนับสนุนจากผู้มีชื่อเสียงและนักการเมือง แม้แต่อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา และมิเชล โอบามา

ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ไม่ได้แปลกประหลาดอะไร  เด็กนักเรียนเหล่านี้เป็นข้อต่อใหม่ล่าสุดของสายโซ่นักกิจกรรมรุ่นเยาว์ในช่วงหลายทศวรรษที่อยู่ในแถวหน้าของการเปลี่ยนแปลงสังคมไปทั่วโลก และขบวนการเคลื่อนไหวทั้ง 5 ขบวนการต่อไปนี้ถูกขับเคลื่อนไปข้างหน้าโดยผู้ประท้วงหนุ่มสาว

 

ขบวนการเคลื่อนไหวสิทธิพลเมือง

พลังหนุ่มสาว
นักกิจกรรมสิทธิพลเมือง ผู้ประท้วงหนุ่มสาว เข้าร่วมในการเดินขบวน 1 ใน 3 หนที่แอละแบมา จากเซลมาถึงมอนต์โกเมอรีในปี 1965 การประท้วงครั้งนั้นเป็นก้าวสำคัญสู่หนทางของการออกกฎหมายสิทธิในการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างแบ่งแยกบนพื้นฐานของเชื้อชาติ ภาพถ่าย Buyenlarge, Getty Images

เยาวชนเป็นฟันเฟืองสำคัญในขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิพลเมืองที่น่าจดจำที่สุด และเกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังช่วงสำคัญเหล่านั้น  เยาวชนเหล่านั้นร่วมกันเคลื่อนไหวให้ยกเลิกโรงเรียนที่แบ่งแยกสีผิวทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา ท้าทายการแบ่งแยกสีผิวด้วยการออกเดินทางด้วยรถบัสเพื่อหยุดการแบ่งแยกสีผิว (Freedom Rides) และผลักดันสิทธิผู้ออกเสียงและการออกกฎหมายสิทธิพลเมือง

ในหมู่แกนนำนักศึกษาที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือคณะกรรมการนักศึกษาผู้ประสานงานด้านสันติวิธี (Student Nonviolent Coordinating Committee -SNCC) อันเป็นกลุ่มที่ประท้วงด้วยสันติวิธีและช่วยฝึกผู้เดินขบวนประท้วง  กลุ่มอิสระดังกล่าวรักษาความอุตสาหะอย่างแรงกล้าในแถวหน้าของการเปลี่ยนแปลงนับครั้งไม่ถ้วน เพียรทนต่อความรุนแรง และการปราบปรามจากรัฐตลอดการเคลื่อนไหว

SNCC นับเป็นกลุ่มสิทธิพลเมืองที่ใหญ่ที่สุดและจัดตั้งอย่างเป็นระบบที่สุดของสหรัฐอเมริกาที่ขับเคลื่อนด้วยพลังเยาวชนผู้ปฏิเสธการเชิดชูคนผิวขาว

เยาวชนผู้เข้าร่วมขบวนการเคลื่อนไหวสิทธิพลเมืองยอมอ้าแขนรับสิ่งที่จอห์น เลวิส หนึ่งในประธาน SNCC เรียกว่า “ความลำบากที่ดีงาม” หรือการเรียกร้องซึ่งจัดวางเพื่อกระตุ้นเร้า ท้าทาย และก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่กริ่งเกรง

 

ขบวนการประท้วงสงครามเวียดนาม

พลังหนุ่มสาว
นักศึกษาประท้วงสงครามเวียดนามหน้าสถานทูตอเมริกาในลอนดอน ภาพถ่าย Mirrorpix/Getty Images

เด็กหนุ่มกว่าสองล้านคนถูกเกณฑ์เข้ากองทัพสหรัฐฯ ระหว่างสงครามเวียดนาม ไม่น่าแปลกใจที่คนหนุ่มสาวเหล่านั้นจะเป็นกองหน้าในการประท้วงความขัดแย้งดังกล่าว  ขบวนการนักศึกษาซึ่งช่วยทำให้คนอเมริกันทั่วไปหันมาประท้วงสงครามในทศวรรษ 1960 ร่วมกับนักกิจกรรมรุ่นเยาว์นั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากขบวนการเคลื่อนไหวสิทธิพลเมืองและการต่อต้านของฝ่ายซ้ายในยุคสงครามเย็น

เด็กนักศึกษเดินขบวน เข้าร่วมกิจกรรม และต่อต้านสงคราม  การประท้วงต่างๆ จุดประกายและแบ่งคนอเมริกัน ซึ่งโต้แย้งกันว่านักศึกษาควรได้รับอนุญาตให้ประท้วงหรือหยุดประท้วง  ในการประท้วงเช่นที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยเคนต์สเตต เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 1970 นักศึกษาที่ปราศจากอาวุธถูกตำรวจสังหาร ถูกแก๊สน้ำตา และขัดขวาง  สมาชิกกลุ่มอย่างกลุ่มนักศึกษาเพื่อสังคมประชาธิปไตย หนึ่งในผู้ขับเคลื่อนสำคัญในขบวนการต่อต้านสงครามกลายเป็นเป้าหมายของเอฟบีไอ

“เราคิดถูกเกี่ยวกับสงคราม” มิเชล เอส. แอนซารา ผู้นำกลุ่ม SDS ของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดกล่าว “เราเข้าใจว่าพวกเรากระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยา ซึ่งจะทำให้เรามีโอกาสในการถกเถียงกัน”  แอนซาราบอก “คุณจะไม่ได้ถกเถียงใดๆ ถ้าหากมัวแต่สุภาพ”

 

เรื่องแนะนำ

ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย

นักปีนเขาใจกล้าเดินข้ามยอดเขาระยะทาง 20 เมตร ในเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการยืนบนเชือกเพียงเส้นเดียวที่มีความกว้างเพียง 2.5 เซนติเมตร

ฟุตบอลมีถิ่นกำเนิดที่ใด? โบราณคดีมีคำตอบ

คนเราเล่นฟุตบอลกันมาตั้งแต่ 3,000 ปีก่อน หลักฐานทางโบราณคดีชี้ว่าชาวมายา และชาวแอสเท็กซ์ในทวีปอเมริกามีการแข่งขันกีฬาที่ใช้ลูกบอลกลมๆ เดาะไปเดาะมาให้เข้าเขตแดนของฝ่ายตรงข้าม

เลือดข้นความรู้เข้ม! การเก็บลายนิ้วมือบนวัตถุพยาน

เลือดข้นความรู้เข้ม! การเก็บลายนิ้วมือบนวัตถุพยาน ในกลางศตวรรษที่ 18 ก่อนที่โลกจะรับรู้ว่า “ลายนิ้วมือ” ของมนุษย์เรานั้นไม่มีใครมีรอยเหมือนกันเลย อาชญากรที่พ้นโทษไปแล้วและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้มักเปลี่ยนรูปลักษณ์หน้าตา และทรงผมของพวกเขาให้ต่างจากเดิม ทว่ามีหลักเกณฑ์หนึ่งที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้กระทำผิดได้คือ “มานุษยมิติ” (Anthropometry) คิดค้นขึ้นโดย อัลโฟงส์ แบร์ติยอง (Alphonse Bertillon) นักอาชญาวิทยาชาวฝรั่งเศส ด้วยแนวคิดที่ว่ามนุษย์แต่ละคนมีขนาดสัดส่วนของอวัยวะต่างๆ ไม่เท่ากัน และการวัดส่วนสูง ความยาวลำตัว ความกว้างของหัว ความยาวเมื่อเหยียดแขน สีปาก สีตา ไปจนถึงลักษณะจมูกและคิ้ว ฯลฯ สามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการชี้ตัวบุคคลได้ หลังแนวคิดดังกล่าวถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายไม่นาน วิธีการระบุตัวอาชญากรนี้กลับก่อความสับสนเมื่อนักโทษใหม่มีขนาดของร่างกายตรงกับนักโทษเก่าที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันมาก่อน ฉะนั้นในเวลาต่อมาแนวคิดนี้จึงถูกลบล้างไป ต่อมาในทศวรรษ 1890 Sir William Herschel ข้าราชการอังกฤษในอินเดียค้นพบว่ารอยประทับนิ้วมือบนสัญญากู้ยืมเงินสามารถนำมาระบุอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคลได้ อันที่จริงการใช้รอยนิ้วมือยืนยันตัวเกิดขึ้นมานานแล้ว ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีการพบหลักฐานลายนิ้วมือประทับลงบนเอกสารเก่าแก่ของจีนอายุ 220 ปีก่อนคริสต์กาล และในจักรวรรดิโรมันเองมีบันทึกเกี่ยวกับการสะสางคดีความคืนความบริสุทธิ์ให้แก่ชายตาบอด เมื่อรอยฝ่ามือที่ประทับบนคราบเลือดได้รับการพิสูจน์ว่าไม่ใช่ฝีมือของเขา ลายนิ้วมือคือส่วนของผิวหนังที่นูนขึ้นมาจนมองเห็นเป็นลายเส้น แม้ความสูงและร่องลึกของมันจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทว่าวิวัฒนาการที่มีขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มความฝืดในการยืดจับ และเพิ่มประสิทธิภาพของประสาทสัมผัสนี้กลับทรงพลังอย่างน่าทึ่งในการระบุอัตลักษณ์ของบุคคล เพราะบนโลกใบนี้ไม่มีใครที่มีลายนิ้วมือเหมือนกันเลยแม้แต่ฝาแฝดก็ตาม อันที่จริงในทางสถิติ จากการศึกษาของ Sir Francis Galton บุคคลแรกที่พบว่าลายนิ้วมือเป็นลักษณะเฉพาะตัวชี้ว่ามีโอกาสที่คนๆ […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.