หนังสือท่องเที่ยว ที่จะทำให้คุณหลงรักโลกใบนี้ - National Geographic Thailand

หนังสือท่องเที่ยว ที่จะทำให้คุณหลงรักโลกใบนี้

โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดี ๆ ของความร่วมมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือ กระทรวงศึกษาธิการ และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็ก เราจึงนำเสนอหนังสือ และบทความที่ส่งเสริมเรื่องการอ่าน เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปลองปรับใช้กันดูนะครับ

หนังสือท่องเที่ยว เหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจให้คนที่ชอบการท่องเที่ยวผจญภัย

ว่ากันว่าคนที่ชอบท่องเที่ยวผจญภัยมักเป็นคนโรแมนติก เมื่อเราพบกับฟีโรโมนที่ไม่คุ้นเคย ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเรา ทั้งการรู้สึก มองเห็น สัมผัส ชิม และดมกลิ่นจะทำงานได้ดีที่สุด จิตใจของเราจะตื่นตัวตลอดเวลา เมื่อได้ท่องเที่ยว เรามักสังเกตและประมวลผลทุกอย่างที่เราพบเจอ ตั้งแต่เส้นเรขาคณิตที่อยู่บนทางเท้าที่ปูด้วยหินและหลังคามุงจาก เสียงของสุนัขจรจัดและนกป่า ตลอดจนกลิ่นของดอกไม้ที่เพิ่งผลิบานและฝุ่นเก่า

เราตกหลุมรักโลกใบนี้

หนังสือสี่เล่มต่อไปนี้จะทำให้ผู้อ่านอยากออกไปผจญภัยท่องโลก

หนังสือ A Movable Feast (1962) คือบันทึกความทรงจำของเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เขาเป็นนักเขียนหนุ่มที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับโชคชะตาในโลกที่แปรปรวนของกรุงปารีสช่วงทศวรรษที่ 1920 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีผลกระทบต่อชีวิตของเขาในระยะยาว เฮมิงเวย์เคยพูดไว้ว่า “หากคุณโชคดีพอที่จะได้ใช้ชีวิตในกรุงปารีสเมื่อยังหนุ่ม หลังจากนั้นไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนก็ตาม ปารีสจะอยู่กับคุณ เพราะปารีสเป็นดั่งงานเฉลิมฉลองที่เคลื่อนที่ได้”

ขอบคุณภาพจาก https://www.penguin.co.nz/books/a-moveable-feast-9780099285045

ในหนังสือ Pilgram at Tinker Creek (1974) แอนนี่ ดิลลาร์ดได้บรรยายพันธุ์ไม้และพันธุ์สัตว์บนเทือกเขาบลูริดจ์ว่าเป็นธรรมชาติที่สวยงามประหนึ่งเป็นสะพานที่เชื่อมไปสู่สรวงสวรรค์

ขอบคุณภาพจาก https://www.target.com/p/pilgrim-at-tinker-creek-reissue-paperback-annie-dillard/-/A-11337541

ปิโค ไอเยอร์เดินทางมาที่เมืองเกียวโตเพื่อศึกษาพระธรรมและออกบวช แต่เขากลับละทิ้งความฝันนั้นและเรียนหนังสือต่อที่เมืองเก่าของญี่ปุ่นแห่งนี้แทน เขาตกหลุมรักวัฒนธรรมและหญิงสาวชาวญี่ปุ่น เราสามารถหาอ่านเรื่องราวความรักสุดโรแมนติกนี้ได้ในหนังสือที่ชื่อว่า The Lady and the Monk (1991)

ขอบคุณภาพจาก https://www.amazon.com/Lady-Monk-Four-Seasons-Kyoto/dp/0679738347

หนังสือของ ปีเตอร์ แมทธีสเซน ที่ชื่อว่า The Snow Leopard (1978) ผสมผสานสามสิ่งเข้าด้วยกัน คือเรื่องราวการเดินทางไปเนปาลเพื่อหาเสือดาวหิมะ การศึกษาประวัติศาสตร์ หลักการ วิธีการปฏิบัติของศาสนาพุทธ และภาพสะท้อนที่รุนแรงของความสัมพันธ์ในครอบครัวของเขาเองอย่างประณีตและลงตัว หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับการเดินทางไปในโลกอันกว้างใหญ่และผลตอบแทนที่ได้รับหลังการออกเดินทาง

ขอบคุณภาพจาก https://www.bookogs.com/book/471907-the-snow-leopard

***แปลและเรียบเรียงโดย ศุภพิชา คุณวุฒิ
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม https://ngthai.com/cultures/22236/animalfarm/

เรื่องแนะนำ

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดบ้านวิชาการเรียนคู่งาน

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดบ้านวิชาการเรียนคู่งาน 2562 “CDTI Academic Activity Study & Work Showcase 2019” สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดบ้านวิชาการเรียนคู่งาน 2562 พร้อมเสวนาในหัวข้อ “เรียนอย่างไรให้ได้งานทำ” รวมไปถึงนิทรรศการจากคณะบริหารธุรกิจ คณะเทคโลโลยีอุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีดิจิทัล และโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ณ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ภายหลังที่วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา และโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ ดำเนินงานและจัดการเรียนการสอนร่วมกันภายใต้ชื่อ “สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา” ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นมา ส่งผลให้สถาบันฯ ขยายตัวด้านการเรียนการสอน องค์ความรู้ การเปิดหลักสูตรใหม่ที่รองรับตลาดแรงงานในปัจจุบัน รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดี กล่าวและเสริมว่า สถาบันฯ ได้เพิ่มหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับแผนยุทศาสตร์ชาติ 20 ปี และตรงกับความสนใจของนักเรียน นักศึกษายุคใหม่ ภายในงาน มีกิจกรรมที่น่าสนใจได้แก่ การเสวนาเชิงวิชาการ “เรียนอย่างไรให้ได้งานทำ” […]

เปิดคฤหาสน์หลังงามใต้ทะเล!

เปิดคฤหาสน์หลังงามใต้ทะเล! คงสงสัยกันแล้วใช่มั้ยครับ ว่ามีใครไปบุกรุกพื้นที่ทางทะเลรึเปล่า? ขอบอกให้อุ่นใจไว้ก่อนว่าไม่ใช่แบบนั้นครับ ไม่ได้มีใครบุกรุก แต่วันนี้ผมจะพาทุกคนลงสู่โลกใต้ทะเล…อีกโลกที่อยู่กับพวกเราตั้งแต่เกิดสิ่งมีชีวิตรุ่นแรก ๆ ขึ้นมา เป็นสิ่งที่อยากจะพาทุกคนไปสัมผัสกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงใต้ผืนน้ำสีฟ้าของทะเลอ่าวไทย และแน่นอนว่าสิ่งที่จะได้เห็นกันต่อจากนี้ไม่ใช่ภาพที่เราจะเห็นกันได้บ่อย ๆ ครับ แล้วชีวิตใต้ทะเลจะมีเรื่องราวอะไรให้เราได้ตื่นเต้นกันบ้าง ถ้าพร้อมกันแล้วไปติดตามกันต่อได้เลย! ภาพที่เห็นคือคฤหาสน์หลังงามที่ตั้งอยู่ในทะเลอ่าวไทย โดยถูกเรียกกันว่า “บ้านปลา” จากชื่อก็ชัดเจนในหน้าที่ของมันครับ ว่าเป็น “บ้าน” ของปลา รวมถึงสัตว์น้ำต่าง ๆ ด้วยความเป็น “บ้าน” นอกจากไว้อยู่อาศัยก็ยังเป็นสถานที่ที่รวมทุกประสบการณ์ให้กับพวกเราและครอบครัว พวกสัตว์ทะลเก็เช่นกันครับ “บ้านปลา” ก็เป็นทั้งที่อยู่อาศัย เป็นที่สำหรับสร้างครอบครัว เป็นแหล่งหาอาหาร รวมถึงเป็นแหล่งหลบภัยจากผู้ล่า ก่อนจะกลายเป็นบ้านปลาที่อบอุ่นเต็มไปด้วยเพื่อนสมาชิกแบบนี้ แต่เดิมพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลนี้มีแต่ความว่างเปล่าว่างเปล่า ไม่มีโขดหินหรือปะการังที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นบ้านปลาธรรมชาติ เหล่ามีสิ่งมีชีวิตตัวเล็กมากมายที่แหวกว่ายอยู่ในทะเลจึงเคลื่อนที่ผ่านไปไร้ที่พักพิง แต่เมื่อมีบ้านปลาเข้ามา เหล่าสิ่งมีชีวิตจึงเข้ามาลงเกาะบนบ้านปลาทีละนิดจนเคลือบทั่วทั้งพื้นผิวของบ้านปลา และสร้างชั้นฟิลม์บางๆ ที่เรียกว่าไบโอฟิลม์ มีลักษณะคล้ายเมือกใส ให้กลายเป็นแหล่งดึงดูดเหล่าสัตว์เกาะติดกลุ่มอื่นๆ เช่น เพรียง หอยสองฝา ที่ต่างพรั่งพรูกันมาแอบอิงบนท่อบ้านปลาอย่างหนาแน่น และยิ่งเป็นการชักชวนให้เพื่อนสมาชิกกลุ่มอื่นๆ ตามกันเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นหอยแมลงภู่ หอยนางรม ฟองน้ำ และสาหร่าย หลังจากนั้นเองเหล่าปลาต่าง ๆ ก็จะเข้ามากินพวกสัตว์เกาะติด […]

‘โขนกลางแปลง’ ในเทศกาลบอลลูนนานาชาติที่เชียงราย

เรื่องราวของ สิงห์ปาร์ค เชียงราย กับการสืบสานและผลักดัน “โขนกลางแปลง” ศิลปะไทยหาชมยาก ให้คนรุ่นหลังและชาวต่างชาติได้รู้จักผ่านงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติ

พื้นที่ต้นน้ำ : พื้นที่แห่งคุณค่าของชีวิต

ในประเทศไทย วิถีชีวิตของผู้คนผูกพันกับสายน้ำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงตามหลักภูมิศาสตร์ ประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิศาสตร์ที่เอื้อต่อความหลากหลายทางชีวภาพทั้งป่าไม้ แม่น้ำ ที่ราบลุ่ม และชายฝั่ง เป็นแหล่งก่อกำเนิดทรัพยากรมากมายในประเทศ แต่ในปัจจุบัน ด้วยหลากหลายปัจจัยทั้งจากมนุษย์เอง และการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศธรรมชาติ และท้ายที่สุดก็ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของเรา หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน จึงก่อตั้งโครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์น้ำขึ้นมากมาย รวมไปถึงโครงการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำในพระราชดำริอีกหลายร้อยโครงการ เพื่อให้สายน้ำยังคงเป็นแหล่งสร้างชีวิตให้กับคนไทยต่อไป พื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทยนับเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อกระบวนการเกิดวงจรของสายน้ำ ในทางกลับกันพื้นที่ที่เสื่อมโทรมย่อมส่งผลต่อการดูดซับน้ำและกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน จึงเกิดเป็นความพยายามฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำให้มีประสิทธิภาพในการกักเก็บไว้ได้ เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่คนในพื้นที่ และผู้คนที่อยู่ปลายน้ำต่อไป เอสซีจี (SCG) เป็นหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ โครงการ “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที” เป็นแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่เอสซีจีน้อมนำมาเป็นแนวทางบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ โดยสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในชุมชนให้เข้าใจการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตนเองอย่างแท้จริง ในพื้นที่ต้นน้ำได้ดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อคืนสมดุลให้กับระบบนิเวศ และส่งต่อน้ำไปยังกลางน้ำ หรือพื้นที่ราบอย่างเป็นระบบผ่านระบบแก้มลิงและกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามแห้งแล้งด้วยสระพวงเชิงเขา พร้อมทั้งฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่งด้วยการสร้างบ้านปลา เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล ในปี 2562 นี้ เอสซีจียังคงขยายการสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่ต้นน้ำครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด มาใช้ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งมีความสอดคล้องกับแนวทางของโครงการ “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที” […]