ลดปริมาณขยะพลาสติก ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค National Geographic Thailand

ลดปริมาณขยะพลาสติก ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค

ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา จากรายงานสถานการณ์ประจำปี 2562 ประเทศไทยมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ ปีละ 2 ล้านตัน โดยมีการนำกลับไปใช้ประโยชน์ประมาณ 0.5 ล้านตัน ส่วนที่เหลือ 1.5 ล้านตัน เป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single Use Plastic) โดยไม่มีการนำกลับไปใช้ประโยชน์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน

ในปี 2562 ปัญหาขยะพลาสติกและขยะทะเลได้รับความสนใจและทุกภาคส่วนเล็งเห็นความสำคัญในการเร่งแก้ปัญหาดังกล่าว จึงมีการผลักดันนโยบายและมาตรการในการจัดการขยะมูลฝอย เข่น การรณรงค์สร้างจิตสำนึก ออกมาตรการดีเดย์งดให้ถุงพลาสติกในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563

การจัดการขยะมูลฝอยผ่านแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนประจำปี 2562 ของกระทรวงทรัพยากรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้มีการจัดการขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง จนถึงปลายทาง รวมทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศในการจัดการขยะพลาสติกและขยะทะเลของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในส่วนของผู้บริโภค สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการลดปริมาณขยะพลาสติกได้ สื่อต่างๆ พยายามนำเสนอทางเลือกและแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้บริโภคให้ผลิตขยะในชีวิตประจำวันน้อยลง หรือใช้ทรัพยากรให้เกิดมูลค่าสูงสุด เช่น การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ซ้ำ หรือแยกขยะให้ถูกประเภทเพื่อการนำไปรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการเลือกใช้ขวดแก้วแทนขวดพลาสติก เมื่อเราไปรับประทานอาหารในร้านอาหาร เป็นต้น

ในส่วนของผู้ผลิต โดยเฉพาะผู้ผลิตที่เกี่ยวข้องกับพลาสติกโดยตรง ทั้งบริษัทผลิตเครื่องดื่มทั้งหลาย หรือบริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก พยายามปรับตัวเพื่อร่วมรับผิดชอบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยการหันมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลาสติกในขั้นตอนการผลิต เพื่อให้พลาสติกเหล่านั้นสามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้พลาสติกชนิด PET1 ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ทั้งหมด 100% ในการผลิตขวดน้ำดื่ม

ส่วนหนึ่งที่สำคัญในเรื่องของการลดปริมาณขยะพลาสติกนั้น จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องทั้งระบบ ทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ที่นำขยะกลับมารีไซเคิล การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องการแยกขยะ การจัดการขยะมูลฝอยให้ถูกวิธี และการผลิตที่เอื้อต่อการนำกลับมารีไซเคิล กระบวนการเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกันทั้งระบบที่นำไปสู่การลดปริมาณขยะอย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งทางเลือกที่เป็นการเริ่มต้นที่ดีคือการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคพลาสติก โดยลองเลือกน้ำดื่มที่บรรจุขวดแก้วแทนขวดพลาสติก แก้วเป็นหนึ่งในวัสดุที่ถูกคิดค้นขึ้นและถูกใช้งานมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก อีกทั้งยังนำมารีไซเคิลซ้ำได้หลายรอบ โดยใช้วัตถุดิบตั้งต้นน้อยกว่า ใช้พลังงานในการผลิตน้อยกว่า นั่นทำให้มันเป็นที่นิยมมากกว่าวัสดุอื่น ๆ แก้วที่ทำแตกในวันนี้อาจจะเป็นแก้วเดียวกันกับที่ถูกเป่าขึ้นเมื่อ 300 ปีก่อน เพราะว่าแก้วสามารถนำมารีไซเคิลได้อย่างง่ายดายและประหยัดกว่ามาก

อย่างไรก็ตาม เมื่อสังคมตื่นตัวเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม การลด การใช้ซ้ำ และการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนรณรงค์กันอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะภาคเอกชน องค์กรห้างร้านขนาดใหญ่ ทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะในการดำเนินธุรกิจที่มีความใกล้ชิดกับผู้บริโภค เมื่อทำโครงการต่างๆ จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง และในส่วนผู้บริโภคเองก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งได้ง่ายๆ ผ่านการใช้ชีวิตประจำวัน

เรื่องแนะนำ

เปิดแล้ว โอลิมปัส สโตร์ แฟล็กชิป แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โอลิมปัส จับมือ บิ๊ก คาเมร่า เปิดตัว โอลิมปัส สโตร์ แฟล็กชิป แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โอลิมปัส แบรนด์กล้องดิจิทัลชั้นนำ เดินหน้าลุยตลาดเพื่อรองรับการขยายตัวของผู้บริโภคในเมืองไทย ชูกลยุทธ์ “คอนซูเมอร์ เอ็กซ์พีเรียนซ์” โดยจับมือ บิ๊ก คาเมร่า ผู้จัดจำหน่ายกล้องดิจิทัลรายใหญ่ของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัว “โอลิมปัส สโตร์ บาย บิ๊ก คาเมร่า” (OLYMUS Store by BIG CAMERA) ซึ่งถือเป็นแฟล็กชิปสโตร์แบรนด์โอลิมปัสแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่บนชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  เพื่อเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักการถ่ายภาพ และยังเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยสินค้าและบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เอาใจคนเล่นกล้องในยุคปัจจุบัน นอกจากโซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของโอลิมปัสให้เลือกซื้อหาแล้ว ลูกค้ายังสามารถสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ที่สะท้อนผ่านไลน์ผลิตภัณฑ์ของกล้องโอลิมปัส เช่น การใช้ชีวิตกลางแจ้ง และไลฟ์สไตล์แบบทันสมัยมีสไตล์ ตลอดจนส่วนจัดแสดงประวัติของกล้องโอลิมปัส และพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับแสดงผลงานภาพถ่าย (gallery) ของช่างภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น งานนี้ได้รับเกียรติจาก มร.มาร์ค ราแดท ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์กล้องถ่ายภาพ และอุปกรณ์อเล็กทรอนิกส์ […]

เปิดตัวหนังสือ ประชาธิปก พระบารมีปกเกล้า

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 125 ปี วันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ได้มีโอกาสไปร่วมงาม เปิดตัวหนังสือ “ประชาธิปก พระบารมีปกเกล้า” ซึ่งรายละเอียดเนื้อหาเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ไทย: พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้คือ การรวบรวมข้อมูลและรูปภาพที่หาชมได้ยากในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดในรัชสมัยของพระองค์ ตั้งแต่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระราชจริยวัตร พระราชนยิมของพระองค์ รวมถึงพระปรีชาสามารถในการปกครองประเทศ ให้รอดพ้นวิกฤตต่างๆ และยังได้ชมสภาพบ้านเมือง ภาพเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่หาชมได้ยาก ในหนังสือเล่มนี้ด้วย ในโอกาสการจัดพิมพ์หนังสือทรงคุณค่าเล่มนี้ ทางคณะผู้จัดทำได้รับเกียรติจากคุณสรวิช ภิรมย์ภักดี กรรมการ บริษัทพิพิทธภัณฑ์สิงห์ จำกัด เป็นผู้ให้ข้อมูลทั้งในส่วนของรายละเอียดเนื้อหาภายในเล่ม และภาพประกอบที่คุณสรวิชเก็บสะสมไว้เป็นการส่วนตัว เพื่อให้ประชาชนชาวไทยซึมซับ ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ทรงสร้างคุณงามความดีต่อประเทศไทย “ภายในหนังสือเล่มนี้ ท่านผู้อ่านจะได้ชมภาพประกอบที่หลากหลาย คนที่ชอบดูภาพก็สามารถเปิดหนังสือไปได้เรื่อยๆ คล้ายกับกำลังดูอัลบัมรวบรวมรูปภาพ” คุณสรวิชเล่าให้เราฟังและเสริมว่า “หากอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถอ่านข้อความได้ง่ายๆ เป็นหนังสืออ่านง่ายสบายตา” คุณสรวิชเล่าว่า […]

จาก ตชด. สู่ครูใหญ่ผู้พัฒนาพื้นที่ชายขอบในจังหวัดเชียงราย

ในยุคที่ใครๆ ต่างวิ่งเข้าหาความทันสมัยของโลกที่หมุนเร็วด้วยเทคโนโลยีการสื่อสาร ยังมีอีกหนึ่งคนที่มีความสุขกับการทำงานในพื้นที่อันห่างไกลความเจริญอย่างบ้านห้วยส้าน อ.เมือง จ.เชียงราย จากจุดเริ่มต้นในการรับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดนที่จังหวัดสุรินทร์ ร.ต.อ.ครรชิต พูนวิเชียร ได้เลือกที่จะไปทำหน้าที่ครูให้กับเด็กนักเรียนชาวลีซอและอาข่าในพื้นที่ชายขอบของจังหวัดเชียงรายมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะครูใหญ่ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเทคนิคดุสิต จ.เชียงราย ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับทุกคนในพื้นที่ ร.ต.อ.ครรชิต จึงไม่ได้เป็นเพียงครูใหญ่ แต่เขาได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทุกครัวเรือน ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เริ่มจากนักเรียนที่เปรียบได้กับลูกหลาน นอกจากจะให้ความรู้ทางด้านวิชาการอย่างเต็มที่ เด็กทุกคนยังจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง ปัจจัยหลักคือเรื่องอาหารที่ต้องเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต ซึ่งเป็นโชคดีของเด็กๆ ที่พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีที่มอบทุนอาหารกลางวันให้กับทางโรงเรียนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่สำคัญไม่แพ้กันคือทักษะด้านวิชาชีพ นักเรียนทุกคนได้ร่วมกิจกรรมการเกษตรในโรงเรียน ซึ่งองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นได้ขยายไปถึงผู้ปกครองและคนในพื้นที่ด้วย ชุมชนจึงสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน…ณ จุดเริ่มต้นจนถึงทุกวันนี้ ครูใหญ่ของเราต้องผ่านอะไรมามากมาย และนี่คือบทสัมภาษณ์ที่พร้อมจะสร้างแรงบันดาลใจจาก ร.ต.อ.ครรชิต พูนวิเชียร ชีวิตก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร และอะไรที่ทำให้ตัดสินใจมาเป็นครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ตามพื้นถิ่นแล้วผมเป็นคนบุรีรัมย์ เข้ารับข้าราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ครั้งแรกเลยคือเป็นตำรวจสนามที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ แต่พอปฏิบัติหน้าที่ไปได้สักระยะ ทาง กก.ตชด.๒๑ ก็มีนโยบายจะสร้างโรงเรียน ตชด. ในหมู่บ้านที่เป็นจุดบอดโรงเรียนใน 2 อำเภอ และมีหนังสือเวียนไปตามกองร้อยสนามต่างๆ ในความรับผิดชอบว่าต้องการรับสมัครกำลังพลที่มีวุฒิทางการศึกษาและสมัครใจไปทำหน้าที่ครู เพื่อร่วมกันสร้างโรงเรียน ทำหน้าที่ครูผู้สอน พัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพิ่มโอกาสทางการศึกษา […]