ครั้งหนึ่งที่ เนปาล ความรัก ความศรัทธา - National Geographic Thailand

ครั้งหนึ่งที่ เนปาล ความรัก ความศรัทธา

ครั้งหนึ่งที่ เนปาล ความรัก ความศรัทธา

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวผมเอง ที่ได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศเนปาล กาฐมานฑุ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุการณ์แผ่นดินไหว เป็นครั้งที่ผมได้ไปเนปาล และเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นความเสียหายของแผ่นดินบนโลกของเราใบนี้ มันน่าใจหาย น่าเสียดาย และหดหู่ เมื่อผมได้ไปเห็นเพื่อนร่วมโลกของผมต้องลำบาก ไม่มีที่อยู่ ขาดแคลนอาหาร

ภาพของประชาชนทีดิ้นรนเอาตัวรอด ผมยังจดจำได้จากภาพทีผมถ่าย ถึงแม้ว่าความหวาดกลัวจะเข้ามาสู่ผู้ประสบภัยทุกท่าน แต่คามรัก และความศรัทธา ในพระพุทธศาสนา หรือศาสนาอื่นๆในตัวพวกเข้าเต็มเปี่ยม ชายผู้หนึ่งวาดภาพดวงตาเปิดเนตรของพระพุทธเจ้า ตามแบบความศรัทธาของเขาลงบนพื้นที่เกิดเหตุ หวังว่าพระพุทธเจ้าจะทอดพระเนตรลงมาให้ความอบอุ่นแก่ผู้ประสบภัยที่ศรัทธา

เนปาล, ดวงตาพระพุทธเจ้า
ชายผู้หนึ่งวาดรูปดวงตา เปิดเนตร ของพระพุทธเจ้า ตามความศรัทธาของเค้า บนพื้นที่หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว
เนปาล, แผ่นดินไหวเนปาล
เด็กชาย2คนออกหาสิ่งที่จะมาช่วยประทังชีวิตได้ จากซากปรักหักพังที่แต่ก่อนเคยสมบูรณ์
เนปาล, แผ่นดินไหวเนปาล
บ้านหลังใหม่ ที่หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวต้องย้ายเข้ามาอยู่แม้ไม่ใหญ่ แต่ความอบอุ่นยังเหมือนเดิม

ครอบครัวน้อยใหญ่ต้องอพยพจากบ้านของตัวเองที่เหลือเพียงซากปรักหักพัง เข้าไปสู่บ้านหลังใหม่เป็นเต้นท์เรียงรายอยู่กันอย่างอบอุ่น แม้จะไม่ได้มีสิ่งความอำนวยสะดวกอะไร แต่แค่มีที่พักกาย หลบฝน บังลม พวกเค้าก็พอใจแล้ว ณ ช่วงเวลานั้น เด็กๆเองก็คงจะตกใจไม่น้อย ที่พวกเขาได้เกิดมาดูโลกไม่เท่าไร ก็ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ แต่ครอบครัวของชาวเนปาล ก็สามารถมอบความรัก ความอบอุ่นให้กลับคืนมากับลูกหลานได้

ความเสียหายครั้งนี้ คงต้องใช้เวลาพอสมควรที่จะเรียกทุกอย่างกลับคืนมา ทั้งทรัพย์ และกำลังใจ แต่ที่เสียไปแล้วเอากลับคืนมาไม่ได้นั้นคือ ชีวิต ผมเจอยายหลานคู่หนึ่ง พร้อมๆกับแม่ชีชาวไทยในพื้นที่เกิดเหตุ แม่ชีเล่าให้ผมฟังว่าคุณยายเขาบอกว่า เขายังไม่กล้าบอกความจริงกับหลานสาวที่น่ารักของเขาคนนี้เลย ว่าแม่ของหนูน้อยนี้ได้เสียชีวิตไปแล้ว พร้อมกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว เค้าหาเธอไม่เจอ จนมารู้อีกทีว่าเธอเสียชีวิตแล้ว เป็นความจริงที่มันพูดยากจริงๆนะครับ สำหรับคนบางคน

แผ่นดินไหวเนปาล, เต็นท์
ครอบครัวใหญ่ อาศัยอยู่ในเต้นท์พวกเค้าต้องเผชิญความหวาดกลัว แต่ความอบอุ่นในครอบครัวยังมีให้กันเสมอ
แผ่นดินไหวเนปาล, เนปาล
ให้ชีวิต ด้วยน้ำเพียงไม่กี่อึก หลังเกิดเหตุฯพื้นที่ในเนปาลขาดแคลนน้ำ แต่ทุกคนพร้อมที่จะแบ่งปันกัน
แผ่นดินไหวเนปาล, เนปาล
โรงเรียนของหนูน้อย ไม่มีแล้วเหลือเพียงแต่สมุด1เล่มที่เด็กๆจะใช้เรียนรู้กันต่อไป ระหว่างรอการฟื้นฟู

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจในการเดินทางมาครั้งนี้คือ ผู้ประสบภัยทุกคน มีความรัก ความศรัทธา มีน้ำใจให้กัน แม้ในยามวิกฤติเช่นนี้ พวกเค้าไม่ทิ้งกัน แบ่งปันน้ำที่มีอยู่น้อยนิด ได้กิน ดื่ม ใช้กันคนละอึก 2 อึก ถึงมีน้อยแต่ไม่มีความเห็นแก่ตัว แบ่งปันกันอย่างทั่วถึง ช่วยกันออกหาของที่เพื่อนตามหาในซากปรักหักพังจนเจอ และพระภิกษุสงฆ์ ก็ออกเดินทางมาโปรดเพื่อนำสวดมนต์เป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย ได้ตื่นรู้ และเข้าใจในสิ่งที่เป็น พัฒนาจิตใจตนไม่ให้ท้อแท้ และยิ้มสู้กับวันใหม่ เพื่อชีวิตใหม่ในวันข้างหน้า ด้วยรักและศรัทธาที่ยังคงมีอยู่อย่างเปี่ยมล้น

และผมก็เชื่อว่าอีกไม่นาน ประเทศเพื่อนบ้านของเรา (เนปาล) จะกลับมาเหมือนเดิม ด้วยรัก และศรัทธาของพวกเขา และของพวกเราเพื่อนร่วมโลก…

แผ่นดินไหวเนปาล, เนปาล
ไม่ว่าอิฐ หิน จะแข็งแรง แข็งแกร่ง แค่ไหน ก็ไม่สามารถเอาชนะภัยพิบัติครั้งนี้ได้
เนปาล, แผ่นดินไหวเนปาล
ความจริงที่ไม่กล้าบอก ของคุณยายที่ได้แต่ร้องไห้เพราะไม่กล้าบอกให้หลานรู้ว่าหนูได้เสียแม่ไปแล้ว
แผ่นดินไหว, เนปาล
แม้แผ่นดินไหวจะสร้างความเสียหายนับไม่ได้ แต่ชีวิตก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป ร้านค้ายังขาย ชีวิตต้องหายใจ
แผ่นดินไหวเนปาล, เนปาล
ความรัก ความศรัทธาทีเนปาลไม่สิ้นสุด พระสงฆ์ออกเดินทางโปรดแก่ผู้ประสบภัยเพื่อให้พร และนำสวดมนต์

เรื่องและภาพ วัลลภ เกียรติจานนท์ 

รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม ธงมนต์ จิตวิญญาณแห่งดินแดนหิมาลัย

เรื่องแนะนำ

บึงบอระเพ็ด จุดเริ่มต้นหรือบั้นปลายวัฏจักร

บึงบอระเพ็ด จุดเริ่มต้นหรือบั้นปลายวัฏจักร บนพื้นที่ 132,737 ไร่ของ บึงบอระเพ็ด ประกอบไปด้วยระบบนิเวศที่หลากหลาย ทั้งพืชพรรณ สัตว์นํ้าและสัตว์ปีก ความสัมพันธ์ของระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตก่อเกิดวัฏจักรและสมดุลตามธรรมชาติ หากจะกล่าวว่า มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่นี่ก็คงไม่ผิดนัก เพราะดูเหมือนจะเป็นผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่และมีอิทธิพลต่อสภาพแวดล้อมมากที่สุด หลายคนคงรู้จักบึงบอระเพ็ดในแง่การท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักดูนก ในฤดูหนาวมีนกนํ้าอพยพเข้ามาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสภาพแวดล้อมและแหล่งอาหารที่เอื้ออำนวย บึงบอระเพ็ดจึงเปรียบเสมือนตู้กับข้าวขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้รองรับแขกผู้มาเยือน ตลอดทั้งปีบึงบอระเพ็ดได้รับอิทธิพลจากฤดูกาลแบบสุดขั้ว ในฤดูร้อนมักแห้งแล้งนํ้าตื้นเขิน แต่พอถึงฤดูฝนนํ้าจะเอ่อล้นนอกพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างฉับพลันย่อมส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง นั่นหมายถึงแหล่งอาหารมีโอกาสลดลงเช่นกัน ในช่วงสองปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนคือประชากรปลาลดลง นกอพยพเข้ามาน้อยลงพืชพรรณซึ่งเป็นทั้งที่หลบภัยและแหล่งอาหารเริ่มหายไป งานวิจัยหลายชิ้นระบุถึงปัญหาหลักไว้หลายด้าน ทั้งการบริหารจัดการนํ้า การบุกรุกพื้นที่ และการทำประมงผิดกฎหมาย ย้อนหลังไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ชาวบ้านเล่าว่าพวกเขาสามารถทำเงินจากการหาปลาเพียงอย่างเดียวได้มากโข และแม้แต่สัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างจระเข้ก็พบเห็นได้ไม่ยากนัก คำถามที่ตามมาคือ แล้วจระเข้เหล่านั้นหายไปไหน และหายไปได้อย่างไร คำตอบคงไม่พ้น “มนุษย์” นั่นเอง ในอนาคตโครงการพัฒนาต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกำลังเกิดขึ้น ความพยายามฟื้นฟูความสมบูรณ์ให้กลับคืนมาอาจต้องใช้เวลา และดูเหมือนจะวนเวียนเป็นวัฏจักรธรรมชาติ เพียงแต่วัฏจักรนี้มีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องและจะเป็นไปในทิศทางใดเท่านั้นเอง เรื่องและภาพ วุฒิชัย ยาวงษ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง โครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร […]

ชีวิตกลาง หลุมดำ

ชีวิตกลาง หลุมดำ ท่ามกลางป่ายางพาราเนื้อที่กว่าร้อยไร่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช คือพื้นที่เล็กๆ แห่งการประกอบอาชีพ ผืนดินแห่ง การถักทอสายใยความสัมพันธ์ในครอบครัว และสังเวียนแห่งการต่อสู้ชีวิต ในวันที่ทิศทางของการใช้พลังงานเปลี่ยนแปลงไป เชื้อเพลิงชั้นยอดประจำครัวเรือนในอดีตอย่าง “ถ่านไม้” ได้รับความนิยมน้อยลง เมื่อเทียบกับหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่กลางผืนป่ายางพาราแห่งนี้ อุตสาหกรรมผลิตถ่านไม้ในครัวเรือนยังดำเนิน ไปอย่างไม่หยุดหย่อน ไม้หลายร้อยหลายพันชิ้นถูกขนส่งมาที่นี่ เพื่อเข้าเตาเผาและแปรรูปเป็นถ่านไม้ต่อไป วันแห่งความหนักหน่วง วันแห่งความทรหด หาใช่วันแห่งความท้อแท้และยาวนาน เพราะสมาชิกทุกคนที่นี่ทำในสิ่งที่ พวกเขา “เลือกที่จะทำ” แม้สภาพแวดล้อมและบรรยากาศอาจไม่เป็นใจนัก ผืนป่าที่ชื้นแฉะ ความร้อนระอุของเตาเผาถ่าน และฝุ่นละอองที่ปลิวว่อนรบกวนระบบทางเดินหายใจตลอดเวลา พื้นที่ตรงนี้จึงเป็นพื้นที่แห่งการสู้ชีวิตอย่างแท้จริง แต่ใครจะคิด ว่าพื้นนี้ยังแฝงไว้ด้วยความสุขบนพื้นฐานของหน่วยสังคมที่เล็กที่สุดนั่นคือครอบครัว ความอบอุ่นเล็กๆ ของครอบครัวในสถานที่อันทรหดเช่นนี้เป็นแรงขับให้พวกเขามีกำลังกายกำลังใจในการผลิตเชื้อเพลิงชั้นยอดให้คนที่ต้องการในปัจจุบันได้ใช้ต่อไป เรื่องและภาพ วิริทธิพล วิธานเดชสิทธิ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2012 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม อากาศเป็นพิษ ชีวิตถึงตาย  

ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายที่ชุมชนเมงตาสุและโมงติสุ เมืองมัณฑะเลย์ : ร่องรอยเชลย ไทยสมัยอยุธยา

เรื่องและภาพ นภัทร อุทัยฉาย (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) ชุมนเมงตาสุและโมงติสุตั้งอยู่เลียบคลองชะเวตะชอง ทางทิศใต้ของตัวเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของเมียนมาระบุว่า บริเวณนี้เคยเป็นหนึ่งในถิ่นฐานของเชลยสงครามจากกรุงศรีอยุธยาและเชียงใหม่ซึ่งถูกกวาดต้อนมาเมื่อครั้งเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310  เชลยศึกที่เคยอาศัยอยู่บริเวณนี้เป็นชนชั้นสูงฝ่ายชายและข้าราชบริพาร ได้จัดงานประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายตามแบบวัฒนธรรมของตนเองมาตั้งแต่รัชกาลของพระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่า และสืบทอดต่อกันมาจวบจนปัจจุบัน  ทุกปีประเพณีก่อเจดีย์ทรายจะจัดขึ้นในช่วงวันขึ้นปีใหม่ (13 เมษายน) ในวันแรกของเทศกาล ชาวบ้านจะรื้อพระเจดีย์ทรายองค์เดิมที่สร้างเมื่อปีก่อน  วันที่สองจะช่วยกันนำทรายมาสร้างเจดีย์ที่สูงราวสามเมตรขึ้นใหม่ให้เสร็จภายในหนึ่งวัน  แล้วพักหนึ่งวัน ก่อนนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธี สวดมนต์ ถวายภัตตาหาร และจัดงานเฉลิมฉลองกันอย่างครื้นเครงในวันรุ่งขึ้น  ต่อมาเดือนพฤษภาคม ในช่วงวันวิสาขบูชา จะมีงานก่อพระเจดีย์ทรายขึ้นอีกครั้งที่ชุมชนโมงติสุ ซึ่งห่างจากชุมชนเมงตาสุไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร  งานทั้งสองแม้จะคล้ายคลึง แต่ก็มีความแตกต่าง  แม้ทุกวันนี้แทบไม่มีชาวชุมชนคนใดที่มีเทือกเถาเหล่ากอชาวโยเดียอย่างชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขารู้และเข้าใจดี คือ “เตโปงเซตี” และประเพณีก่อพระเจดีย์ทราย อันไม่ใช่ธรรมเนียมของชาวเมียนมาทั่วไป และเป็นวิถีของบรรพชนที่ต้องดำรงรักษาให้คงอยู่สืบไป    

ผู้ป่วย ที่ไม่มีเลข 13 หลัก

ผู้ป่วย ที่ไม่มีเลข 13 หลัก เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมของชีวิตที่เกิดขึ้นกับคนทุกคน ไม่ว่าจะมีเลข 13 หลักหรือไม่ก็ตาม และไม่มีใครหนีพ้นวัฏสงสารไปได้ “ผู้ป่วยที่ไม่มีเลข 13 หลัก” เป็นภาพถ่ายสารคดีที่นำเสนอการดำรงชีวิตในวังวนแห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของคนที่ไม่มีบัตรประชาชนหรือที่เรียกกันติดปากว่า “คนต่างด้าว” พวกเขาเดินทางข้ามพรมแดนจากแผ่นดินบ้านเกิดเพื่อมารักษาตัวในประเทศไทยที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก บางคนหลบหนีเข้าเมือง บางคนเดินทางเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่การรักษาพยาบาลของประเทศไทยมีข้อจำกัดบางประการที่กำหนดสิทธิของผู้คนเหล่านี้ พวกเขามีทางเลือกน้อยมากทั้งในด้านการดำเนินชีวิต จนถูกทำให้กลายเป็นคนชายขอบกลุ่มน้อยกว่า 50 ครอบครัว ที่อาศัยกิน-อยู่-หลับ-นอน ไปจนถึงเจ็บและตายกลางกองขยะบนพื้นที่ 40 ไร่ ด้วยลมหายใจที่อ่อนล้าท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ แต่สำหรับพวกเขา ขยะมูลฝอยวันละ 70 ตันคือขุมทรัพย์ได้เปล่าที่ใช้เลี้ยงชีพ เช่นเดียวกับการรักษาพยาบาลที่ไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนเช่นกัน เรื่องและภาพ สายสุนีย์ ผิวอ่อนดี รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย    […]