สีสันแห่งมหานคร - National Geographic Thailand

สีสันแห่งมหานคร

สีสันแห่งมหานคร

พลโลกอาศัยอยู่ในเขตเมืองมากกว่าที่เคยเป็นมา ตามรายงานของกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (United Nation Population Fund) ประชากรโลกกว่าครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ในเมือง และคาดว่าจำนวนจะเพิ่มเป็นร้อยละเจ็ดสิบภายในปี 2050 ทั่วโลก ประชากรหนึ่งในแปดของจำนวนที่กล่าวมาอาศัยอยู่ในมหานครหรือเมกะซิตี (megacity) ซึ่งองค์การสหประชาติให้นิยามว่า เมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่าสิบล้านคน

มหานคร
ภาพหอไอเฟลภาพนี้ถ่ายจากสวนสาธารณะที่อยู่ใกล้ๆ ตอนที่ผมเตรียมถ่ายภาพ ตำรวจเดินมาถามว่า ผมขออนุญาตหรือยัง ตัวแทนของผมใช้เวลาสามสัปดาห์กว่าจะได้ไฟเขียว การถ่ายภาพในเมืองใหญ่ของตะวันตกอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะติดขัดระบบราชการ แต่ผลที่ได้นับว่าคุ้มค่า

นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมถ่ายภาพชุดนี้ซึ่งผมขอเรียกว่า “เมโทรโพลิส” (Metropolis) ตั้งแต่ปี 2007 ถึงปี 2015 ผมถ่ายภาพมหานครหลายแห่ง และบันทึกพลวัตของกระบวนการสร้างสังคมเมือง

ผมพยายามถ่ายทอดความแตกต่างระว่างความร่ำรวยและยากจน วัฒนธรรมดั้งเดิมและการพัฒนาสมัยใหม่ ผมรู้สึกทึ่งที่ผู้คนมากมายสามารถอยู่ร่วมกันได้ในพื้นที่แออัดขนาดนั้น กระนั้น ผมก็สัมผัสได้ถึงกระแสของความสร้างสรรค์และความรู้สึกของการเป็นชุมชน

มหานคร
มุมมองจากดาดฟ้า ชีวิตอันคึกคักของเมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย ดูราวกับกระเบื้องโมเสกที่ต่อกันอย่างสะเปะสะปะ แอฟริกาเป็นทวีปที่มีการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว ภายในปี 2030 มหานครสามแห่งปัจจุบัน ได้แก่ ลากอส ไคโร และกินชาซา อาจได้ต้อนรับสมาชิกใหม่อย่างดาร์เอสซาลาม โจฮันเนสเบิร์ก และลูอันดา

เมื่อไรก็ตามที่ผมทำงานในเมืองใหม่สักเมือง  ผมมักอาศัยผู้ช่วยเหลือในท้องถิ่น เรามักถกเถียงกันว่า สถานที่ใดที่เราควรไปเยี่ยมชม และถ้าเราพบจุดที่เหมาะสม เราจะหามุมสูงๆ แล้วหลังจากนั้นเราก็เฝ้ารอ

ในการถ่ายทอดพลังงานและความรวดเร็วของชีวิตเมืองออกมาเป็นภาพ  ผมมักใช้เทคนิคการเปิดหน้ากล้องเป็นเวลานาน  เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรู้ว่าองค์ประกอบใดในภาพกำลังเคลื่อนที่และไรที่หยุดนิ่ง สุดท้ายต้องมีความสมดุล นั่นคือความกลมกลืนท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย

มหานคร
ผมอยากให้ภาพถ่ายแต่ละภาพคือหนึ่งเรื่องราว เมืองโกลกาตา ประเทศอินเดีย ขึ้นชื่อเรื่องสามล้อลากหรือริกชอว์ ผมอยากให้มีอยู่ในภาพนี้สักคัน แต่คนลากไม่เคยหยุดยิ่งเลย เว้นแต่จะมีรถรางหรือรถขนส่งมวลชนวิ่งผ่านหน้า ในที่สุดโชคก็เข้าข้าง รถรางบนถนนเลนินสารนีจะวิ่งผ่านทุกๆ สองสามนาที ผมจึงรู้ว่าอยู่ถูกที่ถูกทางแล้ว

ผมใช้ฟิล์มบันทึกภาพทั้งหมด  ผมมุ่งหวังจะเก็บภาพชีวิตของมหานครให้อยู่ในภาพเดียว เป็นภาพปริทัศน์ (paronama) หรือภาพลานตา (kaleidoscope)  ภาพทั้งหมดในชุดนี้มีหลายมิติและเต็มไปด้วยรายละเอียด ยิ่งคุณใช้เวลาพินิจมาก คุณก็จะเห็นอะไรมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพิมพ์เป็นภาพขนาดใหญ่ ๆ ผมดูภาพเหล่านี้มาแล้วกว่าพันครั้ง แต่ก็ยังพบสิ่งใหม่ๆ อยู่ทุกครั้ง ผมหวังว่าคุณจะเห็นเหมือนกัน

 

อ่านเพิ่มเติม

โลกอนาคต : หรือนี่คือโฉมหน้าของเมืองในอีกร้อยปีข้างหน้า

เรื่องแนะนำ

จากกรงสู่ป่าจำลอง

เรื่องและภาพ กฤตนันท์  ตันตราภรณ์ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) เมื่อ “แก้ว” หมีควายที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งเลี้ยงไว้เกิดทำร้ายชาวบ้าน จนเกิดกระแสการตั้งคำถามเกี่ยวกับการกักขังและการปล่อยหมีคืนสู่ป่า จนเป็นที่มาของการเดินทางสู่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง ซึ่งเป็นสถานอนุบาลหมีแห่งใหญ่ที่สุดของประเทศที่รับหมีของกลางที่ถูกช่วยเหลือจากกลุ่มลักลอบค้าสัตว์ป่า หมีที่ถูกเลี้ยงหรือถูกทำร้าย ก่อนจะฟื้นฟูเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ  แต่การปล่อยหมีที่ถูกเลี้ยงไว้จนมีนิสัยพึ่งพามนุษย์จนเคยชินเช่นนี้ไม่ได้เป็นเรื่องง่าย  เนื่องจากหมีหลายตัวจำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแห่งนี้ไปจนตลอดชีวิต  สถานีฯ จึงทำกรงป่าจำลองขนาดใหญ่เพื่อให้พวกมันได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข  ในขณะเดียวกัน สำหรับหมีที่มีอายุเหมาะสม ก็มีโครงการฝึกฝนและเตรียมตัวให้พวกมันได้กลับไปใช้ชีวิตในป่าต่อไป  

โลกร้างใบจิ๋ว

เรื่อง เจเรมี เบอร์ลิน ภาพถ่าย ลอรี นิกซ์ และ แคทลีน  เกอร์เบอร์ เมืองที่กลายเป็นซากปรัก รถไฟจอดนิ่งสนิทอยู่บนราง โรงเรียนที่เงียบสงัด ห้องสมุด และเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ทรุดโทรมผุพังไปตามกาลเวลา  ผู้คนอันตรธานไป นี่คือจุดจบของโลกที่เรารู้จักแต่ลอรี นิกซ์ กลับรู้สึกสบายดี อันที่จริงเธอและแคทลีน เกอร์เบอร์ ซึ่งเป็น คู่หูทั้งในเรื่องศิลปะและชีวิตจริง คือสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังฉากสิ้นโลกเหล่านี้ วันฟ้าหม่นวันหนึ่งในฤดูหนาวทั้งคู่ กำลังทำงานอยู่ในห้องเช่าซึ่งเป็นทั้งที่พักและที่ทำงาน พวกเธอกำลังบรรจงสร้างฉากจำลองสามมิติของหายนะ นิกซ์เล่าว่าเป้าหมายของพวกเธอคือการสร้างและ ถ่ายภาพ “เรื่องราวที่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป นั่นคือแบบจำลองของเมืองยุคไร้มนุษย์ หลังเกิดภัยพิบัติปริศนาทำลายล้างทุกสิ่ง” เพื่อ “ปลดปล่อย กระตุกต่อมคิด และปลุกเร้า” จินตนาการของผู้ชม “เราต้องการ[ให้ผู้ชม] ใคร่ครวญถึงปัจจุบันเราจะยังมีอนาคตอยู่หรือ ไม่ เราจะสามารถปกป้องตัวเองได้หรือเปล่า” นิกซ์ได้ความคิดส่วนใหญ่ในการรังสรรค์ผลงานอันสลับซับซ้อนนี้จากการนั่งรถไฟใต้ดิน หรือไม่ก็การเปิดหนังสือ ท่องเที่ยวต่าง ๆ แรงบันดาลใจอื่น ๆ มาจากความทรงจำในอดีตของเธอ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตขึ้นในพื้นที่ที่เกิด พายุทอร์นาโดช่วงทศวรรษ 1970 หรือจากภาพยนตร์แนว ภัยพิบัติและแฟนตาซีอย่าง ตึกนรก (The Towering Inferno) และ […]

ฟันเฟือง ในเมืองใหญ่

ฟันเฟือง ในเมืองใหญ่ สารคดีเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ “แรงงานก่อสร้าง” ในประเทศไทย กลุ่มคนเล็กๆที่เป็นแรงงานหลักในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยกว่า 65 ล้านคนในประเทศ คิดเป็นมูลค่ามหาศาลในระบบเศรษฐกิจ โดยจำนวนแรงงานก่อสร้างในปัจจุบันไม่สมดุลกับอุตสาหกรรมก่อสร้างที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศขึ้น อาจจะด้วยปัจจัยหลายอย่างในการทำงาน เช่น เป็นงานที่มีความ เสี่ยงสูงและไม่มีสวัสดิการที่มั่นคง อีกทั้งแรงงานชาวไทยยังมีความผันผวนอันเนื่องมาจากเป็นแรงงานที่มาจากภาคเกษตรกรรม จนเป็นผลให้มีการนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ พม่า ลาว และกัมพูชา เป็นต้น แรงงานก่อสร้างเป็นกลุ่มคนที่ถือได้ว่ามีทางเลือกในชีวิตไม่มากนัก ด้วยต้นทุนทางการศึกษาที่มีน้อย หรือด้วยปัจจัยอื่นๆ จึงจำเป็นต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานในเมืองใหญ่เพื่อหวังเพียงให้ชีวิตของพวกเขาและครอบครัวมีความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น ถึงแม้พวกเขาอาจจะเป็นแค่ฟันเฟืองเล็กๆ ที่ผู้คนอาจมองไม่เห็นความสำคัญ หากทุกคนได้มองดูสิ่งปลูกสร้าง รอบตัวหรือตึกระฟ้าที่ตั้งตระหง่านในเมืองใหญ่ เชื่อได้ว่ามาจากหยาดเหงื่อและแรงกายของพวกเขาทั้งสิ้น เรื่องและภาพถ่าย อนุชิต เลิมสุ่ม รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม ชีวิตที่จำจากจรของแรงงานอพยพ