ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิด้วยรูป ดอกซากุระ ที่บานสะพรั่งจากทั่วทุกมุมโลก

ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิด้วยรูปดอกซากุระที่บานสะพรั่งจากทั่วทุกมุมโลก

ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิด้วยรูป ดอกซากุระ ที่บานสะพรั่งจากทั่วทุกมุมโลก

ดอกซากุระ สัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้มาชื่นชมความงาม ณ ดินแดนพระอาทิตย์อัสดงอย่างประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ความงามของดอกซากุระยังได้สะท้อนถึงชีวิตมนุษย์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย คือสวยงาม แต่ไม่ยั่งยืน..

ฮานามิ หรือเทศกาลชมดอกซากุระบาน เริ่มขึ้นครั้งแรกราวศตวรรษที่ 9 ในตอนที่จักรพรรดิญี่ปุ่นจัดงานฉลองดอกซากุระและดอกพลัมที่จะผลิดอกในช่วงต้นของฤดูใบไม้ผลิ ทำให้นับแต่นั้นมาความรักทั่วโลกที่มีต่อดอกซากุระก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแต่อย่างใด

รูปทั้งหมดต่อไปนี้ถูกถ่ายไว้โดยสมาชิกของชุมชนการถ่ายภาพ Your Shot ที่จัดขึ้นโดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในแต่ละรูปจะสามารถสัมผัสได้ถึงความสวยงามที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความมหัศจรรย์ และทางทีมงานเชื่อว่าภาพเหล่านี้จะนำมาซึ่งความสุขให้แก่ผู้อ่านเป็นแน่แท้

ดอกซากุระ
ภาพของหนึ่งในภูเขาไฟที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นอย่างภูเขาไฟฟูจิ ที่ล้อมรอบไปด้วยต้นซากุระและทะเลสาบคาวากุจิโกะ (ภาพถ่ายโดย Danny Dungo, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT)
ดอกซากุระ
เงาสะท้อนของดอกซากุระที่เบ่งบานอย่างเต็มที่บนหน้าต่างรถไฟ แทนที่จะเป็นใบหน้าของผู้คนในขบวน (ภาพถ่ายโดย Janvika Shan, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT)
ดอกซากุระ
ดอกซากุระเป็นสัญลักษณ์แห่งการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ นอกจากนี้มันยังเป็นสัญลักษณ์ของความเปลี่ยนแปลง ความหวังและความไม่จีรังของชีวิตอีกด้วย ถ่ายในบริเวณปราสาทมัตสึมาเอะ ในจังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น (ภาพถ่ายโดย Aya Uwasaki, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT)
ดอกซากุระ
ทุ่งนาอันเขียวขจีและยอดต้นซากุระสีชมพูรวมกันทำให้เกิดเป็นฉากหลังที่แปลกประหลาดในมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน (ภาพถ่ายโดย John Nie, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT)
ดอกซากุระ
ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงความเงียบสงัดของฤดูใบไม้ผลิ โดยหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมดอกซากุระบานในเมืองเกียวโตคือที่ Kinkaku-Ji หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Golden Pavilion (ภาพถ่ายโดย S. Ohtani, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT)
ดอกซากุระ
จุดชมดอกซากุระแห่งนี้มีต้นซากุระกว่า 800 ต้นบานสะพรั่งบริเวณแม่น้ำ Meguro สำหรับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมดอกซากุระบานคือช่วงหลังฤดูท่องเที่ยวเพราะกลีบดอกซากุระมากมายจะหล่นอยู่บริเวณแม่น้ำ (ภาพถ่ายโดย Yuichi Yokata, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT)
ดอกซากุระ
ตำนานของประเทศญี่ปุ่นที่มีการเล่าขานกันต่อๆ กันมากล่าวว่า ภายใต้ต้นซากุระแห่งนี้เคยเป็นสถานที่พักผ่อนของ Goto Masato อดีตนักรบ Sengoku ที่ต่อมาได้บวชเป็นพระ (ภาพถ่ายโดย Yoshiyuki Kaneko, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT)
ดอกซากุระ
ในปี 1912 ญี่ปุ่นได้มอบต้นไม้มากกว่า 3,000 ต้นให้กับกรุงวอชิงตัน ดีซี เมืองหลวงของประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเป็นของขวัญการแสดงมิตรภาพระหว่างสองประเทศ (ภาพถ่ายโดย Edie Purdie, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT)
ดอกซากุระ
ลูกพี่ลูกน้องของดอกซากุระอย่างดอกพลัมเคยเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่นสมัยก่อนที่ดอกซากุระจะดังเป็นพลุแตกเฉกเช่นทุกวันนี้ (ภาพถ่ายโดย Masayuki Yamashita, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT)
ดอกซากุระ
ระหว่างที่ Dungo กำลังเดินผ่านสวนสาธารณะ เขาก็ได้พบกับชายคนหนึ่งที่มาชมดอกซากุระบานเหมือนกันในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่กรุงโตเกียว (ภาพถ่ายโดย Danny Dungo, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT)
ดอกซากุระ
ภาพถ่ายมุมสูงของสวนสาธารณะ Inokashira แสดงให้เห็นถึงการรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมเก่าๆ ของชาวญี่ปุ่นอย่าง เทศกาลฮานามิหรือเทศกาลชมดอกซากุระบาน (ภาพถ่ายโดย Takaki Watanabe, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT)
ดอกซากุระ
คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างพาไปชมต้นซากุระที่สวนอุเอโนะ โดยในตอนกลางคืนช่างภาพเล่าว่าเขาได้พบเห็นผู้คนแถวนั้นแบ่งปันเครื่องดื่มและอาหารกันด้วย (ภาพถ่ายโดย George Attard, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT)
ดอกซากุระ
ต้นซากุระที่เรียงรายไปริมแม่น้ำอิวากิ ทำให้การผจญภัยพายเรือมีความน่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น ช่างภาพอธิบายว่าฮิโรซากิในช่วงดอกซากุระบานเป็น “สถานที่ที่คุณต้องไปเยียบให้ได้สักครั้งในชีวิต” (ภาพถ่ายโดย Ryan Wh, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT)
ดอกซากุระ
ประเดี๋ยวประด๋าวมาแปปเดียวเดี๋ยวก็ไป ดอกซากุระจะมีช่วงเวลาออกดอกที่สั้นมากๆ เพียงแค่ประมาณสองสัปดาห์เท่านั้น และถึงแม้ว่าจะแค่ในระยะเวลาที่สั้น แต่ดอกไม้สีชมพูชนิดนี้ก็เป็นสัญลักษณ์ที่ฝังอยู่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง (ภาพถ่ายโดย Hiroki Kondo, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT)
ดอกซากุระ
ช่างภาพเล่าว่าผู้คนมักจะมารวมตัวกันที่สวนสาธารณะอุเอโนะเพื่อปิกนิกใต้ต้นซากุระ โดยมีแสงยามเย็นสาดส่องจากโคมไฟโบราณ ในฤดูใบไม้ผลิของทุกปี (ภาพถ่ายโดย Aurora Simionescu, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT)

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม : อินสตาแกรม @natgeo มียอดผู้ติดตามพุ่งทะลุ 100 ล้านคน

อินสตาแกรม

เรื่องแนะนำ

การเดินทางแสนทรมานของคุณแม่ผู้ลี้ภัย

เรื่อง เมโลดี ราวเวลล์ ภาพถ่าย เมอร์โต ปาปาโดปูลอส เมื่อคุณได้ยินเรื่อง “วิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัย” คุณอาจนึกถึงภาพถ่ายเรือลำน้อยล่องลอยอยู่บนน่านน้ำมืดมิดและแออัดไปด้วยผู้คนที่สวมเสื้อชูชีพสีส้มสะท้อนแสง คุณอาจคิดถึงภาพมือที่ยื่นออกมาหาบุคคลอันเป็นที่รัก ภาพชายแดนที่มีผู้ชายถือปืนกลเฝ้ารักษาการณ์ หรือภาพเต็นท์ชั่วคราวในค่ายผู้ลี้ภัยที่ครอบครัวคนไร้บ้านอยู่กันอย่างเบียดเสียดยัดเยียด ภาพที่เรานึกถึงเหล่านี้มีพลัง วุ่นวายสับสน และเปี่ยมชีวิตชีวา ภาพถ่ายของช่างภาพข่าวชาวกรีก เมอร์โต ปาปาโดปูลอส กลับต่างออกไป ภาพถ่ายเหล่านี้ดูเงียบงัน นิ่งสงบ และลึกซึ้ง ผู้หญิงเหล่านี้แต่ละคนเป็นแม่ บางคนกำลังตั้งครรภ์ บางคนกำลังอุ้มลูก ปาปาโดปูลอสบันทึกภาพวิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัยมาตั้งแต่ปี 2010 ตอนที่ใช้เวลาอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศกรีซ เธอสังเกตเห็นว่า พวกผู้หญิงมักจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังพร้อมกับลูกๆ ขณะที่สามีของพวกเธอออกไปค้นหาชีวิตใหม่ในยุโรป “ฉันรู้สึกว่าพวกผู้หญิงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และเป็นคนที่ทนทุกข์ทรมานอย่างแท้จริงค่ะ” ปาปาโดปูลอสบอก “และในทางกลับกัน ฉันรู้สึกว่าพวกเธอทำให้ผู้คนเหล่านี้ยังคงมุ่งหน้าต่อไป พวกเธอและลูกๆคือเหตุผลที่ทำให้การเดินทางยังดำเนินต่อไปค่ะ” และสำหรับผู้หญิงเหล่านี้ การเดินทางเป็นเรื่องยากลำบากอย่างเหลือเชื่อ บางคนคลอดบุตรระหว่างการเดินทาง ปาปาโดปูลอสเล่าว่า เธอเห็นพวกผู้หญิงกำลังเดินเท้าขณะอุ้มลูกที่เพิ่งเกิดได้แค่สิบวัน แม่บางคนแท้งลูกเองเนื่องจากสภาพธรรมชาติที่ทารุณ บางคนต้องทำแท้ง และอีกหลายคนต้องทนทุกข์จากความตายของลูกน้อย มีองค์กรพัฒนาเอกชนในค่ายผู้ลี้ภัยบางแห่งที่ช่วยพยาบาลทั้งก่อนและหลังคลอด และจัดการคุมกำเนิดแบบต่างๆเมื่อทำได้ แต่โดยรวมแล้ว การตั้งครรภ์หรือการเป็นแม่ที่มีลูกเยาว์วัยทำให้ความยากลำบากที่ผู้ลี้ภัยทุกคนต้องเผชิญเพิ่มมากขึ้น เธอขอให้ผู้หญิงเหล่านี้แต่ละคนแบ่งปันประสบการณ์ของตนเอง เรื่องราวของพวกเธอ  มาพร้อมกับภาพถ่ายบุคคลด้านล่าง ปาปาโดปูลอสบอกว่า ยิ่งสถานการณ์ยากลำบากเท่าไร แม่หลายคนก็มองลูกๆของตนเป็นดังแรงจูงใจสำคัญมากเท่านั้น […]

พลัดที่นาคาที่อยู่ สูญสิ้นแม้ความหวัง

“เต้น!” เสียงตะโกนจากเจ้าหน้าที่ทหาร ผู้แกว่งปืนในมือไปยังเด็กหญิงที่กำลังหวาดกลัวจนตัวสั่นเทิ้ม อฟีฟาเพิ่งจะอายุได้ 14 ปี เธอถูกจับกุมอยู่ในนาข้าวรวมกับเด็กหญิงและผู้หญิงคนอื่นๆ อีกหลายสิบคน ทั้งหมดเป็นชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์โรฮิงญา บรรดาทหารที่บุกรุกหมู่บ้านของพวกเธอในเช้าวันหนึ่งของเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กล่าวว่า พวกเขากำลังตามหาตัวผู้ก่อการร้ายติดอาวุธที่สังหารเจ้าหน้าที่ชายแดนตายไป 9 ราย เด็กผู้ชายและผู้ชายในหมู่บ้านพากันหวาดกลัว ดังนั้นพวกเขาจึงหนีไปซ่อนตัวในป่า และทหารเหล่านี้จึงหันมาข่มขวัญผู้หญิงและเด็กๆ แทน หลังจากถูกค้นตัว อฟีฟาเห็นทหารลากหญิงสาว 2 คนเข้าไปในทุ่งนาลึก ก่อนที่พวกเขาจะมุ่งความสนใจมาที่เธอ “ถ้าแกไม่เต้น” หนึ่งในนั้นกล่าว แล้วเอานิ้วลากไปที่ลำคอของตัวเอง “เราจะฆ่าเธอ” อฟีฟาร้องไห้น้ำตานองหน้า เธอเริ่มแกว่งตัวไปมา พวกทหารปรบมือเป็นจังหวะ บางคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอไว้ ผู้บัญชาการของพวกเขาสอดแขนเข้ามาโอบเอวของเธอ “แบบนี้ดีกว่าใช่ไหม?” เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม เหตุการณ์ทำนองนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงล่าสุดที่เกิดขึ้นจากการปราบปรามชาวโรฮิงญาจำนวนกว่า 1.1 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของเมียนมา สหประชาชาติออกมากล่าวว่า ชาวโรฮิงญาเหล่านี้เป็นชนกลุ่มน้อยที่ถูกข่มเหงมากที่สุดในโลก พวกเขาเป็นชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในประเทศที่พุทธศาสนาเป็นใหญ่ ชาวโรฮิงญาอ้างว่าพวกเขาเป็นชนพื้นเมืองของรัฐยะไข่ และหลายคนก็สืบเชื้อสายมาจากบรรพบรุษที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 แม้พวกเขาจะมีรากเหง้าที่ยาวนาน แต่กฏหมายตั้งแต่ปี 1982 ไม่ได้ให้สิทธิชาวโรฮิงญาเป็นพลเมืองของประเทศ ปัจจุบันพวกเขายังคงมีสถานะเป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย และในบังกลาเทศเองก็รองรับชาวโรฮิงญากว่าครึ่งล้านคนที่หลบหนีเข้าไปอาศัยอยู่ การปะทะกันระหว่างชาวพุทธและชาวมุสลิม เมื่อ […]

ภาพถ่ายที่เผยให้เห็นชีวิตภายในห้องพักทรงลูกบาศก์ขนาดจิ๋วแห่งอนาคต

ภาพถ่ายที่เผยให้เห็นชีวิตภายในห้องพักทรงลูกบาศก์ขนาดจิ๋วแห่งอนาคต [ ตึกแคปซูลนะกะงิน ] นอกเขตย่านกินซาอันหรูหราของกรุงโตเกียวเป็นที่ตั้งของ ตึกแคปซูลนะกะงิน (Nakagin Capsule Tower) สิ่งก่อสร้างแปลกตาซึ่งเคยเป็นวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของญี่ปุ่น ตึกนี้ออกแบบโดยคิโช คุโระกะวะ ผู้บุกเบิกสถาปัตยกรรมแนว “metabolist” ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวในช่วงทศวรรษ 1960 ที่เน้นแนวคิดเรื่องอาคารแบบพลวัตและสามารถปรับให้เหมาะกับอนาคตที่ก้าวย่างอย่างรวดเร็วและค่อยๆพัฒนากลายเป็นเมืองอย่างต่อเนื่อง เมื่อมองจากด้านนอก ตึกนี้ดูเหมือนเครื่องซักผ้าที่กองซ้อนกัน โดยประกอบด้วยแกนคอนกรีตสองแกน สูง 11 และ 13 ชั้น ยึดติดกับลูกบาศก์ที่ “สามารถเคลื่อนย้ายได้” ห้องทรงลูกบาศก์แต่ละห้องมีพื้นที่ราว 10 ตารางเมตร ซึ่งสร้างสำเร็จรูปมาจากโรงงาน จากนั้นนำมาติดกับแกนโดยใช้สลักเกลียวแรงดันสูง 4 ตัว ห้องที่เรียกว่าห้องแคปซูลเหล่านี้ตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้พื้นฐานที่จำเป็นและห้องน้ำขนาดเท่ากับห้องน้ำบนเครื่องบิน ตึกแคปซูลนะกะงินก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1972 และวางแผนว่าจะมีอายุการใช้งาน 25 ปี เมื่อคุโระกะวะเสียชีวิตในปี 2007 ผู้อยู่อาศัยในตึกนี้ที่รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการที่คอนกรีตกะเทาะและท่อน้ำรั่ว จึงลงคะแนนให้รื้อตึกทิ้ง แล้วสร้างอพาร์ตเมนต์แบบดั้งเดิมขึ้นแทน แต่พอถึงปี 2008 แผนการต้องหยุดชะงักเพราะตลาดหลักทรัพย์ล่ม ช่างภาพ โนะริตะกะ มินะมิ เริ่มบันทึกเรื่องราวชีวิตและชะตากรรมของตึกนะกะงินในปี 2010 ในช่วงเจ็ดปีต่อมา เขากลับไปที่ตึกนี้เกือบ […]

อลังการถ้ำคริสทัล

นักสำรวจถ้ำในเม็กซิโกต้องเผชิญสภาพการณ์อันเลวร้ายที่อาจคร่าชีวิตพวกเขาได้ กว่าจะได้ยลความสวยอันตระการตาของ ถ้ำคริสทัล ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.