รวมภาพบรรดา ห้องสมุด ที่มีสถาปัตยกรรมอันน่าหลงใหลจากทั่วทุกมุมโลก

รวมภาพบรรดาห้องสมุดที่น่าหลงใหลที่สุดในโลก

ห้องสมุดÖSTERREICHISCHES STAATSARCHIV กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

ห้องสมุด, เวียนนา, ออสเตรีย

หอสมุดแห่งชาติของออสเตรียแห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวัง Hofburg ปัจจุบันเป็นห้องสมุดแบบศิลปะบาโรกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เปิดทุกวันในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนธันวาคม

ห้องสมุดBIBLIOTHÈQUE SAINTE-GENEVIÈVE กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ห้องสมุด, ปารีส, ฝรั่งเศส ออกแบบโดยสถาปนิก Henri Labrouste ห้องสมุดแห่งนี้ได้รับการพิจารณาว่าเป็นศูนย์กลางแห่งการปรากฏขึ้นของห้องสมุดยุคใหม่ โดยห้องสมุดแห่งนี้เปิดทำการตั้งแต่ 10.00 – 22.00 น. วันจันทร์ถึงวันเสาร์

ห้องสมุดBIBLIOTECA MUNICIPAL เมือง MAFRA ประเทศโปรตุเกส

ห้องสมุด, โปรตุเกส

ครั้งหนึ่ง พระราชวังแห่งชาติ Mafra เคยเป็นสำนักนางชีหลวงมาก่อน โดยในส่วนของห้องสมุดสร้างเสร็จในปี 1730 ประกอบไปด้วยหนังสือที่ทำจากหนังสัตว์กว่า 35,000 เล่ม ที่รวบรวมโดยคณะกรรมการหลวง ในปี 1745 พระสันตะปาปาได้อนุญาตให้ห้องสมุดแห่งนี้เป็นที่เก็บหนังสือต้องห้าม ปัจจุบันห้องสมุดแห่งนี้เปิดทำการเฉพาะนักวิจัยและนักวิชาการที่ได้รับหนังสืออนุญาตและมีการนัดล่วงหน้าไว้เท่านั้น

ห้องสมุดBIBLIOTECA TERESIANA เมือง MANTUA ประเทศอิตาลี

ห้องสมุด, อิตาลี

ห้องสมุด BIBLIOTECA TERESIANA เริ่มเปิดให้บริการกับบุคคลทั่วไปในปี 1780 มาจนถึงปัจจุบัน ผู้ที่มาเยี่ยมชมสามารถเข้าชมห้องสมุดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ภายในอาคารได้ เพียงแค่ขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น

ห้องสมุดSTIFTSBIBLIOTHEK KREMSMÜNSTER เมือง KREMSMÜNSTER ประเทศออสเตรีย

ห้องสมุด, ออสเตรีย

ห้องสมุดที่อยู่ในมหาวิหาร Kremsmünster ที่ยังเปิดทำการอยู่แห่งนี้ ได้เก็บสะสม Incunabula หรือหนังสือโบราณที่พิมพ์ก่อนศตวรรษที่ 15 และ the Codex Millenarius หนังสือในศตวรรษที่ 8 ที่บรรจุคำสอนของพระเยซูไว้ การนำชมเป็นภาษาอังกฤษจะจัดขึ้นที่ห้องโถงในมหาวิหาร ห้องเก็บสมบัติ และห้องสมุดแห่งนี้ โดยผู้ที่ต้องการเข้าชมต้องจองล่วงหน้า

ห้องสมุดCODRINGTON LIBRARY เมืองอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

ห้องสมุด, อ๊อกซฟอร์ด, อังกฤษ  ในจำนวนหนังสือกว่า 180,000 เล่มในห้องสมุดแห่งนี้ บางส่วนเป็นต้นฉบับที่เขียนขึ้นตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 11 รวมไปถึงบันทึกความทรงจำของ “ลอเรนซ์แห่งอาระเบีย” (Lawrence of Arabia) ด้วยเช่นกัน ห้องสมุดแห่งนี้ไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปรับชม แต่จะเปิดให้เฉพาะนักวิชาการและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดเท่านั้น

เรื่องและภาพโดย MASSIMO LISTRI


อ่านเพิ่มเติม เปิดโลกนักล่าคัมภีร์ ไบเบิล

เรื่องแนะนำ

เมืองเล็กๆ ในเม็กซิโกนี้ นับถืออิสลาม

ณ เมืองแห่งหนึ่งในเม็กซิโก ผู้คนรับเอาศาสนาอิสลามเข้ามาและผสมผสานรวมกับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างน่าทึ่ง ชมผลงานจากช่างภาพผู้เดินทางไปอาศัยอยู่คลุกคลีกับชาวเม็กซิโกเหล่านี้เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม

มาชูปิกชู : สุดยอดสถาปัตยกรรมแห่งจักรวรรดิอินคา

มาชูปิกชู : สุดยอดสถาปัตยกรรมแห่งจักรวรรดิอินคา ย้อนหลังไปกว่าร้อยปีก่อน ขณะออกค้นหาเมืองหลวงที่สาบสูญของจักรวรรดิอินคา ไฮแรม บิงแฮม นักสำรวจชาวอเมริกันวัย 35 ปี อาศัยคนพื้นเมืองนำทางขึ้นไปสู่ยอดเขาแห่งหนึ่งในหุบเขาอูรูบัมบาของเปรู บริเวณที่เขาเข้าไปคล้ายกับป่าดิบชื้น แต่ไม่นานบิงแฮมก็เริ่มมองเห็นกำแพงและสิ่งก่อสร้าง ก้อนหินแกรนิตประกอบเข้าด้วยกันอย่างงดงามในรูปแบบสถาปัตยกรรมของชาวอินคาที่ประณีตที่สุด เขาเท้าความหลังในอีกสองปีต่อมาในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ว่า “ มาชูปิกชู อาจเป็นซากปรักขนาดใหญ่และสำคัญที่สุดที่ค้นพบในอเมริกาใต้นับตั้งแต่ยุคที่ชาวสเปนเข้ามาพิชิต” ก่อนเดินทางออกจากหุบเขาและซากปรักที่ขุดพบซึ่งต่อมาจะทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดัง บิงแฮมใช้เวลาสี่ชั่วโมงบันทึกภาพมาชูปิกชูด้วยกล้องโกดักที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ แน่นอนว่า บิงแฮมไม่ใช่คนแรกที่ค้นพบมาชูปิกชู เกษตรกรชาวเปรูในภูมิภาคนี้รู้จักและเข้ามาเยี่ยมชมซากปรักของจักรวรรดิอินคาบนยอดเขาเป็นเวลานานแล้ว แต่บิงแฮมน่าจะเป็นคนแรกที่บันทึกภาพแหล่งโบราณคดีแห่งนี้และทำให้โลกรู้จักมาชูปิกชู ความที่เชื่อว่าภาพถ่ายมีคุณค่าพอๆกับการจดบันทึกการวิจัย เขาจึงยืนกรานให้เพื่อนร่วมทีมสำรวจเรียนรู้วิธีถ่ายภาพและล้างฟิล์มก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ภาพถ่ายมาชูปิกชูของบิงแฮมจากการเดินทางสำรวจเปรูเมื่อปี 1911 จำนวน 244 ภาพ ตีพิมพ์ในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ที่อุทิศเนื้อที่่ทั้งเล่มให้สารคดีเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวเมื่อปี 1913 ภาพถ่ายเหล่านี้ยังจัดแสดงที่สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ด้วย เรื่อง นีนา สตรอคลิก ภาพถ่าย ไฮแรม บิงแฮม ชมคลิปสั้นทำความรู้จักกับมาชูปิกชูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ngthai.com/history/4563/machu-picchu/ ‎ อ่านเพิ่มเติม คืนใบหน้าให้แก่มัมมี่อายุ 1,600 ปี