ต้นไม้ : ชื่นชมภาพถ่ายอันงดงามของรุกขชาติเก่าแก่ภายใต้แสงดาว

ต้นไม้: รุกขชาติเก่าแก่ใต้แสงดาว

มูนใช้เวลาเกือบทั้งวันเพื่อเดินทางไปถ่ายต้นเบาบับใน Makgadikgadi Pans ประเทศบอตสวานา ท้องฟ้า “มืดอย่างน่าอัศจรรย์” เธอกล่าว “ที่นั่นไม่มีที่พัก การพักแรมใต้ ต้นไม้ จึงเป็นทางออกที่เข้าท่าที่สุด แม้โขลงช้างที่เดินผ่านไปก็ไม่รบกวนเรา” ภาพถ่ายโดย BETH MOON


เบท มูน นอนหลับใต้ต้นเบาบับ (Baobab) โบราณและรอคอยให้เมฆเคลื่อนตัวผ่านไป เพื่อถ่ายภาพรุกชาติอันงดงามยามรัตติกาล

ในหนึ่งช่วงอายุของต้นสนซีคัวยา (Sequoia) มนุษย์หลายชั่วคนจะเกิดและดับสูญไป ต้นไม้ ขนาดมโหฬารที่มีถิ่นในแคลิฟอร์เนียนี้อาจมีอายุได้หลายพันปี แต่แม้ช่วงเวลาดังกล่าวจะดูยาวนาน ช่างภาพ เบท มูน (Beth Moon) ได้เขียนลงในหนังสือ Ancient Skies, Ancient Trees ของเธอว่า “ช่วงเวลานี้เป็นเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น เมื่อเทียบกับอายุของดวงดาราบนฟากฟ้า”

มูน ผู้มีพื้นหลังด้านวิจิตรศิลป์และฝึกถ่ายภาพด้วยตนเอง ถ่ายภาพ ต้นไม้ มาร่วม 20 ปีด้วยกล้องฟิล์ม และล้างภาพด้วยวิธี Platinum Palladium Printing ซึ่งเป็นวิธีอัดภาพแบบขาวดำในสมัยศตวรรษที่ 19 โดยเธอใช้เวลากว่าสิบปีตระเวนไปทั่วโลกเพื่อถ่ายภาพต้นไม้ตั้งแต่ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก

ต้นมะกอกในสวนที่ Puglia ประเทศอิตาลี มูนกล่าวว่า การมองหาต้นมะกอกที่เก่าแก่ที่สุดไม่ไช่เรื่องยาก เพราะพวกมันมีลำต้นที่กว้าง บิดเป็นเกลียว มีปุ่มปม และมีตาไม้เยอะที่สุด ภาพถ่ายโดย BETH MOON
ดูเหมือนสนบริสเทิลโคน (Bristlecone Pine) ในป่าสงวนแห่งชาติ Inyo ในแคลิฟอร์เนีย ต้นนี้กำลังบิดไปหาจักรวาลในช่วงฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (Perseids) ประจำปี ภาพถ่ายโดย BETH MOON
ต้นคีฟเวอร์ (Quiver) ยืนต้นตระหง่านในความมืดที่คีทแมนซูป (Keetmanshoop) ประเทศนามิเบีย ในการถ่ายภาพนี้ มูนจ่ายเงินให้โรงแรมในบริเวณใกล้เคียงเพื่อแลกกับการปิดไฟ ภาพถ่ายโดย BETH MOON

แต่หลังจากนั้น เธอพบงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเติบโตของต้นไม้และรังสีคอสมิกในกาแลกซี “ตอนที่ฉันคิดถึงมัน” เธอกล่าว “มันดูมีเหตุผลมาก คุณรู้อยู่แล้วว่าดวงอาทิตย์คือดาวดวงหนึ่ง เพราะฉะนั้น ทำไมมันถึงไม่มีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นระหว่างแสงดาวในตอนกลางคืน กับแสงอาทิตย์ในตอนกลางวันล่ะ”

สิ่งนี้เป็นจุดกำเนิดของโปรเจกต์ Diamond Nights ของเธอ ตลอดสามปีถัดมา มูนเดินทางไปทั่วสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศ และถ่ายภาพต้นเบาบับ สนจูนิเปอร์ (Juniper) สนซีคัวยา และต้นไม้อายุเก่าแก่อื่นๆ ภายใต้ท้องฟ้าที่สุกสกาวไปด้วยดวงดาว โดยมีจุดมุ่งหมายง่ายๆ อย่างการเดินทางไปยังสถานที่ที่ทั้งมืดที่สุดและมีต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เพื่อถ่ายภาพอันสวยงาม

แสงดาวอาบหมู่ต้นคีฟเวอร์ในคีทแมนซูป ประเทศนามิเบีย ภาพถ่ายโดย BETH MOON
มูนเล่าว่าต้นเบาบับโบราณในบอตสวานาต้นนี้มีวงรอบกว่า 25 เมตร (82 ฟุต) และมีอายุกว่า 1,400 ปี จากการวัดด้วยวิธีคาร์บอนกัมมันตรังสี (Radio Carbon) มันเต็มไปด้วยรังของนกจาบที่ “บอกอย่างชัดเจนว่าพวกมันไม่ชอบแสงที่ฉันใช้ส่องต้นไม้ ด้วยการร้องเสียงดังจนฉันหยุดส่องไฟ” เธอกล่าว และเสริมว่า ต้นเบาบับต้นนี้โค่นลงเมื่อเดือนมกราคม 2016 “ฤดูฝนมาช้าในปีดังกล่าว ต้นไม้ที่ใหญ่และมีอายุมากที่สุดอ่อนไหวต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากขนาดที่ใหญ่ นี่เป็นอีกหนึ่งสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจมากนัก”  ภาพถ่ายโดย BETH MOON
ต้นสนจูนิเปอร์โค้งงอบนเนินในอุทยานประจำรัฐ Dead Horse Point ในยูทาห์ ภาพถ่ายโดย BETH MOON

แต่แน่นอนว่าการลงมือทำย่อมไม่ง่ายเท่าการวางแผน

เธอกล่าวว่า อย่างแรกสุด สถานที่หลายแห่งมักมีเพียงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ระหว่างต้นไม้และท้องฟ้าที่มืดมิด และการเดินทางไปยังสถานที่ซึ่งมีครบทั้งสองสิ่งมักเป็นสิ่งที่ท้าทาย นั่นทำให้มูนต้องจ้างให้ผู้นำทางท้องถิ่นช่วยเธอตามหาต้นไม้ที่เธอต้องการถ่าย ซึ่งบางครั้งพวกมันก็อยู่ในสถานที่ซึ่งห่างไกลเป็นอย่างมาก “เราเดินทางตลอดทั้งวันโดยไม่เจอผู้คน ป้ายบอกทาง หรือแม้แต่ถนนสักเส้น” เธอกล่าว ในช่วงเวลาเหล่านี้ เธอจะปักหลักอยู่ใต้ต้นไม้ กินปลากระป๋องเพื่อคลายความหิว และอดทนรอคอยให้เมฆลอยเข้าและออกจากเฟรมกล้อง

ลำต้นขนาดใหญ่ของต้นมะกอกใน Puglia ประเทศอิตาลี เป็นหลักฐานถึงอายุอันเก่าแก่ของมัน ภาพถ่ายโดย BETH MOON
ต้นสนจูนิเปอร์ที่มีลำต้นบิดพลิ้วและเปลือยเปล่าเติบโตบนเนินเขาอุทยานประจำรัฐ Dead Horse Point ในยูทาห์ ภาพถ่ายโดย BETH MOON
“อุทยานซีคัวยาแห่งชาติในแคลิฟอร์เนียเป็นบ้านของต้นเรดวูดและสนซีคัวยาจำนวนมาก” มูนกล่าว “ฉันถ่ายภาพนี้เพื่อจดจำพวกมัน และแม้ต้นไม้เหล่านี้ไม่ได้ใหญ่ที่สุด ฉันจินตนาการว่าป่าเคยมีสภาพอย่างไรตอนที่ต้นไม้เหล่านี้ยืนต้นอยู่ด้วยกัน โดยไม่ถูกแยกด้วยรั้วที่ล้อมรอบเหมือนในทุกวันนี้” ภาพถ่ายโดย BETH MOON

สำหรับโปรเจกต์ Diamond Nights มูนเปลี่ยนจากถ่ายภาพด้วยฟิล์มมาเป็นดิจิทัล ซึ่งเธอกล่าวว่าเป็นเทคนิคที่มีความไวแสง (Light Sensitive) มากกว่า และทำให้ภาพคมชัดอย่างไม่น่าเชื่อ เธอวางแผนถ่ายภาพทั้งหมดในคืนที่ไม่มีแสงจันทร์ เพื่อให้ต้นไม้แต่ละต้นได้รับแสงจากดวงดาวเป็นหลัก และอาจใช้แสงเพิ่มจากแหล่งอื่น เช่นแสงไฟฉาย หากจำเป็น

มูนใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำเนื่องจากเธอถ่ายภาพในที่มืด ซึ่งหมายความว่าเธอต้องเตรียมพร้อมสำหรับลม และหยุดถ่ายภาพเมื่อมีลมกรรโชก “การเปิดรูรับแสงนาน 30 วินาทีทำให้คุณไม่ต้องการให้กิ่งไม้ขยับ” เธอกล่าว “มันทำให้ฉันมีเวลาว่างมากโข”

ต้นเบาบับฉายเงาตัดกับทางช้างเผือกในบอตสวานา ภาพถ่ายโดย BETH MOON 

แม้มูนไม่ไช่นักวิทยาศาสตร์ แต่เธอเริ่มสนใจในวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับต้นไม้และมลพิษทางแสง เธอกล่าวว่าที่จริงแล้ว สถานที่ที่ “เถื่อน” ที่สุดบางแห่งที่เธอเคยค้นหากลับปนเปื้อนเนื่องจากแสงเทียมของตึกรามบ้านช่องและเมืองที่อยู้ใกล้ๆ “มีคำกล่าวว่าดวงดาวกำหนดชะตากรรมของมนุษย์” เธอเขียน “ชะตากรรมของเราจะมืดมนมาก” หากเรามองไม่เห็นพวกมันอีกต่อไป


อ่านเพิ่มเติม ค้นพบต้นไม้เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และยังคงเติบโตอยู่

เรื่องแนะนำ

จากกรงสู่ป่าจำลอง

เรื่องและภาพ กฤตนันท์  ตันตราภรณ์ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) เมื่อ “แก้ว” หมีควายที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งเลี้ยงไว้เกิดทำร้ายชาวบ้าน จนเกิดกระแสการตั้งคำถามเกี่ยวกับการกักขังและการปล่อยหมีคืนสู่ป่า จนเป็นที่มาของการเดินทางสู่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง ซึ่งเป็นสถานอนุบาลหมีแห่งใหญ่ที่สุดของประเทศที่รับหมีของกลางที่ถูกช่วยเหลือจากกลุ่มลักลอบค้าสัตว์ป่า หมีที่ถูกเลี้ยงหรือถูกทำร้าย ก่อนจะฟื้นฟูเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ  แต่การปล่อยหมีที่ถูกเลี้ยงไว้จนมีนิสัยพึ่งพามนุษย์จนเคยชินเช่นนี้ไม่ได้เป็นเรื่องง่าย  เนื่องจากหมีหลายตัวจำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแห่งนี้ไปจนตลอดชีวิต  สถานีฯ จึงทำกรงป่าจำลองขนาดใหญ่เพื่อให้พวกมันได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข  ในขณะเดียวกัน สำหรับหมีที่มีอายุเหมาะสม ก็มีโครงการฝึกฝนและเตรียมตัวให้พวกมันได้กลับไปใช้ชีวิตในป่าต่อไป  

68,000 ภาพ ใน 6 เดือนที่เดินตามโป๊ป

ช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ใช้เวลา 6 เดือนบันทึกชีวิตสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสและวาติกัน ซึ่งเขาบอกว่า “เกินจินตนาการ” ที่วาติกัน ช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เดฟ โยเดอร์ มีโอกาสเข้าใกล้สมเด็จพระสันตะปาปานานหกเดือน  นับเป็นประสบการณ์ที่เขาคาดว่าเมื่อมองย้อนกลับไปวันหนึ่งจะเป็นเรื่อง “เหนือจริง”  บางพื้นที่ในวาติกัน โยเดอร์ต้องใช้เวลาสองสัปดาห์เพื่อขอนุญาตถ่ายภาพ แต่เขาก็มุ่งมั่นอดทน  เขากลายเป็นเพื่อนกับช่างภาพส่วนตัวของโป๊ป ซึ่งในที่สุดก็ยอมอนุญาตให้เขาติดตามโป๊ปได้เหมือนเงา “เมื่อเขารู้จักและเชื่อใจผมแล้ว ผมก็สามารถทำอะไรๆ ซึ่งถึงตอนนี้แล้วก็ยังนับว่า ‘เกินจินตนาการ’” โยเดอร์กล่าว สำหรับโยเดอร์ งานถ่ายภาพครั้งนี้ทั้งยากทั้งเครียด และไม่ได้เป็นประสบการณ์ทางจิตวิญญาณใดๆ เลย  แต่เขากล่าวว่าการได้อยู่ใกล้พระสันตะปาปาสร้างแรงบันดาลใจให้เขา โดยเฉพาะตอนที่โป๊ปพบกับบรรดาผู้แสวงบุญที่จตุรัสเซนต์ปีเตอร์  “ผมคิดไม่ออกเลยว่าจะมีผู้นำคนไหนที่ได้รับการทักทาย โอบกอด และได้รับการปฏิบัติเหมือนคุณลุงที่ไม่ได้เจอกันนานอย่างนี้” โยเดอร์ถ่ายภาพไปเกือบ 68,000 ภาพแล้วในตอนนั้นยังกังวลเรื่องภาพปกสำหรับ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก  หลังจากที่พระสันตะปาปาปราศรัยวันคริสตมาสเสร็จแล้ว จู่ๆ ท่านเดินไปยังวัดน้อยซีสทีนเพื่อหยุดดูภาพ “คำพิพากษาครั้งสุดท้าย” ของมีเกลันเจโลราว 3-4 วินาที  โยเดอร์ที่ตามติดท่านอยู่จึงได้ถ่ายภาพนั้นเอาไว้และปรากฏเป็นภาพปกนิตยสารในเดือนสิงหาคม 2015  “ผมคิดว่านั่นเป็นของขวัญคริสตมาสจากท่านแหละครับ” โยเดอร์บอก *อ่าน “พระสันตะปาปาพระองค์ใหม่จะทรงเปลี่ยนแปลงวาติกัน หรือวาติกันจะเปลี่ยนแปลงสมเด็จพระสันตะปาปากันแน่” […]