เปิดประสบการณ์ส่องนกใจกลางกรุง ที่ วชิราวุธวิทยาลัย - National Geographic Thailand

เปิดประสบการณ์ส่องนกใจกลางกรุง ที่วชิราวุธวิทยาลัย

พื้นที่โรงเรียนซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ กลายเป็นแหล่งอาศัยให้กับนกหลากสายพันธุ์ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกจิตใจให้เป็นผู้อนุรักษ์

กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองใหญ่ที่ต้นไม้และพื้นที่สีเขียวมีอยู่น้อยนิดเมื่อเทียบกับตึกสูงและสายถนนที่พาดผ่าน ทำให้โอกาสที่จะได้สัมผัสความสวยงามทางธรรมชาตินั้นมีน้อยตามลงไป แต่ว่าในเมืองใหญ่แห่งเดียวกันนี้ ยังมีกลุ่มเด็กนักเรียนที่ทุ่มเวลาในวัยเยาว์ของเขาเพื่อธรรมชาติและสายพันธุ์สัตว์เพื่อนร่วมโลกที่พวกเขาผูกพัน จนการเกิดการเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างอิสระ และเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมในสิ่งที่รัก

นี่คือเรื่องราวของกลุ่มเด็กนักเรียนโรงเรียน วชิราวุธวิทยาลัย บรรยากาศโรงเรียนของพวกเขาเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมของอาคารอันสวยงามที่อยู่ร่วมกับต้นไม้จำนวนมากอย่างลงตัว จึงทำให้มีนกหลากหลายชนิดเข้ามาอาศัยร่มไม้ของโรงเรียนเพื่อตั้งถิ่นฐาน กลายเป็นพื้นที่ดูนกขนาดย่อมใจกลางกรุง หลังจากทั้งนกและนักเรียนอยู่ร่วมกันจนเกิดความผูกพัน ก็เริ่มมีการจัดกิจกรรรมเพื่อการอนุรักษ์นกในโรงเรียนขึ้น

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ได้จัดงานเปิดตัวหนังสือ “นกในวชิราวุธฯ” อันเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการอนุรักษ์นก วชิราวุธวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์นกในโรงเรียน โดยเฉพาะวงศ์นกแก้วที่มีอยู่ถึง 3 สายพันธุ์ ได้แก่ นกแขกเต้า นกแก้วโม่ง และนกแก้วหัวเพชร ซึ่งจำนวนนกที่อาศัยอยู่โรงเรียน บางส่วนก็มีสถานะที่ใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยจึงได้กลายเป็นแหล่งขยายพันธุ์ของพวกมันไปด้วย

หนังสือนกในวชิราวุธฯ เป็นหนังสือที่รวบรวมข้อมูลสายพันธุ์นกในโรงเรียนที่มีถึง 66 สายพันธุ์ มุ่งให้ความรู้กับผู้ที่สนใจ และเป็นสื่อที่ปลุกจิตสำนึกแห่งการอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับบุคลากรในโรงเรียน และให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สายพันธุ์นกที่ใกล้สูญพันธุ์ในโรงเรียน

ในโอกาสเดียวกัน คณะนักเรียนในโครงการอนุรักษ์นกฯ ได้นำผู้เข้าร่วมงานชมนกแก้วฝูงใหญ่ใจกลางกรุงเทพที่กำลังเข้าไปยังแหล่งอาศัยตามต้นไม้ของโรงเรียนในช่วงที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เป็นการเปิดประสบการณ์การดูนกที่หาได้ยากในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

วชิราวุธวิทยาลัย, นกในวชิราวุธ
โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย มีพื้นที่ที่กว้างขวาง เป็นโรงเรียนหนึ่งที่สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน
วชิราวุธวิทยาลัย, นกในวชิราวุธ
บรรยากาศภายในโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยที่รอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ
วชิราวุธวิทยาลัย
คนที่มาร่วมงานกิจกรรม “แก้วกลางกรุง” จะต้องมาลงทะเบียนในการเข้าร่วมงาน พร้อมได้กระเป๋าเป็นของที่ระทึก
วชิราวุธวิทยาลัย
หลังจากที่ผู้เข้าร่วมงานลงทะเบียนเสร็จแล้ว นักเรียนโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยก็จะนำเดินไปเพื่อเข้าไปในงานกิจกรรม
วชิราวุธวิทยาลัย
บรรยากาศภายในงานกิจกรรม ผู้ที่เข้ามาร่วมงานสามารถถ่ายรูปได้ และมีนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับชนิดของนกที่อยู่ภายในโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ทั้งหมด 66 สายพันธุ์
วชิราวุธวิทยาลัย
หนังสือ “นกในวชิราวุธ”
วชิราวุธวิทยาลัย
ผู้คนที่เข้ามาร่วมงานกิจกรรม กับ สื่อจากสำนักงานต่างๆ มารอชมดูนก ถ่ายภาพนกภายในโรงเรียน
วชิราวุธวิทยาลัย
นักเรียนโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย นำกล้องส่องทางไกลมาให้ผู้เข้าร่วมงาน เพื่อไว้ชมดูนกที่อยู่ระยะไกล
วชิราวุธวิทยาลัย
ผู้เข้าร่วมงานส่องดูนกที่อยู่ภายในโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
วชิราวุธวิทยาลัย
นกเอี้ยงหงอน เป็นนกชนิดหนึ่งจาก 66สายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ภายในโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
วชิราวุธวิทยาลัย
ถึงแม้นกที่อาศัยอยู่ภายในโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยจะได้มีจำนวนลงน้อยลงเนื่องจากต้นไม้ได้ถูกลดจำนวนลง แต่มันก็ยังสามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนได้
วชิราวุธวิทยาลัย
นก 2 ตัวภายในสวนของโรงเรียน
วชิราวุธวิทยาลัย
หนึ่งผู้ร่วมงานกิจกรรม กำลังรอชมนกบินกลับเข้ารัง
วชิราวุธวิทยาลัย
ฝูงนกจำนวนหนึ่งที่กำลังบินมาเพื่อกลับเข้ารังในตอนเย็น
วชิราวุธวิทยาลัย
บรรยากาศตอนเย็นบริเวณสระน้ำของโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ที่มีนกตัวหนึ่งเกาะอาศัยอยู่ เป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า นกสามารถอยู่ล้อมกับสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนได้เป็นอย่างดี
วชิราวุธวิทยาลัย
ถึงแม้สิ่งแวดล้อมต่างๆภายในโรงเรียน ในปัจจุบันมีการลดจำนวนของต้นไม้น้อยลง แต่นกก็ยังสามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมนี้ได้ ถ้าเราอนุรักษ์รักษาพวกเขาไว้

เรื่อง กองบรรณาธิการออนไลน์/ดิจิทัล นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

***ภาพและคำบรรยาย เจียรยุทธ์ รัตนศิริกุลเดช 

โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม ทำไมชอบดูนก

เรื่องแนะนำ

9,000 ตัน (จำนวนขยะในกรุงเทพมหานคร)

9,000 ตัน ณ กรุงเทพมหานคร เมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งย่อมหมายถึงการใช้สอยและบริโภคสินค้ามากที่สุดด้วยเช่นกัน จนเป็นที่มาของขยะวันละ 9,000 ตัน ขยะเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จัก แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร หลังจากข้าวของที่ซื้อมากลายสภาพเป็นสิ่งไร้ค่าที่รอวันทำลายทิ้ง ไม่ว่าจะด้วยการเผาหรือการฝัง หนทางในการจัดการกับขยะปริมาณมหาศาลของกรุงเทพมหานครนับวันมีแต่จะตีบตัน สวนทางกับตัวเลขปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ยิ่งผู้คนหลั่งไหลเข้ามาทำงานมากขึ้น และอนาคตที่ชาติอาเซียนกำลังขยับขยายสู่เออีซี ทำให้มหานครแห่งนี้ยิ่งต้องเร่งแก้ไขปัญหา ก่อนที่ทุกอย่างจะใหญ่โตจนเกินมือ เพราะการฝังกลบขยะและการเผานั้นเห็นชัดแล้วว่าส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียง จึงไม่ใช่วิธีที่ยั่งยืน การแก้ไขที่ดีที่สุดคือการปลูกฝังให้เยาวชนและภาคประชาชนเริ่มแยกขยะและลดการใช้ตั้งแต่ระดับครัวเรือนเท่านั้น เรื่องและภาพ อิศเรศ สงวนนาม รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง โครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2013 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม ไทย: งดถุงพลาสติก แต่ก็นำเข้าขยะ – เพราะการงดแจกถุงพลาสติกอย่างเดียวอาจไม่พอ

ชมภาพอันน่าขนลุกภายในเมืองร้างกลางทะเลทรายที่นามีเบีย

ทะเลทรายนามิบในสภาพที่แห้งแล้งยังคงรักษาการตกแต่งของเมืองในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เอาไว้ได้ แต่กองทรายที่ถาโถมเข้ามาในเมืองได้กลืนกินสิ่งต่างๆ ที่หลงเหลืออยู่ ที่ประเทศ นามีเบีย ในเมืองโคลมานสค็อพ (Kolmanskop) ทรายที่ปกคลุมตึกรามบ้านช่องที่เคยเป็นเหมืองเพชรเก่าดึงดูดนักท่องเที่ยวนับพัน วอลเปปอร์สีสันสดใสหลุดร่อนออกจากผนัง กองทรายไหลท่วมบรรดาซากบ้านเรือนที่ปรักหักพัง นี่คือภาพของเมืองโคลมานสค็อพ เมืองร้างกลางทะเลทรายนามิบในบริเวณแอฟริกาตอนใต้ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “เขตต้องห้าม” ในประเทศ นามีเบีย โดยสาเหตุที่ทำให้โคลมานสค็อพมีสภาพเช่นนี้ก็เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเช่นเดียวกับสภาพของเมืองในปัจจุบัน เรื่องราวของเมืองที่แสนเจ็บปวดและน่าประหลาด เย็นวันหนึ่งในปี 1908 ในขณะที่คนงานการรถไฟชาว นามีเบีย นาม Zacherias Lewala กำลังขุดดินเพื่อปรับเส้นทางรางรถไฟและเกลี่ยเนินทราย เขาได้พบก้อนหินจำนวนหนึ่งเปล่งประกายในยามที่แสงธรรมชาติรอบตัวของเขามืดสลัว นายจ้างชาวเยอรมันของ Lewala บอกว่านี่คือเพชร อัญมณีที่มีมูลค่า แต่ Lewala ก็ไม่ได้รับรางวัลใดๆ จากการบอกข่าวดีนี้ให้กับเจ้านายของเขา เวลาต่อมา บรรดาผู้สำรวจแร่ได้แห่กันเข้ามาที่เมืองนี้ ในปี 1912 เมืองนี้ก็เจริญขึ้น และสามารถผลิตเพชรได้นับล้านกะรัตต่อปี ซึ่งเป็นอัตราส่วนร้อยละ 11.7 ของการผลิตเพชรทั้งหมดบนโลกในเวลานั้น โคลมานสค็อพกลายเป็นเมืองหรูหรากลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ภายในเมืองมีทั้งร้านขายเนื้อ ร้านขายขนมอบ ที่ทำการไปรษณีย์ และโรงน้ำแข็งที่ผลิตจากน้ำสะอาดที่ขนส่งมาทางรถไฟ คนยุโรปมากมายย้ายเข้ามาทำงานในเมืองนี้และบริโภคพลังงานไฟฟ้าอย่างบ้าคลั่ง นอกจากนี้มีเรื่องเล่าว่า ครอบครัวหนึ่งได้เลี้ยงนกกระจอกเทศเพื่อข่มขวัญชาวเมือง และใช้มันลากรถลากเลื่อนบนหิมะในคืนวันคริสต์มาส แต่ความเจริญของเมืองนั้นไม่ยั่งยืน […]

31 ภาพมอบความสุข จากคลังภาพ National Geographic

Heather Kim เป็นบรรณาธิการหมวด Photo of the Day ของ National Geographic ผู้รวบรวมและคัดเลือกภาพแห่งความสุขจากคลังภาพของเรา ในแกลเลอรี่นี้ เราจะมองเห็นความสุขและสัมผัสความอบอุ่นได้จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนโลกผ่านเลนส์กล้องของช่างภาพจากหลายพื้นที่ทั่วทุกมุมโลก ภาพเหล่านี้บอกเล่าเรื่องราวหลากหลาย ถึงแม้เวลาจะผันผ่านไป แต่ความรู้สึกอบอุ่น เป็นสุข และเปี่ยมความหมายยังคงมนต์ขลังไม่มีเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่การทักทายกันของช้าง วงดนตรีเม็กซิกันขับกล่อมคู่บ่าวสาว การแลกการ์ดคริสต์มาสในแอนตาร์ติกา หรือครอบครัวเกาหลีกำลังทำมันดู (เกี๊ยว) สำหรับงานเฉลิมฉลอง ทั้งหมดเพื่อมอบให้เป็นของขวัญสำหรับปีใหม่แห่งความหวังในปี 2565 นี้   ครอบครัวช้าง ฉบับเดือนกันยายน 2008 บันทึกเรื่องราวครอบครัวช้าง ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตสงวนแห่งชาติแซมบูรู ประเทศเคนยา ภาพนี้คือช้างพลายชื่อ Boone กำลังทักทายกับแม่ช้างพังหัวหน้าเผ่าที่ชื่อ Maya และลูกสาวของเธอ   งานแต่งงาน และการเฉลิมฉลอง ภาพนี้จากฉบับเดือนธันวาคม 1990 วงดนตรี Mariachi บรรเลงเพลงให้กับคู่แต่งงานใหม่ระหว่างทางไปงานแต่งงานของพวกเขาใน San Miguel de Allende ประเทศเม็กซิโก ดนตรีประเภทนี้มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และถูกบันทึกให้เป็น […]

68,000 ภาพ ใน 6 เดือนที่เดินตามโป๊ป

ช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ใช้เวลา 6 เดือนบันทึกชีวิตสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสและวาติกัน ซึ่งเขาบอกว่า “เกินจินตนาการ” ที่วาติกัน ช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เดฟ โยเดอร์ มีโอกาสเข้าใกล้สมเด็จพระสันตะปาปานานหกเดือน  นับเป็นประสบการณ์ที่เขาคาดว่าเมื่อมองย้อนกลับไปวันหนึ่งจะเป็นเรื่อง “เหนือจริง”  บางพื้นที่ในวาติกัน โยเดอร์ต้องใช้เวลาสองสัปดาห์เพื่อขอนุญาตถ่ายภาพ แต่เขาก็มุ่งมั่นอดทน  เขากลายเป็นเพื่อนกับช่างภาพส่วนตัวของโป๊ป ซึ่งในที่สุดก็ยอมอนุญาตให้เขาติดตามโป๊ปได้เหมือนเงา “เมื่อเขารู้จักและเชื่อใจผมแล้ว ผมก็สามารถทำอะไรๆ ซึ่งถึงตอนนี้แล้วก็ยังนับว่า ‘เกินจินตนาการ’” โยเดอร์กล่าว สำหรับโยเดอร์ งานถ่ายภาพครั้งนี้ทั้งยากทั้งเครียด และไม่ได้เป็นประสบการณ์ทางจิตวิญญาณใดๆ เลย  แต่เขากล่าวว่าการได้อยู่ใกล้พระสันตะปาปาสร้างแรงบันดาลใจให้เขา โดยเฉพาะตอนที่โป๊ปพบกับบรรดาผู้แสวงบุญที่จตุรัสเซนต์ปีเตอร์  “ผมคิดไม่ออกเลยว่าจะมีผู้นำคนไหนที่ได้รับการทักทาย โอบกอด และได้รับการปฏิบัติเหมือนคุณลุงที่ไม่ได้เจอกันนานอย่างนี้” โยเดอร์ถ่ายภาพไปเกือบ 68,000 ภาพแล้วในตอนนั้นยังกังวลเรื่องภาพปกสำหรับ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก  หลังจากที่พระสันตะปาปาปราศรัยวันคริสตมาสเสร็จแล้ว จู่ๆ ท่านเดินไปยังวัดน้อยซีสทีนเพื่อหยุดดูภาพ “คำพิพากษาครั้งสุดท้าย” ของมีเกลันเจโลราว 3-4 วินาที  โยเดอร์ที่ตามติดท่านอยู่จึงได้ถ่ายภาพนั้นเอาไว้และปรากฏเป็นภาพปกนิตยสารในเดือนสิงหาคม 2015  “ผมคิดว่านั่นเป็นของขวัญคริสตมาสจากท่านแหละครับ” โยเดอร์บอก *อ่าน “พระสันตะปาปาพระองค์ใหม่จะทรงเปลี่ยนแปลงวาติกัน หรือวาติกันจะเปลี่ยนแปลงสมเด็จพระสันตะปาปากันแน่” […]