สาธร ยูนิค : อนุสรณ์ 20 ปีแห่ง "วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง"

สาธร ยูนิค: อนุสรณ์ 20 ปี “วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง”

สาธร ยูนิค: อนุสรณ์ 20 ปี “วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง”

ในโอกาสครบรอบ 20 ปี วิกฤตเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” ทีมงานเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษจากเจ้าของโครงการ สาธร ยูนิค ทาวเวอร์ (Sathorn Unique Tower) ให้ขึ้นไปบันทึกภาพอาคารและทัศนียภาพโดยรอบ สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว เพราะเป็นสถานที่ส่วนบุคคลที่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ทีมงานจึงขอขอบคุณเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้

อาคารสาธร ยูนิค หรือ The Ghost Tower ตึกร้างที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางกรุงเทพมหานครนี้ คืออนุสรณ์หนึ่งจากวิกฤตเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” เมื่อปี พ.ศ. 2540 หลังเกิดภาวะฟองสบู่แตกในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้โครงการก่อสร้างหลายโครงการต้องหยุดชะงักเพราะขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง

เดิมอาคารความสูง 50 ชั้นนี้ถูกตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมหรู ด้วยทำเลบนถนนเจริญกรุง ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งง่ายต่อการเดินทาง และเป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่ง โครงการนี้ออกแบบโดยรังสรรค์ ต่อสุวรรณ สถาปนิกชื่อดัง

รังสรรค์เคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจเกี่ยวกับอาคารอันเป็นเอกลักษณ์นี้ว่า ตัวอาคารสร้างเสร็จไปแล้ว 90% ด้วยเงินกู้จากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไทยแม็กซ์ฯ 640 ล้านบาท จากเงินลงทุนโครงการทั้งหมด 1,800 ล้านบาท จนเกิดวิกฤติฟองสบู่ขึ้นซึ่งรัฐบาลในสมัยนั้นมองว่าธุรกิจอสังหาริทรัพย์คือสาเหตุ และนำมาซึ่งคำสั่งระงับโครงการ

ปัจจุบันอาคารสาธร ยูนิค ยังคงเป็นสินทรัพย์ของบริษัท สาทร ยูนิค ทาวน์เวอร์ จำกัด โดยทางบริษัทเองมีแผนที่จะต่อสู้กับคดีในชั้นศาล ก่อนที่จะขายต่อให้กับนักลงทุนรายใหม่ต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้สาธร ยูนิคไม่ใช่แค่อาคารสูงเพียงอาคารเดียวในกรุงเทพมหานครที่ถูกทิ้งร้างจากปัญหาทางการเงิน ตัวอาคารเหล่านี้ไม่ใช่แค่มีสถานะเป็นอนุสรณ์เท่านั้น แต่ยังแสดงถึงการเสียโอกาสทางธุรกิจอีกด้วย ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องหาวิธีจัดการ เพื่อให้พื้นที่ต่างๆเหล่านี้กลับมาเป็นประโยชน์ใช้สอยให้ได้มากที่สุด

 

ภาพถ่ายโดย เอกรัตน์ ปัญญะธารา

ขอขอบคุณ: โ่ครงการสาธร ยูนิค ทาวเวอร์

 

อ่านเพิ่มเติม : เยือนมัสยิดอันงดงามที่สุดในโลกย้อนรอยสารคดีเกี่ยวกับเมืองไทย ใน National Geographic

เรื่องแนะนำ

ภาพความเสียหายหลังเหตุแผ่นดินไหวในเม็กซิโก

ภาพความเสียหายหลังเหตุ แผ่นดินไหวในเม็กซิโก แผ่นดินไหวที่เขย่ารัฐเชียปัส ทางตอนใต้ของเม็กซิโก ในชั่วข้ามคืน สำนักธรณีวิทยาของสหรัฐฯรายงานว่าแผ่นดินไหวมีความรุนแรงถึง 8.1 แมกนิจูด และถือได้ว่าเป็นแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงมากที่สุดที่เกิดขึ้นกับเม็กซิโกในรอบ 85 ปี ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกยืนยันว่าเกิดคลื่นสึนามิความสูงราว 3 ฟุต ที่นอกชายฝั่งเม็กซิโก หลังเกิดเหตุ แผ่นดินไหวในเม็กซิโก นอกจากนั้นยังมีรายงานการเกิดอาฟเตอร์ช็อคขนาด 5.0 แมกนิจูด ตามมาเป็นระลอกๆ รายงานจากหน่วยงานแผ่นดินไหวแห่งชาติเม็กซิโกเอง ระบุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีขนาด 8.2 แมกนิจูก เม็กซิโกปลอดจากแผ่นดินไหวมานาน โดยเหตุล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ปี 1932 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 400 คน เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา มีรายงานพบศพผู้เสียชีวิตจำนวนหลายสิบคน ด้านรัฐบาลประกาศเฝ้าระวังแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นซ้ำอีก ระบบตรวจสอบอัตโนมัติชื่อ PAGER ที่ดำเนินการโดย สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ รายงานความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับภูมิภาคอันห่างไกลและยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ภัยพิบัติครั้งนี้สร้างความเสียหายให้แก่ผู้คนหลายพันคน ทั้งจากแรงสั่นสะเทือน, สึนามิ และดินถล่ม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่าพันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอื่นๆ ที่ใกล้เคียง น้ำทะเลที่หายไปอย่างเฉียบพลัน จากแผ่นดินไหวภูเขาไฟระเบิด หรือแม้แต่อุกกาบาตถล่มสามารถก่อให้เกิดคลื่นที่เดินทางได้ไกลหลายพันไมล์ สำหรับการเตรียมพร้อมศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งชาติออกคำเตือนเฝ้าระวังแก่ภูมิภาคอเมริกากลางและใต้ […]

แผนที่เก่าของเฮอร์ริเคน โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

แผนที่เก่าของเฮอร์ริเคน โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เรื่องราวการเขียนแผนที่ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เริ่มต้นจากพายุ มันคือพายุที่มีชื่อว่า “the Great White Hurricane” ที่ส่งผลกระทบให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งแอตแลนติกต้องปราศจากไฟฟ้าใช้ไป 4 วันเต็ม ในฤดูใบไม้ผลิ ของปี 1888 และในปีนั้นเองที่นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกเผยแพร่ภาพ แผนที่เก่าการเดินทางของพายุตั้งแต่มหานครนิวยอร์ก ไปยังเบอร์มิวดา ก่อนที่จะขึ้นเหนือไปยังแคนาดา จัดทำโดย Edward Everett Hayden นักอุตุนิยมวิทยา ทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก สองปีต่อมา Hayden เขียนนิตยสาร “The Law of Storms” บอกเล่าเรื่องราววิทยาศาสตร์ของพายุ และแนวทางการเดินเรือที่ปลอดภัยให้แก่บรรดาลูกเรือในมหาสมุทร แผนที่พายุแรกของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกถูกรวมอยู่ในเส้นทางของพายุที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ตลอดสองปีที่ผ่านมาด้วย เส้นสายโค้งเข้าสู่จุดศูนย์กลางดูเผินๆ ช่างคล้ายกับรอยนิ้วมือ ทว่าทุกเส้นถูกเขียนด้วยความตั้งใจและมาจากประสบการณ์สังเกตพายุนานหลายปี ต่อมาการทำแผนที่พายุได้ให้ข้อมูลที่ซับซ้อนและน่าเชื่อถือมากขึ้น เมื่อเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมมีส่วนเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ ทุกวันนี้นักอุตุนิยมวิทยาใช้ข้อมูลจากดาวเทียมในการพยากรณ์อากาศ และคำนวณเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุ ข้อมูลเหล่านี้อัพเดทได้ในรายชั่วโมง ในขณะที่แผนที่เหล่านี้กลายเป็นประวัติศาสตร์เก่าไป มาชมลวดลายของพายุเฮอร์ริเคนในสมัยที่ยังคงถูกเขียนด้วยมือจากคลังภาพเก่าของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกกัน เรื่อง Nina Strochlic […]

วันที่ท้องฟ้ามืดมิด

เรื่องและภาพถ่าย  เอกรัตน์ ปัญญะธารา “Black Day” เป็นโปรเจ็กต์ถ่ายภาพที่ใช้เวลาตลอดหนึ่งปีของเอกรัตน์ ปัญญะธารา บรรณาธิการภาพและช่างภาพประจำนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559  อันเป็นวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร “เป็นช่วงเวลาที่ความเงียบกลับมีเสียงดังก้อง เป็นช่วงเวลาที่คนไทยทั้งประเทศรู้สึกร่วมกันต่อเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ผมจึงเลือกเล่าเรื่องด้วยการบันทึกอารมณ์แทนการบันทึกเหตุการณ์อย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นบันทึกหนึ่งของตัวเองและเป็นบันทึกหนึ่งของเหตุการณ์ซึ่งยาวนานตลอดหนึ่งปีเต็มของการไว้ทุกข์” เอกรัตน์กล่าว “สิ่งที่ยากที่สุดคือการถ่ายสิ่งที่มองไม่เห็นเพราะเป็นอารมณ์  เป็นการถ่ายภาพที่ใช้จินตนาการมากกว่าถ่ายสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า หรือการถ่ายสัญลักษณ์ที่นำไปสู่ความรู้สึกนี้ เป็นสิ่งที่ยากมากและไม่เคยทำมาก่อน” ที่ผ่านมา การถ่ายภาพเพื่อตีพิมพ์ลงใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ใช้วิธีบอกเล่าเรื่องราวที่ร้อยเรียงจากภาพถ่ายชุดหนึ่ง แต่สำหรับ “Black Day” เอกรัตน์ไม่กำหนดกฎเกณฑ์การถ่ายภาพของเขา “แต่มีเกณฑ์ในการเลือกภาพว่า ดูแล้วเกิดความเชื่อมโยงถึงความรู้สึกนั้นไหม ผมถ่ายภาพไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้เรื่องที่ดี ทุกขั้นตอนเป็นการทดลอง ตั้งแต่การลงพื้นที่เพื่อถ่ายภาพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่า ภาพไหนจะใช่หรือไม่ใช่โดยกำหนดโทนสีของภาพให้เป็นโทนสีที่ใกล้เคียงกับอารมณ์ของคนไทยในวันที่ได้ยินข่าวสวรรคตของในหลวง รัชกาลที่ 9”   อ่านเพิ่มเติม : ๙ ช่างภาพสารคดีกับในหลวงรัชกาลที่ ๙, ประพาสต้นบนดอย สี่ทศวรรษโครงการหลวง

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.