ภาพถ่ายแห่งความไม่เท่าเทียมจากทั่วโลก - National Geographic Thailand

ภาพถ่ายแห่งความไม่เท่าเทียมจากทั่วโลก

ภาพถ่ายทางอากาศของพื้นทื่เพื่อนบ้านที่ติดกันแสดงให้เห็นว่าบรรดาเมืองต่าง ๆ รอบโลกพัฒนาจนเกิด ความไม่เท่าเทียม ได้อย่างไร

ภาพถ่ายทางอากาศจากโดรนเปิดเผยการแบ่งแยกทางเศรษฐกิจภายในเมือง ถนน คลอง รั้ว กลายเป็นเครื่องกีดขวางแบ่งแยกพื้นที่ซึ่งแบ่งแยกคนรวย คนจน และ ความไม่เท่าเทียม

ชุดภาพถ่ายที่ชื่อว่า “ฉากแห่งความไม่เท่าเทียม” (Unequal Scenes) โดยจอห์นนี มิลเลอร์ ได้เล่าเรื่องเน้นไปยังการพัฒนาเมืองที่เกิด ความไม่เท่าเทียม ทั้งเพิงชั่วคราวในชุมชนแออัดที่ตั้งชนกับพื้นที่ความเจริญในนครมุมไบ ประเทศอินเดีย การมีพื้นที่ว่างเปล่ามากมายในเมืองหนึ่งของดีทรอยต์ซึ่งมีสภาพตรงกันข้ามกับพื้นที่บ้านใกล้เรือนเคียงซึ่งมีความเจริญกว่า รั้วไฟฟ้าส่งเสียงหึ่งบริเวณรอบๆ ชุมชนที่ของคนมีอันจะกินในประเทศแอฟริกาใต้ ภูมิทัศน์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงบรรดาเครื่องขีดขวาง ทั้งจากที่มนุษย์ทำขึ้นและสิ่งอื่นๆ ที่ส่งเสริมความไม่เท่าเทียมกันในแต่ละเมือง

ความไม่เท่าเทียม, โจฮันเนสเบิร์ก, แอฟริกาใต้
พื้นที่ชุมชนที่มีสนามหญ้าเขียวขจีและสระว่ายน้ำสะอาดใสตั้งติดอยู่กับเขตพื้นที่โล่งซึ่งเป็นชุมชนเพิงสังกะสีในเมือง Boubosrand พื้นที่ชานเมืองฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของนครโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้
photography
Imizamo Yethu เป็นพื้นที่ชานเมืองที่เบียดเสียดไปด้วยหมู่บ้านจัดสรรของคนมีฐานะสองแห่งในหุบเขา The Hout Bay ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากทางใต้ของเมืองเคปทาวน์ราว 16 กิโลเมตร พื้นที่ Imizamo Yethu ประกอบไปด้วยเพิงเล็ก ๆ ของชาวบ้านหลายแห่ง พื้นที่ชานเมืองอันแน่นขนัดเหล่านี้มีจำนวนประชากรใกล้เคียงกับพื้นที่หมู่บ้านอื่น ๆ ที่ตั้งอยู่รอบหุบเขา
ความไม่เท่าเทียม, แอฟริกาใต้,
สุสาน Mooifontein ได้แบ่งพื้นที่ระหว่างชุมชน Vusimuzi ซึ่งเป็นชุมชนที่ตั้งอย่างไม่เป็นทางการ กับโครงการพัฒนาบ้านจัดสรร Tembisa ซึ่งเป็นของคนร่ำรวย อายุขัยของชาวแอฟริกาใต้อยู่ที่ราว 60 ปี แต่ทว่าตัวเลขนี้จะน้อยกว่าในชุมชนที่ตั้งอย่างไม่เป็นทางการในแอฟริกาใต้
ความไม่เท่าเทียม, แทนซาเนีย, เกาะแซนซิบาร์
ที่ชายฝั่งด้านเหนือของเกาะแซนซิบาร์ (Zanzibar) ประเทศแทนซาเนีย บรรดาโรงแรมหรูได้ใช้ทรัพยากรของเกาะไปอย่างไม่ได้สัดส่วน
ความไม่เท่าเทียม, นครมุมไบ, ชุมชนแออัด,
แม่น้ำ Mithi เป็นเส้นแบ่งระหว่างชุมชนแออัดและตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติในนครมุมไบ เมืองนี้เป็นบ้านของเศรษฐีพันล้านราว 20 คน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นที่ตั้งของชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียอีกด้วย
ความไม่เท่าเทียม, กรุงเม็กซิโกซิตี
ย่าน La Malinche มีพื้นที่ติดต่อกับย่านที่ร่ำรวยมากกว่าในกรุงเม็กซิโกซิตี
ความไม่เท่าเทียม, ดีทรอยต์
คลองสายหนึ่งแบ่งพื้นที่ระหว่างชุมชน Detroit’s Jefferson Chalmers กับชุมชน Grosse Pointe Park ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกันในเมืองดีทรอยต์ มลรัฐมิชิแกน
ความไม่เท่าเทียม, โจฮันเนสเบิร์ก, แอฟริกาใต้
พื้นที่ชุมชนที่มีสนามหญ้าเขียวขจีและสระว่ายน้ำสะอาดใสตั้งติดอยู่กับเขตพื้นที่โล่งซึ่งเป็นชุมชนเพิงสังกะสีในเมือง Boubosrand พื้นที่ชานเมืองฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของนครโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้
ความไม่เท่าเทียม, เคปทาวน์, แอฟริกาใต้
Asiphe Ntshongontshi อาศัยอยู่ในชุมชน Masiphumelele ที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองเคปทาวน์ ชุมชนนี้ถูกแบ่งแยกพื้นที่บางส่วนโดยพื้นที่ชุ่มน้ำในชุมชน
ความไม่เท่าเทียม, เคปทาวน์
ข้ามจากพื้นที่ชุ่มน้ำในชุมชน Masiphumelele ไปเพียง 200 – 300 เมตร Danie Kagan กำลังเดินใกล้กับรั้วไฟฟ้าที่ล้อมรอบชุมชน Lakes Michelle ใกล้เมืองเคปทาวน์

เรื่อง SYDNEY COMBS

ภาพ JOHNNY MILLER


อ่านเพิ่มเติม ความเท่าเทียมทางเพศ : คำถามที่สังคมไทยต้องขบคิด

เรื่องแนะนำ

พบซากเรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่สองหลังจมอยู่ใต้ก้นสมุทรนาน 73 ปี

พบซากเรือลาดตระเวน อินเดียแนโพลิส สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจมอยู่ใต้ก้นสมุทรนาน 73 ปี หลังประสบความล้มเหลวในการค้นหาอยู่นานหลายสิบปี ในที่สุด เราก็พบซากเรือรบในตำนาน อินเดียแนโพลิส นอนสงบนิ่งลึกลงไปใต้ทะเลฟิลิปปินส์ ทีมค้นหาระบุตำแหน่งซากเรือที่ระดับความลึก 5,500 เมตร (18,044 ฟุต) จากผิวน้ำ ตามข้อมูลของพอล แอลเลน มหาเศรษฐีพันล้านผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ ซึ่งเป็นผู้นำทีมค้นหา แอลเลนเขียนในข้อความทวิตเตอร์ว่า “บทสำคัญในประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองได้ข้อสรุปแล้ว ผมหวังว่า ผู้รอดชีวิตและครอบครัวผู้สูญเสียจะคลายความโศกเศร้าและความขับข้องที่เกาะกุมจิตใจมายาวนานลงไปได้บ้าง” เรือลาดตระเวน อินเดียแนโพลิส จมเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ปี 1945 หรือเพียง 12 นาทีหลังถูกโจมตีด้วยตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำของญี่ปุ่น จุดจบของเรือ อินเดียแนโพลิส และชะตากรรมของผู้รอดชีวิตที่ลอยคออยู่ในทะเลเป็นโศกนาฏกรรมทางทะเลครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกัน ขณะถูกโจมตี เรือ อินเดียแนโพลิส มีลูกเรือประจำการอยู่  1,200 นาย ในจำนวนนี้ราว 300 คนเสียชีวิตหลังเรือจมลง ขณะที่ผู้รอดชีวิตต้องลอยคออยู่กลางทะเลฟิลิปปินที่เต็มไปด้วยฉลาม การขาดน้ำ อาหาร และภาวะเกลือเป็นพิษ ทำให้อีกหลายร้อยคนต้องจบชีวิตลง เชื่อกันว่า ฉลามครีบขาวหรือฉลามไวต์ทิปและฉลามเสือยังโจมตีผู้รอดชีวิตที่ได้รับบาดเจ็บด้วย ในที่สุดก็เหลือลูกเรือเพียง 317 คนที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นจากน้ำ […]

ฟลายฟิชชิ่ง : เมื่อช่างภาพพบความสุขสงบจากสายน้ำ

พีต มัลเลอร์ ช่างภาพผู้ถ่ายทอดเรื่องราวความขัดแย้งและสงครามจากภูมิภาคอันปั่นป่วนที่สุดแห่งหนึ่งของแอฟริกา ค้นพบความสุขสงบ และเครื่องปลอบประโลมใจ ขณะตกปลาแบบฟลายฟิชชิ่งในพื้นที่สูงอันเขียวชอุ่มของเคนยา

68,000 ภาพ ใน 6 เดือนที่เดินตามโป๊ป

ช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ใช้เวลา 6 เดือนบันทึกชีวิตสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสและวาติกัน ซึ่งเขาบอกว่า “เกินจินตนาการ” ที่วาติกัน ช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เดฟ โยเดอร์ มีโอกาสเข้าใกล้สมเด็จพระสันตะปาปานานหกเดือน  นับเป็นประสบการณ์ที่เขาคาดว่าเมื่อมองย้อนกลับไปวันหนึ่งจะเป็นเรื่อง “เหนือจริง”  บางพื้นที่ในวาติกัน โยเดอร์ต้องใช้เวลาสองสัปดาห์เพื่อขอนุญาตถ่ายภาพ แต่เขาก็มุ่งมั่นอดทน  เขากลายเป็นเพื่อนกับช่างภาพส่วนตัวของโป๊ป ซึ่งในที่สุดก็ยอมอนุญาตให้เขาติดตามโป๊ปได้เหมือนเงา “เมื่อเขารู้จักและเชื่อใจผมแล้ว ผมก็สามารถทำอะไรๆ ซึ่งถึงตอนนี้แล้วก็ยังนับว่า ‘เกินจินตนาการ’” โยเดอร์กล่าว สำหรับโยเดอร์ งานถ่ายภาพครั้งนี้ทั้งยากทั้งเครียด และไม่ได้เป็นประสบการณ์ทางจิตวิญญาณใดๆ เลย  แต่เขากล่าวว่าการได้อยู่ใกล้พระสันตะปาปาสร้างแรงบันดาลใจให้เขา โดยเฉพาะตอนที่โป๊ปพบกับบรรดาผู้แสวงบุญที่จตุรัสเซนต์ปีเตอร์  “ผมคิดไม่ออกเลยว่าจะมีผู้นำคนไหนที่ได้รับการทักทาย โอบกอด และได้รับการปฏิบัติเหมือนคุณลุงที่ไม่ได้เจอกันนานอย่างนี้” โยเดอร์ถ่ายภาพไปเกือบ 68,000 ภาพแล้วในตอนนั้นยังกังวลเรื่องภาพปกสำหรับ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก  หลังจากที่พระสันตะปาปาปราศรัยวันคริสตมาสเสร็จแล้ว จู่ๆ ท่านเดินไปยังวัดน้อยซีสทีนเพื่อหยุดดูภาพ “คำพิพากษาครั้งสุดท้าย” ของมีเกลันเจโลราว 3-4 วินาที  โยเดอร์ที่ตามติดท่านอยู่จึงได้ถ่ายภาพนั้นเอาไว้และปรากฏเป็นภาพปกนิตยสารในเดือนสิงหาคม 2015  “ผมคิดว่านั่นเป็นของขวัญคริสตมาสจากท่านแหละครับ” โยเดอร์บอก *อ่าน “พระสันตะปาปาพระองค์ใหม่จะทรงเปลี่ยนแปลงวาติกัน หรือวาติกันจะเปลี่ยนแปลงสมเด็จพระสันตะปาปากันแน่” […]

แห่ช้างบวชนาค แห่งเมือง ศรีสัชนาลัย

แห่ช้างบวชนาค แห่งเมือง ศรีสัชนาลัย ประเพณีแห่ช้าง บวชนาค ของชาวไทยพวน อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยชาวบ้าน ไทยพวนเมืองศรีสัชนาลัย จะมารวมตัวกันเพื่อร่วมสืบสานประเพณีแห่ช้างบวชนาค ซึ่งถือเป็นประเพณีดั้งเดิมที่มีมามากกว่า ๑๕๐ ปี การแห่นาคด้วยช้างนั้นมีเค้าความเชื่อจากเรื่องพระเวสสันดร เมื่อครั้งพระเจ้ากรุงสัญชัย พระราชบิดาของพระเวสสันดรทรงขอให้พระเวสสันดรเสด็จกลับมาเป็นกษัตริย์ดังเดิม พระองค์จึงโปรดให้จัดขบวนช้าง ม้า รถประดับ แห่ขับด้วยมโหรี และการละเล่นต่างๆ ไปรับพระเวสสันดรเข้าเมือง พระเวสสันดรทรงช้างปัจจัยนาเคนทร์ ช้างคู่บารมี ซึ่งเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับการบันดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารสมบูรณ์ ดังนั้น การแห่นาคด้วยขบวนช้างจึงถือว่าได้บุญกุศลอย่างสูงสำหรับพ่อแม่ปู่ย่าตายาย เช้าวันที่ ๗ เมษายน เจ้าภาพจะโกนผม โกนคิ้ว อาบน้ำ และสวมชฎาให้นาค มีกระจกติด สองข้างหู การแต่งกายของนาคจะประกอบด้วยผ้านุ่ง ผ้าม่วง ผ้าไหม และสวมเสื้อกำมะหยี่ เมื่อรูปขบวนพร้อม ก็จะเคลื่อนขบวนแห่วนรอบทุ่งนา หมู่บ้าน และลงสู่แม่น้ำยม ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาดักรอชมทั้งสองฟากฝั่งแม่น้ำ รุ่งเช้าอีกวันเป็นพิธีบวช เมื่อขบวนแห่มาถึงวัดหาดเสี้ยวแล้ว นาคจะนำขันธ์ ๕ สักการะเจ้าวัดที่ศาลพระภูมิอีกครั้ง ก่อนเดินทักษิณาวรรตรอบโบสถ์ ๓ […]