เสือในกรงเลี้ยง: เสียงคำรามที่ไร้ความหมาย - National Geographic Thailand

เสือในกรงเลี้ยง: เสียงคำรามที่ไร้ความหมาย

ก่อนจะเข้ามาเรียนที่เมืองหลวง ผมไม่เคยเห็นเสือตัวจริงเลยสักครั้ง

จนเมื่อมีโอกาสมาเรียนต่อ จึงได้พบกับเสือครั้งแรกที่สวนสัตว์ต่าง ๆ แต่เสือส่วนมากที่เห็นก็เป็นเพียง เสือในกรง ที่หมดเรี่ยวแรง สายตาอ่อนล้า นอนหมอบอยู่ในกรงลึกห่างไกลจากสายตา
.
หลังจากเรียนจบ ช่วงเวลานี้เองที่ผมได้ใกล้ชิดกับเสือ โดยเฉพาะเสือโคร่งที่ต้องถ่ายรูปเก็บประวัติให้ได้ครบทุกตัว การทำงานกับเสือนับร้อยพันทำให้ผมจำแนกเสือออกเป็นสามกลุ่มคือ
.
1) เสือที่เกิดมาในกรง รับรู้เพียงว่าห้องสี่เหลี่ยมคือโลกของมัน ตรงมุมห้องมีอ่างอาบนํ้า อาหารจะมาทุกเช้าเย็น ไม้เล็ก ๆ ขนาดยาวเพียงศอกที่เจ้าหน้าที่ถืออยู่ในมือเป็นอาวุธที่ต้องระวัง มันดูร่าเริงสนุกสนานบางครั้งอาจกางเล็บตะปบบ้างตามสัญชาตญาณที่มันไม่รู้จักวิธีการใช้
.
2) เสือที่ดุร้าย เกรี้ยวกราดกับทุกสิ่ง แยกเขี้ยวขู่ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา แววตาแฝงด้วยความหวาดกลัวและอาฆาต
.
3) เสือหมดไฟ ทั้งร่างกายและจิตใจดูหมดแรงและสิ้นหวัง ไม่ค่อยขยับตัว ทำได้เพียงร้องโหยหวนเป็นบางครั้ง
.
จากข่าวสารที่ได้รับในช่วงทำงาน ผมพบว่าเสือโคร่งที่ร่วมงานด้วยนั้นมีกว่า 1,400 ตัว ซึ่งมากกว่าจำนวนเสือโคร่งในธรรมชาติทั้งหมดของไทย 6 – 7 เท่า คงเพราะคุณภาพชีวิต (บางอย่าง) ในกรงเอื้อต่อการขยายพันธุ์ จำนวนเสือในกรงจึงเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ก็หมดความหมายต่อระบบนิเวศอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นเพียงสัตว์ที่รอวันหมดอายุขัย
เสือในกรง, เสือ, สวนสัตว์
เสือที่ป่วยจะดุร้ายมากขึ้นเมื่อมีคนเข้าใกล้ เป็นสัญชาตญาณระวังภัยตามธรรมชาติ
เสื้อในกรง, สวนสัตว์, 10 ภาพเล่าเรื่อง
เสือวัยรุ่นกับโซ่ที่ล่ามมันไว้กับกรง อันเป็นสถานที่กำเนิด และโลกใบเดียวของมัน
เสือขาว, เสือในกรง
เสือขาวนอนหลบชิดข้างกรง ตรงกันข้ามกับส่วนจัดแสดงที่รองรับนักท่องเที่ยว
กรงสัตว์, เสือ
กรงเลี้ยงเสือหลายแห่งมีพื้นที่คับแคบเมื่อเทียบกับจำนวนเสือที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน
เสือ, กรงสัตว์, เสือในกรง
เสือบางตัวได้แต่เดินวนเวียนไปมาภายในกรงแคบๆ และส่งเสียงอย่างอ่อนแรง
เรื่องและภาพ อิสระ บุญเย็น
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2016
โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

อ่านเพิ่มเติม เสือโคร่ง ข้างบ้าน : ตีแผ่ขบวนการค้าสัตว์ป่าในสหรัฐฯ

เสือโคร่ง

เรื่องแนะนำ

คนล้นเมือง ปัญหาประชากรล้นชุมชน และคนจนเมืองในฟิลิปปินส์

คนล้นเมือง ปัญหาประชากรล้นชุมชน และคนจนเมืองในฟิลิปปินส์ เสียงบีบเเตรรถจี๊ปนีย์ ท่ามกลางการจราจรที่แออัดในกรุงมะนิลา อัลวิน โลบริกาโด ทำอาชีพยอสซี่บอย(คนขายบุหรี่) ตามสี่แยกไฟแดง กล่าวว่า “เวลาเร่งรีบในช่วงเช้าของกรุงมะนิลาเป็นเวลาทองในการขายบุหรี่ผู้คนชอบซื้อบุหรี่เวลารถติด ๆ” อัลวินวัย 48 ปี มาจากภูมิภาคบีโกล ทางใต้ของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ เขาย้ายเข้ามาอยู่ในสลัมบนพื้นที่ทิ้งขยะขนาดใหญ่ของเมืองเกซอนซิตี ซึ่งคนในพื้นที่แถวนั้นรู้จักกันในชื่อปายาตัสดั๊มไซต์ ตั้งแต่ปี 1994 อัลวินอาศัยอยู่กับครอบครัวซึ่งมีภรรยาและลูก ๆ อีก 8 คนในบ้านหลังเดียวกัน คริสตินา ภรรยาของอัลวิน ทำอาชีพรับจ้างซักผ้าและทำความสะอาด ทั้งคู่มีความเชื่อและศรัทธาในคำสอนของศาสนาคริสต์ ผมตั้งคำถามกับเมอา ลูกสาวคนโตวัย 20 ปี ซึ่งมีลูกสาววัยสองขวบชื่อ โจนา หลานคนเเรกของคุณตาอัลวินและคุณยายคริสตินาว่า “คุณไม่คิดจะคุมกำเนิดหรือวางเเผนครอบครัวบ้างหรือ” เธอตอบสั้น ๆ ว่า “เด็กทุกคนเป็นพรและพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า พวกเราไม่มีสิทธิ์ที่จะทำลายชีวิตเขาค่ะ” ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์มีประชากร 101,802,706 คน โดยเฉลี่ยมีประชากร 66,140 คนต่อพื้นที่หนึ่งตารางกิโลเมตร และในบางพื้นที่ที่เป็นสลัมอาจมีประชากรหนาแน่นถึง 171,300 คนต่อตารางกิโลเมตร ลำพังกรุงมะนิลาเพียงเมืองเดียวก็มีประชากรมากถึง […]

ค่ายมวยศิษย์ครูจงอาง

เรื่องและภาพ นิสากร ปิตุยะ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) ค่ายมวยศิษย์ครูจงอางเป็นค่ายมวยสำหรับเด็กๆ ที่เกิดจากความตั้งใจของ นายประเสริฐ จิระพรรักษ หรือ จงอางน้อย สิงห์คงคา อดีตนักมวยเก่า แห่งสำนักวัดเทพธิดาราม ผู้ต้องการสร้างผลผลิตที่ดีให้กับสังคม  เขานำความรู้ความสามารถที่ตนมี นั่นก็คือศิลปะการต่อสู้มวยไทย มาถ่ายทอดให้กับเยาวชนที่สนใจ โดยไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ บนพื้นที่เล็กๆ ราว 4×6 เมตร หน้าบ้านของครูจงอางถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นสนามฝึกแข้งของลูกศิษย์ตัวน้อย  นอกจากที่นี่จะมีครูแล้ว ยังมี “แม่” ที่คอยหาข้าวหาปลา ดูแลความเรียบร้อยและความสะอาดให้เด็กๆ อย่างเต็มใจ ซึ่งก็คือภรรยาของครูจงอางนั่นเอง  ที่นี่จึงไม่ได้เป็นแค่เพียงค่ายสอนมวย แต่ยังเป็นบ้านที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ความปรารถนาดีที่มีต่อเด็กๆ และสังคมรอบข้าง  

The Jumper : เด็กโดดแห่งสังขละบุรี

เรื่องและภาพ วีรวัฒน์  เวียงไชย (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) หนึ่งในจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวมักจะมี อ. สังขละบุรี จ. กาญจนบุรี อยู่ในรายการด้วยเสมอ  นอกจากวัฒนธรรมอันหลากหลายของชาวไทยหลากเชื้อชาติในท้องถิ่นแล้ว นักท่องเที่ยวยังเดินทางมาเพื่อสัมผัสกับอากาศที่เย็นสบาย วิวของเขื่อนวชิราลงกรณ์ และการกระโดดสะพานมอญของเด็กโดดแห่งสังขละบุรี ในขณะที่เด็กไทยเชื้อสายมอญบางส่วนแต่งชุดประจำถิ่น อาสาเป็นไกด์บรรยายประวัติความเป็นมาของสะพานมอญหรือสะพานอุตตมานุสรณ์และเมืองสังขละบุรี แต่ยังมีเด็กชายล้วนอีกกลุ่มหนึ่งอาศัยความกล้าเพื่อกระโดดจากสะพานมอญซึ่งสูงหลายสิบเมตรเพื่อเรียกเสียงฮือฮาจากนักท่องเที่ยว  ทั้งหมดสวมเฉพาะกางเกงและปราศจากอุปกรณ์ป้องกันตัวเมื่อกระโดดจากที่สูงลงสู่พื้นน้ำข้างล่างที่มีเรือแล่นผ่านไปมาไม่ขาดสาย  นอกจากคำถามต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเด็กๆ ที่แลกกับการท่องเที่ยวแล้ว วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปเพราะรายได้พวกเขา เช่น การขาดเรียน การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย การทะเลาะวิวาท ใช้ยาเสพติด ฯลฯ ยังทำให้เกิดข้อสงสัยต่ออนาคตของพวกเขาเองด้วย  

ความรัก ความตาย และชีวิตใหม่

เรื่องและภาพ มนูญ พงศ์พันธุ์พัฒน์ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) เทศกาลของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นอกจากวันคริสต์มาสที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีอยู่แล้ว ยังมีอีกเทศกาลที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นคือ “สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์” ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ของทุกปี  เทศกาลดังกล่าวเป็นการระลึกถึงการรับทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนชีพของพระเยซู เพื่อระลึกถึงความรักขั้นสูงสุดของพระองค์ในการเสียสละชีวิตตนเองเพื่อผู้อื่น รักและอภัยให้ศัตรูที่จับพระองค์ไปตรึงกางเขน  คริสตชนจะเตรียมตัวก่อนถึงสัปดาห์นี้ด้วยการถือศีล อดออม และอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน เงินที่ได้จากการอดออมและอดอาหารจะนำไปบริจาค สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นจาก “วันอาทิตย์แห่ใบลาน” พิธีกรรมซึ่งจำลองเหตุการณ์สมัยคริสตกาลที่ชาวยิวนำใบลาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับกษัตริย์ มาแห่ต้อนรับเมื่อพระเยซูเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม  สามวันถัดมาเป็น “วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์” มีพิธีรื้อฟื้นคำสัญญาแห่งการเป็นสงฆ์ของบาทหลวง พิธีเสกน้ำมันศักดิ์สิทธิ์เพื่อไว้ใช้ในพิธีต่าง ๆ พิธีระลึกถึงความรักของพระเยซูในคืนที่พระองค์ถูกจับไปทรมาน  และ“วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์” อันเป็นวันถือศีล อดออม และอดอาหารวันสุดท้าย  ส่วนวันสำคัญที่สุดคือ “วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์” เพราะเป็นวันที่พระเยซูกลับคืนชีพจากความตาย จะเริ่มด้วยพิธีเสกไฟและเทียนปัสกา สัญลักษณ์ของการกลับคืนชีพและหมายถึงพระเยซูผู้เป็นแสงสว่างในชีวิต  หลังจากนั้นจะเป็นพิธีเสกน้ำล้างบาป เพื่อใช้ในพิธีล้างบาปให้กับคริสตชนใหม่ และวันสุดท้าย “วันอาทิตย์ปัสกา” (Easter) เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง มีการนำไข่ต้ม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ถึงการฟื้นคืนชีพของพระเยซูและการเกิดใหม่ในพระเจ้าของมนุษย์ทุกคน มาตกแต่งทาสีและมอบให้กัน […]