ภูมิประเทศอันน่ามหัศจรรย์จากเทคโนโลยี Laser Scanner - National Geographic Thailand

ภูมิประเทศอันน่ามหัศจรรย์จากเทคโนโลยี Laser Scanner

เรื่อง เบ็ตซี่ เมสัน

ภาพ องค์กรสำรวจธรณีวิทยาวอชิงตัน

หากคุณถอนเอาต้นไม้และทุ่งหญ้าที่ปกคลุมผืนดินออกจนหมด คุณคิดว่าจะเห็นอะไร? ในการหาคำตอบรัฐบาลของรัฐวอชิงตันใช้เครื่องบินทะยานขึ้นเหนือผืนป่าเหล่านี้ และสแกนดูพื้นดินเบื้องล่างด้วยเทคโนโลยี LIDAR ซึ่งช่วยเปิดเผยภูมิประเทศอันงดงามและน่าแปลกประหลาดที่ซ่อนอยู่ ชั้นดินเดิมที่เคยถล่ม สายน้ำเก่าแก่ที่แห้งเหือดไปแล้ว ร่อยรอยของลาวาในอดีต ไปจนถึงหลักฐานการมีอยู่ของธารน้ำแข็งเดิม

หลังเกิดเหตุดินถล่มที่เมืองโอโซ ในปี 2014 คร่าชีวิตชาวสหรัฐไป 43 ราย องค์กรสำรวจธรณีวิทยาของวอชิงตันตัดสินใจใช้เทคโนโลยี LIDAR เพื่อการรับมือกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น LIDAR ย่อมาจาก “light detection and ranging” ทำงานด้วยการยิงลำแสงเลเซอร์ลงไปยังพื้นที่ด้านล่างจากนั้นวัดระยะเวลาที่แสงเลเซอร์ถูกสะท้อนกลับมา แสงบางส่วนจะถูกสะท้อนกลับอย่างรวดเร็วผ่านยอดของต้นไม้ ในขณะที่บางส่วนจะถูกยิงลงไปถึงพื้นดิน ด้วยวิธีการนี้ช่วยให้นักสำรวจได้ข้อมูลตั้งแต่พื้นที่ต่ำสุดไปจนถึงพื้นที่สูงสุดของผืนป่า

แผนที่ดิจิตอลที่ถูกสร้างขึ้นจากแสงเลเซอร์จำนวนหลายพันล้านลำแสงนี้ ให้ข้อมูลที่แม่นยำและเชื่อถือได้ในขณะเดียวกันมันยังช่วยเปิดภูมิทัศน์ให้เปลือยเปล่า ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนดังตัวอย่างของภาพด้านล่าง ด้านซ้ายคือภูมิประเทศที่ปกคลุมไปด้วยผืนป่า และด้านขวาคือหน้าตาภูมิประเทศเดียวกัน เมื่อปราศจากต้นไม้ปกคลุมฉะนั้นแล้วการฉายให้เห็นภาพของผืนดินที่แท้จริง จึงมีส่วนช่วยให้นักสำรวจสามารถคาดการณ์ได้ว่าดินถล่มครั้งต่อไปอาจเกิดขึ้นที่ตรงไหน

แม่น้ำ Cowlitz ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐวอชิงตัน ด้านซ้ายคือภาพถ่ายทางอากาศ และด้านขวาคือภาพถ่ายจากผ่านมุมมองของเทคโนโลยี LIDAR

ด้วยธารน้ำแข็ง และภูเขาไฟ จะเห็นได้ว่าภูมิประเทศของรัฐวอชิงตันนั้นเป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก ภาพถ่ายทั้งหมดถูกรวบรวมมาจากการใช้เทคโนโลยี LIDAR และแต่งแต้มสีสันเพิ่มเติม เพื่อความโดดเด่น

ดินถล่มที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ ใกล้เมือง Deming
ร่องรอยของดินถล่มในอดีต ปกติแล้วเส้นสายของแม่น้ำ Cedar จะไม่ถูกมองเห็น เนื่องจากต้นไม้ปกคลุม เทคโนโลยี LIDAR ช่วยให้มองเห็นแม่น้ำได้อย่างชัดเจน
LIDAR เผยให้เห็นร่องรอยของธารน้ำแข็งและดินถล่มรอบๆ คลอง Hood
LIDAR ช่วยให้ขอบของธารน้ำแข็งบนภูเขา Rainier มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น จากเดิมที่มันเป็นสิ่งสังเกตได้ยากจากสีที่คล้ายคลึงกับก้อนหิน
ร่องรอยการไหลของลาวาในอดีต ในทิวเขา Cascade Range
ที่ราบลุ่มแห่งนี้เคยมีทางน้ำไหลในอดีต
ชั้นหินของภูเขา Chuckanut ที่เกิดขึ้นจากการชนกันของรอยต่อเปลือกโลก แนวดังกล่าวมีความยาว 5 ไมล์
ปริศนาลึกลับของผืนดิน Mima Mounds ใกล้เมืองโอลิมเปีย เนินดินตะปุ่มตะป่ำเหล่านี้มีความสูงราว 6 ฟุต กว้างประมาณ 30 ฟุต ปัจจุบันยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเกิดจากแผ่นดินไหว, แรงลมหรือแมลงกันแน่
คลื่นขนาดใหญ่ที่เคยซัดท่วมพื้นที่บริเวณนี้ ถูกมองเห็นได้อย่างง่ายดาย
หน้าตาของเกาะ Bainbridge เมื่อปราศจากต้นไม้
ธารน้ำเก่าทางตะวันตกเฉียงเหนือที่เกิดขึ้นจากธารน้ำแข็งละลาย และส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในตอนนั้น

 

อ่านเพิ่มเติม : ยานร้างกลางทะเลทรายภาพถ่ายที่เผยให้เห็นชีวิตภายในห้องพักทรงลูกบาศก์ขนาดจิ๋วแห่งอนาคต

เรื่องแนะนำ

ฟันเฟือง ในเมืองใหญ่

ฟันเฟือง ในเมืองใหญ่ สารคดีเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ “แรงงานก่อสร้าง” ในประเทศไทย กลุ่มคนเล็กๆที่เป็นแรงงานหลักในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยกว่า 65 ล้านคนในประเทศ คิดเป็นมูลค่ามหาศาลในระบบเศรษฐกิจ โดยจำนวนแรงงานก่อสร้างในปัจจุบันไม่สมดุลกับอุตสาหกรรมก่อสร้างที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศขึ้น อาจจะด้วยปัจจัยหลายอย่างในการทำงาน เช่น เป็นงานที่มีความ เสี่ยงสูงและไม่มีสวัสดิการที่มั่นคง อีกทั้งแรงงานชาวไทยยังมีความผันผวนอันเนื่องมาจากเป็นแรงงานที่มาจากภาคเกษตรกรรม จนเป็นผลให้มีการนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ พม่า ลาว และกัมพูชา เป็นต้น แรงงานก่อสร้างเป็นกลุ่มคนที่ถือได้ว่ามีทางเลือกในชีวิตไม่มากนัก ด้วยต้นทุนทางการศึกษาที่มีน้อย หรือด้วยปัจจัยอื่นๆ จึงจำเป็นต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานในเมืองใหญ่เพื่อหวังเพียงให้ชีวิตของพวกเขาและครอบครัวมีความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น ถึงแม้พวกเขาอาจจะเป็นแค่ฟันเฟืองเล็กๆ ที่ผู้คนอาจมองไม่เห็นความสำคัญ หากทุกคนได้มองดูสิ่งปลูกสร้าง รอบตัวหรือตึกระฟ้าที่ตั้งตระหง่านในเมืองใหญ่ เชื่อได้ว่ามาจากหยาดเหงื่อและแรงกายของพวกเขาทั้งสิ้น เรื่องและภาพถ่าย อนุชิต เลิมสุ่ม รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม ชีวิตที่จำจากจรของแรงงานอพยพ

โฮป: ความหวัง บนลาน กระเรียน

โฮป: ความหวัง บนลาน กระเรียน ในบันทึกของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้กล่าวถึงการพบเห็นนกกระเรียนพันธุ์ไทยจำนวนนับพันนับหมื่นตัวมาทำรังวางไข่ที่ทุ่งมะค่า จังหวัดนครราชสีมา ครั้น 40 ปีให้หลังมีบันทึกการพบฝูงนกกระเรียนบินผ่านน่านฟ้าไทยเมื่อ พ.ศ. 2488 ที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย นั่นคือการพบเห็นนกกระเรียนบินเป็นฝูงครั้งสุดท้าย นกกระเรียนพันธุ์ไทยถูกขึ้นบัญชีในสถานะสัตว์ป่าที่สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติของไทยนานแล้ว แต่ที่น่าแปลกคือ ประเทศเพื่อนบ้านของเรากลับยังมีนกกระเรียนเดินทางและอาศัยอยู่ตามแหล่งธรรมชาติ   ข้อมูลจาก ดร.จอร์จ ดับเบิลยู. อาร์คิบาลด์ ผู้เชี่ยวชาญจากมูลนิธิอนุรักษ์นกกระเรียนสากล ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ลงพื้นที่ติดสัญญาณตามนกกระเรียนพันธุ์ไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2541 ระบุว่า มีนกกระเรียนทำรังวางไข่และหากินอยู่บริเวณลุ่มนํ้าอิรวดีทางตอนกลางของประเทศเมียนมาร์ (พม่า) รวมทั้งที่ลาว เวียดนามและพื้นที่ชุ่มนํ้าในประเทศกัมพูชา ทั้ง ๆ ที่นกพวกนี้เป็นนกกลุ่มเดียวกัน เพราะเหตุใดจึงไม่เลือกพื้นที่ในไทย ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยตั้งอยู่ตรงกลางของเส้นทางโคจร โครงการคืนนกกระเรียนสู่ธรรมชาติของไทย เริ่มจากการรับบริจาคลูกนกที่จับได้ในเขตชายแดนไทย-กัมพูชา โดยประชาชนผู้ครอบครองได้นำมามอบให้สวนสัตว์นครราชสีมาเป็นผู้ดูแลและเพาะเลี้ยง วันชัย สวาสุ หัวหน้าโครงการนกกระเรียนของสวนสัตว์นครราชสีมา เล่าว่า การขยายพันธุ์ในช่วงแรกไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะประสบผลสำเร็จต้องใช้เวลามากกว่าเจ็ดปีจึงได้ลูกนกสองตัวแรกเมื่อปี 2540 และจากนก 27 ตัว ในเวลาต่อมาได้เพาะขยายพันธุ์เป็นพ่อแม่พันธุ์ทั้งสิ้น 98 […]

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านของผู้อพยพ

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านผู้อพยพ เมื่อวิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรปเริ่มขึ้นเมื่อปี 2015 มุฮัมมัด มุเฮเซน ช่างภาพของสำนักข่าวเอพี ตัดสินใจรอคอยบนชายหาดในประเทศกรีซ เฝ้ามองคลื่นผู้ลี้ภัยหลั่งไหลมาจากซีเรีย ตะวันออกกลาง และบางส่วนของแอฟริกาที่ย่อยยับจากสงคราม “คนส่วนใหญ่คิดว่า เมื่อผู้ลี้ภัยมาถึง เรื่องราวก็จบสิ้นลง แต่สำหรับผม นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวครับ” เขาบอก มุเฮเซนเน้นการเก็บภาพในเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่ทั้งเต็มใจจะรับผู้อพยพและกำลังลดระดับอาชญากรรมลง ห้องขังว่างเปล่าจำนวนมากทำให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์มองหาวิธีใช้ประโยชน์อื่นๆ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มให้ผู้อพยพเข้าไปอยู่ในนั้น ที่เรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ผู้ลี้ภัยที่เหนื่อยล้ากว่า 600 คนได้รับเตียงนอน อาหารอุ่นๆ และหลังคาคุ้มศีรษะ ทั้งหมดเป็นสิ่งชั่วคราว จนกว่าพวกเขาจะได้ที่อยู่อาศัยในเนเธอร์แลนด์ ได้อยู่ในบ้านที่แท้จริง และมีงานทำ (ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะยิ่งขับให้วิกฤติผู้อพยพย่ำแย่ลง) ตลอดปีที่ผ่านมา มุเฮเซนกลับไปเรือนจำ Bijlmerbajes เป็นครั้งคราวเพื่อถ่ายภาพชีวิตครอบครัวในนั้น ทั้งช่วงเวลาที่เคร่งเครียด ช่วงเวลาเล่นสนุก และการหมดความอดทนในการรอคอยการตัดสินใจครั้งต่อไปของรัฐบาลที่จะทำให้พวกเขามีชีวิตใหม่ ล้วนเผยให้เห็นเบื้องหน้ากล้องถ่ายภาพของเขา สิ่งเดียวที่ดูเหมือนไม่ได้สร้างปัญหาให้ใครเลยก็คือสถานที่ “เราไม่สนใจหรอกค่ะ” หญิงคนหนึ่งบอกเขาถึงการใช้ชีวิตในที่ซึ่งเคยเป็นเรือนจำ “สิ่งสำคัญก็คือเราปลอดภัย” เรื่อง แดเนียล สโตน ภาพถ่าย มุฮัมมัด มุเฮเซน

Gloomy Rainbow

เรื่องและภาพ นิธิรุจน์ สุทธิเมธีโรจน์ (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) ในประเทศที่ให้เกียรติกับเสรีภาพของมนุษย์ กลุ่มคนรักเพศเดียวกันได้รับการยอมรับมานานแล้ว แต่ในประเทศที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานอย่างเมียนมา ชาวรักเพศเดียวกันยังมีชีวิตที่มืดมนทั้งในแง่ของสังคมและกฎหมาย ไม่ได้รับการยอมรับตั้งแต่ระดับครอบครัว ไม่ได้รับความเท่าเทียมกันทางสังคม ถูกซุบซิบ นินทา ถูกย่ำยีทางวาจา และถูกจ้องมองในที่สาธารณะ  ในแง่อาชีพการงานก็ถูกจำกัดอยู่ไม่กี่อาชีพ เช่น ช่างทำผม ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า หมอนวด ไปจนกระทั่งให้บริการทางเพศ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำงานในออฟฟิศ เป็นเจ้าของกิจการส่วนตัว มีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้  พวกเขายังต้องไขว่คว้าการเป็นที่ยอมรับและสิทธิเสรีภาพเฉกเช่นคนทั่วไป “ริกกี้” เป็นชายรักเพศเดียวกันและเป็นตัวแทนที่สะท้อนถึงความรู้สึก ความขมขื่น ความสุข และความใฝ่ฝันของชาวรักเพศเดียวกันในประเทศอย่างเมียนมา