ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น กรณีศึกษาจากออสเตรเลีย เมื่อมีจำนวนประชากรของผู้รุกรานเกินควบคุม

ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในออสเตรเลีย

คางคกอ้อย ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น ที่กำลังแพร่กระจายไปทั่วออสเตรเลีย

คางคกอ้อย (Cane toad) กลายเป็นกระแสโด่งดังในสื่อออนไลน์ เมื่อชายชาวออสเตรเลียคนหนึ่งบันทึกภาพฝูงคางคกอ้อยเกาะอยู่บนหลังงูตัวเขื่อง ขณะพยายามหนีน้ำท่วมในเขื่อนคูนูนูร์รา ประเทศออสเตรเลีย แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น ชนิดนี้กำลังพยายามผสมพันธุ์กับสัตว์เลื้อยคลานไร้ขา และมันยังกลายเป็นปัญหาที่สำคัญต่อระบบนิเวศของออสเตรเลีย คางคกอ้อยแพร่กระจายทั่วแผ่นดินขนาด 1.2 ล้านตารางกิโลเมตรของออสเตรเลีย คุกคามชนิดพันธุ์ท้องถิ่นในหลายพื้นที่ที่มันครอบครอง

คางคกอ้อยกลายมาเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นได้อย่างไร
ตามธรรมชาติ คางคกอ้อยเป็นสัตว์ที่กระจายพันธุ์อยู่ทางตอนกลางและตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา แต่ถูกนำเข้ามาในออสเตรเลียเมื่อปี 1935 เพื่อใช้ควบคุมประชากรแมลงเต่าทองในไร่อ้อยของรัฐควีนส์แลนด์ แต่แทนที่จะทำหน้าที่เป็นศัตรูทางธรรมชาติกับแมลงเต่าทอง พวกมันกลับตั้งตนเป็นศัตรูเสียเอง คางคกอ้อยตัวผู้ 51 ตัว และตัวเมียอีก 51 ตัว ที่นำมาจากฮาวายแพร่พันธุ์ออกไปทั่วออสเตรเลียอย่างไร้การควบคุม

“การทดลองล้มเหลวอย่างเห็นได้ชัด” โรเบิร์ต คาปอน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ กล่าวและเสริมว่า “คางคกอ้อยไม่ได้แสดงความสนใจต่อแมลงเต่าทองเลย แต่มันกลายเป็นปัญหาระดับมหากาพย์เลยทีเดียว”

เอเดรียน แบรดลีย์ อาจารย์อาวุโสประจำมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ อธิบายว่า คางคกอ้อยนับว่าเป็นชนิดพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากในออสเตรเลียไม่มีปรสิตตามธรรมชาติที่คอยควบคุมประชากรของพวกมันเลย

 

พิษของคางคกอ้อยร้ายแรงระดับไหน
คางคกอ้อยเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่มีพิษรุนแรงทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เป็นไข่ ลูกอ๊อด จนถึงตัวเต็มวัย และจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามอายุ

ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น, คางคกอ้อย, ต่อมพิษ
ลักษณะภายนอกของคางคกอ้อยแสดงอวัยวะต่างๆ และต่อมพิษ หรือ paratoid gland

พิษของคางคกอ้อยผลิตจากต่อมพาราทอยด์ (paratoid gland) ที่อยู่ข้างกระโหลก ความรุนแรงของพิษสามารถจบชีวิตสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ได้ภายใน 90 วินาที อ้างจากคำบอกเล่าของปีเตอร์ ไวท์ ผู้เชี่ยวชาญสาขาจุลชีววิทยาและชีววิทยาโมเลกุล มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์

นักล่าประจำถิ่นอย่างตัวควอล ตัวเงินตัวทอง และงู มีวิวัฒนาการในการกินกบไม่มีพิษที่อยู่ในพื้นที่ แต่ต้องล้มตายจากพิษของคางคกอ้อย นอกจากนี้ พิษของคางคกต่างถิ่นชนิดนี้ยังสามารถฆ่าสัตว์ใหญ่อย่างจระเข้น้ำจืดได้

สำหรับมนุษย์ พิษของคากคกอ้อยมีความรุนแรงถึงชีวิต หากได้รับเข้าไปในร่างกายผ่านทางปาก หรือตา

 

ทำไมชนิดพันธุ์ต่างถิ่นจึงแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว

คางคกอ้อยตัวเมียที่โตเต็มวันสามารถวางไข่ได้ถึง 30,000 ฟองต่อครั้ง

“คางคกอ้อยสามารถเกาะอยู่บนตัวเมียในสายพันธุืเดียวกันเพื่อผสมพันธุ์ และมันยังเกาะไปตามสิ่งต่างๆ ที่หาได้ ไม่ว่าจะเป็นกบต่างสายพันธุ์ หรือแม้แต่รองเท้าบู้ท (ในกรณีที่คุณเดินผ่านหนองน้ำที่พวกคางคกกำลังผสมพันธุ์)” โจดี รอว์ลีย์ อาจารย์พิเศษสาขาชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ กล่าว

การสืบันธุ์ของกบ, สัตว์ต่างถิ่น, ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น, คางคกอ้อย,
การกอดรัดจากด้านหลัง (amplexus) เป็นกลยุทธ์การสืบพันธุ์ของสัตว์จำพวกกบและคางคก เพื่อกระตุ้นให้ตัวเมียปล่อยไข่ออกมา และตัวผู้จะปล่อยสเปิร์ม เพื่อปฏิสนธิภายนอก

“ผมเคยเห็นคางคกอ้อยเพศผู้ตัวหนึ่งพยายามกอดรัดรากมะม่วง และยังเคยเห็นมันพยายามกอดรัดกระป๋องเบียร์เปล่า หรือแม้แต่กล่องฟิล์มที่ทิ้งแล้ว”

“พวกมันจะตระหนักได้ภายหลังว่าไม่ใช่ตัวเมีย และจะหยุดพฤติกรรมกอดรัดไปเอง มันอาจจะฟังดูแปลก แต่พฤติกรรมนี้นับเป็นกลยุทธ์หนึ่งของการสืบพันธุ์ ถ้าตัวผู้ตัวไหนช้าเกินไป ก็ย่อมไม่มีโอกาสได้ผสมกับตัวเมีย คางคกตัวผู้จึงต้องรีบแย่งชิงโอกาสในการผสมพันธุ์ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีจำนวนประชากรสูง”

ในประเทศไทย ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น ที่กำลังรุกรานระบบนิเวศเป็นอันดับต้นๆ คือ เต่าแก้มแดง (Trachemys scripta) พบการระบาดในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพ และปริมณฑล การระบาดของเต่าแก้มแดงเกิดจากผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์แปลกบางคนนำไปปล่อยตามแหล่งน้ำธรรมชาติ และด้วยพฤติกรรมการหากินของเต่าญี่ปุ่นที่มักขุดไข่เต่าชนิดอื่น มันจึงกลายมาเป็นผู้รุกรานที่สำคัญของเต่าสายพันธุ์พื้นเมือง

เต่าแก้มแดง, ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น, สัตว์ต่างถิ่น, สัตว์รุกราน
เต่าแก้มแดงเป็นหนึ่งในสัตว์ต่างถิ่นที่กำลังรุกรานเต่าพันธุ์พื้นเมืองในประเทศไทย

อีกหนึ่งผู้รุกรานที่อยู่ในเมืองไทยมาช้านาน และเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมมาตลอดคือ ผักตบชวา พืชน้ำที่ประสบความสำเร็จในการกระจายพันธุ์อย่างรวดเร็ว การแพร่ระบาดของผักตบชวาส่งผลให้แสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องผ่านไปยังผิวน้ำด้านล่างได้ คุณภาพน้ำจึงต่ำลงจนส่งผลกระทบต่อสิ่งมีวิตชนิดอื่นๆ ที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น

 

แล้วจะยับยั้งชนิดพันธุ์ต่างถิ่นได้อย่างไร
กรณีของคากคกอ้อยในออสเตรเลีย หลายปีที่ผ่านมามีการความพยายามในการควบคุมประชากรของคางคกอ้อย โดยการกำจัดคางคกตัวเต็มวัย เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีโครงการทดลองเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้รสชาติของคางคกอ้อยในสัตว์ประจำถิ่น โดยการให้สัตว์เหล่านั้นกินไส้กรอกที่ทำจากคางคกอ้อย ในระดับความเป็นพิษที่ทำให้สัตว์อาเจียนออกมา เพื่อให้สัตว์ประจำถิ่นเกิดพฤติกรรมการเรียนรู้ว่า คางคกอ้อยไม่ใช่เหยื่อที่สามารถกินได้

งานวิจัยชิ้นใหม่ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยซิดนีย์และมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ชี้ว่า พิษของคางคกอ้อยเป็นพิษต่อตัวมันเอง โดยใช้พิษของคากคกเป็นเหยื่อล่อลูกอ๊อด ซึ่งสามารถทำให้ลูกอ๊อดตายได้

ในประเทศไทย การควบคุมสัตว์ต่างถิ่นอยู่ในความดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีการกำหนดมาตรการป้องกัน ควบคุม และกำจัด ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นให้สอดคล้องกับสถานการ์ปัจจุบัน ส่งเสริมการศึกษาวิจัยด้านการนำชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานหรือมีแนวโน้มรุกรานไปใช้ประโยชน์ พร้อมทั้งเพิ่มเติมแนวทางการควบคุมหรือกำจัดชนิดพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่อการรุกรานสูง

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เอเลี่ยนสปีชีส์ เดินทางข้ามมหาสมุทรด้วยขยะพลาสติก

 

เรื่องแนะนำ

ไอดินและกลิ่นฝน : กลิ่นหอมจากท้องฟ้าและพื้นดิน

ไอดินและกลิ่นฝน กลิ่นหอมจากธรรมชาติที่เกิดขึ้นในช่วงฝนตก ความทรงจำบางอย่างของคนเรามักเกี่ยวโยงกับประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง แสงแดดยามเย็นในฤดูหนาว อาจนำพาความทรงจำบางอย่างย้อนกลับมา บางครั้งอารมณ์และความรู้สึกในช่วงเวลานั้นยังแจ่มชัดแม้เวลาผ่านไปเนิ่นนาน เช่นเดียวกับช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านฤดูร้อนสู่ฤดูฝน ไอดินและกลิ่นฝน อาจนำพาความรู้สึกและความทรงจำเก่าๆ ของเรากลับมาเช่นกัน ความรู้สึกสดชื่นในช่วงเวลาเม็ดฝนโปรยปราย เป็นความรู้สึกดีสำหรับใครหลายคน นักวิทยาศาสตร์สนใจเรื่องนี้มานานแล้ว และเชื่อกันว่า มนุษย์เราถูกถ่ายทอดความรู้สึก “ชื่นชอบ” และ “กระชุ่มกระชวย” ต่อฟ้าฝน มาจากบรรพบุรุษดั้งเดิมในยุคที่มนุษย์ทั้งหลายต้องอาศัยฝนเป็นหลักในการทำเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ สำหรับฉัน ไอดินและกลิ่นฝนทำให้ความทรงจำในวัยเด็กที่เติบโตในท้องทุ่งชนบทหวนคืนกลับมา หลังจากมาร่ำเรียนและทำงานในเมืองหลวง ทุกครั้งที่ฝนตก ฉันจะนึกถึงบรรยากาศบ้านไร่ปลายนาอยู่ทุกครั้ง ฉันจึงหาข้อมูลของกลิ่นดินและไอฝนที่ฉันรู้สึกประทับใจ จนพบคำตอบว่า กลิ่นทั้งสองชนิดนี้มีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอยู่เบื้องหลัง กลิ่นฝน ในขณะที่สายฝนสาดกระเซ็นลงมาจากท้องฟ้า นอกจากการควบแน่นของไอน้ำที่หยดลงมาเป็นเม็ดฝน ยังเกิดปรากฏการณ์ฟ้าแลบหรือฟ้าผ้า ซึ่งเป็นการเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้าในก้อนเมฆ ส่งผลให้โมเลกุลของก๊าซออกซิเจนบางส่วนในอากาศแตกตัวเป็นอะตอมของออกซิเจน และเกิดปฏิกิริยาขึ้นใหม่กลายเป็นแก๊ซโอโซน กลิ่นของโอโซนที่ลอยมาในอากาศก่อนช่วงฝนตกเป็นตัวบ่งชี้อย่างหนึ่งถึงสายฝนที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า และกลิ่นของแก๊ซโอโซนยังกระตุ้นให้มนุษย์รู้สึกสดชื่นเมื่อได้สูดดม ทำความรู้จักกับ “เมฆ” แต่ละประเภท ไอดิน “หอมกลิ่นดิน” ฉันได้ยินคำนี้จากคนรุ่นพ่อรุ่นแม่พึมพำเวลาฝนตกใหม่ๆ ในภาษาอังกฤษเรียกกลิ่นหอมของดินว่า เพตริเคอร์ (Petrichor) มีที่มาจากการรวมสองคำคือคำว่า “petros” หมายความว่า ก้อนหิน และ “ichor” แปลว่าของเหลวที่ไหลอยู่ในเส้นโลหิตของทวยเทพ โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลียที่ศึกษาเรื่องกลิ่นหลังฝนตก เป็นผู้บัญญัติขึ้น […]

พบน้ำพุร้อนบนดวงจันทร์ยูโรปา

ข้อมูลเก่าจากยานสำรวจ Galileo พบร่องรอยของน้ำพุร้อนบนดวงจันทร์ดวงหนึ่งของดาวพฤหัสบดี มีความเป็นไปได้ที่ภายในชั้นน้ำแข็งหนาปกคลุมผิวดาวอาจมีผืนมหาสมุทรที่เอื้อต่อการกำเนิดชีวิต